hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่หลังวิกฤตโควิด เศรษฐกิจกระบวนทัศน์เก่าล่มสลายหมดทั้งโลก

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับวิกฤตโควิด 19 แสดงให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า โลกทั้งโลกเชื่อมโยงเป็นองค์รวมเดียวกัน โควิดระบาดจึงมีผลกระทบทั้งโลกในทุกมิติ กระบวนทัศน์ใหม่ทางเศรษฐกิจหลังโควิด จะสร้างอารยธรรมใหม่ที่ไปพ้นความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการขาดความเป็นธรรม โลกสามศูนย์ คือ ความยากจนเป็นศูนย์ การว่างงานเป็นศูนย์ การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ อย่างที่ยูนุสว่า เป็นอารยธรรมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้จริงๆ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่หลังวิกฤตโควิด ## เศรษฐกิจกระบวนทัศน์เก่าล่มสลายหมดทั้งโลก ### ประเวศ วะสี นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินที่เรียกว่ามืออาชีพ ล้วนเติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจ กระบวนทัศน์เก่า การจะใช้วิธีคิดที่ทำให้เกิดปัญญาไปแก้ปัญหาคงจะแก้ไม่ได้ อย่างที่ไอสไตน์ กล่าวไว้ อะไรที่ขาดเหตุผลรองรับที่หนักแน่นไม่อาจดำรงอยู่ได้ ระบบเศรษฐกิจเก่าจึงล่มสลายหมด ทั่วโลก ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์เก่า ถึงแม้จะอธิบายว่าสมเหตุสมผลเพียงใด กระทั่งมีผู้ได้รับ รางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์เพราะอธิบายได้สมเหตุสมผล ก็มีข้อบกพร่องอย่างฉกรรจ์ในทิฏฐิ ทิฏฐิ แปลว่า การเห็น ถ้าเห็นถูกต้อง เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ วิกฤตโควิด-19 แสดงให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า โลกทั้งโลกเชื่อมโยงเป็นองค์รวม เดียวกัน โควิดระบาดจึงมีผลกระทบทั้งโลกในทุกมิติ สรรพสิ่งล้วนเป็นส่วนขององค์รวมเป็นลำดับๆ ไป เหมือนร่างกายของเรา เซลล์เป็นองค์รวมของสสารประมาณ ๓๐๐ ล้านอนุ อวัยวะเป็น องค์รวมของเซลล์ ชีวิตหรือความเป็นคนเป็นองค์รวมของอวัยวะต่างๆ เมื่อมีความเป็นองค์รวมจะมีคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ผุดบังเกิด (emerge) ขึ้น ซึ่งไม่ เหมือนคุณสมบัติของส่วนย่อยที่เป็นองค์ประกอบ เช่น ชีวิตหรือความเป็นคนมีคุณสมบัติอัน มหัศจรรย์เหนือคุณสมบัติของสสารที่มาประกอบเป็นร่างกายมนุษย์ ๑ ปัญหาของการพัฒนาที่ผ่านมา คือ การคิดแบบแยกส่วน ทำแบบแยกส่วน ขาดการเห็น หรือสำนึกแห่งองค์รวม การคิดและทำแบบแยกส่วน ทำให้เสียบูรณภาพและดุลยภาพ หรือการ เสียสมดุล วิกฤตโลกก่อนโควิดระบาดคือการเสียสมดุลของสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และในตัว มนุษย์เอง เพราะการคิดและทำแบบแยกส่วน ## กระบวนทัศน์เก่าทางเศรษฐกิจ คือ กระบวนทัศน์แบบแยกส่วน ถ้าคิดแบบองค์รวมเหมือนร่างกายของเราเป็นองค์รวมหนึ่งเดียวกัน จะไปคิดว่าระบบ เศรษฐกิจคือการแข่งขันเสรี หรือระบบสร้างความมั่นคงไม่ได้ แต่จะต้องคิดว่าเป็นประดุจระบบสูบ ฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายโดยทั่วถึงเป็นธรรม (ถูกต้อง) จะปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายขาด เลือดไม่ได้ เพราะจะมีผลกระทบต่อร่างกายทั้งหมด ฉะนั้น ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่ที่คำนึงถึงองค์รวม ต้องเป็นระบบที่ทำให้ทุกส่วน ของสังคมได้รับสารและพลังงานอันจำเป็นแก่การมีชีวิต อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ทันกาลทันเวลา ไม่ใช่ระบบการแข่งขันเสรีหรือระบบสร้างความมั่งคั่ง เศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งใช้จีดีพีเป็นดัชนี แต่ระบบเศรษฐกิจแบบทั่วถึงเป็นธรรม ใช้การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นตัวชี้วัด ## ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่ ประกอบด้วยองค์ ๓ หรือ ๓ ระบบ ที่คล้องกันอยู่ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ทั่วถึงเป็นธรรม ๑ - ๒ - ๓ ดังนี้ ### ระบบเศรษฐกิจที่ ๑ ระบบเศรษฐกิจชุมชนภูมิคุ้มกัน ### ระบบเศรษฐกิจที่ ๒ ระบบเศรษฐกิจสังคมโลกสามศูนย์ แบบยูนุส * ความยากจนเป็นศูนย์ * การว่างงานเป็นศูนย์ * การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ ### ระบบเศรษฐกิจที่ ๓ ระบบเศรษฐกิจมหาคบนฐานที่มั่นคง ๑ และ ๒ ๒ $$ \begin{align*} \mathfrak{a} &= \text{ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่ที่ทั่วถึงเป็นธรรมประกอบด้วยองค์ ๓ ที่คล้องกันอยู่คือ} \\ \mathfrak{a}_1 &= \text{ระบบเศรษฐกิจชุมชนภูมิคุ้มกัน ๒ = ระบบเศรษฐกิจสังคมโลกสามศูนย์แบบยุนัส} \\ \mathfrak{a}_2 &= \text{ระบบเศรษฐกิจมหาคบบนฐานที่มั่นคง ๑ และ ๒} \\ \mathfrak{a}_3 &= \text{ดังจะขยายความดังต่อไปนี้} \end{align*} $$ ๓ # ๑. ระบบเศรษฐกิจชุมชนภูมิคุ้มกัน ประเทศไทยมีที่ดิน ๓๒๑ ล้านไร่ และสามารถผลิตอาหารได้เหลือกิน ต่างจาก สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ควรจะมีระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกัน ที่คนส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดมีที่ดินที่จะสร้างบ้าน อยู่ ทำเกษตรกรรมผลิตอาหารกินเองได้ โดยรัฐจัดที่ดินให้ชุมชนอย่างพอเพียง ที่สามารถทำเกษตร ทฤษฎีใหม่ มีกินอย่างพอเพียง เหลือขาย ให้คนที่ต้องการมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน มีครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง ความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัยและอาหารจะเป็นภูมิคุ้มกันให้คนไทย ไม่ว่าโลกจะผัน ผวนหรือวิกฤติอย่างไรๆ คนไทยก็จะไม่เป็นไร เพราะมีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ชีวิตไม่เดือดร้อนอย่างคน จนในสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจชุมชน นอกจากเกษตรกรรมผลิตอาหารดังกล่าวยังทำอื่นๆ ได้อีกกว่า ๑๐ ชนิด ดังที่เรียกว่า เศรษฐกิจ ๑๐ ทิศของชุมชน (ดูบทความเรื่อง "จุดแข็งของไทย : ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง" โดยผู้เขียน) ถ้าทำครบทั้ง ๑๐ กว่าชนิดดังกล่าว เศรษฐกิจชุมชนจะมั่ง คั่งมั่นคงมาก ความแข็งแรงของสังคมและเศรษฐกิจชุมชน ยังจะสามารถรองรับคนเมืองที่ประสบปัญหา วิกฤตเศรษฐกิจ หรือความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจเมือง ๔ ## ๒. ### ระบบเศรษฐกิจสังคมโลกสามศูนย์แบบยูนุส * ความยากจนเป็นศูนย์ * การว่างงานเป็นศูนย์ * การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ โมฮัมเหม็ดยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ชาวบังคลาเทศ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะที่ทำธนาคารเพื่อคนจน (Grameen Bank) ในหนังสือเล่มใหม่ของเขาชื่อ "โลกสามศูนย์" ซึ่งหมายถึง * ความยากจนเป็นศูนย์ * การว่างงานเป็นศูนย์ * การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ ว่าเป็นอารยธรรมใหม่ของมนุษยชาติ สามารถทำได้โดยสนับสนุนคนเล็กคนน้อย คนยากจนให้เป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นผู้สร้างงานเอง โดยไม่ต้องรอให้มีคนมาจ้าง ทำได้โดยสนับสนุนเงินกู้ยืมขนาดเล็ก (ไมโครเครดิต) เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการจัดการ เมื่อประชาชนเป็นผู้ประกอบการหรือสร้างงานเองโดยไม่ต้องรอให้มีใครมาจ้าง ความยากจนและการว่างงานจึงเป็นศูนย์ และการผลิตของเขาไม่ปล่อยมลภาวะเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ระบบเศรษฐกิจที่ ๒ ส่วนหนึ่งอาจจะซ้อนกับระบบที่ ๑ แต่จะเกี่ยวข้องกับคนจนเมืองทั้งหมด อาจเรียกระบบเศรษฐกิจนี้ว่าระบบเศรษฐกิจสังคมโลกสามศูนย์แบบยูนุส ระบบเศรษฐกิจที่ ๑ และที่ ๒ รวมกันจะสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ทั้งในชนบทและเมืองเป็นฐานความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จิตใจ และสังคม สร้างคุณภาพและสมรรถนะให้คนไทยทั้งประเทศ ๕ ## ๓. ### ระบบเศรษฐกิจมหภาคบนฐานความมั่นคง ๑ และ ๒ เดิมระบบเศรษฐกิจมหภาคอยู่บนฐานตลาดโลก โดยอาศัยเงินเป็นพาหะ ตลาดโลกและเงินที่เคลื่อนไหวรอบโลกด้วยความเร็วของแสง ไม่มีความมั่นคง ผันผวน และโกลาหลได้ง่าย อีกสามารถถูกทำให้บิดเบี้ยวโดยรายใหญ่ โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่ขาดจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ ระบบเศรษฐกิจมหภาคที่แล้วมาจึงขาดความมั่นคง วูบวาบ วิกฤตง่าย และไม่เป็นไปเพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ดังที่เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นอย่างสุดๆ ในระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่ที่ทั่วถึงเป็นธรรม ระบบเศรษฐกิจมหภาคย้ายฐานจากการพึ่งพิงตลาดโลก มาอยู่บนฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงในประเทศคือ ๑ และ ๒ ระบบเศรษฐกิจ ๑ และ ๒ จะสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ มีความแข็งแรงและมั่นคง ระบบเศรษฐกิจมหภาคควรเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ ๑ และ ๒ เชิงเกื้อกูลกัน กล่าวคือระบบเศรษฐกิจมหภาคเกื้อกูลให้ ๑ และ ๒ เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง ก็จะเกื้อกูลระบบเศรษฐกิจมหภาคด้วยกำลังผู้บริโภคขนาดใหญ่ทั้งประเทศและกำลังคนที่มีคุณภาพ ซึ่งไม่ตกอยู่ภายใต้ความเครียดจากการไม่พอกินไม่พอใช้ ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจมหภาคอยู่ในฐานะที่จะแข่งขันได้ดีขึ้น ในระบบใหม่นี้ ตลาดในประเทศเป็นฐาน ตลาดโลกเป็นทางเลือกแห่งโอกาส ไม่สุ่มเสี่ยงต่อความล่มสลายเหมือนเดิม ยูนิสเซื่อว่าโลกกำลังก้าวสู่อารยธรรมใหม่แห่งสามศูนย์ ซึ่งน่าจะเป็นความจริง เพราะสมเหตุสมผลมากกว่าอารยธรรมเก่า ๖ # วิธีการ ## พัฒนาอย่างบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง การพัฒนาที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาแบบแยกส่วนโดยเอากรมเป็นตัวตั้ง ต่อไปต้องพัฒนาอย่างบูรณาการโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง การที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบพื้นที่ ๒ หรือ ๓ จังหวัด เป็นโอกาสที่จะก้าวข้ามอุปสรรคที่ขวางกั้น ที่ทำให้พัฒนาโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งไม่ได้ รัฐมนตรีแต่ละคนและโดยองค์คณะ จะต้องระดมทรัพยากรสนับสนุนปฏิบัติการในพื้นที่ทุก อำเภอ และทุกตำบลในจังหวัดที่รับผิดชอบ ให้สามารถสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ในทุกหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ รวมทั้งในเมือง คณะรัฐมนตรีควรมีนโยบาย ๑ มหาวิทยาลัย / ๑ จังหวัด โดยใน แต่ละจังหวัดต้องมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อย ๑ มหาวิทยาลัย รับผิดชอบโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง โดย ระดมสรรพวิทยาและเทคโนโลยีสนับสนุนการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ รัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่ ๒ - ๓ จังหวัด คือ ยุทธศาสตร์แก้วิกฤตเศรษฐกิจ หาใช่มี อาชีพอย่างที่แสวงหาไม่ ซึ่งจะไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจด้วยกระบวนทัศน์เก่าๆ ได้ กระบวนทัศน์ใหม่ทางเศรษฐกิจหลังโควิด จะสร้างอารยธรรมใหม่ที่ไปพ้นความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการขาดความเป็นธรรม โลกสามศูนย์ คือ ความยากจนเป็นศูนย์ การว่างงาน เป็นศูนย์ การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ อย่างที่ยูนุสวา เป็นอารยธรรมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้จริงๆ - PQET ระบบเศรษฐกิจกระบวนทัศน์ใหม่หลัง วิกฤตโควิด เศรษฐกิจกระบวนทัศน์เท่าล่มสลายหมด ทั้งโลก ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
11% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
8% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
8% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• เศรษฐกิจ

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้