auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงทางการเมือง และการก่อรัฐประหาร รวมทั้งพัฒนาประเทศไทยไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นเรื่องของคนไทยทุกภาคส่วน
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# การป้องกันความรุนแรงและรัฐประหารหลังเลือกตั้ง ๒๕๖๐ ## ประเวศ วะสี ๑. ทำอย่างไรจะไม่หวนกลับไปเป็นเหมือนก่อน ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลายคนวิตก กังวลว่าหลังเลือกตั้ง ๒๕๖๐ การเมืองจะหวนกลับไปเหมือนก่อนรัฐประหาร คือมีความ ขัดแย้งรุนแรง เพราะปัจจัยเดิม ๆ ก็ยังอยู่ครบทุกอย่าง ถ้าเกิดความรุนแรงอีกก็จะมีรัฐประหาร อีก รัฐประหารแล้วก็แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ วนเวียนซ้ำซากเป็นวงจรอุบาทว์ คนไทยทุก ฝ่ายควรป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง และไม่ให้มีรัฐประหารอีก โดย (๑) พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล ตั้งอยู่ในความถูกต้อง ไม่โกงกิน และ เลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมือง สังคมต้องช่วยกันกดดันสนับสนุน ให้พรรคการเมืองมีความเป็นสถาบัน ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะไม่เกิดความรุนแรง และ รัฐประหารก็เป็นไปไม่ได้ (๒) หากมีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลควรเป็นไปด้วยสันติวิธีและภายในกรอบของกฎหมาย เรียกร้องผ่านระบบรัฐสภา รัฐสภาตอบสนองต่อการเรียกร้องตามกระบวนการ ประชาธิปไตยดีกว่ากองทัพ ในกรณีสุจินดาเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ เมื่อมีการประท้วงใหญ่ รัฐสภาชุดเดิมกับที่เลือกสุจินดาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็สนองตอบต่อมติมหาชน เช่นเดียวกับรัฐสภาเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒ เมื่อมีการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุด ซอย เมื่อมีการประท้วงใหญ่จากหลายฝ่าย รวมทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลด้วย ทั้ง สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแม้มีเสียงข้างมากเด็ดขาดก็ยอมถอย แสดงว่ารัฐบาลมี ความไวต่อมติมหาชน ถ้าสังคมใช้ข้อมูลใช้ความรู้และวิเคราะห์สังเคราะห์เป็น ข้อเสนอหรือข้อเรียกร้องที่มีคุณภาพ ระบบรัฐสภาก็จะยกระดับคุณภาพขึ้นด้วย เป็น ประชาธิปไตยที่สันติและสร้างสรรค์ ไม่เกิดความรุนแรง (๓) หากพลาดพลั้งเกิดความรุนแรงทางการเมืองด้วยเหตุใดก็ตาม และกองทัพต้องเข้ามา ระงับความรุนแรง กองทัพควรทำแต่ระงับความรุนแรง ไม่ควรมียึดอำนาจ และเข้ามา บริหารประเทศเสียเอง กองทัพน่าจะมีบทเรียนแล้วว่าการบริหารประเทศนั้นยากกว่า การยึดอำนาจมหาศาล และมีผลทางลบตามมาอย่างมหาศาล เช่น การเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ การต้องเผชิญกับการต่อต้านทั้งในและนอกประเทศ ฯลฯ ควรให้เป็นเรื่องของระบบรัฐสภาที่จะแก้วิกฤติชาติ ๒. อย่ามีแต่การต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น ต้องพัฒนาประเทศไทยไปด้วย ถ้ามีแต่การต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น ไม่ว่าฝ่ายใดชนะหรือไม่มีฝ่ายใดชนะเสียมากกว่า ถ้าประเทศไม่มีสมรรถนะในการจัดการพัฒนาประเทศ จะนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายและรุนแรง ดูตัวอย่างที่เรียกว่าอาหรับสปริงส์ก็ได้ ที่มีการล้มรัฐบาลได้แต่ไม่สามารถบริหารจัดการบ้านเมืองได้ประเทศมีความสับสนวุ่นวายและรุนแรงต่อไปอีก เพราะฉะนั้นการต่อสู้ทางการเมืองแม้จะมีต่อไป แต่อย่าให้มีแต่เรื่องนั้นเท่านั้น คนไทยทุกฝ่ายควรจะทำการพัฒนาประเทศไทยไปด้วยในด้านต่างๆ เช่น ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจฐานราก การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรและมีการใช้อย่างเป็นธรรม การศึกษาคุณภาพเด็กและเยาวชน การสื่อสารเพื่อการพัฒนา ฯลฯ การพัฒนาประเทศไทยจะไปช่วยให้การเมืองดีขึ้นด้วย ๓. สังคมไทยต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหลาย อย่าเสี้ยมปลายให้เหลือสองแล้วปะทะกัน สังคมไทยปัจจุบันมีความหลากหลายมาก ความหลากหลายเป็นของดี เพราะพหุนิยมทำให้ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเอกนิยม ฉะนั้นควรส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหลาย อย่าเสี้ยมปลายให้เหลือ ๒ ขั้ว แล้วเข้าปะทะกัน ในทางพระพุทธศาสนานั้นรังเกียจส่วนสุด (อันตา) หรือความสุดโต่ง ๒ ขั้ว ดังที่ในธัมมจักกัปปวัตนสูตร ประโยคแรกก็เริ่มโดยกล่าวว่า เทฺว เม ภิกฺขเว อันตา = ส่วนสุดทั้งสองภิกษุ (ไม่ควรเสพ) นี้เป็นที่มาของทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นทางสายปัญญา การอยู่ ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหลายอาจถือว่าเป็นมัชฌิมาปฏิปทา นักเสี้ยมปลายมี อยู่ทุกยุคทุกสมัย ถ้าสังคมรู้เท่าทันมัชฌิมาปฏิปทา ก็จะเป็นสันติวรบทของสังคม ๔. สังคมที่มีความหลากหลายจะมีบูรณภาพและดุลยภาพได้อย่างไร สังคมเป็นองคาพยพที่มีชีวิต ร่างกายของเราเป็นตัวอย่างของระบบที่มีความ หลากหลายสุดประมาณ แต่มีบูรณภาพและดุลยภาพเป็นอย่างดี เซลล์และอวัยวะต่างๆใน ร่างกายมีความหลากหลายมาก แต่ไม่ใช่ต่างคนต่างไปคนละทางสองทาง หากบูรณาการกัน อย่างดีทำให้ทั้งระบบมีดุลยภาพ ดุลยภาพทำให้เกิดปรกติภาพและความยั่งยืน นั่นคือมี สุขภาพดีและอายุยืน ถ้าเราจะลองพิจารณาดูว่าร่างกายใช้หลักการอะไร ที่ทำให้บูรณภาพและดุลยภาพใน ความหลากหลาย เราอาจนำหลักการนั้นมาใช้กับสังคมบ้างเพื่อสร้างบูรณภาพและดุลยภาพ ในความหลากหลาย ระบบร่างกายใช้หลักการอย่างน้อย ๕ ประการ ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบที่ซับซ้อนเติบโตขึ้นมาจากหน่วยย่อยพื้นฐานคือเซลล์เซลล์เดียว เราทุก คนเติบโตขึ้นมาจากเซลล์เซลล์เดียวที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ ไม่มีใครสามารถเสก ระบบที่ซับซ้อนขึ้นมาทันทีทันใด หน่วยย่อยพื้นฐานของสังคมคือชุมชน ชุมชนมี ขนาดเล็กสามารถมีความถูกต้องของการอยู่ร่วมกันได้ หลายๆชุมชนรวมตัวกันเป็น ท้องถิ่น ท้องถิ่นขนาดเล็กรวมตัวกันเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ ท้องถิ่นทั้งหมดรวมกัน เป็นประเทศ ความหมายก็คือ ความถูกต้องต้องเติบโตขึ้นมาจากข้างล่าง ยัด เยียด ลงไปจากข้างบนไม่สำเร็จ เพราะข้างบนเป็นเรื่องของอำนาจ เงิน รูปแบบ และ มายาคติต่างๆ การพัฒนาควรเอาชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง (๒) ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารให้รู้ถึงกันทั้งระบบ ระบบร่างกายเต็มไปด้วย สารสนเทศ ดีเอ็นเอซึ่งมีความยาว ๓ พันล้านตัวอักษร เป็น information หรือ สารสนเทศที่ทุกเซลล์มีไว้เหมือนกันหมด และร่างกายมีการสื่อสารทั้งโดยระบบ ประสาทและระบบสารเคมีที่รู้ถึงกันหมด ทำให้มีบูรณภาพและการรักษาดุลยภาพได้ สังคมควรลงทุนสร้างระบบสารสนเทศ และการสื่อสารให้คนไทยรู้ความจริงถึงกันหมด สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนไป (๓) ความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) ส่วนต่างๆของร่างกายมีความเป็นอัตโนมัติ จะ มารอให้ใครสั่งให้หัวใจเต้น ปอดหายใจ หรือต่อมเอ็นโดครายน์ ทำงานไม่ได้ เพราะจะไม่ทันการหรือสั่งผิดสั่งถูกเหมือนระบบราชการ ควรมีการกระจาย อำนาจให้ประชาชนปกครองตนเองมากที่สุด ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรต่างๆ สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง นอกเหนือไปจากการเลือกตั้ง จึงจะเป็นสังคม ประชาธิปไตย (๔) มีระบบภูมิคุ้มกัน ถึงระบบร่างกายจะสมบูรณ์เพียงใด แต่จะมีภยันตรายเกิดขึ้น ได้เสมอ ทั้งจากภายในและภายนอก เช่น มะเร็ง และโรคติดเชื้อ จึงต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกัน ถ้าระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น การเป็นโรคเอดส์ ก็จะเอาชีวิตรอด จากโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อได้ยาก สังคมจึงต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันของสังคมมีหลายอย่าง เช่น ความ เป็นธรรม ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถ้าขาดความเป็นธรรมสังคมย่อมขาด ภูมิคุ้มกันจากเภทภัยต่างๆรวมทั้งความรุนแรง สังคมเข้มแข็ง ถ้ามีแต่อำนาจรัฐ และอำนาจเงิน แต่สังคมอ่อนแอย่อมเกิดภยันตรายต่างๆได้ง่าย สังคมเข้มแข็ง หมายถึง มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันอย่างอิสระและหลากหลายในทุกพื้นที่ใน ทุกองค์กร และในทุกประเด็น ระบบตำรวจและทหารที่มีความถูกต้อง เพื่อ ป้องกันและระงับความรุนแรงที่จะมาจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ระบบ ควบคุมโรคที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันและควบคุมมิให้โรคระบาดร้ายแรงก่อความ ล่มสลายต่อชีวิตสังคมและเศรษฐกิจ มีการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติที่เข้มแข็ง ท่ามกลางกระแสโลกที่เชี่ยวกรากแห่งการเอารัดเอาเปรียบ ความขัดแย้งและ ความรุนแรง เราต้องวิจัยให้รู้ความเป็นไปทั้งในประเทศปละในโลกทุกแง่ทุกมุม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ชาติให้เราสามารถรักษาบูรณภาพและดุลยภาพทั้งภายใน และกับโลกภายนอกได้ ดังนี้เป็นต้น (๕) มีปัญญา คนที่ปัญญาอ่อนจะเอาชีวิตรอดได้ยาก สังคมต้องมีปัญญาจึงจะ สามารถรักษาบูรณภาพและดุลยภาพได้ สังคมอำนาจนิยมกับสังคมอุดมปัญญา ไม่ไปด้วยกัน เราต้องปรับตัวจากการเป็นสังคมนิยมอำนาจไปเป็นสังคมอุดม ปัญญา จึงจะรักษาบูรณภาพและดุลยภาพประเทศได้ ในการพัฒนาประเทศไทยถ้าเรามีหลักการ ๕ ข้อนี้ ซึ่งอาจเรียกเล่น ๆว่า สังคมขันธ์ ๕ ก็น่าจะช่วยให้เราเข้าใกล้การเป็นสังคมแห่งความหลากหลายที่มีบูรณภาพ และดุลยภาพได้ การป้องกันความรุนแรงทางการเมือง และการก่อรัฐประหาร รวมทั้งพัฒนาประเทศ ไทยไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นเรื่องของคนไทยทุกภาคส่วน ได้เสนอหลักการไว้ ๔ ประการ ดังกล่าวข้างต้น ในการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการฝ่าความยากไปสู่ ความสำเร็จ และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งในตนเองใน องค์กร และในสังคม และก่อให้เกิดความสุขประดุจบรรลุนิพพาน คนไทยทุกภาคส่วนจึงควร ช่วยกันป้องกันความรุนแรงทางการเมืองและรัฐประหาร พร้อม ๆกับการพัฒนาประเทศไทย ไปสู่การเป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุ่งเรืองและสันติ PCET # การป้องกันความรุนแรงและ รัฐประหารหลังเลือกตั้ง ๒๕๖๐ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การเมือง
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้