auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้ผู้เขียนกล่าวถึง คุณธรรมนำการพัฒนา ยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม มีเนื้อหาประกอบด้วย 1) ความมุ่งมั่นร่วมกัน 2) หลักการ 3) ยุทธศาสตร์ 6 ประการ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม และ 4) กลไกขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
คุณธรรมนำการพัฒนา ยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม # ๑. ความมุ่งมั่นร่วมกัน คนไทยทั้งปวงล้วนมีความปรารถนาอย่างเดียวกัน คือต้องการอยู่ในสังคมที่ดีงาม และมีความ อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน สังคมที่ดีงามและอำนวยประโยชน์สุขร่วมกันต้องเป็นสังคมที่มีจิตสำนึกทาง คุณธรรมและจริยธรรมสูง สังคมที่เอาแต่เงินเป็นตัวตั้งโดยขาดจิตสำนึกทางคุณธรรมและจริยธรรม จะ นำไปสู่ความเสื่อมเสียทางศีลธรรมอย่างหนัก ความขัดแย้ง ความรุนแรง และวิกฤตการณ์ต่างๆ คนไทย ควรมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างสังคมที่มีคุณธรรมนำการพัฒนา เพื่อความสุขความเจริญอย่างแท้จริง # ๒. หลักการ (๑) หลักแผ่นดิน สังคมจะพัฒนาไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขไม่ได้ ถ้าปราศจากพื้นฐานทาง คุณธรรมจริยธรรม พระปฐมบรมราชโองการที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ควรจะเป็นหลักแผ่นดิน ว่าแผ่นดินจะต้องมีธรรมหรือความถูกต้อง ประโยชน์สุขหรือ ความร่มเย็นเป็นสุข จึงจะเกิดขึ้นได้จริง ทุกภาคส่วนของสังคมไทยจึงควรสร้างจิตสำนึกทางคุณธรรมจริยธรรม และขับเคลื่อนให้ คุณธรรมจริยธรรมเป็นพลังของการพัฒนาทุกประเภท รัฐบาลมีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะทำให้คุณธรรมนำ การพัฒนาเป็นระเบียบวาระแห่งชาติพร้อมด้วยนโยบายและยุทธศาสตร์ (๒) สังคมคุณธรรม สังคมคุณธรรมควรจะประกอบด้วยหลักการอย่างน้อย ๘ ประการ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน (๒) มีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ และเศรษฐกิจพอเพียง (๓) อนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรม อนุรักษ์และใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน (๔) เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน -๒- (๕) มีความเป็นธรรมทางสังคม (๖) มีสันติภาพ สามารถใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง (๗) มีการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (๘) มีความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม (๓) คุณธรรม ประกอบด้วยคุณธรรมอย่างน้อย ๘ ประการ คือ (๑) ความซื่อสัตย์สุจริต (๒) ความมีน้ำใจ ความไม่ทอดทิ้งกัน ความมีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อส่วนรวม (๓) มีความขยันขันแข็ง อดทน อดกลั้น พึ่งตนเองได้ ไม่มัวเมาในอบายมุข (๔) มีสัมมาชีพ มีความพอเพียง (๕) มีความเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน สามารถรวมตัว ร่วมคิดร่วมทำอย่างเสมอภาค (๖) อนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มีการใช้อย่างเป็นธรรม และยั่งยืน (๗) มีความยุติธรรม และแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (๘) มีการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (๔) คุณเจอยู่ที่การเอาคนและพื้นที่เป็นตัวตั้ง ปัญหาของการพัฒนาที่แล้วมาอยู่ที่การเอาวัตถุ เทคนิค และหน่วยงานเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาคนและพื้นที่เป็นตัวตั้ง เช่น ทางการเกษตรก็เอาผลิตผล การเกษตรเป็นตัวตั้งไม่ใช่เกษตรกร วัดก็เอาศาสนวัตถุเป็นตัวตั้งไม่ใช่พระ การศึกษาก็เอาเทคนิคการสอน เป็นตัวตั้งไม่ใช่ผู้เรียน แพทย์ก็เอาโรคเป็นตัวตั้งไม่ใช่คน การพัฒนาเศรษฐกิจก็เอาวัตถุหรือเงินเป็นตัว ตั้งไม่ใช่ความสุขความเจริญของคน การพัฒนาอย่างบูรณาการไม่แยกส่วนคือหลักการสำคัญของการพัฒนาไปสู่ความเป็นอยู่เย็นเป็นสุข การพัฒนาโดยเอากรมเป็นตัวตั้งไม่สามารถพัฒนาอย่างบูรณาการได้ เพราะกรมมีลักษณะเป็นแท่งเป็น เรื่องๆ เช่น กรมข้าว กรมดิน กรมน้ำ ฯลฯ ต้องเอาพื้นที่ เช่น ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัดเป็นตัวตั้ง และกรม เป็นตัวสนับสนุน (๕) ดรรชนีวัดความสุข เราต้องการความร่มเย็นเป็นสุข แต่กลับไปใช้การวัดความเติบโตทาง เศรษฐกิจ (จีดีพี) เป็นเครื่องวัดการพัฒนา ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาอย่างแยกส่วน และเสียสมดุลอย่าง รุนแรง ควรสร้างและใช้ดรรชนีวัดความสุข ซึ่งจะวัดความเป็นสังคมคุณธรรมดังกล่าวในข้อ (๒) (๖) ระเบียบวาระแห่งชาติ รัฐบาลประกาศเรื่องคุณธรรมนำการพัฒนาเป็นวาระแห่งชาติให้ทุก กระทรวง ทบวง กรม ถือปฏิบัติที่จะส่งเสริมให้เกิดคุณธรรมจริยธรรมเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุกด้าน และมีการประเมินว่าได้มีการปฏิบัติตามระเบียบวาระแห่งชาตินี้มากน้อยเพียงใด และทำรายงาน ประชาชาติเรื่องคุณธรรมจริยธรรม -๓- # ๓. ยุทธศาสตร์ ๖ ประการ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างคุณธรรมพื้นฐานในสังคมประกอบด้วยยุทธศาสตร์ ๖ ประการ ดังภาพที่ ๑ อันประกอบด้วย  ภาพที่ ๑ ยุทธศาสตร์ ๖ ประการเพื่อสร้างสังคมคุณธรรม (๑) ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งจังหวัด (๒) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม (๓) ยุทธศาสตร์การศึกษาที่มีคุณธรรมนำความรู้ (๔) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนา (๕) ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจ (๖) ยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน สังคมคุณธรรม ทั้งจังหวัด และประชาสังคม ของชุมชนท้องถิ่น ๒. ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม ๓. ยุทธศาสตร์การศึกษาที่มีคุณธรรมนำความรู้ ๔. ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนา ๕. ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจ ๖. ยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน และทั้งจังหวัด ๑. ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างบูรณาการ -๕- (๓) ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้ (๔) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนา (๕) ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ (๖) ยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน ซึ่งขยายความในแต่ละยุทธศาสตร์ดังนี้ (๑) # ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนา อย่างบูรณาการทั้งจังหวัด ในทุกจังหวัดมีความร่วมมือกันในทุกภาคส่วนทั้งรัฐ ท้องถิ่น ชุมชน และประชาสังคม ส่งเสริม การพัฒนาอย่างบูรณาการที่มีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐาน โดยเน้นการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ การมี สัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นรากฐานของสังคมคุณธรรมและความอยู่เย็นเป็นสุข ควรมีการจัดสรรการใช้ที่ดิน และเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้คนจำนวนมากที่สุดมีเศรษฐกิจพอเพียงและมั่นคง สนับสนุน ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคมให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการ ความสำเร็จจะอยู่ที่ความร่วมมือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่นและ ประชาคมจังหวัด โดยมีการวิจัยและการจัดการความรู้เป็นตัวขับเคลื่อน กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็นแกนหลัก ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ ด้วยความสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายองค์กรทาง สุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) (๒) # ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม ยุทธศาสตร์นี้เป็นยุทธศาสตร์เพื่อจัดความสัมพันธ์ใหม่ในสังคม ในสังคมหรือองค์กรใดที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง ระหว่างผู้มีอำนาจข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจ ข้างล่างจะอ่อนแอ ไม่มีพลังที่จะเผชิญกับความซับซ้อนของสังคมปัจจุบัน ทำให้ประชาธิปไตยและ -๕- ศีลธรรมเป็นไปไม่ได้ ความสัมพันธ์ในแนวราบมีพื้นฐานอยู่ที่การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคน ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีความเสมอภาค และเข้ามารวมตัวร่วมคิดร่วมทำอย่างเท่าเทียมกัน สังคมที่มีความสัมพันธ์ทางราบมากเรียกว่ามีความเป็นประชาสังคม ความเป็นประชาสังคมทำให้ เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี ถ้าไม่มีความเป็นประชาสังคม การที่หวังจะเห็นสังคมศีลธรรม เป็นไปไม่ได้เลย และไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนที่เป็นไปได้โดยปราศจากความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม เป็นยุทธศาสตร์สังคมที่ สำคัญที่สุด เพราะเป็นเครื่องมือสร้างเสริมประชาธิปไตย เศรษฐกิจพอเพียง การอนุรักษ์วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อม ความยุติธรรมชุมชนและสันติวิธี ระบบสุขภาพชุมชน การพัฒนาจิตใจ และสิ่งดีงามอื่นๆ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็นเจ้าภาพหลักในการทำยุทธศาสตร์นี้ (๓) # ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้ การศึกษาต่างๆ มักเอาความรู้นำไปโดยไม่มีปัญญาตาม ความรู้ไม่มีพลังพอที่จะต้านทานอำนาจ ของความไม่ดีได้ ความรู้จึงถูกนำไปใช้ในเรื่องไม่ดีต่างๆ หรือถูกบงการด้วยความไม่ดี สังคมและโลก จึงวิกฤตเพราะการศึกษาแบบนี้ การพัฒนาควรจะใช้ความดีหรือคุณธรรมนำแล้วตามด้วยความรู้ แท้ที่จริงความดีหรือคุณธรรมคือปัญญา ความรู้กับปัญญาต่างกัน ความรู้อาจจะรู้อะไรเป็นเรื่องๆ และ มักจะไม่มีจริยธรรมกำกับ แต่ปัญญาหมายถึงรู้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงรู้ตัวเองด้วย การรู้ทั้งหมดและรู้ตัวเอง ทำให้สามารถจัดความสัมพันธ์ระหว่างตนกับผู้อื่นและสิ่งอื่นอย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องคือ จริยธรรม เมื่อพูดถึงปัญญาจะมีจริยธรรมอยู่ด้วยเสมอ ในขณะที่ความรู้ไม่แน่ว่ามีจริยธรรมอยู่ด้วย ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้จึงสำคัญยิ่ง ในยุทธศาสตร์นี้ควรลดการเรียนแบบท่องวิชาลง แต่เพิ่มการเรียนรู้ในชีวิตจริงปฏิบัติจริง ชีวิต จริงปฏิบัติจริงหรือวิถีชีวิตร่วมกันคือวัฒนธรรม มนุษย์เรียนรู้ได้ดีที่สุดในฐานะวัฒนธรรม ในฐาน วัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตเป็นที่รวมของทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นแก่ชีวิต เช่น การทำมาหากินที่สอดคล้อง กับสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกัน การจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ความยุติธรรม ชุมชน การไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ขนบธรรมเนียมประเพณี และศาสนธรรม เป็นต้น การเรียนรู้ในฐานะ วัฒนธรรม เอาชีวิตและการศึกษามาอยู่ที่เดียวกัน ไม่ใช่แยกส่วนอย่างการศึกษาปัจจุบัน ว่าชีวิตก็อย่างหนึ่ง การศึกษาก็อย่างหนึ่ง โดยแยกไปเอาวิชาเป็นตัวตั้งไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง -๖- ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สิ่งที่เรียนรู้ในฐานวัฒนธรรมให้เป็นปัญญาที่สูงขึ้น แล้วนำปัญญากลับลงไปใช้ในชีวิตจริงและปฏิบัติจริงอีก วงจรความรู้จากการปฏิบัติและการสังเคราะห์เป็นปัญญาที่สูงขึ้นแล้ววนกลับเอาไปใช้อีก แต่ละรอบจะทำให้ทั้งการปฏิบัติดีขึ้นและความรู้ที่ได้ดีขึ้น นี้คือการใช้วัฒนธรรมเป็นฐานและวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ กระบวนการเรียนรู้นี้จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนเข้มแข็ง และประชาสังคม รวมทั้งการพัฒนาคุณธรรม มหาวิทยาลัยควรจะสนับสนุนยุทธศาสตร์พอเพียงและการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งจังหวัด ในรูปแบบหนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด ควรส่งเสริมจิตปัญญาศึกษาในการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งในสังคมโดยทั่วไป เพราะช่วยให้เกิดความสุข ความดี และความสำเร็จ ในระบบการศึกษาควรทำแผนที่คนดีโดยค้นคว้าหาคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดิน ถ้าการศึกษาค้นคว้าหาคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเหล่านี้ แล้วนำมาสื่อสารเรียนรู้กัน จะขยายความดีให้เกิดขึ้นเต็มแผ่นดิน กระทรวงศึกษาธิการควรจะเป็นแกนในการสร้างและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ (๔) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนา องค์กรทางศาสนาเป็นทรัพยากรอันมีค่ามหาศาลของแผ่นดิน ทั้งประเทศมีวัดอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ วัด มีมัสยิดหลายพันแห่ง และองค์กรทางศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งแม้ไม่มากเท่าวัด และมัสยิด องค์กรทางศาสนาเคยเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีบทบาททั้งทางสังคม ทางวัฒนธรรม ทางจิตใจ และทางการศึกษา การพัฒนาสมัยใหม่ได้ทอดทิ้งองค์กรทางศาสนาไป ในยุทธศาสตร์คุณธรรมนำการพัฒนา ควรส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนาให้มีบทบาทอย่างเหมาะสมในสังคมสมัยใหม่ ปัญหาของคนสมัยใหม่ที่สำคัญคือความเครียด ถ้าส่งเสริมการจัดการวัดให้เป็นที่สะอาด ร่มรื่น มีอาจารย์สอนกรรมฐาน วัดจะช่วยให้เกิดสุขภาวะทางจิตและการพัฒนาจิตใจอย่างมาก นอกจากนั้นขณะนี้มีผู้สูงอายุที่เหงาอยู่กับบ้านจำนวนมาก เพราะลูกหลานไม่ได้อยู่บ้านเหมือนสมัยก่อน หากชุมชนจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่วัด เช่น มีการบรรยายธรรม และมีกิจกรรมร่วมกัน จะเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี และช่วยผ่อนเบาภาระของลูกหลานไปได้มาก เช้าก็พาพ่อแม่ปู่ย่าตายายไปวัดเย็นก็มารับกลับ ดั่งนี้ เป็นต้น พระที่วัดอาจวิจัยค้นคว้าหาผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในชุมชนแล้วนำมาสื่อสารกัน เช่นเดียวกับที่โรงเรียนอาจจะทำ ก็จะเป็นเครื่องให้ขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน -๗- สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา ศูนย์คุณธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง วัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชุมชนท้องถิ่น ควรจะรับผิดชอบ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ อาจส่งเสริมให้มีเครือข่ายนักธุรกิจเพื่อศาสนา เข้ามาร่วมส่งเสริมการจัดการ ขององค์กรทางศาสนา (๕) # ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ระบบบริการสุขภาพเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทุกคนตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ถ้ามี การจัดระบบบริการและพัฒนาจิตสำนึกของบุคลากรสาธารณสุขให้ให้บริการที่มีหัวใจของความเป็น มนุษย์ได้ ระบบบริการสุขภาพก็จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอันยิ่งใหญ่ นอกจากนั้นหากโรงพยาบาลชุมชนเข้มแข็งร่วมกับชุมชนเข้มแข็งจะสามารถสถาปนาระบบ สุขภาพชุมชนอันกว้างใหญ่ไพศาล อำนวยประโยชน์สุขให้มหาชนชาวสยามอย่างไพศาล กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรสุขภาพต่างๆ ควรรับผิดชอบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ (๖) # ยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างสรรค์ค์เพื่อขยายความดี ให้เต็มแผ่นดิน ในแต่ละพื้นที่มีความดีอยู่แล้วโดยไม่มีใครรู้เห็น ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเหล่านี้อาจเป็นชาวบ้าน ครู พระ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ทนายความ สื่อมวลชน หรือองค์กร เช่น วัด โรงเรียน โรงพยาบาล บริษัท ฯลฯ หากมีการทำแผนที่คนดีในทุกพื้นที่โดยโรงเรียน โดยวัด โดยโรงพยาบาล โดยชุมชน ท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นใด แล้วนำมาสื่อสารกันให้รู้ในวงกว้าง จะสามารถทำให้ความดีขยายตัวเต็ม แผ่นดิน ยุทธศาสตร์นี้กำหนดให้สื่อสารมวลชนของรัฐนำเรื่องราวของการทำความดีมาสื่อสารกันอย่าง กว้างขวางเป็นประจำ ควรออก พรบ. องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอำนาจเงิน สามารถ สื่อสารทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เนต และส่งเสริมการสื่อสารชุมชน ให้คนไทยรู้ความจริง -๕- โดยทั่วถึง รับรู้ความดีความงามที่มีในแผ่นดิน และสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ประเทศจะเกิด ความถูกต้องดีงามโดยรวดเร็ว รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อสารมวลชนของรัฐ ควรรับผิดชอบยุทธศาสตร์นี้ เท่าที่กล่าวมาทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์เป็นเพียงการฉายตัวอย่างอย่างย่นย่อ เมื่อมีการทำยุทธศาสตร์ จริงสามารถลงรายละเอียดและเพิ่มเติมได้อีกมาก ๔. กลไกขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม นอกเหนือไปจากการที่แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะมีคณะทำงานยุทธศาสตร์ของตัวเองแล้ว กลไกขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์อาจประกอบด้วย (๑) คณะทำงานยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม ประกอบด้วยนักยุทธศาสตร์จากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ทำงานเต็มเวลา ประสานความเข้าใจที่ถูกต้องในหมู่บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงส่งเสริมการจัดการการวิจัยและการจัดการ ความรู้ที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์และประสานให้เกิดการปฏิบัติในพื้นที่ (๒) คณะกรรมการอำนวยการนโยบายและยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม มีนายกรัฐมนตรีเป็น ประธาน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคประชาสังคมและภาควิชาการ โดยมีคณะทำงานยุทธศาสตร์ เป็นเลขานุการ คณะกรรมการนี้อาจประชุมประมาณเดือนละหนึ่งครั้ง (๓) พิจารณาออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม เพื่อสร้าง ความเป็นเอกภาพของผู้ปฏิบัติทั้งหมด (๔) สร้างโครงสร้างที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่รัฐบาลนี้ มีอายุไม่นาน แต่ยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรมเป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อนเป็นระยะยาว รัฐบาลในอนาคต อาจมีความสนใจแตกต่างกันไป ควรพิจารณาสร้างโครงสร้างที่มีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ ต่อไปอย่างยั่งยืน ********* -๕- PCET คุณธรรมนำการพัฒนา ยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม ประเวศ วะลี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
9 November 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ยุทธศาสตร์
• ความดี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
9 November 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้