auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เป็นบทความที่ผู้เขียนอวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2550 และให้แง่คิดเกี่ยวกับการสร้างความสุข หากขาดศักยภาพที่จะสร้างสังคมเป็นสุขก็เปรียบเสมือนการถูกจองจำอยู่ในคุกที่มองไม่เห็น (The Invisible Prison) ประกอบด้วยเสา 4 ต้นที่ถักทอและจองจำไว้ คือ จิตสำนึก วิธีคิด สัมพันธภาพทางดิ่ง และวิธีการทางลบ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
ความสุขปใหม เขาใจ “คุกที่มองไมเห็น” (The Invisible Prison) ประเวศ วะสี เนื่องในโอกาสขึ้นปใหม พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมขออวยพรใหเพื่อนคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี และมีสวัสดิมงคล ไดรับจตุรพิธพร อันไดแก อายุ วัณโณ สุขัง พลัง คือการมีอายุยืนยาว มีวรรณะ ผองใสไมเศราหมอง มีความสุข มีพลัง ทั้งพลังทางกาย พลังทางใจ พลังทางสังคม และพลังทาง ปญญา ขอใหพรนี้ปรากฏแกทานทุกคน และขอจงใหพรซึ่งกันและกัน ขอใหเราตั้งความปรารถนา ใหเพื่อนมนุษยทั้งมวลมีความสุข มีความปลอดภัย ขอใหความปรารถนาของเราเปนความจริง คําอวยพรนั้นก็มผี ลสวนหนึ่ง แตอกี สวนหนึ่งเราตองสามารถสรางได เราทุกคนลวนปรารถนาความสุข แตมักไดความทุกข เพราะเราเรียนแตวิชาตางๆ สารพัด นอกจากวิชาสรางสุข ซึ่งเปนเรื่องที่แปลกประหลาดอยางหนึ่ง ที่เปนอยางนั้นเพราะไมรูวาความสุขนั้นสรางได จึงละเลยการเรียนรูเพื่อสรางสุข ทุกคนสามารถ และควรเปนนักสรางสุข เพื่อสรางความสุขใหตนเองและเพื่อเพื่อนมนุษย ถาทุกคนเปนนักสรางสุข โลกจะเปลี่ยน ฉะนั้นไมวาจะเรียนหรือทําอะไรทุกคนควรเปนผูเชี่ยวชาญในวิชาสรางความสุข ป ๒๕๕๐ จะเปน ปแ หง ความผัน ผวนทางการเมือ ง เศรษฐกิจ สัง คม ทุก คนควรมีส ติ ไมปลอยใหกระแสแหงความผันผวนกระแทกกระทั้นจนหมดกําลังและปนปวน ความสุขจะทําให มีพลังพอที่จะอดทนตอสูกับสิ่งยาก มนุษยขาดศักยภาพที่จะสรางสังคมเปนสุข เพราะถูกจองจําอยูในคุกที่มองไมเห็น (The Invisible Prison) การติดอยูในคุกทําใหขาดอิสรภาพและศักยภาพ ถารูจักคุกและออกจากคุก เราจะ มีศักยภาพที่จะสรางความสุขและสรางสังคมเปนสุขได คุ ก ที่ ม องไม เ ห็ น ประกอบด ว ยเสา ๔ ต น ที่ ถั ก ทอและจองจํ า เราไว เสา ๔ ต น นั้ น ประกอบดวย จิตสํานึก วิธีคิด สัมพันธภาพทางดิ่ง และวิธีการทางลบ จิตสํานึกที่วานี้คือจิตสํานึกที่เล็ก อันเห็นแกตัวเอง เห็นแกพรรค เห็นแกพวก เห็นแก เผาพันธุ เห็ น แกสีผิว เห็ น แกศาสนา ของตนๆ เทานั้น ไม เปนจิตสํานึกที่ใ หญที่เห็ นความเป น ทั้งหมดของมวลมนุษย สรรพสัตว และสรรพธรรมชาติทั้งหมด ซึ่งลวนเปนหนึ่งเดียว จิตเล็กยอม ขัดแยงกับความจริงที่ใหญ บีบคั้นใหมนุษยตกอยูในที่แคบ ขาดอิสรภาพ ขาดความรัก ขัดแยงแยง ชิง รุนแรงและทุกข ทุกขเพราะติดอยูใ นคุกแหงจิตสํานึกทีเ่ ล็ก วิธีคิดแบบแยกสวน เปนขาวเปนดํา เปนเราเปนเขา คิดแบบดิจิตัล ถาไม 0 ก็ 1 ถา 1 ก็ไมใช 0 ถาไมใชพวกเราก็เปนศัตรูของเรา นี้คือการคิดแบบตายตัว แยกสวน สุดโตง นําไปสูความขัดแยง และรุนแรง วิธีคิดแบบนี้ก็จองจําเราไวในคุกแหงวิธีคิด สัมพันธภาพทางดิ่ง สัมพันธภาพทางดิ่งหมายถึงความสัมพันธระหวางผูมีอํานาจขางบน กับผูไมมีอํานาจขางลาง สัมพันธภาพแบบนี้ขาดการเคารพศักดิ์ศรีและคุณคาความเปนคนของคน ทุกคนอยางเทาเทียมกัน ขาดความเสมอภาค ขาดความรัก ขาดการเรียนรูรวมกัน มีการวิ่งเตนเสนสาย นินทาวาราย ออกใบปลิว แทงขางหลัง เปนทุกขสัมพันธที่ขาดพลังสรางสรรค ในองคกรทุกชนิด -๒- ลวนมีสัมพันธภาพทางดิ่ง ทั้งองคกรทางการเมือง องคกรทางราชการ องคกรทางการศึกษา องคกร ทางธุรกิจ และองคกรทางศาสนา สังคมใดที่มีสัมพันธภาพในสังคมเปนทางดิ่งโดยวิสัย สังคมนั้น เศรษฐกิจจะไมดี การเมืองจะไมดี และศีลธรรมจะไมดี และจะไมมีทางดี ไมวาจะทําอยางไรๆ นอกจากปรับสัมพันธภาพใหเปนทางราบ สัมพันธภาพทางดิ่งในองคกรและในสังคมเปนคุกทาง สังคมที่จองจํามนุษยไวใหตกอยูในความบีบคั้น ความขัดแยง ความหงุดหงิด ความโกรธ ความไร ศักยภาพที่จะแกปญหา และสรางสรรคสิ่งดีๆ วิธีการทางลบ ในสังคมสมัยใหมที่ซับซอนมีปญหาเชิงโครงสรางที่ยากตอการเขาใจและ แกไข ยิง่ แกยงิ่ ทะเลาะกันจนมั่วและทอนกําลังและแกไมได เมื่อแกไมไดก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งโกรธ และ ยิง่ ทะเลาะกันมากขึ้นจนวุนวายปนปวนไปหมด สังคมมีปญหาจริง แตปญหาไมใชความจริงทั้งหมด ที่จริงมีความดีและความสําเร็จอยูเปนอันมาก ทั้งในบุคคล ในชุมชน ในองคกร และในสังคม หากนําความดี ความสําเร็จตางๆ เหลานี้ขึ้นมาสูการรับรู ขึ้นมาสูการพูดคุย ขึ้นมาสูการประชุม จะเกิดความชื่นใจ เกิดความปติ เกิดพลัง และเกิดความปรารถนารวมกันที่จะใหความดีเหลานั้น ขยายเพิ่มขึ้น เมื่อเปนความปรารถนารวมกัน ความดีเหลานั้นก็ขยายเพิ่มขึ้นไดจริงๆ และจะไปลด ดานที่เปนลบลง ความเคยชินที่เรามองทางลบและมีวิธีการทางลบก็เปนคุกที่มองไมเห็นอีกอยางหนึ่ง ที่จองจําเราไวในความหงุดหงิด ความโกรธ ความไมมีศกั ยภาพที่จะทําอะไรดีๆ การมีจิตเล็ก การมีวิธีคิดแบบแยกสวน สัมพันธภาพทางดิ่ง และวิธีการทางลบ คือคุกที่มอง ไมเห็นที่กักกันเราไวไมใหมีอิสรภาพ และศักยภาพที่จะมีความสุขและความสรางสรรค เนื่องจากคุกนี้เปนคุกที่มองไมเห็น เราจึงไมรูวาเราติดคุก เมื่อไมรูวาติดคุกก็ไมมีทางออก จากคุก และถูกคุกบีบคั้นโดยไมรูตัว ถารูวา ติดคุกและรูว า คุกคืออะไรก็เปนจุดเริ่มตนที่จะออกจาก คุกได การออกจากคุกคือการมีจิตสํานึกใหญ มีการคิดแบบมัชฌิมาปฏิปทา มีสัมพันธภาพทางราบ และมีวิธีการทางบวก คุกนี้ออกไมไดดว ยความรูแ ตออกไดดวยใจ เพราะความรูแยกสวนและไมมีพลังพอที่จะตานอํานาจของกิเลส จะถูกกิเลสจับกินหมด ตองเริม่ ดวยใจ ใจที่รักเพื่อนมนุษยและสรรพสิ่งทั้งหมด จะลดเครื่องกีดขวางทางปญญา ทําใหเขาถึง ความจริงวาทั้งหมดลวนเปนหนึ่งเดียวกัน มนุษยทั้งหมด สรรพสัตว และสรรพธรรมชาติทั้งปวง ลวน เปนหนึ่งเดียวกัน ถาเราเขาถึงความเปนหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งทั้งหมดเมื่อใด จิตจะเปลี่ยนไปโดย สิ้นเชิง เปลี่ยนเพราะเขาถึงความจริง ความจริงคือความเปนหนึ่งเดียวของทั้งหมด เมื่อเขาถึงความจริง ปบ จิตจะหลุดเปนอิสระ เกิดความสุขอันทวมทน ประสบความงามอันหาที่สุดไมได เกิดความรัก อันไพศาลตอเพื่อนมนุษยและธรรมชาติทั้งหมด ความรูสึกนึกคิด จิตใจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง -๓- ที่วาจิตหลุดเปนอิสระนั้น เพราะเดิมจิตติดอยูในความคับแคบของตัวเอง เมื่อเขาถึงความจริง ความจริงนั้นกวางใหญไมมีที่สนิ้ สุด จิตจึงใหญอยางไมมีที่สิ้นสุดที่เรียกวาจิตสํานึกใหญ เปนอิสระ และเบาสบายอยางยิ่ง ที่วา เกิดความสุขอันทวมทนก็เพราะอิสรภาพ คนออกจากคุกแลวมีความสุข เพราะหลุดพน จากความคับแคบของคุกฉันใด การออกจากคุกที่มองไมเห็นก็ฉันนั้น ที่วาประสบความงามอันหาที่สุดไมได เพราะความงามเกิดจากความเปนทั้งหมด ดอกไม หรือผูห ญิงสวยเพราะความเป นทั้งหมด แตถาเราถอดเป นสวนยอย เช น ดอกไมประกอบดว ย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม...หรือผูหญิงนี้ประกอบดวยลําไสเล็ก ลําไสใหญ มุตรคุตร... ความงามก็จะหายไป ถาเขาถึงความจริงคือความเปนทั้งหมดเมื่อใดก็จะประสบความงาม ถายังไม ประสบความงามก็แปลวายังเขาไมถึงความจริง ที่วา เกิดความรักอันไพศาลตอเพื่อนมนุษยและธรรมชาติทั้งหมดนั้น เพราะการเขาถึงความจริง วาเรากับเพื่อนมนุษยและธรรมชาติทั้งหมดลวนเปนหนึ่งเดียวกัน จิตสํานึกใหม (New Consciousness) อันเปนจิตสํานึกใหญนี้จะกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง ในตน (Transformation) เกิด ความรูสึก นึก คิด และจิต ใจใหมที่มีอิส ระ มีค วามสุข มีค วามรัก อัน ไพศาล มีสัมพันธภาพใหมตอเพื่อนมนุษยและสรรพสิ่ง เปนการออกจากคุกที่มองไมเห็นโดย สิ้นเชิง นักปราชญหลายทานเห็นวาอารยธรรมปจจุบันกําลังนํามนุษยชาติไปสูวิกฤตการณใหญ อย า งหลี ก เลี่ ย งไม พ น มี ท างรอดทางเดี ย วเท า นั้ น คื อ การปฏิ วั ติ จิ ต สํ า นึ ก (Consciousness Revolution) ปฏิวัตจิ ากจิตเล็กใหเปนจิตใหญ สวนวาปฏิวัติจิตสํานึกทําอยางไรนั้น ก็มีวิธีการตางๆ นาสนุกทั้งสิ้น ซึ่งจะไมกลาวในที่นี้ แตจะฝากไวเปนปฤศนาประจําป ๒๕๕๐ วาจิตสํานึกใหมเกิดขึ้นไดอยางไร ถาทานพยายามตอบ คําถามนี้ใหไดภายในปใหมที่กําลังจะมาถึง ทานก็จะเขาถึงความสุขอันแทจริง ขออวยพรใหเพื่อนคนไทยทั้งมวลประสบความสุขสวัสดิ์ตลอดป ๒๕๕๐ ขอจงมีเมตตา ตอกันและกัน มีหวั ใจเพื่อเพื่อนมนุษย แลวจะเกิดมงคลอันสูงสุด ชั่วกาลนาน *************************** -๔- PQET ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" (The Invisible Prison) ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
จิตใจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ความสุข
• ความทุกข์
history_eduหมวดหมู่
จิตใจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้