auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่กับอนาคตประเทศไทย คนรุ่นใหม่มีจำนวนมาก มีความรู้ในสาขาและมีอาชีพต่างๆ กัน ถ้าคนรุ่นใหม่เข้าใจประเด็นสำคัญของประเทศไทย เขาก็จะเป็นพลังเพื่ออนาคตประเทศไทย และเป็นไปได้อีกนานเพราะอายุเขายังไม่มาก แต่ประเด็นสำคัญของประเทศไทย หรืออาจเรียกว่าประเด็นเชิงนโยบาย มีผู้รู้ไม่มาก หาแหล่งเรียนรู้ได้ยาก หลักสูตรในมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมดก็ไม่ใช่ คำถามจึงมีว่าคนจำนวนน้อยที่มีปัญญาเชิงนโยบายจากประสบการณ์จริง จะช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประเด็นสำคัญของประเทศไทยได้อย่างไร
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
"ดั่งเทียนฉาย ส่องสว่างกระจ่างไทย" ธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์ บรรณาธิการ คำนิยม จาก "เทียนฉาย" สาดส่อง ถึงคนรุ่นใหม่กับอนาคตประเทศไทย ชีวิตประดุจนิยาย วรรณกรรมนั้นต่างจากตำราวิชาการ ที่อ่านง่ายเพลิดเพลิน ไม่ต้องท่องแต่จำได้หมด และคติเดินเข้าสู่สมองโดยอัตโนมัติไม่ต้องยัดเยียด ชีวประวัติของ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ เล่มนี้ ที่คุณธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์ เป็นบรรณาธิการรวบรวมรังสรรค์ขึ้นเป็นเชิงวรรณกรรม วรรณกรรมต้องสอด เรื่องโรมม้านซ์ไว้ด้วย หนังสือเล่มนี้ก็เป็นเช่นนั้น ใครๆ ย่อมสนใจใคร่รู้ว่า ต้นรักงอกงานขึ้น อย่างไรระหว่าง "คู่ขวัญจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เทียนฉาย - สุชาดา ซึ่งเป็นคู่ที่มีความ เป็นพิเศษที่อาจจะเป็นคู่เดียวในประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประวัติศาสตร์จีนช่วงรัชกาลที่สามของราชวงศ์ถัง เมื่อพระนางบูเช็คเทียน ผู้หญิงที่ มีความสามารถสูงและเด็ดเดี่ยว ซึ่งต่อมาเป็นฮ่องเต้หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์อัน ยาวนานหลายพันปีของจีน ออกว่าราชการพร้อมพระราชสามีคือพระเจ้าถังเกาจง ข้าราช สำนักถวายพระนามว่า "เอ้อเซิง" สองกษัตรา หรือ "ทวิราช" คำว่า "ทวิราช" ได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย เมื่อสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีความกระทบกระเทือนพระราชหทัยเหลือที่จะรับในคราวที่ประเทศไทยถูก ข่มขู่จากมหาอำนาจตะวันตกในปี รศ. ๑๑๒ ทรงสะท้อนออกมาในพระราชนิพนธ์โคลงว่าทรง เป็นดั่ง "ทวิราช" ที่รักษาอยุธยาไว้มิได้ ทวิราชในที่นี้ทรงหมายถึง พระเจ้าอุทุมพร - พระเจ้า เอกทัศน์ "เทียนฉาย - สุชาดา" เป็น ทวิอธิการปติ หรือสองอธิการบดี ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย แต่มีความเป็นพิเศษที่ต่างๆ จากทวิราชของจีนและไทยที่กล่าวถึงข้างต้นก็คือ พระนางบูเช็ดเทียนเป็นผู้หญิงที่เก่งแต่ร้าย คุณหญิงสุชาดาเป็นผู้หญิงเก่งแต่ดี ทวิราชปลาย กรุงศรีอยุธยาสัมพันธ์อยู่กับความล่มจมของบ้านเมือง แต่ทวิอธิการปติสัมพันธ์อยู่กับความ เจริญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ่านหาความหมาย ความพิเศษของความเป็นคนคือสามารถรู้ความหมาย วัวหรือม้าย่อมไม่รู้ความหมาย ของสิ่งที่มันเห็นหรือได้ยิน การรู้ความหมายมีผลใหญ่ต่อจินตนาการ สติปัญญา ความรู้สึก นึกคิด และพฤติกรรมที่จะมีต่อไป ตำรับตำราเป็นที่รวบรวมความรู้ประเภทหนึ่ง แต่ประสบการณ์จากชีวิตจริงให้ความรู้ อีกแบบหนึ่ง ท่านมหาตมะคานธีกล่าวว่า "ถ้าคุณเรียนจากตำรา คุณได้ความรู้" "แต่ถ้าคุณเรียนจากประสบการณ์คุณได้ปัญญา" ปัญญานั้นใหญ่กว่าความรู้ ประสบการณ์อันหลากหลายและยาวนานของอาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ อยู่ต่อ หน้าท่านทั้งหลายในหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมมีประเด็น ๓ - ๔ ประเด็น ที่อยากจะฝากถึงท่านผู้อ่านในการอ่านหาความหมาย คือ (๑) เราพูดกันมากว่าการศึกษาไทยไม่ได้สร้างบุคลิกของคนไทยที่พึงปรารถนา ได้แต่ยัด เยียดเนื้อหาวิชา ผมทำงานใกล้ชิดกับอาจารย์เทียนฉายนานหลายสิบปี และท่านอาจจะเห็น ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ว่า อาจารย์เทียนฉายมีบุคลิก ดังนี้ (ก) ตั้งอยู่ในความสุจริตยุติธรรมอย่างยิ่งยวด ไม่มีอะไรจะโยกคลอนได้ (ข) มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม (ค) เป็นบุคคลเรียนรู้ใช้ความรู้ และความเป็นเหตุเป็นผล (ง) แม่นยำในกฎเกณฑ์และหลักการ (จ) มีวิสัยทัศน์ ริเริ่มสิ่งใหม่ และบริหารจัดการเก่ง ท่านลองพิจารณาเบญจลักษณ์หรือลักษณะ ๕ ประการดังกล่าวข้างต้น ว่าใกล้เคียงกับบุคลิกภาพของคนไทยที่ในอุดมคติมากน้อยเพียงใด เป็นสิ่งที่ขาดแคลนในสังคมไทย หรือไม่ ถ้าจะสร้างให้ได้มากๆ มีอะไรที่เราจะเรียนรู้ได้บ้างจากชีวประวัติของท่านอาจารย์เทียนฉาย (๒) ท่านอาจารย์เทียนฉายเคยพูดกับผมว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเป็นไปได้ยากเพราะติดที่ "วิธีคิดของคน" ขณะนี้ก็มีการพูดกันมากขึ้นว่าวิธีคิดหรือบางทีก็ใช้คำว่า mindset ของสังคมไทยมีปัญหา ท่านอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจับได้ไหมว่าวิธีคิดที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร (๓) ด้วยระบบการศึกษาปัจจุบันที่ดำเนินมากว่า ๑๐๐ ปี ที่เน้นการท่องวิชาเป็นวิชาๆ ทำให้คนไทยเกือบจะขาดภูมิปัญญาในการจัดการไปเกือบจะโดยสิ้นเชิง ในขณะที่การจัดการเป็นเครื่องมือให้ทำอะไรๆ ให้สำเร็จ หรือทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ดังที่มีการพูดกันว่า Management makes the impossible possible แต่อาจารย์เทียนฉายต่างจากคนอื่นๆ ที่เป็นคนจัดการเก่ง ท่านอ่านบนเส้นทางชีวิตของอาจารย์เทียนฉายแล้วเห็นอะไรบ้างหรือเปล่าที่เป็นปัจจัยส่งให้อาจารย์เทียนฉายจัดการเก่ง เราจะปรับปรุงการศึกษาอย่างไรให้คนไทยมีทักษะในการจัดการ (๔) ด้วยการศึกษาเป็นวิชาๆ ดังกล่าวข้างต้น คนไทยจึงคิดเล็กๆ เป็นส่วนเป็นเสี้ยวไม่เคยกับการมองเห็นทั้งหมดหรือการคิดเชิงระบบ จึงขาดปัญญาเชิงนโยบายและเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากนโยบายเป็นเรื่องใหญ่ นโยบายสาธารณะมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศหรือต่ออนาคตของประเทศ มหาวิทยาลัยเกือบไม่มีบทบาทในการสังเคราะห์และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ หรือไม่สามารถเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต ท่านอาจารย์เทียนฉายได้รับการเลือกให้เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) การปฏิรูปประเทศไทยให้พ้นวิกฤตเป็นความคิดใหญ่ การไปทำหน้าที่ประธานสปช. จึงเป็นประสบการณ์หลังเกษียณอายุราชการที่ขยายความคิดใหญ่ของท่านออกไปอีก เพราะฉะนั้น แม้อายุ ๗๒ หรือเพราะอายุ ๗๒ อาจารย์เทียนฉายได้สะสมปัญญาจาก ประสบการณ์ไว้ในตัว อันหาได้ยาก ซึ่งควรจะมีวิธีนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไป ตรงนี้แหละที่ผมอยากจะโยงไปสู่เรื่อง คนรุ่นใหม่กับอนาคตประเทศไทย คนรุ่น ใหม่มีจำนวนมาก มีความรู้ในสาขาและมีอาชีพต่างๆ กัน ถ้าคนรุ่นใหม่เข้าใจประเด็นสำคัญ ของประเทศไทย เขาก็จะเป็นพลังเพื่ออนาคตประเทศไทย และเป็นไปได้อีกนานเพราะอายุ เขายังไม่มาก แต่ประเด็นสำคัญของประเทศไทย หรืออาจเรียกว่าประเด็นเชิงนโยบาย มีผู้รู้ ไม่มาก หาแหล่งเรียนรู้ได้ยาก หลักสูตรในมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมดก็ไม่ใช่ คำถามจึงมีว่า คนจำนวนน้อยที่มีปัญญาเชิงนโยบายจากประสบการณ์จริง จะช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ ประเด็นสำคัญของประเทศไทยได้อย่างไร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีศิษย์และหรืออาจารย์เก่า ที่ออกไปมีประสบการณ์งานเชิง นโยบายอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย ดร.วิษณุ เครืองาม ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดร.สุจิต บุญบงการ นอกเหนือไปจากท่านอาจารย์ เทียนฉาย กีระนันทน์ ที่กล่าวถึงในที่นี้ ท่านเหล่านี้เป็นทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ของคนรุ่น ใหม่ในประเด็นสำคัญของประเทศไทย วิธีที่ค่อนข้างง่ายและให้ผลกว้างวิธีหนึ่งคือจัดให้มี "เวทีนโยบายสาธารณะแห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" (Chula Public Policies Forum) สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวทีเปิดให้ ผู้ที่สนใจเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เข้าร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโสดังกล่าว และมีการ สื่อสารออกไปให้คนรับรู้ทั้งประเทศ คนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่จะได้ประโยชน์อย่างมาก จากเวที เช่นนี้คือนักข่าว มีคำกล่าวว่า "ถ้านักข่าวสัก ๑,๐๐๐ คน ได้รับการฝึกให้มีคุณภาพสูง ประเทศไทยจะเปลี่ยน" แต่เขาต้องคุ้ยเขี่ยหากินเองโดยไม่มีใครช่วยเขาเลย ดังนี้เป็นต้น อีกอย่างหนึ่งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยน่าจะทำคือตั้ง School of Public Policy หรือ สถาบันนโยบายสาธารณะแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อผลิตความรู้ และคนที่มี ความสามารถสูง ในทางนโยบายสาธารณะ ที่สิงคโปร์เขามี Lee Kuan Yew School of Public Policy ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็มีสถาบันทำนองนี้ในนามของ Kennedy ถ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะมีสถาบันนโยบายสาธารณะที่ดีๆ อันเป็นเครื่องระลึกถึงพระ เจ้าอยู่หัวภูมิพลก็น่าจะดีมิใช่น้อย เนื่องจากอาจารย์เทียนฉายเป็นบุคคลหาได้ยาก การที่มีผู้มีความอุตสาหะเรียบเรียง ประวัติชีวิตและการทำงานของท่านเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก ผมอยากเห็นเพื่อนคนไทยจำนวนมาก ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะจะก่อให้เกิดความบันดาลใจและจิตสำนึกในเรื่องของ ส่วนรวม ผมเชื่อว่าการก้าวข้ามข้อจำกัดในสัญชาตญาณแห่งอัตตาไปสู่จิตสำนึกใหญ่เป็น ระเบียบวาระของมนุษยชาติ ในฐานะคนไทยเล็กๆ คนหนึ่งที่ชื่นชมท่านอาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ ผมขอถือโอกาสด้วยพรในวาระที่ท่านเจริญอายุครบ ๗๒ ปี ให้ท่านมีความสุข สุขภาพดี มีอายุวัฒนะยิ่งๆ ขึ้น และทำหน้าที่ "แจกของส่องตะเกียง" ให้เพื่อนคนไทยไปอีก นานเท่านาน ประเวศ วะสี ๔ มิถุนายน ๒๕๖๐
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
4 June 2017
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์
history_eduหัวเรื่อง
• ความรู้
• ปัญญา
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
4 June 2017
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้