auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

จุดแข็งของประเทศไทย ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับขณะนี้เศรษฐกิจส่วนที่เป็นมายาคติล่มสลายลงหมดทั้งโลก แต่ส่วนที่เป็น “ของจริง” หรือ real sector คือ เศรษฐกิจชุมชน ยังอยู่ เศรษฐกิจชุมชนไทยสามารถผลิตอาหารได้เหลือกิน สามารถรองรับคนไทยได้ทั้งประเทศ เพื่อนคนไทยในเมืองที่ประสบสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ อย่าเพิ่งหมดหวัง เศรษฐกิจชุมชน คือ ชีวิตใหม่ของท่าน และทิศทางอนาคตประเทศไทย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# จุดแข็งของประเทศไทย ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี (๑๔ กันยายน ๒๕๖๓) เศรษฐกิจที่ล่มสลาย คือ เศรษฐกิจมายาคติ เศรษฐกิจจริง คือ เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนสามารถผลิตอาหารได้เหลือกิน หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศได้ อย่าเพิ่งฆ่าตัวตาย ! ๑ "เงินทองเป็นของมายา หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ข้าวปลาเป็นของจริง" บัดนี้เศรษฐกิจส่วนที่เป็นมายาคติล่มสลายลงหมดทั้งโลก แต่ส่วนที่เป็น "ของจริง" หรือ real sector คือ เศรษฐกิจชุมชน ยังอยู่ เศรษฐกิจชุมชนไทยสามารถผลิตอาหารได้เหลือกิน สามารถรองรับคนไทยได้ทั้ง ประเทศ เพื่อนคนไทยในเมืองที่ประสบสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ อย่าเพิ่งฆ่าตัวตาย เศรษฐกิจ ชุมชน คือ ชีวิตใหม่ของท่าน และทิศทางอนาคตประเทศไทย ๒ # เศรษฐกิจมายาคติ vs เศรษฐกิจจริง (real sector) ของชุมชน จากคำพูดของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เจ้าผู้ทรงผันพระองค์ไปเป็นเกษตรกร ที่บางเบิด ที่ว่า ## "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" ก็เพราะว่าเงินเป็นของสมมติ แต่ข้าวปลาเป็นของจริง ของสมมติผันผวนได้ง่าย เช่น ค่า ของเงินลด หรือเกิดยกเลิกค่าเงิน ตัวเลขในบัญชีกินไม่ได้ แต่เกษตรกรมีข้าว มีปลา มีผัก มีไข่ มี ผลไม้ เป็นของจริง จึงกล่าวว่าเศรษฐกิจชุมชนเป็น real sector หรือเป็นเศรษฐกิจจริง ที่มั่นคงติด แผ่นดินไทย ถึงโลกจะผันผวนวิกฤติอย่างใดๆ เศรษฐกิจจริงของชุมชนไทยก็ไม่เป็นไร ยังสามารถ ผลิตอาหารได้เหลือกิน เป็นเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันที่จะคุ้มกันคนไทย จากความล่มสลายของระบบ เศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นเศรษฐกิจมายาคติ พระเจ้าอยู่หัว ร.๙ เคยตรัสว่า "เราควรถอยหลังเข้าคลอง" เพราะในคลองคลื่นลมมันสงบ เรือไม่ล่มง่าย ในมหาสมุทร คลื่นลมแรง เรือล่มง่าย คลื่นลมแรงจากวิกฤตโควิดพัดเรือเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นเศรษฐกิจมายาคติ ล่มลงหมด แต่เศรษฐกิจชุมชนเสมือนอยู่ในคลอง คลื่นลมสงบไม่พลอยล่มไปด้วย อีกตอนหนึ่งมีรับสั่งว่า "ใครจะว่าเชยก็ช่างเขา ขอให้เราพออยู่พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกัน" ๓ เศรษฐกิจชุมชนไม่เหมือนเศรษฐกิจข้างบน หรือเศรษฐกิจเมือง ซึ่งเป็นเรื่องเงินทองล้วนๆ แต่ชุมชนเป็นระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างคนกับคนและคนกับสิ่งแวดล้อม อะไรที่สมดุล ก็จะคงทนอยู่นานหรือยั่งยืน ชุมชนจึงยั่งยืนมาได้ถึง ๑๐,๐๐๐ ปี ต่างจากอารยธรรมเมืองในปัจจุบัน ซึ่งดำเนินมาได้ ๒ - ๓ ร้อยปี ก็วิกฤตแล้ววิกฤตอีก เพราะไม่ได้เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง ดังความเป็นชุมชน เศรษฐกิจชุมชนไม่ใช่เรื่องของเงินทองล้วนๆ แบบเศรษฐกิจเมือง แต่บูรณาการอยู่กับวิถี ชีวิตร่วมกันทั้งหมดที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหรือสมดุล ชุมชนที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการที่ทุกอย่างเชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน จึงเป็นสังคม ศานติสุข ฉะนั้น คำพูดว่า เศรษฐกิจชุมชน จึงหมายถึง สังคมสันติสุขด้วย ๔ # ๒ ## ชุมชนเข้มแข็ง คือ จุดแข็งของไทย ### ทิศทางอนาคตประเทศไทย จะต้องเริ่มจากจุดแข็งของเรา ทำอะไรจะสำเร็จก็ต้องเริ่มจากจุดแข็งของเรา ถ้าเริ่มจากจุดอ่อนก็จะอ่อนไปหมด เรา จะต้องเข้าใจตรงนี้ให้ดีๆ ที่จะพยายามทุ่มเทเงินทองมหาศาลไปกอบกู้เศรษฐกิจข้างบนให้กลับมา เหมือนเดิมคงจะไม่มีทาง นอกจากไม่สำเร็จแล้วยังจะก่อหนี้มหาศาลไว้ให้ลูกหลาน และผลกระทบ จากการผลักดันโครงการใหญ่ๆ ที่ไม่คุ้มค่า จะกลายมาเป็นปัญหาทางการเมืองพุ่งใส่รัฐบาล ต้องดูตัวอย่างระบบร่างกายของเรา ซึ่งเป็นระบบที่ดีที่สุดที่ธรรมชาติสร้างมา ระบบ ร่างกายประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากมาย และหลากหลายสุดประมาณ แต่จัดระบบเป็นอวัยวะ ต่างๆ และบูรณาการกันเป็นองค์รวม เมื่อเป็นองค์รวมคือความเป็นคน ก็มีคุณสมบัติใหม่อัน มหัศจรรย์เหนือวัตถุซึ่งเป็นส่วนประกอบ ### ระบบร่างกายอันวิจิตร เริ่มจากเซลล์เซลล์เดียว และเซลล์นี้ต้องมีความถูกต้องทุกประการ จึงสามารถแบ่งตัวถักทอกันขึ้นมาเป็นร่างกาย มนุษย์ที่ซับซ้อน วิจิตร และทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่มีใครแม้แต่พระเจ้า ที่จะสถาปนาระบบที่ซับซ้อนและวิจิตรอย่างร่างกายมนุษย์ลงไป จากข้างบน ถ้าพระเจ้าจะสร้างก็ต้องสร้างผ่านเซลล์เซลล์เดียวที่มีความถูกต้อง ฉันใด สังคม ก็ฉันนั้น สังคมข้างบนไม่สามารถสถาปนาความถูกต้องได้ เพราะตนเองก็มีความไม่ถูกต้อง ซึ่งรวม มายาคติต่างๆ เป็นเจ้าเรือนอยู่แล้ว แต่ชุมชนเป็นหน่วยย่อยพื้นฐาน คล้ายเซลล์ที่มีความถูกต้อง ๕ ชุมชนสามารถจัดระบบการอยู่ร่วมกันและเป็นสุขได้ง่าย ซึ่งโดยสรุปคือการอยู่ร่วมกัน อย่างสมดุลระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม ชุมชนที่สามารถจัดการการอยู่ ร่วมกันอย่างถูกต้องเป็นธรรม งดงาม และมีความสุข เรียกว่าชุมชนเข้มแข็ง มีหนังสือชื่อ "A World Waiting To Be Born" (โลกที่กำลังรอคอยที่จะเกิดขึ้น) โดย จิตแพทย์อเมริกันชื่อ Scott Peck คือ โลกแห่งชุมชนเข้มแข็ง ในหนังสือเล่มนี้ นายแพทย์เพค กล่าวว่า เมื่อชุมชนเข้มแข็ง ทุกคนมีความสุขประดุจบรรลุนิพพาน ทิศทางอนาคตประเทศไทยและของโลกหลังโควิด คือ โลกแห่งชุมชนเข้มแข็ง โดย ประกอบด้วยชุมชนที่สามารถจัดการการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขจำนวนมาก และพัฒนา ความสามารถในการจัดการชุมชนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถมีชุมชนขนาดใหญ่ที่อยู่ ร่วมกันอย่างสันติสมดุล ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคก็ต้องเชื่อมโยงกับการส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง ให้เศรษฐกิจ ชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็จะเกิดความสมดุลด้วยมีพลังด้วย ๖ # ๓ ## ธรรมจักรแห่งการขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง ธรรมจักร หมายถึง กงล้อแห่งธรรม หรือความถูกต้อง ธรรมจักรแห่งการขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งประกอบด้วย ๑. องค์กรชุมชนซึ่งมีสมรรถนะในการจัดการสูง ๒. ความสามารถในการวิเคราะห์รายรับรายจ่ายของชุมชน (วิเคราะห์เศรษฐกิจ) ๓. มีสถาบันการเงินของชุมชน ๔. มีมหาวิทยาลัยชุมชน หรือระบบการพัฒนากำลังคนที่เหมาะกับชุมชน ๕. มีระบบสุขภาพชุมชนที่ดี ๖. มีศาสนธรรมที่พัฒนาจิตใจให้สูงส่งดีงาม ศาสนธรรม วิเคราะห์เศรษฐกิจ องค์กรชุมชน สถาบันการเงิน มหาวิทยาลัย ระบบสุขภาพ การพัฒนาจิตใจ ## ธรรมจักรชุมชน จักรกลขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง การมีองค์กรชุมชนเข้มแข็ง สำคัญที่สุด คือ ความสามารถในการวิเคราะห์รายรับรายจ่ายของชุมชน จะทำให้ปรับพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค สถาบันการเงินของชุมชน เป็นเครื่องมือเชิงสถาบันของชุมชน ที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มหาวิชชาลัยชุมชน คือเครื่องมือจัดการการศึกษา หรือพัฒนาคนที่สอดคล้องกับสังคมเศรษฐกิจของชุมชน ๗ # เศรษฐกิจ ๑๐ ทิศของชุมชน ชุมชนสามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างหลากหลาย โดยอาจเรียกว่า เศรษฐกิจ ๑๐ ทิศ เพื่อสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ คือทุกครอบครัวมีรายได้ และมีรายจ่ายน้อยกว่า รายได้ทำให้มีเงินออม สัมมาชีพเต็มพื้นที่ (ไม่ใช่จีดีพี) เป็นดัชนีแห่งความร่มเย็นเป็นสุข และ ศีลธรรมอันดีงาม เศรษฐกิจ ๑๐ ทิศของชุมชน อาจมีได้ดังต่อไปนี้ ๑. ทำการผลิตอาหารอย่างพอเพียงแก่การบริโภคของชุมชน เหลือขาย โดยเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรผสมผสาน หรือเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารพิษ ๒. ทำพันธสัญญากับชุมชนเมืองในการส่งอาหารปลอดสารพิษ ให้คนในเมืองได้บริโภคอาหารเพื่อ สุขภาพ พลังผู้บริโภคจะกระตุ้นการเกษตรที่พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. ทำอุตสาหกรรมชุมชน เช่น การแปรรูปอาหาร การผลิตของกินของใช้ นวัตกรรมการผลิตจาก วัสดุธรรมชาติ ๔. ศิลปะการแสดงและการผลิตสินค้าศิลปหัตถกรรมที่สืบทอดทางวัฒนธรรม และที่คิดขึ้นใหม่ ๕. ขายอาหารและขนมอร่อยที่เป็นจุดเด่นของชุมชน ๖. ธุรกิจชุมชน รวมทั้งการส่งออก ดังที่บางชุมชนสามารถส่งข้าว หรือผลไม้ไปขายต่างประเทศ ๗. จัดการการท่องเที่ยวชุมชน ๘. พัฒนาพลังงานชุมชน ซึ่งจะทำให้สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น ๘ ๙. การช่างชุมชน ชุมชนพัฒนาฝีมือช่างทุกแขนงอย่างเต็มที่ เช่น ช่างไม้ ช่างไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ ช่างเครื่องยนต์กลไกทุกชนิด เช่น ซ่อมมอเตอร์ไซค์ ซ่อมรถยนต์ ช่างปลูกบ้าน สร้างสะพาน ซ่อมสร้างถนน ถนนผ่านตำบลใดตำบบนั้นควรดูแลรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ใน สภาพดี และได้รับการกระจายรายได้ ไม่ใช่กระจุกอยู่กับบริษัทใหญ่ๆ การมีวิชาช่างอย่าง เต็มที่จะทำให้ชุมชนหายจน ๑๐. ทุกตำบลควรมีศูนย์การแพทย์แผนไทยที่เป็นของชุมชน ให้บริการ ๓ อย่าง คือ นวดแผนไทย ประคบด้วยสมุนไพร ขายยาสมุนไพรที่พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์จริง นอกจากทำให้บริการ สุขภาพปฐมภูมิสมบูรณ์ขึ้น ยังเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน เช่น นวดแผนไทยถ้าทำ ดีๆ แม้แต่คนในเมืองหรือคนต่างประเทศก็ยอมรับบริการ สมุนไพรที่มีประโยชน์ถ้าพัฒนาให้ ครบวงจรจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล เช่น ขมิ้นชันเป็นยาแก้ปวดท้องดีกว่าอะลั่ม มิลค์ และมีสารเคอร์คิวมิน ซึ่งต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็งได้ ถ้านำมาใช้เป็นยาสามัญ ประจำบ้าน จะสร้างรายได้ให้เกษตรกร และการผลิตเป็นยาอย่างมหาศาล ยิ่งเรื่องกัญชาและ กระท่อมนำมาทำเป็นยา ถ้าทำดีๆ ชุมชนจะรวยไม่รู้โรย ดังนี้เป็นต้น ๑๑. เศรษฐกิจต้นไม้ ชุมชนควรปลูกไม้ยืนต้นให้เต็มพื้นที่ แต่ละต้นสามารถทำประโยชน์ได้ ๒ - ๓ หมื่นบาท วัตถุดิบจากต้นไผ่ ต้นกล้วย สามารถเอามาผลิตเป็นของใช้ได้นานาชนิด ระดับชาติ ต้องสร้างค่านิยมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อย่างที่เรียกว่า Green Economy จะเป็นมูลค่าทาง เศรษฐกิจมหาศาล ทั้งระดับชุมชนและระดับชาติ ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น โดยสรุปชุมชนมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างหลากหลาย หรือเศรษฐกิจ ๑๐ ทิศ อันจะ นำไปสู่อารยธรรมใหม่ ที่โมฮัมเหมดยูนุสได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เรียกว่า "โลกสาม ศูนย์" คือ ๑. การว่างงานเป็นศูนย์ ๒. ความยากจนเป็นศูนย์ ๓. การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ๙ ถ้าใช้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนอารยธรรมใหม่แห่ง "โลกสามศูนย์" เป็นไปได้แน่ๆ ขณะที่เศรษฐกิจจีดีพีแบบเดิมทำตรงข้าม ถ้าพิจารณาเศรษฐกิจ ๑๐ ทิศของชุมชน ดังกล่าวข้างต้นให้ดีๆ จะเห็นว่าเป็นฐานทาง เศรษฐกิจที่ใหญ่และมั่นคงมาก ถ้าพัฒนาบนฐานที่ใหญ่และมั่นคง เศรษฐกิจไทยจะใหญ่และมั่นคง ทั้งอยู่บนฐานของการพึ่งตนเอง และอยู่ในฐานะที่จะแข่งขันได้ดี บนฐานความเข้มแข็งของตนเอง ฉะนั้น ประเทศไทยไม่ได้หมดหวัง ตรงข้าม ประเทศไทยเต็มไปด้วยความหวัง เพราะมีจุดแข็งคือ ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ชุมชน ๑๐ # ๕ ## นโยบายและการถักทอประกอบเครื่องประเทศไทย ประเทศไทยมีทรัพยากรเพื่อการพัฒนามาก แต่ทรัพยากรเหล่านี้แยกกันอยู่เป็นส่วนๆ ไม่เข้ามาถักทอกัน หรือประกอบเครื่องให้สมบูรณ์ การแยกๆ กันก็เหมือนเครื่องหลุดออกเป็นส่วนๆ ถ้าเป็นรถยนต์หรือเครื่องบินเครื่องหลุด ก็ไม่สามารถวิ่งหรือบินไปสู่จุดหมายได้ เพราะฉะนั้น ที่สำคัญคือการประกอบเครื่องประเทศไทย ### บัดนี้เป็นโอกาส ในการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีทั้งหมด ๒๙ คน โดยแต่ละคนรับผิดชอบพื้นที่คนละ ๒ - ๓ จังหวัด นี้เป็นของใหม่และดี เท่ากับมีแม่ทัพไปนำการพัฒนาโดยเฉพาะพื้นที่เป็นตัวตั้ง ประเทศไทยพัฒนาโดยเฉพาะกรมเป็นตัวตั้งเรื่อยมา ทำให้พัฒนาอย่างบูรณาการไม่ได้ เพราะกรมตั้งขึ้นมาตามเรื่อง เช่น เรื่องดิน น้ำ ต้นไม้ ข้าว จึงพัฒนาแบบแยกส่วนเรื่อยมา คณะที่ร่วมคิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ได้พูดถึง AFP = Area - Function - Participation หรือการพัฒนาโดยเฉพาะพื้นที่เป็นตัวตั้ง ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่ในทางปฏิบัติไม่เกิดขึ้น การมีรัฐมนตรีไปรับผิดชอบทุกจังหวัด คือ โอกาสแห่งการพัฒนาอย่างบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยการถักทอกันของทุกฝ่าย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ควรจัดประชุมใหญ่ เรื่อง "รัฐมนตรีกับการพัฒนาอย่างบูรณาการในจังหวัด โดยเอาชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง" เพื่อเอื้ออำนวยการทำงานของรัฐมนตรี ๑๑ ๑. ให้เห็นภาพว่าจังหวัดโดยเฉลี่ยแล้วประกอบด้วย ๑๐ อำเภอ ๑๐๐ ตำบล ๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ๒. ในแต่ละอำเภอ นายอำเภอสามารถทำงานร่วมกับอบต. / เทศบาล ๑๐ ตำบล โดยส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งใน ๑๐๐ ชุมชน นายอำเภอสามารถส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายต่างๆ เพื่อการพัฒนา เช่น เครือข่ายระบบสุขภาพ เครือข่ายครู เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายนักธุรกิจ ฯลฯ เป็นการขับเคลื่อนภูมิพลัง หรือพลังแผ่นดินทั้งอำเภอเข้ามาร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนทั้งอำเภอ นายอำเภอ = นอภ. = นักอำนวยภูมิพลัง ไม่เป็นการยากที่จะมีนายอำเภอที่ดีๆ ๘๐๐ คนทั่วประเทศ ๓. รัฐมนตรีแต่ละท่านและโดยองค์คณะสามารถเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ให้ถักทอกัน เข้ามาสร้างความเข้มแข็งทางสังคมเศรษฐกิจเต็มพื้นที่ ๗๖ จังหวัด ๘๐๐ อำเภอ ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน เช่น หนึ่ง พอช. สสส. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง หรือเบญจภาคี ส่งเสริมองค์กรชุมชนที่มีสมรรถนะในการจัดการสูง (เขากำลังทำอยู่แล้ว) สอง ธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายให้ธนาคารทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ ๗,๐๐๐ สาขา ส่งเสริมสมรรถนะการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และการมีสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบลในทุกตำบล สาม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีนโยบายให้แต่ละจังหวัดมีอย่างน้อย ๑ มหาวิทยาลัย ที่รับผิดชอบในการส่งเสริมสนับสนุน การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การจัดการ เข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เต็มพื้นที่จังหวัด สี่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกสทช.สนับสนุนศักยภาพทางดิจิทัล เต็มพื้นที่จังหวัด เพื่อขจัดความยากจน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ๑๒ ห้า ภาคธุรกิจเข้าไปส่งเสริมสมรรถนะทางเศรษฐกิจ และเปิดพื้นที่ทางการค้าให้ชุมชน ฯลฯ ดูเศรษฐกิจ ๑๐ ทิศของชุมชน ก็จะเห็นว่าองค์กรใดจะเข้าไปสนับสนุนได้บ้าง ดังนี้ จะเกิดการถักทอหรือประกอบเครื่องประเทศไทยให้สมบูรณ์ เมื่อสมบูรณ์เป็นองค์รวม ถ้าเป็นเครื่องบินก็จะบินได้ ถ้าเป็นคนก็มีคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ต่างๆ ของความเป็นคน เหนือ วัตถุที่มาประกอบเป็นร่างกายของมนุษย์ การถักทอประกอบเครื่องประเทศไทย โดยเอาชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง จะนำไปสู่ ประเทศไทยที่มีความเป็นองค์รวม มีบูรณภาพและดุลยภาพเป็นแผ่นดินคานติสุข ประดุจ สวรรค์บนดิน ที่คนทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ อยู่ร่วมกันอย่างถูกต้องเป็นธรรม และ งดงาม ๑๓ PCET จุดแข็งของประเทศไทย ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

14 September 2020

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
10% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
10% Match
ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย
10% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• เศรษฐกิจ

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

14 September 2020

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้