auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ข้าราชการ-องคมนตรี สมาสัย ดับไฟ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนี้ ผู้เขียนกล่าวถึง ข้าราชการ-องคมนตรี สมาสัย ดับไฟ โดยมีเนื้อหาหัวข้อดังนี้ 1) นัตถิ ปัญญา สมาอาภา 2) ประเด็นหลักของวิกฤตการณ์ทางการเมือง 3) 19 ล้านเสียงและการเลือกตั้งใหม่ไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธ์ได้ 4) ระบบการเมืองไม่สามารถดับไฟที่ตัวเองจุดได้ 5) ความขัดแย้งรุนแรงใหญ่ๆ เกิดจากนักการเมืองเสมอ 6) มโนสำนึกทางจริยธรรมและการแสดงความรับผิดชอบ 7) ข้าราชการ-องคมนตรี สมาสัย ดับไฟ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ข้าราชการ - องคมนตรี สมาชัย ดับไฟ ประเวศ วะสี ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๙ ## ๑. นัตถิ ปัญญา สมาอาภา ในสมัยใหม่ที่สลับซับซ้อน มีระบบที่ซับซ้อนและด้ามามาย ระบบเหล่านี้ซับซ้อนเกินกว่า คนทั่วไปจะเข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจจึงดำ ระบบเหล่านี้เป็นเสมือน "กล่องดำ" เมื่อสังคมไม่เข้าใจระบบ ที่ซับซ้อนและดำจึงถูกมันทำร้าย อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรง บ่อย ๆ ครั้งทุกข้างของความ ขัดแย้งล้วนเป็นเหยื่อของระบบที่ซับซ้อนและดำ สังคมต่าง ๆ แก้ปัญหาไม่ได้หรือวิกฤต เพราะ "กล่องดำ" ทางสังคมเหล่านี้ ฉะนั้น "ยุทธการแกะกล่องดำ" จึงมีความจำเป็นในการทำให้บ้านเมืองพ้นวิกฤต นั่นคือ การใช้ความรู้ ข้อมูล หลักฐาน คลี่ความซับซ้อนออกมาให้สว่าง พอที่สังคมจะเข้าใจ และจัดการกับ มันได้อย่างถูกต้อง โบราณจึงว่า นัตถิ ปัญญา สมาอาภา หรือแสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี สังคมการเมืองไทยกำลังสับสน ขัดแย้ง ร้อนระอุประดุจไฟไหม้ ต้องทำความเข้าใจ ประเด็นของปัญหา สาเหตุ และเครื่องมือในการแก้ปัญหา จึงจะดับไฟที่กำลังเผาไหม้ได้ ## ๒. ประเด็นหลักของวิกฤตการณ์ทางการเมือง นายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริต หรือถึงขั้นทำผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงกฎหมาย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและครอบครัวมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ จนมีบุคคลและองค์กรต่าง ๆ ออกมาประท้วงและเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ และ ล่าสุดคือแถลงการณ์ของสภาทนายความและสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๙ ที่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย นี้คือประเด็นที่ไม่ควรจะหลงลืม ## ๓. ๑๙ ล้านเสียงและการเลือกตั้งใหม่ไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ เมื่อประเด็นคือการถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริต ทางแก้คือการพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง ถ้านายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดก็ควรจัดให้มีการพิสูจน์โดยกลไกที่เชื่อถือได้ ถ้าไม่ ผิด การพิสูจน์ใด ๆ ก็จะเจอว่าไม่ผิด ข้อกล่าวหาก็จะตกไป แต่นายกรัฐมนตรีไม่เคยยอมให้พิสูจน์ มักอ้างเรื่อง ทรท. ได้รับเลือกมา ๑๙ ล้านเสียง การที่พรรคได้รับเลือกมาไม่ว่ากี่เสียง ๆ ก็ไม่ใช่ เครื่องพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำผิด ฮิตเลอร์และมาร์กอส เริ่มแรกก็ได้รับเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น หรือ ประธานาธิบดีนิกสันก็ได้รับเลือกจากประชาชนอเมริกันมากกว่า ๑๙ ล้านเสียง แต่เมื่อทำผิดซึ่ง -๑- น้อยกว่าข้อกล่าวหาที่นายกรัฐมนตรีกำลังได้รับมากก็ต้องลาออก ไม่สามารถอ้างเสียงหลายสิบล้านคนมาฟอกความผิดได้ การเลือกตั้งใหม่ไม่ใช่เครื่องมือฟอกว่าไม่ผิด คนมีเงินมาก ๆ และมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ สามารถจัดการให้คนมาออกเสียงให้ตัวได้มาก ๆ แต่ข้อกล่าวหายังอยู่ การจะฟอกว่าไม่ผิดได้คือ กระบวนการพิสูจน์ที่เป็นอิสระโดยการสืบสวนสอบสวน ไม่ใช่การโหวต การเลือกตั้งจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวหาฉกรรจ์ที่มีต่อนายกรัฐมนตรี การขาดความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) จากนักศึกษา คณาจารย์ สื่อมวลชน คนชั้นกลาง ข้าราชการที่สุจริต ตลอดจนพระราชวงศ์ และองคมนตรี มีแต่จะขยายตัวออกไป ทำให้ไม่สามารถบริหารประเทศได้และอาจวิกฤตรุนแรงยิ่งขึ้น คุณทักษิณมีส่วนสำคัญในการสร้างโครงสร้างที่ปิดทางออกของตัวเอง จนสังคมรู้สึกตีบตัน ว่าจะมีทางออกกันอย่างไร และหวั่นวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงนองเลือด แต่ก็เป็นหน้าที่ของเราทุกคนและทุกภาคส่วนของสังคมที่จะช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุด ๔. ระบบการเมืองไม่สามารถดับไฟที่ตัวเองจุดได้ ขณะนี้ไฟกำลังลุกไหม้ระบบการเมือง และระบบการเมืองไม่สามารถดับไฟที่ตัวเองจุดได้ จำเป็นที่ภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคมการเมืองจะต้องเข้ามาช่วยกันดับไฟ แผนผังในตอนที่ ๗ ข้างล่างแสดงภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมการเมืองอย่างคร่าว ๆ ระบบการเมืองจุดไฟเผาตัวเอง และไม่มีปัญญาดับ แต่ไฟนั้นลามเลียส่งความร้อนหรือไหม้ส่วนต่าง ๆ ของสังคมไปด้วย ทำให้สับสนวุ่นวายและเหนื่อยกันไปหมดทั้งสังคม เพราะคน ๆ เดียวแท้ ๆ ป่าเปรมอายุ ๘๐ กว่าแล้ว ต้องมาพลอยเหนื่อยและเครียดไปด้วย ใครว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เหนื่อย ในสภาพอย่างนี้ วิกฤตการณ์ทางการเมือง ความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยในครั้งนี้หากนำไปสู่การเรียนรู้ของสังคมทั้งหมด จะให้ประโยชน์ต่ออนาคตที่ถูกต้องของประเทศไทย ความไม่ถูกต้องเกิดจากทุนขนาดใหญ่รวมตัวกันมายึดอำนาจทางการเมือง ทำให้สังคมการเมืองเสียดุลอย่างแรง ปรกติความโลภของภาคธุรกิจจะต้องถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยอำนาจรัฐที่มีธรรมาภิบาล ธนกิจการเมืองรวมอำนาจเงินและอำนาจรัฐเข้ามาด้วยกัน อำนาจนั้นจึงล้นเกิน เสียดุลยภาพทางสังคมการเมืองอย่างรุนแรง องค์กรอิสระต่าง ๆ ถูกครอบงำและแทรกแซงจนหมดศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถเป็นกลไกตรวจสอบและคานอำนาจได้อีกต่อไป กอปรกับนายกรัฐมนตรีมีบุคลิกโดดเด่นผิดธรรมดาในการนิยมให้อะไร ๆ มาขึ้นกับท่านคนเดียว เสมือนกลไกของประเทศทั้งหมดมาขึ้นกับคน ๆ เดียว ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่อำนาจสิทธิขาดอยู่ที่คน ๆ เดียว ไม่สามารถฝ่าคลื่นลมทางการเมืองของสังคมสมัยใหม่อันซับซ้อน -๒- และโถมถั่งรุนแรงได้ จนต้องปรับเปลี่ยนเป็นระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญไปตาม ๆ กัน ทำให้ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่รอดปลอดภัย แปลกที่คุณทักษิณไม่เข้าใจในข้อนี้ ที่ต้องการรวบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ที่ตัวคนเดียว ประดุจ "ไม้ต้นเดียวเปลี่ยวสันโดษ" จะทานแรงลมไปได้อย่างไร ดูรูป (ก) (ก) ระบบรวมศูนย์อำนาจ อยู่ที่คน ๆ เดียว หักโค่นได้ง่าย (ข) ระบบเครือข่าย มั่นคง แข็งแรงกว่า อยู่ที่คน ๆ เดียว หักโค่นได้ง่าย ระบบรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่คน ๆ เดียวอันตรายมาก และไม่ยั่งยืนหักโค่นได้ง่าย และเมื่อมี อันเป็นไปก็ไม่มีอะไรต่อเนื่อง ตรงข้ามกับระบบเครือข่ายตามรูป (ข) ที่มั่นคงยั่งยืนกว่า ปัญหาสังคมปัจจุบันสลับซับซ้อนและยาก แก้ไม่ได้ด้วยอำนาจ รัฐบาลทักษิณเป็นตัวอย่าง ที่ดี ที่มีอำนาจมาก แต่แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ มิหนำซ้ำยังกำลังโดนอำนาจอื่น ๆ ตีกลับจนตกอยู่ใน "โครงสร้างมรณะ" ลำบากแทบเลือดตากระเด็น หวังว่าความลำบากของคุณทักษิณจะเป็นบทเรียนให้กับภาคธนกิจว่าการจะเข้ามายึด อำนาจทางการเมืองอาจจะไม่ยาก แต่หลังจากยืดแล้วยากสุดกำลังที่จะบริหารประเทศ หวังว่าภาค ธุรกิจการเงินจะช่วยกันดูแลให้เกิดความถูกต้องในภาคของตัวและในความสัมพันธ์กับสังคม การเมืองของประเทศ เพราะถ้าปราศจากความถูกต้องแล้วเศรษฐกิจจะเจริญและยั่งยืนไม่ได้ ๕. ความขัดแย้งรุนแรงใหญ่ ๆ เกิดจากนักการเมืองเสมอ ประชาชนไม่ว่าที่ไหน ๆ จะสร้างระบบการอยู่ร่วมกัน ดังที่สร้างเป็นกฎกติกาว่าจะไม่ทำ ร้ายกัน ไม่ลักขโมย ไม่ผิดลูกเมีย ไม่โกหก เป็นต้น ประชาชนจะทะเลาะกันบ้างก็เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแม้โจรก็ไม่สามารถก่อความขัดแย้งรุนแรงได้มากอะไรถ้าเทียบกับความรุนแรงที่ก่อโดย นักการเมือง ในสมัยโบราณนักการเมืองอาจพาคนไปตายเป็นหมื่นเป็นแสน เพราะความโลภบ้าง เพราะต้องการอิสตรีบ้าง ต้องการช้างเผือกบ้าง ต้องการแผ่อำนาจบ้าง ต้องการรักษาศักดิ์ศรีบ้าง ผมมีเพื่อนเป็นหมอชาวศรีลังกา เขาบอกว่าคนสิงหลกับคนทมิฬชนเกาะศรีลังกา เมื่อก่อน ก็อยู่ร่วมกันเป็นปรกติ แต่นักการเมืองเข้าไปยุยงให้แตกแยกจนฆ่าฟันกันรุนแรง เพราะ นักการเมืองต้องการหาเสียง ต้องการมีอำนาจ ต้องการกลบเกลื่อนความผิดของตัว สงคราม -๓- เวียดนามที่คนหนุ่มอเมริกันตายไปถึง ๕ หมื่นคน และคนเวียดนามตายไปกว่า ๒ ล้านคน เกิดจากการตัดสินใจของนักการเมืองอเมริกันเพียง ๔-๕ คน คนไทยเกิดแตกแยกกันยกใหญ่ เช่น ระหว่างคนเหนือกับคนใต้ ระหว่างคนจนในชนบท กับคนชั้นกลางในเมือง เพราะนักการเมือง ที่จริงคนเหนือกับคนใต้ไม่ใช่ศัตรูกัน คนจนกับคนชั้นกลางไม่ใช่ศัตรูกัน คนชั้นกลางเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิสูจน์ตัวเองหรือแสดงความรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีกลับไปปลุกระดมคนจนให้เกลียดคนชั้นกลาง เหตุกับการกระทำไม่ตรงกัน แต่ก็เป็นธรรมดาของนักการเมือง ดังกล่าวข้างต้น ที่ต้องการหาเสียง ต้องการอำนาจ ต้องการกลบเกลื่อนความผิด โดยไม่คำนึงถึงความแตกแยกและเสียหายที่ก่อให้เกิดขึ้น ที่จริงเรื่องความยากจนนั้น ผมเคยพูดมาจนปากเปียกปากแฉะและเคยบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดทับคนจน ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประชาชนมีศักดิ์ มีศรีมีสิทธิและมีความเป็นธรรมทางสังคม ซึ่งจะทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนอย่างถาวร มีเกียรติ มีศักยภาพที่จะกำหนดอนาคตของตนเองได้ ไม่ใช่เอาเงินไปล่อ ให้เขาเสพติดเงิน และตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ ## ๖. มโนสำนึกทางจริยธรรมและการแสดงความรับผิดชอบ คนเราทำผิดได้ทุกคน มโนสำนึกทางจริยธรรมจะช่วยให้คลี่คลายปัญหาได้ โดยที่นักการเมืองหรือผู้ปกครองมีผลกระทบต่อบ้านเมืองมาก นักการเมืองหรือผู้ปกครองจึงต้องมีจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไป ทศพิธราชธรรมจึงกำหนดคุณธรรมจริยธรรมของผู้ปกครองไว้อย่างสูงส่งและละเอียดยิ่ง สังคมจีนแต่โบราณก็บันทึกไว้ว่าถ้าเมื่อใดกษัตริย์ไม่ตั้งอยู่ในความเป็นธรรม บ้านเมืองจะเกิดทุพภิกขภัย ราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ดินฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดสงคราม มโนสำนึกทางจริยธรรมต้องออกมาเป็นการแสดงความรับผิดชอบ เช่น รัฐมนตรีคลังของอังกฤษคนหนึ่งลาออก เพราะลูกเขยแอบไปสต๊อกใบชาเก็งกำไร รัฐมนตรีคมนาคมของญี่ปุ่นคนหนึ่งลาออกเพราะเครื่องบินเจเอแอลตก เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ลาออกเพราะมัวไปตึกกอล์ฟกับนักธุรกิจขณะที่กำลังมีปัญหาในบ้านเมือง เหล่านี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบด้วยมโนสำนึกทางจริยธรรม ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้ทำความผิดโดยตรงที่ชัดเจนแต่ประการใด ของเรายังไม่ต้องนับข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่น เรื่องทำผิดกฎหมาย เรื่องขายชาติ ฯลฯ เอาแค่ว่าเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถรักษาให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ก็น่าจะต้องรับผิดชอบแล้ว ## ๗. ข้าราชการ - องคมนตรี สมาชัย ดับไฟ เมื่อไฟไหม้บ้านก็ต้องช่วยกันดับ -๔- ถ้าไหม้เล็ก ๆ น้อย ๆ คนไม่กี่คนก็ช่วยกันดับได้ แต่ถ้าไฟไหม้รุนแรง และไม่มีท่าทีว่าจะดับได้ ทุกภาคส่วนของสังคมก็ต้องช่วยกัน ข้างล่างนี้เป็นแผนผังภาคส่วนทางสังคมการเมืองอย่างคร่าว ๆ ความพยายามและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาโดยภาคส่วนต่าง ๆ * ประชาชน-สังคม * ธุรกิจ * ระบบราชการ * ระบบการเมือง * องคมนตรี * พระมหากษัตริย์ --- ข้าราชการ - องคมนตรี สมาสัย --- --- **ราชประชาสมาสัย** ภาคประชาชน - สังคม นั้นรวมถึงภาควิชาการและสื่อมวลชนด้วย การเมืองภาคประชาชนกำลังเรียกร้องความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีอยู่ ภาคธุรกิจ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวมาก แต่ควรเข้ามามีบทบาททำให้เกิดความถูกต้องในบ้านเมือง เพราะถ้าปราศจากความถูกต้อง เศรษฐกิจเจริญไม่ได้ **ราชประชาสมาสัย** เป็นข้อเสนอที่มาแรง แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกันทุกฝ่าย สถาบันพระมหากษัตริยก็อยู่ในฐานะลำบากมากว่าจะทำอย่างไร เมื่อใด แน่นอนถ้ามีการนองเลือดและเกิดสุญญากาศทางการเมือง สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ต้องลงมาช่วยแก้ไข แต่ก็มีการเรียกร้องว่าไม่น่าปล่อยให้นองเลือดเสียก่อน **ข้าราชการ - องคมนตรี สมาสัย** ข้าราชการตามปรกติก็ถูกการเมืองควบคุมอยู่และว่าต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง คณะองคมนตรีก็อยู่เหนือการเมือง แต่ยามวิกฤต ไฟกำลังไหม้บ้าน และจะลามเลียไปไหม้หมดทุกสถาบันในสังคมเช่นนี้ ทุกคน โดยศักดิ์ศรี ฐานะส่วนตัว และมโนสำนึกเพื่อบ้านเมือง จะช่วยกันทำอะไรได้บ้าง ความจริงข้าราชการเป็นกลไกของรัฐ สามารถทำอะไร ๆ ได้เยอะมากที่จะหยุดยั้งความไม่ถูกต้องในบ้านเมือง องคมนตรีแต่ละท่านนั้นมีเกียรติประวัติอันงดงามจึงได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ทุกท่านจึงมีบารมีย์โดยส่วนตัว **ข้าราชการและองคมนตรีจะให้กำลังใจแก่กันและกันได้อย่างไร** ในการก่อให้เกิดมโนสำนึกทางจริยธรรมถึงระดับที่สามารถถอดชนวนความรุนแรงในบ้านเมืองได้ ด้วยสันติวิธี ขอให้ช่วยกันนำกันไปพิจารณาอย่างกว้างขวางว่าข้าราชการและองคมนตรีจะให้กำลังใจแก่กันและกันได้อย่างไร จนถึงขั้นดับไฟที่กำลังลุกลามไหม้บ้านเมืองอยู่ได้ -๕- PQET ข้าราชการ-องคมนตรี สมาสัย ดับไฟ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

21 March 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
20% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
20% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ความขัดแย้งทางการเมือง

• ไทย -- การเมืองและการปกครอง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

21 March 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้