auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนำเสนอการเปรียบเทียบวิธีคิดตะวันตกกับพุทธ เกี่ยวกับวิธีคิดแบบตายตัวแยกส่วนกับวิธีคิดแบบกระแสของเหตุปัจจัย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
บนเส้นทางชีวิต ถักทอสร้างประเทศไทยในฝัน นพ.ประเวศ วะสี (เขียนเมื่อ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑) พุทธพัฒนา ความแตกต่างระหว่างวิถีคิดแบบตะวันตกกับวิถีคิดแบบพุทธ วิกฤตการณ์ทั่วโลกขณะนี้ มีผู้เรียกว่า เป็นวิกฤตอารยธรรมตะวันตก (Western civilization) เป็นวิกฤตการณ์ใหญ่ที่ยังมองไม่เห็นว่าจะแก้ไขให้สาเร็จได้อย่างไร เบื้องหลังที่ลึกที่สุดของอารยธรรมใดๆ ก็คือวิถีคิด ตะวัน ตก แม้จะเก่งกาจเพียงใด วิกฤตอารยธรรมตะวัน ตกน่ าจะบ่งว่า ลึกๆ แล้ ววิถีคิดแบบ ตะวันตกเป็นปัจจัยหลักของวิกฤตการณ์ ประเทศไทยก็ประสบวิกฤตการณ์เรื้อรัง ส่วนหนึ่งก็เป็นปรากฏการณ์ร่วมของวิกฤตอารยธรรม ตะวันตก ในฐานะที่เป็นเมืองพุทธ น่าจะลองทบทวนทาความเข้าใจวิถีคิดแบบพุทธ และใคร่ครวญดู ว่าจะนามาสู่การพัฒนาวิถีพุทธ หรือพุทธพัฒนาได้อย่างไรหรือไม่ เปรียบเทียบวิถีคิดตะวันตกกับพุทธ วิธีคิดแบบตายตัวแยกส่วนกับวิธคี ิดแบบกระแสของเหตุปัจจัย อาริยพัฒนา หมูป่าโมเดล จุดเปลี่ยนมนุษยชาติ ในทางพุทธนั้น ไม่ถือว่าความคิดเป็นก้อนสาเร็จรูปตายตัว คือไม่ได้เป็นก้อนๆ แต่ขึ้นกับเหตุปัจจัยอันหลากหลายชั่วขณะใดขณะหนึ่ง เหตุปัจจัยแต่ละขณะไม่เหมือนกัน สรุปว่า ความคิดไม่ใช่อะไรที่ตายตัว ขึ้นกับเหตุปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากาหนด เช่น สิ่งแวดล้อม การ งาน สถานการณ์ ฯลฯ สถานการณ์ทีมฟุตบอลหมูป่า ๑๓ คน ที่ติดอยู่ในถ้าที่เชียงรายและกระบวนการช่วยเหลือให้ออก จากถ้าเป็นเรื่องที่โด่งดัง มีผู้คนรู้เห็นทั่วประเทศและทั่วโลก จึงเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์จะได้เรียนรู้ ตัวอย่างของวิถีคิดและพฤติกรรม ~๑~ กาลังพูดถึงการทาภาพยนตร์เหตุการณ์นี้กัน ผู้ผลิตภาพยนตร์อย่าเสียโอกาสที่จะทาความเข้าใจ ปั จจัย ของความส าเร็ จของหมู ป่ าโมเดล เพราะโลกทั้ งโลกก าลั งติด อยู่ ในความไม่ ส าเร็ จ ที่ จ ะออกจาก วิกฤตการณ์ที่มีความซับซ้อนและยาก การช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้าเป็นเรื่องที่ยากสุดๆ เรื่องหนึ่ง จึงควรเรียนรู้ว่าทาให้สาเร็จได้อย่างไร ปัจจัยของความสาเร็จมีอย่างน้ อย ๘ ประการ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็ นมรรค ๘ แห่งความสาเร็จ มี ดังต่อไปนี้ บริห ารจัด การ ไม่ใช่โดยอานาจรวมศูนย์ ซึ่งอยู่ห่างไกลสถานการณ์จริง อัน จะทาให้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ จึงไม่ได้ผลระบบราชการเป็น โดยคนในพื้นที่ ระบบบริหารที่รวมศูนย์อานาจ จึงมีผลสัมฤทธิ์ต่า สิ้นเปลืองมาก ซึ่งเผชิ ญอยู่กับสถาน- และก่อความขัดแย้ง มีตัวอย่างในการต่อสู้ของกองทัพคอมมิวนิสต์จีน เมื่อเริ่มต้น การณ์จริงเฉพาะหน้า บัญชาการโดยปัญญาชนจีนจากมอสโก ปรากฏว่า แพ้ยับเยิน ต่อเมื่อเหมาเจ๋อตุง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เป็นผู้บัญชาการรบ จึงชนะเรื่อยมา เรื่องการช่วยเหลือทีมหมูป่าเป็นการดีที่หน่วยเหนือส่วนกลางไม่เข้าไปบัญชาการ ถ้าเป็นอย่างนั้น เด็กจะไม่รอดชีวิต เราจะต้องจาหลักการนี้มาใช้กับเรื่องอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็คือ การกระจายอานาจให้พื้นที่เป็น ผู้บริหารจัดการ มีการรวมใจเป็น นั่นคือช่วย ๑๓ ชีวิตให้รอด ตามปกติ บุคคลและองค์กรจะมีใจกระจัดกระจายไปคนละ หนึ่งเดียว หรือมี ทางสองทาง ไปตามความคิด ตามผลประโยชน์ ตามระบบระเบียบ ความมุง่ มั่นร่วมกัน การขาดความมุ่งมั่นร่วมกันไม่เป็นพลังแห่งความสาเร็จ กรณี หมูป่านี้ ทั้งหมดรวมใจเป็นหนึ่งเดียว หรือมีความมุ่งมั่นร่วมกัน จึงมี พลังมาก มีการรวมพลัง ไม่ ว่ า จะเป็ น ทหาร ต ารวจ พลเรื อ น ประชาชน ไม่ มี ก าร แบ่งแยก ไม่มีซ้ายมีขวา มีเหลืองมีแดง มีชนชั้นใดๆ ก้าวข้ามความ ตามปกติ ราชการมีกฎระเบียบและขั้นตอนมากมาย ทาให้เกิด แบ่งแยกทุกประเภท การแบ่งแยก มักถือความเป็นทางการ ไม่สนใจความไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความคล่องตัวมากกว่า และอาจมีการแบ่งแยกตามอุดมการณ์ ในกรณี ห มูป่ า มีการรวมพลังก้าวข้ามความแบ่ งแยกทุกประเภท ไม่มีใครมาถามว่า “คุณ ได้รั บ อนุมตั ิจากต้นสังกัดหรือยัง” ~๒~ ถ้าจะมีใครถาม ชาวบ้านก็จะรังเกียจว่า “เชยเต็มที” จะต้องร่วมกันช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้เร็วที่สุด คุณยังจะมาถามเรื่องการขออนุมัติหาพระแสงอันใด แสดงว่าในความเป็นทางการ (formal) นั้น เน้น form หรือรูปแบบมากกว่าสาระ ในสถานการณ์คับขันเรื่องช่วยทีมหมูป่า ไม่มีใครยึดถือรูปแบบแล้ว แต่มุ่งสาระมากกว่า คือทาทุก อย่างที่สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีประโยชน์ จึงเกิดการรวมพลังก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกประเภท ไม่ คิดเชิงปฏิปักษ์ (Antagonistic) มายาคติอย่างหนึ่งที่ทาให้ประเทศไทยไม่มีพลังก็คือ การถือว่าความเป็นทางการสาคัญกว่าความไม่ เป็นทางการ อันที่จริง ความไม่เป็นทางการมีมาก่อน ใหญ่กว่า สอดคล้องกับความเป็นจริง และคล่องตัว มากกว่า เพื่อจะมีพลังหลุดออกจากวิกฤตต่างๆ ประเทศไทยจะนาความไม่เป็นทางการมาใช้ให้มาก การเรียนรู้ร่วม- การเรียนรู้ของเรามักเป็นการเรียนรู้โดยท่องจาวิชา และใน การทางานก็มักใช้ความรู้สาเร็จรูปตามที่เรียนมา โดยไม่เรียนรู้ใน กัน ในการปฏิบัติ การปฏิบัติ ในสถานการณ์ จริ ง ในสถานการณ์จริง ทาให้ การพัฒ นาและการแก้ปัญหาไม่ (Interactive learning ได้ผล เพราะในสถานการณ์จริงแต่ละเรื่องมีความจาเพาะ ซับซ้อน through action) และพลิกผัน ถ้าไม่เรียนรู้ในสถานการณ์จริง ก็จะไม่เข้าใจความจริง เมื่อไม่เข้าใจความจริงก็ทาให้ถูกต้องไม่ได้ ในสถานการณ์จริง ดังในกรณีการช่วยทีมหมูป่า มีบุคคลและองค์กรเกี่ยวข้องมากมายหลายฝ่าย ทุกคนและทุกฝ่ายล้วนเป็นปัจจัยต่อความสาเร็จ หรือความล้มเหลว ใครจะไปเก่งคนเดียวเป็นฮีโร่อยู่ก็ไม่ สาเร็จ จึงต้องมีการเรียนรูร้ ่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง จึงเป็นการเรียนรู้ที่ทรงพลังยิ่ง และช่วยให้ ฝ่าความยากไปสู่ความสาเร็จ การเรี ย นรู้ ร่ ว มกั น ในการปฏิ บั ติ ท าให้ เ กิ ด ปั ญ ญ าร่ ว ม (Collective wisdom) นวั ต กรรม อัจฉริยภาพกลุ่ม (Group genius) เป็นพลังทางปัญญามหาศาล ลองสังเกตข้อนี้ดูให้ดีๆ เถิดครับ ด้วยใจเปิดกว้าง มุ่งมั่นช่วยชีวิต จึงแสวงหาความเชี่ยวชาญ แสวงหาและใช้ และเทคโนโลยีที่ตรงประเด็น ปั ญ หามาใช้อย่างเต็มที่และรวดเร็ ว เทคโนโลยีที่ตรง ดังที่มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศเข้าร่วม ไม่มีการถือเขาถือเรา บางแห่ง บางประเทศ บางคน บางสถานการณ์ มีความคิด ประเด็นปัญหาจากทั้ง เชิงชาตินิยม : ฉันเก่งกว่าคนอื่น มึงไม่ต้องมายุ่ง แบบนี้ไม่ถือว่าเอา ในและต่างประเทศ การช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เป็น ตัวตั้ง แต่เอาอัตตาของตนนั่นแหละ เป็นตัวตั้ง การทาเพื่อเพื่อนมนุษย์ต้องมีหัวใจเปิดกว้าง ~๓~ ผู้ประสานงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายขณะนั้น เป็นผู้มีความสามารถ ในการจัดการสูง เข้าใจองค์รวมของทั้งหมด สามารถสื่อสารความเป็น สามารถยึดกุม เอกภาพท่ามกลางความหลากหลายของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ภาพองค์ รวมและสื่ อ - นี้ คื อ อิ ท ธิ ปั ญ ญา หรื อ ปั ญ ญาที่ ท าให้ เ กิ ด ความส าเร็ จ สารสร้ า งความเป็ น ปัญญาในการจัดการมีน้อยในสังคมไทย เพราะการศึกษาแบบท่อง เอกภาพ ท่ ามกลาง วิชา ทาให้กรณีจัดทการไม่ เป็น ีมหมูป่าติดถ้านี้ ถ้าจัดการโดยอานาจรวมศูนย์ หรือ ความหลากหลาย โดยคนในพื้นที่ ซึ่งจัดการไม่เป็น ทั้ง ๑๓ ชีวิตจะไม่รอด ไม่มีใครเห็นแก่ตัว ทุกคนทาด้วยความเสียสละ ยอมเสียเงิน หัวใจของความ ส่วนตัว ยอมให้ที่นาของตนเสียหาย ถ่อมตัวยกย่องผู้อื่น ต้องการ เป็นมนุษย์ ช่วยเพื่อนมนุษย์ให้รอดชีวิตอย่างเดียว นี่คือหัวใจของความเป็นมนุษย์ คือ เมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่ มีในหัวใจของมนุษย์ทุกคน แต่ถูกกลับฝังเสียด้วยกระแสอานาจและมายาคติต่างๆ แต่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ธรรมชาตินี้จึงแสดงออกมาจากใจของทุกคน ปรากฏให้เห็นว่า หัวใจ ของความเป็นมนุษย์เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ เป็นพลังที่เหนือ อานาจ เงิน กฎหมาย และข้อจากัดต่างๆ สังคมทุกวันนี้ ผู้คนทั้งหมดก็เสมือนติดอยู่ในถ้า หาทางออกไม่ได้ ในท่ามกลางวิถีทางต่างๆ ต้องคานึงถึงพลังแห่งหัวใจของความเป็นมนุษย์ มี ก ารสื่ อ สาร กรณีช่วยทีมหมูป่าติดถ้าที่เชียงราย มีการสื่อสารให้รับรู้กัน ให้รับรู้กันอย่าง อย่างทั่วถึง ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ยิ่งกว่าละครเรื่องบุ พเพสัน นิ วาสในระดับ ประเทศ และยิ่ง ทั่ ว ถึ ง เกิ ด ความเป็ น กว่าข่าวฟุตบอลโลกในระดับโลก การมีคนรับรู้กันทั่วถึง ทาให้เกิด สาธารณะ ความเป็นสาธารณะ ความเป็นสาธารณะ คือความสว่าง ในความมืด คนกล้าทาไม่ดี แต่ในความสว่าง ยากที่จะเห็นแก่ตัว (It is very difficult to be selfish in front of the public) ไปอ้อนวอนหรือสั่งสอนให้คนทาดีนั้นยาก แต่ถ้าทาให้เป็นสาธารณะหรือสังคมสว่าง ผู้คนไม่กล้าทา ผิด ฉะนัน้ จะเห็นว่า ท่ามกลางความสว่างที่สาดส่องที่เชียงราย ไม่มีใครกล้าทาผิด แต่มีคนเผลอไปถามว่า “คุณได้รับอนุมัติจากใคร” ก็ยังต้องรีบหดหัว หรือกรณีคุณณรงศักดิ์ (ผู้ว่า เชียงรายขณะนั้น) ความเป็นสาธารณะก็เป็นภูมิคุ้มกันให้ท่านจากโครงสร้างอานาจ ซึ่งอาจทาร้ายท่านได้ เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ทาให้ข่าวสารสามารถรับรู้กันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ถ้าใช้ให้เกิด ความเป็นสาธารณะในเรื่องต่างๆ จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ~๔~ รวม ๘ ข้ออาจเรี ยกว่า มรรค ๘ แห่ งความส าเร็จ หรืออาริยพั ฒ นา หมูป่ า โมเดล ที่ เรีย กว่า “อาริยพัฒนา” เพราะในมรรค ๘ แห่งความสาเร็จมีความอาริยะอยู่หลายอย่าง จึงจะยกมาให้ดู ๓ อย่าง ซึ่ง อาจเรียกว่า ไตรอาริยะ คือ... ๑. หัวใจของความเป็นมนุษย์ ๒. การไม่คิดเชิงปฏิปักษ์ (Antagonistic) ๓. การรวมพลังก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกชนิด ลองพิจารณา ๓ ข้อนี้ให้ดีๆ แค่คิดก็มีความสุขและมีพลังแล้ว โดยทั่วไป มนุษย์ถูกมายาคติต่างๆ ในรูปของกฎหมาย กฎ ระเบียบ ความเป็น ทางการ อานาจ ผลประโยชน์ ทฤษฎีทางวิชาการ บดบัง สัจจะแห่งความเป็นมนุษย์ ท าให้ ไม่ ใช้ หั ว ใจของความเป็ น มนุ ษ ย์ คิ ด เชิ งปฏิ ปั ก ษ์ แบ่ งแยก แบ่ งข้ า ง แบ่ งขั้ ว นาไปสู่การไม่มีพลัง แต่ในกรณีปัญหาฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่ติดอยู่ในถ้า ธรรมชาติที่แท้ของความเป็นมนุษย์ ก้าวข้ามมายาคติดังกล่าวทั้งหมด ทาให้เกิดอาริยพลังอันมหาศาล ความจริงนี้แสดงต่อหน้าคนทั้งโลกว่า ธรรมชาติที่แท้ของความเป็นมนุษย์นั้นมีความดี แต่มายา คติต่างๆ นั้น กักขังคนทั้งปวงให้ติดอยู่ในถ้า ขาดอิสรภาพและขาดพลัง กรณีช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้าที่เชียงราย ประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ เป็ นจุดสาคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่ให้ วิธีคิดใหม่ว่า...ในตัวมนุษย์นั้นมี อาริยพละ ซึ่งอยู่บ น พื้นฐานของสัจจะแห่งความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่จริงในคนทุกคน ประดุจเป็นพลังนิวเคลียร์ในตัวมนุษย์ ถ้าช่วยกันเผยแพร่สร้างความเข้าใจสัจจะข้อนี้สู่มวลมนุษย์ ด้วยวิธีต่ างๆ รวมทั้งภาพยนตร์เรื่องหมู ป่ า ซึ่ ง จะฉายไปทั่ ว โลก จะไม่ มี ค รั้ ง ใดอี ก แล้ ว ที่ ม นุ ษ ย์ ทั้ ง โลกมี โ อกาสที่ จ ะเกิ ด จิ ต ส านึ ก ใหม่ (New consciousness) แห่งการเกิดสานึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพในความเป็นมนุษย์ของตนเอง หลุดจากการถูก จองจาในมายาคติ บรรลุความจริง อิสรภาพ และความสุขอันประณีต เกิดไมตรีจิตอัน ไพศาลต่อเพื่ อนมนุ ษย์และสรรพสิ่ ง สามารถรวมพลั งก้าวข้ามการแบ่ งแยกทุ ก ประเภท เกิดพลั งสร้ างสรรค์มหาศาล ทะลุ ความยากนานาประการไปสู่ การอยู่ร่ว มกัน อย่างสมดุ ล ทั้ ง ระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รัฐบาลไทยและประเทศไทยควรใช้หน้าต่างแห่งโอกาสนี้ให้ดีที่สุด ~๕~ พูทธพัฒนา: ความแตกทกต่างระพว่างวิถีคิดแบบ ๒-- --๓ >--ฯ2 ตะ วันตททับวิดีคิดแบบพุทธ | ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
จิตใจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การฆ่าตัวตาย
history_eduหมวดหมู่
จิตใจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้