auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทบรรณาธิการนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการทําให้ประเทศไทยเย็นลงเป็นเรื่องใหญ่และยาก ไม่มีใครทําได้ นอกจากคนไทยทั้งประเทศต้องรวมใจกันทํา ประเทศไทยมีเนื้อที่ 321 ล้านไร่ ย้อนหลังไป 50-60 ปี เราเคยมีเนื้อที่เป็นป่ากว่า 220 ล้านไร่ หรือกว่า 60% ของพื้นที่ เราต้องทําให้แผ่นดินประเทศไทยมีต้นไม้ปกคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือ 160 ล้านไร่เพราะแนวคิดการมีป่าไม่ใช่การ “ปลูก” แต่อยู่ที่การ “รักษา”
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี # คนไทยรวมใจทำให้ประเทศไทยเย็นลง หน้าร้อน ปี พ.ศ.๒๕๕๙ ประเทศไทยร้อนสุด ๆ ถ้าปีต่อไปยังร้อนขึ้นไปอีก ๆๆ เราจะอยู่กันอย่างไร การทำให้ประเทศไทยเย็นลงเป็นเรื่องใหญ่และยาก ไม่มีใครทำได้ นอกจากคนไทยทั้งประเทศต้องรวมใจกันทำ ประเทศไทยมีเนื้อที่ ๓๒๑ ล้านไร่ ย้อนหลังไป ๕๐-๖๐ ปี เราเคยมีเนื้อที่เป็นปากว่า ๒๒๐ ล้านไร่ หรือกว่า ๖๐% ของพื้นที่ ประเทศใดประเทศหนึ่งธรรมชาติจะได้สมดุล ต่อเมื่อมีพื้นที่เป็นป่าไม่น้อยกว่า ๕๐% แต่บัดนี้เราทำลายป่าของเราไปเหลือเพียง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่เพียงพอที่จะรักษาความสมดุล เกิดเภทภัยทั้งน้ำท่วม แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ อากาศร้อน เราต้องทำให้แผ่นดินประเทศไทยมีต้นไม้ปกคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือ ๑๖๐ ล้านไร่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ภาคธุรกิจได้รณรงค์ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ หมดงบประมาณไปกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ความเป็นป่าก็ไม่เกิด เพราะแนวคิดการมีป่าไม่ใช่การ "ปลูก" แต่อยู่ที่ การ “รักษา" ถ้ามีการปลูกแต่ไม่มีการรักษา ป่าก็ไม่คง พระเจ้าอยู่หัวเคยมีพระราชกระแสว่ากรมป่าไม้ไม่มีทางรักษาป่า เพราะจะมีเจ้าหน้าที่สักกี่คนที่จะต่อต้านคนที่ทำลายป่าได้ (ตอนนี้ผมพูดเอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดี ๆ ไม่ถูกฆ่าตาย ก็ฆ่าตัวตายแบบคุณสืบ นาคะเสถียร เพราะไม่สามารถ รักษาป่าได้) มีพระราชกระแสว่า ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ปลูกป่า เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากป่า และเป็นผู้รักษาป่า การรักษาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อประชาชนได้รับประโยชน์จากการปลูกต้นไม้ ฉะนั้นวิธีจะสร้างป่า และความชุ่มชื้นให้ กลับคืนมา คือ ๑. จัดที่ดินทำกินและอยู่อาศัยให้ประชาชนจำนวนมากที่สุด ครอบครัวละ ๒-๓ ไร่ก็พอกิน เพราะถ้าทำเกษตร พอเพียงตามแนวพระราชดำริ ที่ ๒-๓ ไร่ก็เหลือกินเหลือใช้ ประชาชนจะหายยากจนถ้วนหน้า และเป็นฐานที่จะทำ เรื่องดี ๆ ๒. ขุดสระน้ำประจำครอบครัว ค่าจ้างขุด ๑.๕-๓ หมื่นบาท ให้กักเก็บน้ำได้ทั้งปี จะกักเก็บน้ำปริมาณมาก กระจายทั่วประเทศ สามารถเลี้ยงปลา ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกไม้ยืนต้น (เช่น ยางนา ไม้สัก สร้างความเป็นป่าให้กลับ คืนมา ๓. ส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ แล้วเอาขายฝากธนาคารต้นไม้ ที่ ธกส. ดำเนินการ จะเกิดป่าเต็มประเทศ และ สามารถเลือกตัดมาทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หายจนกันหมดทั้งประเทศ ทั้งหายจนทั้งมีต้นไม้มากและต้นน้ำลำธารกลับคืนมา ก็จะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งเย็นใจและเย็นอากาศ ประเวศวะสี ## ขอบคุณ ผู้เขียนทุกท่านที่ช่วยเยียนเป็นวิทยาทาน * บทความที่ดีพิมพ์ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ยินดีที่จะให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานสู่ประชาชน แต่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ชื่อผู้เขียน (ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์) ไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการค้า * ข้อความโฆษณาใด ๆ ที่ดีพิมพ์ในนิตยสารหมอชาวบ้านเป็นไปตามเงื่อนไขทางธุรกิจการค้า คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี # คนไทยรวมใจทำให้ประเทศไทยเย็นลง หน้าร้อน ปี พ.ศ.๒๕๕๙ ประเทศไทยร้อนสุดๆ ถ้าปีต่อไปยังร้อนขึ้นไปอีกๆๆ เราจะอยู่กันอย่างไร การทำให้ประเทศไทยเย็นลงเป็นเรื่องใหญ่และยาก ไม่มีใครทำได้ นอกจากคนไทยทั้งประเทศต้องรวมใจกันทำ ประเทศไทยมีเนื้อที่ ๓๒๑ ล้านไร่ ย้อนหลังไป ๕๐-๖๐ ปี เราเคยมีเนื้อที่เป็นปากว่า ๒๒๐ ล้านไร่ หรือกว่า ๖๐% ของพื้นที่ ประเทศใดประเทศหนึ่งธรรมชาติจะได้สมดุล ต่อเมื่อมีพื้นที่เป็นป่าไม่น้อยกว่า ๕๐% แต่บัดนี้เราทำลายป่าของเราไป เหลือเพียง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่เพียงพอที่จะรักษาความสมดุล เกิดเภทภัยทั้งน้ำท่วม แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ อากาศร้อน เราต้องทำ ให้แผ่นดินประเทศไทยมีต้นไม้ปกคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือ ๑๖๐ ล้านไร่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ภาคธุรกิจได้รณรงค์ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ หมดงบประมาณไปกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ความเป็นป่าก็ไม่เกิด เพราะแนวคิดการมีป่าไม่ใช่การ "ปลูก" แต่อยู่ที่ การ “รักษา" ถ้ามีการปลูกแต่ไม่มีการรักษา ป่าก็ไม่คง พระเจ้าอยู่หัวเคยมีพระราชกระแสว่ากรมป่าไม้ไม่มีทางรักษาป่า เพราะจะมี เจ้าหน้าที่สักกี่คนที่จะต่อต้านคนที่ทำลายป่าได้ (ตอนนี้ผมพูดเอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดีๆ ไม่ถูกฆ่าตาย ก็ฆ่าตัวตายแบบคุณสืบ นาคะเสถียร เพราะไม่สามารถรักษาป่าได้) มีพระราชกระแสว่า ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ปลูกป่า เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากป่า และเป็นผู้รักษาป่า การรักษาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อประชาชนได้รับประโยชน์จากการปลูกต้นไม้ ฉะนั้นวิธีจะสร้างป่า และความชุ่มชื้นให้ กลับคืนมา คือ ๑. จัดที่ดินทำกินและอยู่อาศัยให้ประชาชนจำนวนมากที่สุด ครอบครัวละ ๒-๓ ไร่ก็พอกิน เพราะถ้าทำเกษตร พอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ที่ ๒-๓ ไร่ก็เหลือกินเหลือใช้ ประชาชนจะหายยากจนถ้วนหน้า และเป็นฐานที่จะทำเรื่องดีๆ ๒. ขุดสระน้ำประจำครอบครัว ค่าจ้างขุด ๑.๕-๓ หมื่นบาท ให้กักเก็บน้ำได้ทั้งปี จะกักเก็บน้ำปริมาณมาก กระจาย ทั่วประเทศ สามารถเลี้ยงปลา ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกไม้ยืนต้น (เช่น ยางนา ไม้สัก สร้างความเป็นป่าให้กลับคืนมา) ๓. ส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ แล้วเอาขายฝากธนาคารต้นไม้ ที่ ธกส. ดำเนินการ จะเกิดป่าเต็มประเทศ และสามารถเลือก ตัดมาทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หายจนกันหมดทั้งประเทศ ทั้งหายจนทั้งมีต้นไม้มากและต้นน้ำลำธารกลับคืนมา ก็จะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งเย็นใจและเย็นอากาศ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สิ่งแวดล้อม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ป่าไม้
history_eduหมวดหมู่
สิ่งแวดล้อม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้