auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

กระบวนทรรศน์ใหม่ในการผลิตบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียน บทความ กระบวนทรรศน์ใหม่ในการผลิตบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 ลงวันที่ 22เมษายน 2556 อธิบายและได้เสนอแนวคิดภาพรวมของการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ ทั้งด้านปัญหา แนวทางด้านต่างๆ ในระบบบริหารจัดการ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# กระบวนทรรศน์ใหม่ในการผลิตบุคลากรสุขภาพ ในศตวรรษที่ ๒๑ ประเวศ วะสี (๒๒ เมษายน ๒๕๕๖) ๑. วิกฤตระบบบริการสุขภาพ ระบบบริการสุขภาพที่ดีมีลักษณะที่สรุปเป็นตัวย่อว่า EQE E แรกหมายถึง Equity คือมีความทั่วถึงเป็นธรรม Q = Quality คือมีคุณภาพ E หลัง หมายถึง Efficiency คือประสิทธิภาพ หรือ การได้ผลตอบแทนคุ้มค่า สหรัฐอเมริกาใช้งบประมาณสุขภาพ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งสูงมากและสูง ที่สุดในโลก มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุด มีบุคลากรที่ฝึกมาดีที่สุด แต่ทั้งหมดนี้ไม่การันตีว่า อเมริกาจะมี "ระบบ" บริการสุขภาพที่ดีที่สุด และระบบบริการสุขภาพของอเมริกายังไม่ ถือว่าดี เพราะคนอเมริกันประมาณ ๔๐ ล้านคนไม่มีประกันสุขภาพ ถือว่าขาดความทั่วถึง เป็นธรรม ผลตอบแทนทางสุขภาพ เช่น ดรรชนีทางสุขภาพก็แสดงว่าไม่คุ้มกับการลงทุน แสดงว่าระบบไม่มีประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายที่แพงและได้ผลไม่คุ้มเชื่อมโยงไปสู่ปัญหา เศรษฐกิจและการเมืองอย่างดิ้นไม่หลุด ท่ามกลางปัญหาที่กำลังเพิ่มขึ้น เช่น ปัญหา ผู้สูงอายุ ระบบบริการสุขภาพของประเทศต่างๆ ก็กำลังเดินตามรอยของสหรัฐอเมริกาเข้า ไปสู่สภาวะวิกฤต เพราะราคาที่แพง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคิดเชิง "ระบบ" แต่บุคลากร สุขภาพภายใต้แนวคิดเก่าที่ใช้มา ๑๐๐ ปี ขาดความคิดเชิงระบบ ด ๒. กระบวนทรรศน์เก่าและใหม่ในการผลิตบุคลากรสุขภาพ ก่อนปี ค.ศ.๑๙๑๐ การผลิตบุคลากรสุขภาพก็ทำกันไปตามบุญตามกรรม ขาดหลักวิชา ในปีดังกล่าว Abraham Flexner ได้เสนอรายงานและข้อเสนอแนะการผลิตแพทย์ให้มีฐานอยู่ในวิทยาศาสตร์ (Science - based) อันเป็นที่มาของการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตบุคลากรสุขภาพอย่างที่เรารู้กันแนวคิดนี้ได้ใช้มาประมาณ ๑๐๐ ปี คือจาก ค.ศ.๑๙๑๐ ถึง ๒๐๑๑ ก็พบว่าน่าจะล้าสมัย เพราะวิกฤต "ระบบ" บริการสุขภาพดังกล่าว แต่บุคลากรสุขภาพขาดความเข้าใจเชิงระบบ คณะกรรมการระดับโลก ที่นำโดย Julio Frenk คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กับ Lincoln Chen ประธานไชน่าเมดิคัล บอร์ด ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.๒๐๑๐ ได้เสนอรายงานและเสนอแนะให้ปรับกระบวนทรรศน์การผลิตบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑* จาก เอาวิทยาศาสตร์เป็นฐานมาเป็นเอา "ระบบ" เป็นตัวตั้ง (System-based) ในที่นี้ไม่ใช่ละทิ้งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "ระบบ" แต่ไม่ใช่เอาวิทยาศาสตร์เป็นตัวตั้ง "ระบบ" มีความหมายครอบคลุม แต่เลยวิทยาศาสตร์ออกไปอีก โดยมุ่งให้เกิด "ระบบ" ที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งมวล (Health For All) ในประเทศไทยย้อนหลังไป ๔๐ ปี คือ ในช่วงรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ก็มีคนไทยคณะหนึ่งพยายามทำเรื่องโรงเรียนแพทย์ชุมชน โดยแนวคิดเชิงระบบแม้ได้รับความสนับสนุนจากรัฐมนตรีสาธารณสุข และนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะมีแรงต้านทานมาก ๓. แนวทางการดำเนินการผลิตบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ ตามกระบวนทรรศน์ใหม่ อาจทำได้ดังต่อไปนี้ (๑) สร้างความเข้าใจในกระบวนทรรศน์ใหม่ ในหมู่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย อาจารย์ มหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ รวมทั้งบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ทุกระดับ โดยการกระจายข้อมูลข่าวสาร โดยการประชุม โดยการระดมความคิด น่าจะต้องมีผู้ทำยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง *Education of Health Professionals for the 21st Century: A Global Independent Commission. Lancet, December 4, 2010 ๒ (๒) สนับสนุนความเข้มแข็งของโรงพยาบาลชุมชน และใช้เป็นที่ฝึกปฏิบัติของนักศึกษาสุขภาพทุกประเภท เนื่องจากโรงพยาบาลชุมชนเป็นจุดยุทธศาสตร์ของระบบบริการสุขภาพ ณ รอยต่อระหว่างชุมชน กับ ระบบบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ เป็นที่เหมาะแก่นักศึกษาสุขภาพทุกประเภทจะไปเรียนรู้จากการปฏิบัติงานที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร กายภาพบำบัด สาธารณสุข นักศึกษาเหล่านี้จะได้ฝึกการทำงานกันเป็นทีม อันทำไม่ได้ที่โรงพยาบาลใหญ่ ถ้ามหาวิทยาลัยต่างๆ จะรับผิดชอบส่งเสริมความเข้มแข็งของโรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่ตามแต่จะตกลงกัน ก็จะดึงมหาวิทยาลัยให้มาเข้าใจระบบ (๓) ปรับวิธีทำหลักสูตรในมหาวิทยาลัยจาก เอาเทคนิคเป็นตัวตั้ง (Technically oriented) เป็นเอาระบบเป็นตัวตั้ง (System-oriented) ที่แล้วมาการทำหลักสูตรในมหาวิทยาลัยค่อนข้างเป็นดังนี้คือ ใครมีเทคนิคหรือวิชาการอะไรดีก็จัดการสอนในเรื่องนั้นๆขึ้น ทำให้ประโยชน์จำกัดหรือไม่ตรงกับความต้องการของระบบ หรือไปขัดแย้งกับระบบ เช่น ใช้วิธีการที่แพงเกินไปไม่สมจริงกับชุมชน ไม่รู้ความต้องการกำลังคนในเรื่องนั้นๆ ว่ามีเท่าไหร่ กี่ประเภท เป็นต้น ฉะนั้นต่อไปก่อนที่จะทำหลักสูตรอะไร กลุ่มอาจารย์ที่คิดจะทำหลักสูตรนั้นๆ ควรไปทำวิจัยระบบเสียก่อน ว่าเรื่องนั้นๆเป็นปัญหามากน้อยเพียงใด ถ้าจะแก้ปัญหานั้นมีภาระงานอย่างไร ต้องการบุคลากรประเภทใด จำนวนเท่าใด จะต้องใช้เทคโนโลยีอะไร ราคาเท่าใด ชุมชนสามารถจ่ายได้ไหม หรือในชุมมีวิธีแก้ปัญหานั้นๆอย่างไรอยู่แล้ว ทำอย่างไรจะไปเสริมหรือช่วยให้เขาทำได้ดีขึ้น โดยการวิจัยระบบเช่นนี้ อาจารย์ก็จะมีผลงานวิจัยเชิงระบบด้วย ช่วยให้เข้าใจระบบ เช่น เข้าใจความต้องการกำลังคนทั้งหมดในเรื่องที่ท่านชำนาญ เข้าใจเทคโนโลยีที่เหมาะสม และสามารถจัดหลักสูตรที่เหมาะแก่การช่วยพัฒนาระบบทั้งหมด ดังนี้เป็นตัวอย่างของ System-oriented curriculum development ถ้าได้ทำกันดังนี้ทุกหลักสูตรอาจารย์ทั้งหมดจะกลายเป็นผู้มีความรู้ในระบบเป็นอย่างดี ช่วยพัฒนากำลังคน และวิชาการให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบไปสู่สุขภาพของคนทั้งมวล ๓ (๔) ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาตั้งคำถามว่าทำอย่างไรความรู้ความเชี่ยวชาญของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งมวล การที่มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ เป็นสมบัติทางปัญญาของชาติ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาสามารถตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรความรู้ความเชี่ยวชาญของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งมวล สมมติว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเบาหวาน และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง ถ้าเรามีระบบที่สามารถควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้ทั้งประเทศ จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลในการลดภาวะโรค ลดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง และประหยัดค่าใช้จ่ายของชาติอย่างเหลือประมาณ เมื่อเราตั้งวัตถุประสงค์ดังนั้นก็ต้องไปทำความเข้าใจระบบบริการ เช่น สถานีอนามัย หรือ รพ.สต. ว่าเขาทำได้ไหม ทำอย่างไรจะสนับสนุนให้เขาทำได้ ทำอย่างไรโรงพยาบาลชุมชนจะสนับสนุนทางวิชาการให้ รพ.สต. ทำได้ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาสามารถตั้งคำถามได้อย่างเดียวกัน คำถามว่า "ทำไมสิ่งที่เรารู้เราชำนาญจะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งมวล" เป็นคำถามที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะออกมาจากหัวใจของความเป็นมนุษย์ ต้องไม่ลืมว่าครูบาอาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นมีเสียงดัง และมีพลังที่จะผลักดันเรื่องดี ๆ ถ้าท่านเข้าใจระบบและต้องการให้ระบบท่างานได้ดี แล้วท่านออกแรงในเรื่องนี้ ก็จะเป็นการเพิ่มพลังขับเคลื่อนระบบอย่างแรง ถ้าคิดดูให้ดีจะเห็นว่าทั้ง ๓ เรื่องที่ผมเสนอมาทำได้ไม่ยาก ทำแล้วจะเป็นวิชาการอย่างยิ่ง แต่เป็นวิชาการเชิงระบบซึ่งทำให้วิชาการเชิงเทคนิคได้ผลยิ่งขึ้น ประโยชน์สุขจะเกิดกับประชาชนมากขึ้น คนทำทุกคนมีความสุข ความดื่มด่ำในสิ่งที่ตนทำมากขึ้น เรียกว่าเป็น พหุ วิน-วิน ของทุกฝ่ายทุกคน ๔. ภาคีส่งเสริมระบบสุขภาพ หรือ คณะกรรมการส่งเสริมระบบสุขภาพ การสร้างระบบสุขภาพที่ดีนั้นต้องการความร่วมมือขององค์ประกอบที่ครบ ทั้งฝ่ายนโยบาย ฝ่ายผลิตกำลังคน ฝ่ายบริการ และองค์กรวิชาชีพ ในการขับเคลื่อนเรื่องการผลิตบุคลากรสุขภาพสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งสอดสัมพันธ์อยู่กับ "ระบบ" นั้น ควรจะถือเป็นโอกาสที่จะมีกลไกการทำงานร่วมกันให้ครบทุกฝ่าย ของการส่งเสริมระบบสุขภาพที่ดี ๔ กลไกนี้อาจมี ๒ ทางเลือก คือ หนึ่ง ภาคีส่งเสริมระบบสุขภาพ ประกอบด้วย การก่อตั้งขึ้นมาเองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หรือ สอง คณะกรรมการส่งเสริมระบบ สุขภาพ ซึ่งอาจจะเกิดโดยการแต่งตั้งจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือโดยออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก็ได้ การปฏิรูปการผลิตบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะมีผลเชื่อมโยงยาวไกลในการพัฒนาระบบสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล และทำให้ไม่ยาก นัก เพราะมีอุปสรรคน้อย เนื่องจากไม่มีใครเสียประโยชน์ มีแต่ได้ประโยชน์ร่วมกัน และ ประโยชน์สุขของคนทั้งมวล --- ๕ PGET กระบวนทรรศน์ใหม่ในการผลิต บุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
30% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
23% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• บุคลากรทางการแพทย์

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้