hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การเมืองภาคประชาชนกับภารกิจ 8 ประการ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนี้กล่าวถึงการเมืองภาคประชาชนจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อต่อสู้หรือกระทำภารกิจที่ท้าทาย ขอเสนอภารกิจที่ท้าทายต่อการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน 8 ประการดังต่อไปนี้ 1) ขจัดคอร์รัปชั่น 2) ปฏิรูปการเมืองเพื่อขจัดธนกิจการเมือง และสรรค์สร้างประชาธิปไตยที่แท้ 3) พัฒนาระบบการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง 4) ปักธงแห่งอหิงสธรรมบนผืนแผ่นดินไทยให้จงได้ 5) สร้างสัมมาอาชีวะ และเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นพื้นฐานของประเทศ 6) การรักษาดุลยภาพกับต่างประเทศ 7) การรักษาดุลยภาพกับต่างประเทศ และ 8) “แก้วสารพัดนึก” ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# การเมืองภาคประชาชนกับภารกิจ ๘ ประการ ## ประเวศ วะสี ### ๑๑ เมษายน ๒๕๔๙ การเมืองภาคประชาชนต้องเป็นพลังความถูกต้องของบ้านเมือง ในบ้านเมืองมีความไม่ถูกต้องสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความเสื่อมเสียทางศีลธรรมที่ชัดเจน และความไม่ถูกต้องที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบที่ซับซ้อน ทั้งหมดกำลังพาสังคมไทยเข้าไปสู่วิกฤตการณ์ แต่ ก็ยากต่อการเข้าใจ ทำให้สังคมไทยค่อนข้างเฉยชาต่อความไม่ถูกต้องที่คืบคลานเข้ามากินตัวเอง คุณูปการของ "ระบอบทักษิณ" คือทำให้คนไทยตื่นตัวครั้งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาเลย คนไทยจำนวนแสน จำนวนล้านได้เรียนรู้เรื่องระบบการเมือง เรื่องคอร์รัปชั่น เรื่องขายรัฐวิสาหกิจ เรื่อง ขายหุ้นให้ต่างชาติ ฯลฯ ความตื่นตัวทางศีลธรรมจริยธรรมการเมืองของประชาชนครั้งนี้ เป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ เป็นการสร้างทุนทางจิตสำนึก - ทุนทางสังคม - ทุนทางปัญญา (จสป.) อันมหาศาล ความไม่ถูกต้องในบ้านเมือง ทั้งที่มีมาก่อนทักษิณ และที่เกิดจากระบอบทักษิณ นั้นสาหัสมาก ไม่มีทางที่ระบบต่าง ๆ ของประเทศตามปรกติจะสามารถแก้ไขเยียวยาได้ ถ้าปราศจากการเมืองภาค ประชาชน อันนำมาซึ่งทุนทางจิตสำนึก - ทุนทางสังคม - ทุนทางปัญญา อันมหาศาลดังกล่าวแล้ว ทุน จสป. อันมหาศาล เท่านั้นที่จะสร้างความถูกต้องหรือศีลธรรมในบ้านเมืองได้ การเมืองภาคประชาชนจะต้องสร้างทุน จสป. อันมหาศาลนี้ให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง อนึ่งคำว่าประชาชนในที่นี้ หมายถึงคนไทยทุกคน ไม่ได้แบ่งเป็นพวก ๑๖ ล้าน กับพวก ๑๐ ล้าน และรวมหมายถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักธุรกิจ ฯลฯ ด้วย คนไทยไม่ ว่าจะสวมหมวกอะไร แต่ในความเป็นคนของเขา เรามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีอิสระ ที่จะทำอะไรได้ ๆ ได้ การเมืองภาคประชาชนจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อต่อสู้หรือกระทำภารกิจที่ท้าทาย ขอเสนอภารกิจ ที่ท้าทายต่อการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน ๘ ประการดังต่อไปนี้ ## ๑.ขจัดคอร์รัปชั่น คอร์รัปชั่นจะกัดกินสังคมไทยไปอีกนาน เหมือนมะเร็งร้ายที่นำความตายมาให้สังคมไทย อาจ ไม่ฟื้นตัวอีกนานหลังทักษิณไปแล้ว ที่ฟิลิปปินส์ มาร์กอสจากไปแล้ว ๒๐ ปี ก็ยังไม่ฟื้น ฉะนั้น การเมืองภาคพลเมืองจะต้องรณรงค์ขจัดคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบ คนเก่ง ๆ ในการสืบสวนสอบสวนคอร์รัปชั่นควรจะมารวมตัวกันเป็น ปปช.ภาคประชาชน การสืบสวนสอบสวนโดยนักวิจัยและสื่อมวลชนจะต้องเข้มแข็ง ต้องมีทุนสนับสนุนกระบวนการขจัด คอร์รัปชั่น ## ๒.ปฏิรูปการเมืองเพื่อขจัดธนกิจการเมือง และสรรค์สร้างประชาธิปไตยที่แท้ -๑- สังคมไทยได้บทเรียนอย่างเจ็บปวดว่าเมื่อทุนขนาดใหญ่เข้ามายึดอำนาจทางการเมือง ทำให้ สังคมไทยเสียดุลอำนาจอย่างใหญ่หลวงและนำไปสู่ความไม่ถูกต้องต่างๆ รวมทั้งสร้างความแตกแยก ที่คนไทยเกือบจะฆ่ากันเอง ฉะนั้นต้องหาทางขจัดธนกิจการเมืองให้ได้ และสรรค์สร้างประชาธิปไตย ที่แท้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ ต้องคำนึงถึงว่าประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่การเลือกตั้งเท่านั้น และการเมืองไม่ได้ มีแต่การเมืองของนักการเมืองเท่านั้น แต่มีการเมืองของพลเมืองด้วย ๓.พัฒนาระบบการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง ในสังคมที่ซับซ้อนถ้าคนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง จะช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น การเมืองภาค ประชาชนจะเข้มแข็งถ้ามีการสื่อสารที่ดี เผด็จการจะต้องการควบคุมและแทรกแซงสื่อ ทุนนิยมอนาริยะ ต้องการใช้สื่อเพื่อมอมเมาประชาชน ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินอันมหึมา ทำการตลาดและสร้างภาพ ก่อให้เกิดมิจฉาทิฐิขึ้นในสังคมไทยเป็นอเนกประการ อันเป็นบาปยิ่งนัก เพราะทำให้ทิฐิและวิธีคิดบิด เบี้ยว ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อไปอย่างกว้างขวางและยาวไกล ทั้งๆ ที่มาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญมี เจตนารมณ์ที่จะให้คลื่นเพื่อการสื่อสารเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด แต่ก็ขาดความจริงใจของ รัฐบาลและเอาไปแสวงประโยชน์กันจนละ การเมืองภาคประชาชนต้องขับเคลื่อนให้ระบบการสื่อสาร เป็นอิสระและมีประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด ๔.ปักธงแห่งอหิงสธรรมบนผืนแผ่นดินไทยให้จงได้ ใน ๕ ปีที่ผ่านมามีการคิดอย่างรุนแรง พูดอย่างรุนแรงก้าวร้าวด้วยโทสจริต และการกระทำ อย่างรุนแรง เช่น ฆ่าตัดตอน อุ้มฆ่า จนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ลุกโพลน ขยายตัวและแก้ไขไม่ได้ สังคมไทยคิดอย่างรุนแรงและแตกแยกอย่างไม่เคยมีมาก่อน แผ่นดินเดือด เพราะผู้มีอำนาจเต็มไปด้วยโทสจริต ขาดวจีสุจริต และส่งเสริมการใช้ความรุนแรง การเมืองภาคพลเมือง ควรขับเคลื่อนสันติวิธี ด้วยการคิด พูด ทำ อย่างสันติ สร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ปักธง แห่งอหิงสธรรมบนผืนแผ่นดินไทยให้จงได้ ๕.สร้างสัมมาอาชีวะ และเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นพื้นฐานของประเทศ สัมมาอาชีวะเป็นพื้นฐานทางศีลธรรมของสังคม มิจฉาอาชีวะทำให้สังคมเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า การพัฒนาประเทศจะเอาเงินเป็นตัวตั้งไม่ได้ ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม สัมมาอาชีวะหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียน ผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม มีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ ถ้ามีสัมมาอาชีวะเต็มพื้นที่ ศีลธรรมจะเป็น ปรกติธรรมดาของสังคม เศรษฐกิจดี และราษฎรมีความร่มเย็นเป็นสุข ขณะนี้ลองดูให้ดี ๆ มีมิจฉาอาชีวะเต็มไปหมด แล้วสังคมจะเป็นสุขได้อย่างไร การเมืองภาค ประชาชนควรรณรงค์ให้สัมมาอาชีวะและเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานของประเทศ ๖.ปฏิรูปการศึกษาให้เป็นการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง -๒- ใน ๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลตีประเด็นการศึกษาไม่แตก แม้พยายามเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการไปหลายคนแล้ว ระบบการศึกษาในรอบร้อยปีเศษที่ผ่านมาทำให้สังคมไทย อ่อนแอทุกๆ ประการ เพราะเป็นการศึกษาที่เอาวิชา (ในตำรา) เป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาชีวิตจริงและปฏิบัติ จริงเป็นตัวตั้ง ทำให้คนไทยแปลกแยกจากเพื่อนมนุษย์ แปลกแยกจากสิ่งแวดล้อม ทำงานไม่เป็น อยู่ร่วมกันไม่เป็น และจัดการไม่เป็น มนุษย์เรียนรู้ได้ดีที่สุดในฐานะวัฒนธรรม วัฒนธรรมหมายถึงวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนอันสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ ทุกคนมีความรู้อยู่ในตัว อันได้มาจากการทำงานและประสบการณ์ชีวิต แม่ของเราทุกคนเป็น ครูที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าท่านจะมีปริญญาใดๆ หรือไม่ เพราะท่านมีความรู้ในตัวที่ได้มาจากการทำงาน และประสบการณ์ชีวิต ความรู้ในตัวคนเกิดมาจากฐานทางวัฒนธรรม ในขณะที่ความรู้ในตำรามีน้อยคนที่เก่ง คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนไม่เก่ง ไม่มีศักดิ์ศรี ความรู้ ในตัวคนทุกคนมีในทางที่ต่าง ๆ กัน ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคน ทุกคนจะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมี ศักยภาพ การศึกษาที่ถูกต้องควรจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีวิตและวิถีชีวิต นั่นคือศึกษาจากชีวิตจริง ปฏิบัติจริง และเคารพความรู้ในตัวคน แต่เอาความรู้ในตำราเป็นตัวประกอบ หรืออีกนัยหนึ่งเอา วัฒนธรรมเป็นฐานและเอาตำราเป็นตัวประกอบ การศึกษาทุกวันนี้เอาตำราเป็นตัวตั้ง และทิ้งฐานวัฒนธรรมไปเลย การศึกษาแบบนี้นำไปสู่ ปัญหานานาประการและวิกฤตการณ์ทางสังคม รวมทั้งสภาพไร้ศีลธรรมและการเกิดความรุนแรงด้วย ถ้าตีประเด็นแตกในเรื่องการศึกษาที่เอาวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตเป็นฐานและเอาตำราเป็น ตัวประกอบ ประเทศจะเข้มแข็งขึ้นทุกๆ ทาง ## ๗.การรักษาดุลยภาพกับต่างประเทศ ต่างประเทศที่มีทุนมากกว่า มีความชำนาญมากกว่า จะรุกเข้ามาเอาเปรียบเราด้วยประการ ต่างๆ อย่างยากที่จะต้านทานได้ และถ้าไม่ระวังให้ดีทุนต่างชาติก็จะมายึดครองทรัพยากรต่างๆ ของ เรามากขึ้น ๆ คนไทยจะต้องทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนควาย โดยนายทุนทั้งไทยและเทศ เอาผลประโยชน์ไปหมด การคบค้าแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศเป็นของควรทำ แต่ต้องโดยรักษาอัตลักษณ์ และดุลยภาพของเราไว้ได้ ในการนี้ต้องการพลังจิตสำนึก - พลังทางสังคม - และพลังทางปัญญา สูงมาก ลำพังรัฐ อย่างเดียวหรือประชาชนอย่างเดียวไม่มีทางปกปักษ์รักษาตัวเราจากอิทธิพลของทุนมหึมาข้ามชาติได้ ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างรัฐ (ที่ดี) กับประชาชนเป็นรัฐประชาสมาสัย หรือประชารัฐ ดังในเพลงชาติ นั่นแหละ จึงจะรักษาอัตลักษณ์และดุลยภาพของเราไว้ได้ ๘. "แก้วสารพัดนึก" ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง ที่กล่าวมาทั้ง ๗ ประการข้างต้นไม่มีทางทำได้สำเร็จถ้าปราศจากข้อ ๘ -๓- การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำคือ "แก้วสาระพัดนึก" เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาทุกอย่างทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ - จิตใจ - ครอบครัว -ชุมชน - สังคม - วัฒนธรรม - สิ่งแวดล้อม - สุขภาพ และเป็น ประชาธิปไตยแบบสมานฉันท์และประชาธิปไตยโดยตรง ไม่เหมือนประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งซื้อเสียง การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำจะทำให้อบอุ่นไม่ว้าเหว่มีความสุข เพราะมีความเสมอภาคและ ภราดรภาพ ร่วมคิดหมายถึงการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ร่วมทำคือสามัคคีธรรม การรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำเป็นการที่ทรงพลานุภาพมาก ถ้าส่งเสริมให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง ประเทศจะมี พลังของความถูกต้องมหาศาล การเมืองแบบซื้อเสียงจะถูกจำกัดหรือขจัดให้หมดไป ภารกิจ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้ ประเทศไทยจะไม่ พ้นวิกฤต ฝากเพื่อนคนไทยทุกคนช่วยกันพิจารณา การเมืองภาคประชาชนไม่ควรมีแต่พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มีแกนนำทั้งห้านั้นเท่านั้น ควรจะมีกลุ่มและเครือข่ายอันหลากหลายเต็ม ประเทศ เช่น เครือข่ายสาธารณสุขเพื่อประชาธิปไตย เครือข่ายครูเพื่อประชาธิปไตย เครือข่าย นักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฯลฯ อย่าลืมว่า "ระบอบทักษิณ" นั้นเปรียบประดุจไวรัสเอ็ชไอวี ที่มีฤทธิ์ ทำลายภูมิคุ้มกันสูง สามารถมิวเตตหรือกลายพันธุ์ได้รวดเร็วเพื่อหลบหลีกการถูกทำลายจากระบบ ภูมิคุ้มกัน จึงยากที่จะผลิตวัคซีนขึ้นมาป้องกันมันได้ เช่นเดียวกับการรักษาโรคเอชไอวี/เอดส์ การรักษาโรคเอดส์ทางสังคมก็ต้อง (๑) ใช้ยาฆ่าเชื้อ (๒) ใช้วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การเมืองภาคประชาชนคือยาและ "วัคซีนทางสังคม" (Social vaccine) สังคมต้องมีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง จึงจะป้องกันโรคร้ายทั้งปวงได้ ถ้าการเมืองภาคประชาชนใช้หลักธรรม ๕ ประการคือ สัจจะ สันติ อหิงสา ปัญญา มัชฌิมาปฏิปทา ก็จะมีพลังของความถูกต้อง สังคมไทยต้องใช้วิกฤตทักษิณเป็นโอกาสที่จะกระตุ้น ความเข้มแข็งแห่งพลังของความถูกต้อง ต่อเมื่อความถูกต้องเป็นพื้นฐานของแผ่นดิน เราจึงจะ ปลอดภัยจากโรคไร้ศีลธรรมนานาชนิด -๔- PQET การเมืองภาคประชาชนกับ ภารกิจ ๘ ประการ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

ประชาธิปไตย

วัฒนธรรม

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

11 April 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
30% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
24% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
17% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ไทย -- การเมืองและการปกครอง

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

ประชาธิปไตย

วัฒนธรรม

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

11 April 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้