auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

รับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้ร่วม ปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 หัวข้อรับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 มีข้อความและประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ สุขภาพหรือสุขภาวะเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาทุกชนิด สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นกระบวนการที่คนไทยทุกภาคส่วน รวมตัวกันร่วมคิดร่วมทำเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่ว่านั้น คือ สุขภาวะของคนไทยทั้งมวลในการเผชิญภัยพิบัติ คนไทยต้องรวมตัวกันฉะนั้น ในการเผชิญภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ คนไทยต้องรวมตัวกันการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อเผชิญภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ อาจคำนึงถึงสิ่งต่างๆ 6 ประการ ดังต่อไปนี้ 1.คนไทยต้องเปลี่ยนโลกทัศน์ วิธีคิด จิตสำนึกใหม่ และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท 2.ทุกชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง 3.มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรมีศูนย์ศึกษาภัยพิบัติ 4.มีระบบการสื่อสารที่สื่อสารให้รู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง 5.เครื่องมือการตัดสินใจทางนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ 6.ออกพระราชบัญญัติป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# รับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ ปาฐกถาพิเศษ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ท่านประธาน และท่านสมัชชาสมาชิก ที่เคารพ สุขภาพหรือสุขภาวะเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาทุกชนิด สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็น กระบวนการที่คนไทยทุกภาคส่วน รวมตัวกันร่วมคิดร่วมทำเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่ว่านั้น คือ สุข ภาวะของคนไทยทั้งมวล ภัยพิบัติเป็นภัยอันใหญ่หลวงต่อสุขภาวะของคนไทย โลกแต่นี้ต่อไปเข้าสู่ยุคภัยพิบัติทั้งโลก วิกฤตการณ์ทุกชนิดกำลังเข้ามาบรรจบกัน ทั้งวิกฤต เศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตสิ่งแวดล้อม และวิกฤตการเมือง วิกฤตสิ่งแวดล้อมมีทั้งความหมดไปของป่า ไม้ ปัญหาโลกร้อน ปัญหาสุริยจักรวาลเคลื่อนเข้าไปสู่สนามพลังที่มีผลกระทบต่อโลก ภัยพิบัติมีทั้ง ลมพายุรุนแรง น้ำท่วม ความแห้งแล้ง แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิ การขาดแคลนอาหาร โรคระบาด การแย่งชิง จลาจล ตลอดจนเกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากร ในการเผชิญภัยพิบัติ คนไทยต้องรวมตัวกัน ถ้าทะเลและแตกแยกจะยิ่งวิบัติ ตัวอมีบ้าซึ่งเป็นสัตว์เซลเดียว ยามปรกติมันอาจจะต่างตัวต่างอยู่ แต่ในสภาวะวิกฤตมันจะ กระจุกตัวกัน การกระจุกหรือรวมตัวกันทำให้เผชิญวิกฤต และมีโอกาสชีวิตรอดดีขึ้น ฉะนั้น ในการเผชิญภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ คนไทยต้องรวมตัวกัน การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อเผชิญภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ อาจคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ๖ ประการ ดังต่อไปนี้ ๑. คนไทยต้องเปลี่ยนโลกทัศน์ วิธีคิด จิตสำนึกใหม่ และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท สังคมไทยเป็นสังคมที่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะอยู่ในภูมิประเทศที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีภัยธรรมชาติน้อย ไม่ตื่นตัว ไม่เตรียมตัว ไม่เรียนรู้ ก็ไม่อดตาย บัดนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เป็นโลกแห่งภัยพิบัติ ถ้ายังคงไม่ตื่นตัว ไม่เตรียมตัว ไม่ใช้ข้อมูล ไม่ใช้ความรู้ จัดการไม่เป็น เรา จะวิบัติ ฉะนั้น สังคมไทยต้องเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดครั้งใหญ่ ให้เป็นสังคมที่ไม่ตั้งอยู่ใน ความประมาท ตื่นตัว เตรียมตัว สนใจใช้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ จัดการเป็น เป็นสังคมที่มี สมรรถนะสูง จึงจะสามารถเผชิญภัยพิบัติทุกชนิดได้ ๒. ทุกชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งจะรับมือภัยพิบัติและจัดการภัยสุขภาวะได้ดี ฉะนั้นทุกชุมชนท้องถิ่นต้องสามารถจัดการตนเองได้ ทำการสำรวจข้อมูลว่าภัยพิบัติในพื้นที่ของ ตนเองเกิดจากอะไรได้บ้าง จะป้องกันและรับมืออย่างไร ใครจะต้องทำอะไร จะต้องใช้เครื่องมือ อะไรบ้าง จะสื่อสารให้รู้ทั่วถึงกันอย่างไร ทำการฝึกอบรมอาสาสมัครบรรเทาภัยพิบัติให้มีทักษะ สูง ทำการซักซ้อมการเผชิญภัยพิบัติอย่างสม่ำเสมอ ถ้าทำได้ดังนี้ประเทศจะมีสมรรถนะในการ รับมือภัยพิบัติ และจัดการภัยสุขภาวะเต็มพื้นที่ จะบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติได้อย่าง มหาศาล สมรรถนะของชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเรื่องอื่นๆ ทุก เรื่องด้วย ๓. มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรมีศูนย์ศึกษาภัยพิบัติ เพื่อศึกษาลักษณะของภูมิประเทศ และภัย พิบัติที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งวิธีการที่จะป้องกัน และการรับมือภัยพิบัติ ทั้งนี้ โดยร่วมมือกับชุมชน ท้องถิ่นโดยใกล้ชิด เพื่อเพิ่มสมรรถนะของชุมชนท้องถิ่นในการรับมือภัยพิบัติ และจัดการภัย สุขภาวะ หากมหาวิทยาลัยทุกแห่งทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นให้เต็มพื้นที่ ประเทศจะมี สมรรถนะในการรับมือภัยพิบัติทุกชนิด ๔. มีระบบการสื่อสารที่สื่อสารให้รู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง บัดนี้เรามีเทคโนโลยีการสื่อสาร ให้รู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง จึงต้องมีการจัดการให้ข้อมูล ข่าวสาร ความจริง ความรู้ที่มี ประโยชน์ สื่อสารถึงกันและระหว่างกันอย่างทั่วถึงทั้งสังคม ที่ผ่านมามีการสื่อสารสับสน จนไม่รู้ ว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ความน่าเชื่อถืออยู่ที่ไหน เรื่องนี้ควรจะมีข้อบัญญัติทางกฎหมาย เข้ามาช่วย ตามที่จะกล่าวถึงในข้อ ๖ ระบบการสื่อสารที่ดีจะยกระดับพลังทางสังคม และพลัง ทางปัญญาอย่างก้าวกระโดด ๕. เครื่องมือการตัดสินใจทางนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ ประเทศไทยมีปัญหาเรื่อง เครื่องมือการตัดสินใจทางนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติในทุกเรื่อง เพราะระบบรัฐ ทั้งระบบ ราชการและระบบการเมือง เป็นระบบอำนาจไม่ใช่ระบบปัญญา ในปัญหาที่ซับซ้อนการใช้อำนาจ โดยขาดปัญญาไม่ได้ผล ระบบรัฐจึงแก้ปัญหาอะไรไม่ค่อยได้ เช่น ความยากจน การขาดความ เป็นธรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความขัดแย้งและรุนแรงที่ชายแดนใต้ จนถึงขั้นที่มีผู้เรียกว่า "รัฐล้มเหลว" ปัญหาภัยพิบัติเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและยาก แก้ไม่ได้โดยไม่ใช้ข้อมูล ความรู้และ ปัญญา กลไกของรัฐอย่างเคยจึงไม่เพียงพอ ควรมีการตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งนอกจากมีนายกรัฐมนตรีเป็น ประธาน และมีหัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการแล้ว ควรมีกรรมการเสียงข้างมาก มา จากข้อ ๒, ๓, ๔ ข้างต้น คือผู้นำชุมชนท้องถิ่นที่เก่ง ๆ นักวิชาการที่มีข้อมูลและความรู้ และ ผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสาร โดยมีสำนักงานคณะกรรมการเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ ที่ทำ ให้สามารถสรรหาผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในการบริหารยุทธศาสตร์มาเป็นเลขาธิการ และสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่ส่วนราชการที่เต็มไปด้วยข้าราชการที่ไม่มีสมรรถนะ ซึ่งเสี่ยงต่อความล้มเหลว ๖. ออกพระราชบัญญัติป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ มีการรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติทั้งหมดมาบัญญัติเป็นกฎหมาย เพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ของทุกภาคส่วน รวมทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติตามข้อ ๕ ข้างต้น ในประเทศเยอรมนี มีกฎหมายน้ำท่วมในประเทศนั้นถ้าผู้ใดให้ข่าวที่ไม่จริงจะถูกตำรวจจับ! เพราะการสื่อสารข่าวที่ไม่จริงทำร้ายสังคมยิ่งนัก ในประเทศไทยไม่มีความระมัดระวังและเอาจริงเอาจังกันเลยในเรื่องสื่อสาร ความจริง ในกระบวนการออกพระราชบัญญัติป้องกันภัยพิบัติ จะดึงสังคมทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้มีการตื่นตัว มีการใช้ข้อมูล ความรู้ และวางระบบการจัดการ กระบวนการนี้จะเพิ่มสมรรถนะของสังคมไทยในการเผชิญภัยพิบัติ ถ้าได้ดำเนินการตาม ๖ ข้อที่เสนอนี้ประเทศไทยจะรับมือภัยพิบัติและจัดการกับภัยสุขภาวะได้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด และทำให้ประเทศมีสมรรถนะสูงขึ้นในการแก้ปัญหาและพัฒนาในเรื่องอื่นๆ เป็นการทั่วไปด้วย สมัชชาสุขภาพแห่งชาติในฐานะเป็นกลไกจัดทุกขภาวะ สร้างสุขภาวะ จึงมีความเหมาะสมทุกประการที่จะส่งเสริมให้เกิดระบบป้องกันและจัดการภัยพิบัติ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม PQET รับมือภัยพิบัติ จัดการภัยสุขภาวะ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
21% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
16% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สุขภาวะ

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้