auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกจะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับนั้น จะทำได้เฉพาะเมื่อประเทศแพ้สงคราม หรือโดยการปฏิวัติรัฐประหารในยามบ้านเมืองเป็นปรกติและโดยกระบวนการประชาธิปไตยนั้นเกือบเป็นไปไม่ได้เลย ฉะนั้นการปฏิรูปการเมืองโดยการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเมื่อปี พ.ศ. 2540 จึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาความเป็นมาและกระบวนการที่เกิดขึ้น
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# การปฏิรูปการเมืองไทย ฐานคิดและข้อเสนอว่าด้วยการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 ## คำนำ การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกจะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับนั้น จะทำได้เฉพาะ เมื่อประเทศแพ้สงคราม หรือโดยการปฏิวัติรัฐประหารในยามบ้านเมืองเป็นปรกติและโดย กระบวนการประชาธิปไตยนั้นเกือบเป็นไปไม่ได้เลย ฉะนั้นการปฏิรูปการเมืองโดยการเขียน รัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาความเป็นมาและกระบวนการ ที่เกิดขึ้น ดังเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีมา ๘ ปี ในระบอบ ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ มีนักวิชาการ ๙๙ คน ถวายฎีกาว่าพลเอกเปรมไม่ควรเป็น นายกรัฐมนตรีต่อไป ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ พลเอกเปรมไม่รับเป็น นายกรัฐมนตรีอีกต่อไปโดยกล่าวว่า "ผมพอแล้ว" สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเลือกพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ถือกันว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเพราะนายกรัฐมนตรีมาจากการ เลือกตั้ง แม้รัฐบาลชาติชายจะไม่ถึงเป็นรัฐบาลในอุดมคติ แต่หลายฝ่ายก็ช่วยกันประคับประคอง ดังที่องค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการจัดประชุมนายกรัฐมนตรีพบชาวนาที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ประชาธิปไตยเติบโตต่อไปได้ โดยไม่มีใครคิดว่าในยุคสมัยเช่นนี้แล้วยังจะมีรัฐประหาร แต่ก็ มีขึ้นจนได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ อันนำไปสู่การนองเลือดที่เรียกว่าพฤษภามหาวิปโยค ๒๕๓๕ ดังที่เป็นที่ทราบกันดี ๑ ในช่วงปี ๒๕๓๖-๓๗ ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ ได้เขียนบทความขนาดยาวเรื่องคอนสติติวชั่น แนลลิสม์ (Constitutionalism) ลงต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ภายในบทความนั้นมีคำว่า ปฏิรูปการเมืองซ่อนอยู่ ในช่วงเวลานั้นวันหนึ่งอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กับลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ เจริญ คัมภีรภาพ มาพบผมที่ศิริราชและบอกผมว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในขณะนั้นจะนำไปสู่การนอง เลือด ควรเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ทั้งข้อเขียนของ ดร.อมร และคำพูดของอาจารย์บวร ศักดิ์ ทำให้ผมครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องยากสุดๆ สังคมก็คงไม่สนใจ พรรค การเมืองก็คงไม่สนใจ เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๗ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร อดอาหารประท้วงที่หน้ารัฐสภา เรียกร้องให้มี การปฏิรูปการเลือกตั้ง และกล่าวว่าจะอดอาหารจนตายถ้ารัฐสภาไม่ยอมทำตามที่เรียกร้อง มีคน มาร่วมชุมนุมกับฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีชวน หลีกภัย เป็น นายกรัฐมนตรี และมารุต บุนนาค เป็นประธานรัฐสภา วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๗ ผมเขียน บทความลงหนังสือพิมพ์มติชนในชื่อ "ความตายของฉลาด ควรนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง" หลังจากนั้นเกิดกระแสความสนใจเรื่องปฏิรูปการเมืองลุกลามโดยรวดเร็ว เพียงวันรุ่งขึ้น อาจารย์มี ชัย ฤชุพันธุ์ เขียนลงมติชนว่าถ้าจะปฏิรูปการเมืองตามที่หมอประเวศว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๑ให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมอเหวง โตจิราการ กับคณะซึ่งกำลังเคลื่อนไหวทาง การเมืองอยู่ พาคณะไปพบผมที่กำลังประชุมอยู่ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์เพื่อสนับสนุนเรื่องการปฏิรูป การเมือง วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๗ มารุต บุนนาค ประธานรัฐสภา ประกาศตั้งนายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) ท่านโทรศัพท์มาขอโทษภายหลังว่า ประกาศออกไปโดยไม่ได้ทาบทามผมก่อน โดยหวังว่าอาจทำให้ฉลาด วรฉัตร หยุดอดข้าว ประท้วง แต่ไม่ได้ผล ๒ ควรสังเกตว่า คพป. เป็นลักษณะของ "คณะกรรมการอิสระ" กล่าวคือรัฐบาลหาผู้ที่ยอมรับ เป็นประธาน ให้ประธานเลือกคณะกรรมการเอง และดำเนินการอย่างอิสระ โดยรัฐบาลจะไม่เข้ามา ชี้นิ้วด้วยประการใดๆ เพียงแต่อำนวยความสะดวกในเรื่องงบประมาณ และการใช้เครื่องมือของรัฐ ภายหลังประกาศของประธานรัฐสภา สื่อมวลชนอื้ออึงไปด้วยคำพูดว่า "หมอประเทศ ตก เป็นเหยื่อของพรรคประชาธิปัตย์" แต่ผมตั้งใจจะใช้เป็นโอกาสนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง ปัญหาอยู่ ที่ว่าจะทำเรื่องยากสุดๆ นี้ให้สำเร็จได้อย่างไร ผมมีประสบการณ์ความล้มเหลวมาก่อนในความพยายามปฏิรูปโรงเรียนแพทย์ครั้งรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร และในการตั้งโรงเรียนแพทย์ชุมชน ครั้งรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ทั้งๆ ที่ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนทั้งสองกรณี ผมเรียนรู้ว่าลำพังรัฐบาลสนับสนุนหาเพียงพอไม่ที่จะผลักดัน เรื่องยากๆ ให้สำเร็จ อีกประการหนึ่ง ผมสังเกตมานานแล้วว่า ถ้ามีใครเสนอความคิดใหม่ๆ อะไรในสังคมไทย ไม่ช้าจะถูกรุมตีตกโดยนักวิชาการ และการวิพากษ์วิจารณ์ทางลบโดยคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ ต่างๆ และคิดมานานแล้วว่าบ้านเมืองต้องการความคิดใหม่ แต่ความคิดใหม่ก็มักไปไม่รอด จะมี ทางอย่างไรที่จะก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ถ้าจะทำเรื่องใหม่ๆ ในสังคมไทย ฉะนั้น การที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองโดยเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับต้องการ ยุทธศาสตร์ก้าวข้าม (Transcending strategy) อุปสรรคที่ขัดขวางนี้เป็นที่มาของยุทธศาสตร์ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ที่ใช้ในการขับเคลื่อนไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับใน สถานการณ์ประชาธิปไตย "เขยื้อนภูเขา" หมายถึง เขยื้อนสิ่งยากที่ตามปรกติเขยื้อนไม่ได้ "สามเหลี่ยม" หมายถึงการบรรจบกันขององค์ประกอบ ๓ อย่าง คือ ๓ การสร้างความรู้  "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" (๑) การสร้างความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ ถ้าปราศจากความรู้ขับเคลื่อนไม่ได้ (๒) การรณรงค์การมีส่วนร่วมของสังคมอย่างกว้างขวาง โดยมีความรู้นำ (๓) อำนาจรัฐ เพราะเป็นผู้มีความชอบธรรมในอำนาจ มีทรัพยากร และเป็นผู้ออกกฎหมาย องค์ประกอบทั้ง ๓ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้ ๒ อย่างก็ยากที่จะทำเรื่องยาก ๆ ให้สำเร็จ ต้องการทั้ง ๓ องค์ประกอบบรรจบกัน การรณรงค์ให้มีส่วนร่วมโดยกว้างขวางนั้น ออกแบบไว้ตั้งแต่องค์ประกอบของ คณะกรรมการแล้ว อาจจะไม่มีใครสังเกตว่ากองทัพทุกกองทัพสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง เพราะ ผู้แทนของเหล่าทัพทั้ง ๓ ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการใน คพป. ผมยังทาบทาม พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเป็นรองประธาน คพป.เพราะท่านมีความคิดเป็น ประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เราได้ทุ่มเทกับการขับเคลื่อนเรื่องการสื่อสารและการมีส่วนร่วมทาง สาธารณะเป็นอย่างมาก อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และผมได้พบกับคอลัมนิสต์ของ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐทุกคนโดยการนัดหมายของคุณหมอเพรา นิวาตวงศ์ ทุกคอลัมน์ในไทยรัฐ ๔ สนับสนุนการปฏิรูปการเมือง คพป. เชิญสื่อมวลชนหลายสิบคนไปค้างคืนที่โรงแรมสวนสามพราน เพื่ออ่านเอกสารปฏิรูปการเมือง และสามารถพูดคุยซักถามโดยละเอียด เมื่อกองทัพเรือเชิญ อาจารย์บวรศักดิ์ และผมไปบรรยายเรื่องการปฏิรูปการเมืองที่ราชนาวีสโมสร มีนายพลเรือโทคน หนึ่งบอกผมว่า ภรรยาสั่งว่าเธอไปฟังหน่อยซิ ม.๒๑๑ นี่มันคืออะไร ผมคิดในใจว่าถ้าลงภรรยาสั่ง สามีให้ไปฟัง แสดงว่าการรณรงค์ของเราซักได้ผลแล้ว นี้เป็นเพียงตัวอย่างบางประการที่จะเรียน กับผู้อ่านว่า คพป. ได้พยายามเคลื่อนการมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างเข้มข้นและกว้างขวาง มิฉะนั้น จะไม่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคนานาประการได้ สำหรับกรอบความคิดในการปฏิรูปการเมืองนั้น อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขานุการ คพป. เป็นผู้ยกร่าง ถ้าไม่มีกรอบความคิด การประชุมคณะกรรมการไปเรื่อยๆ ก็จะเปะปะไร้ ทิศทาง อาจารย์บวรศักดิ์ เป็นคนขยันและทำงานเร็ว ในการขับเคลื่อนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ มีความ จำเป็นต้องมีเอกสารหลักสำหรับการขับเคลื่อน ถ้ามีแต่การพูดจะเพี้ยนไปเรื่อยๆ และหมดพลังลง เอกสารจะต้องมี ๒ เล่ม เล่มหนึ่งใหญ่เป็นหลักทางวิชาการ แต่ใช้รณรงค์ไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถอ่านรายละเอียดวิชาการได้ แต่ต้องมีไว้อ้างอิง ต้องมีเอกสารเล่มเล็กสำหรับสาธารณะ ที่ กระชับเข้าใจง่าย และบอกด้วยว่าถ้าเห็นด้วยตามนี้ให้ทำอะไร เช่นถ้าเห็นด้วยกับการปฏิรูป การเมืองตามที่เสนอ ต้องเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ขณะนั้น) ม.๒๑๑ เพื่อตั้งสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ผมขอเชิญอาจารย์อมร จันทรมสมบูรณ์ และอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไปรับประทาน อาหารกลางวันที่ภัตตาคารญี่ปุ่น โรงแรมรอยัลปริ้นเซส เพื่อปรึกษาหารือว่า ๓ คน จะร่วมกันทำ เอกสารเล่มเล็ก เรื่องปฏิรูปการเมือง สำหรับใช้รณรงค์สาธารณะ แต่ผมพบว่าการจะเขียนหนังสือ โดยองค์คณะบุคคลทำได้ยากมาก ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งรับไปทำ เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน ผมซึ่งมีความรู้น้อยที่สุด ต้องเป็นผู้เขียนคู่มือปฏิรูปการเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจทางสาธารณะ ๕ อาจารย์บวรศักดิ์บอกผมว่า ต้องการการวิจัยเร่งด่วน ๑๐กว่าเรื่องเพื่อใช้ความรู้มาประกอบ หลักการในรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง ให้ผมหาทุนวิจัยให้ด่วน ผมโทรศัพท์ไปหา คุณหมอ วิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ขณะนั้น ว่ามีทุนสนับสนุน การวิจัยด่วนไหม เพราะมีความจำเป็นต้องใช้ผลการวิจัยด่วน คุณหมอวิจารณ์ตอบว่ามี นั่นเป็น ที่มาของการวิจัย ๑๕ เรื่อง เพื่อสร้างความรู้ประกอบการปฏิรูปการเมืองที่นำรวบรวมพิมพ์ไว้เป็น หนังสือที่มีอยู่ในมือท่าน ณ บัดนี้ ผู้รู้กล่าวว่าการวิจัยเหล่านี้คุณภาพอาจไม่สูงสุดเพราะทำใน สถานการณ์เร่งรีบเฉพาะหน้า แต่ได้ใช้ประโยชน์มาก เพราะสอดคล้องกับความต้องการ (relevant) ตามจังหวะเวลา (timely) นี้ก็เป็นตัวอย่างของการวิจัยสร้างความรู้ที่มีประโยชน์มาก คพป. ได้ส่งมอบข้อเสนอแนะการปฏิรูปการเมืองโดยการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ พร้อมทั้งกรอบความคิด หลักการ และวิธีการให้ประธานรัฐสภา และสลายตัวเองลงในต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๘ กรรมการหลายท่านเสนอว่า คพป. น่าจะคงอยู่เพื่อผลักดันเรื่องนี้ต่อไป แต่ผมในฐานะ ประธานเห็นว่าถ้าทำเช่นนั้นบทบาทของ คพป.จะพร่ามัวและเข้าไปสู่ความขัดแย้ง ควรคมชัดและ หยุดอยู่ตรงข้อเสนอให้ปฏิรูปการเมืองโดยเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ พร้อมทั้งบอกหลักการและ วิธีการได้ด้วย วันนั้นสื่อมวลชนถามผมว่าข้อเสนอของ คพป. พรรคการเมืองเขาไม่สนใจ อีก ๒๐ ปี มันจะเกิดขึ้นไหมนี่ ผมตอบว่าจะเกิดขึ้นภายใน ๓-๔ ปี เราไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่พรรคการเมือง แต่ไว้ที่ประชาชนซึ่งได้ร่วมกันขับเคลื่อนกันมา รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ จึงมีผู้เรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ นั้นเอง มีการยุบสภา และระหว่างมีการหาเสียงเลือกตั้งจู่ๆ เช้าวันหนึ่ง หนังสือพิมพ์มติชนก็พาดหัวตัวใหญ่มากว่า "เติ้งซูประเวศ" คือ คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยประกาศว่า ถ้าได้รับเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลจะปฏิรูปการเมืองตามที่หมอประเวศเสนอ เรื่องปฏิรูปการเมืองก็กลายมาเป็นประเด็นทางการเมือง (political issue) วิธีขับเคลื่อนเรื่องยาก ๆ ๖ ในสังคมวิธีหนึ่งคือทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อเป็นประเด็นทางการเมืองก็จะเกิดกระแส ใหญ่ที่หยุดไม่อยู่ การปฏิรูปการเมืองกลายเป็นกระแสใหญ่ของประเทศไทย ใหญ่จนกระทั่งมีเรื่อง ดังนี้ ช่วงนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยเรื่องโรคพระ หทัย มีประชาชนคนหนึ่งเขียนจดหมายมาถึงผมว่าเขายินดีถวายหัวใจของเขาให้พระเจ้าอยู่หัว หากต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ผมวานให้ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี ภู่ตระกูล นำจดหมายฉบับนั้นไป ถวายพระเจ้าอยู่หัว (ผมถือว่าผมทำเกี่ยวกับการเมือง ผมจะไม่เข้าเฝ้าเลย) เมื่อท่านผู้หญิงเพ็ญศรี กราบทูลว่า "อาจารย์ประเวศให้เอามาถวาย" ทรงถามว่า "อะไร ปฏิรูปการเมืองรึ!" ที่เล่าเรื่องนี้ก็เพราะคนรุ่นหลังจะต้องทำเรื่องยาก ๆ เกี่ยวกับบ้านเมืองต่อไปอีกเป็นอันมาก ควรจะมีโอกาสเรียนรู้จากความล้มเหลวและความสำเร็จในอดีต ประเด็นตรงนี้ก็คือถ้าทำให้เป็น ประเด็นทางการเมืองจะเกิดกระแสใหญ่ในเรื่องนั้น การทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง พรรคฝ่าย ค้านมีความสำคัญ พรรคที่เป็นรัฐบาลมีอำนาจอยู่มักไม่สนใจข้อเสนออะไรที่เป็นความแปลกใหม่ ในช่วงนั้นพรรคชาติไทยที่คุณบรรหารเป็นหัวหน้าพรรคเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ในการขับเคลื่อนเรื่องใหญ่ต้องใจกว้าง สิ่งที่ต้องเผชิญเป็นประจำคือคำถามเชิงลบของ สื่อมวลชน คราวหนึ่งผมถูกถามว่า "อาจารย์ท้อใจไหม" ผมตอบว่า "ไม่" เขาก็ถามกลับว่า "งั้น อาจารย์ก็เต็มไปด้วยความหวังสิ" ผมตอบว่า "เปล่า" เขาก็งง ผมอธิบายว่า "ทุกอย่างเป็นไปตาม เหตุปัจจัย" คราวหนึ่งเขาถามผมว่า "พรรคประชาธิปัตย์เขาไม่เห็นด้วยกับที่อาจารย์เสนออาจารย์ จะว่าอย่างไร" ผมตอบว่า "ถึงเขาไม่เห็นด้วยกับเรา เขาก็ยังเป็นพวกเดียวกับเรา" เขาเลยไม่ได้ ประเด็นวิวาทะไปพาดหัว ๗ เราจะได้ยินเสียงบ่นจากนักรัฐศาสตร์มาเข้าหูเสมอว่า "ทำไมจะปฏิรูปการเมือง ต้องไปเอา นักกฎหมายมหาชนมาทำ" มีคนกลุ่มหนึ่งจะตามประท้วง คพป. อยู่บ่อยๆ คือกลุ่มลูกศิษย์อาจารย์ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ซึ่งถือลัทธิประชาธิปไตย ที่เห็นว่าลัทธิรัฐธรรมนูญนิยมสร้างประชาธิปไตย ไม่ได้ แต่นำไปสู่ความขัดแย้ง ต้องมีประชาธิปไตยก่อน โดยมีสภาปฏิวัติ โอนอำนาจให้ประชาชน ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ผมยังไม่เข้าใจวิธีปฏิบัติ หลังจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ใช้แล้วหลายปี คุณจำลอง บุญสอง ซึ่งเป็นคนหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เขียนคอลัมน์ใน หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วิจารณ์ผมเกือบทุกครั้งว่าเป็นตัวการขับเคลื่อนสิ่งที่เรียกว่าลัทธิ รัฐธรรมนูญนิยม สร้างปัญหาให้บ้านเมืองต่อมา ผมก็ไม่ได้โกรธเขารับฟังและนำมาคิด ยังเคยชวน เขามาคุย ที่เขียนเล่ามายืดยาว เพื่อบอกว่าความรู้ที่รวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ เกิดขึ้นในบริบทสังคม การเมืองอย่างไร ซึ่งอาจจะลืมกันไปแล้วหรือมีส่วนที่คนทั่วไปไม่รู้ สังคมปัจจุบันเป็นระบบที่ซับซ้อนและยาก ในระบบเช่นนี้การทำอะไรให้สำเร็จเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่เฉพาะบ้านเรา ลองดูในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเขากำลังเผชิญกับความสับสนและยากลำบาก เพียงใด คนรุ่นใหม่ควรจะเรียนรู้วิธีทำเรื่องยากให้สำเร็จ เรื่องยากๆนั้น ลำพังอุดมคติ วาทกรรม การวิพากษ์วิจารณ์ บริภาษวิธี ความรู้ หาทำให้สำเร็จได้ไม่ ต้องการการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ ทำองค์ประกอบหลายอย่างเข้ามาบรรจบกัน เมื่อครั้ง Tony Blair เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ตั้ง Prime Minister Delivery Unit มีไมเคิล บาร์เบอร์ เป็นผู้ดำเนินการ ไมเคิล บาร์เบอร์ เชื่อว่าการทำ อะไรให้สำเร็จ ต้องการศาสตร์ที่เรียกว่า Delivery Science ซึ่งผมแปลว่า "สัมฤทธิศาสตร์" การทำอะไรให้สำเร็จเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะถ้าไม่สำเร็จจะสะสมปัญหาเกิดความขัดแย้ง วุ่นวาย ความวุ่นวายในโลกขณะนี้เกิดจากความล้มเหลวของการทำสิ่งยาก ร่างกายของเราซึ่งเป็น ระบบที่ดีที่สุด ที่สามารถดำรงบูรณภาพและดุลยภาพได้ท่ามกลางความหลากหลาย เป็นระบบ ๘ ข้อสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication) ทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้าคนรุ่นใหม่ทำให้ สังคมไทยเป็นระบบความรู้และการสื่อสาร ในที่สุดจะกิดบูรณภาพและดุลยภาพท่ามกลางความ หลากหลาย ประเวศ วะสี อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ๙ PQET การปฏิรูปการเมืองไทยฐานคิดและ ข้อเสนอว่าด้วยการออกแบบรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน 2540 ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การเมือง
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้