auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้ได้กล่าวถึงทักษิณ-สุชิน-วาสนา “อตัมยตา” มีหัวข้อดังนี้ 1) แนะนำไม่ใช่ขาประจำ 2) สองบุคลิกภาพในหนึ่งคน 3) การรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่คนคนเดียว-เรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำ 4) พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 5) ถ้าศาลแข็งแรงและตรงไปตรงมา คงจะมีคนติดคุกกันหลายคน 6) เมื่อเรือล่ม อย่าให้พาคนไปตาย 7) ทักษิณ-สุชิน-วาสนา “อตัมยตา” และ 8) การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation)ของสังคมไทยหลังทักษิณ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ทักษิณ-สุชิน-วาสนา "อตัมยตา" ประเวศ วะสี (06-06-06) สุชิน ที่จริงคือสุชน ดัดแปลงเพื่อความคล้องจอง ## ๑. แนะนำไม่ใช่ขาประจำ เพื่อให้เห็นความเป็นมาเป็นลำดับ จะได้สรุปได้ถูกต้อง ผมขอเล่าสั้นๆ ดังต่อไปนี้ (๑) ก่อนการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๔ เกือบปี พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ ได้ติดต่อให้ คุณทักษิณกับผมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่โบ๊เบ๊ทาวเวอร์ ๒ ครั้ง เพื่อคุยกันถึง การพัฒนาบ้านเมือง ปรีชาจะเอาอีกเป็นครั้งที่ ๓ แต่ผมว่าไม่ดี เพราะผมไม่ต้องการให้ใกล้ชิด พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นพิเศษ (๒) เมื่อตั้งพรรค ทรท. หมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ส่งนโยบายพรรคด้านสาธารณสุข มาให้ผมวิจารณ์ ผมไม่ได้อ่านเลย และส่งกลับ เพราะไม่อยากให้เอาไปอ้างว่าผมช่วยร่าง (๓) พรรค ทรท. เชิญผมไปพูดเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนในที่ประชุมพรรค ผมก็ไป เพราะเห็นว่าถ้าพรรคเข้าใจก็จะมีประโยชน์ แต่ไม่ตรงกับที่รัฐบาลพรรค ทรท. ปฏิบัติ ต่อมา และไม่ตรงกับ "อาจสามารถโมเดล" (๔) ใกล้เลือกตั้ง ๒๕๔๔ ปรีชาติดต่อจะให้ผมไปบรรยายในพรรคอีก ผมว่าไม่ดี จะเป็นว่าผมสนิทชิดเชื้อเป็นพิเศษ ผมจึงบรรยายเป็นสาธารณะที่หอประชุมเล็กธรรมศาสตร์ คุณทักษิณและสมาชิก ทรท. จำนวนมากฟังอยู่ ผมพูดว่า ใครก็ตามที่จะเป็นนายกคนต่อไป ควรจะทำ ๘ ข้อดังต่อไปนี้ ... ผมบรรยายเสร็จ คุณทักษิณขึ้นไปบนเวที ประกาศว่าท่านจะ ทำหมดทั้ง ๘ ข้อ (๕) วันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๔๔ ก่อนคุณทักษิณเป็นนายกฯ สามวัน สถาบันพระปกเกล้า จัดประชุมเรื่องสันติวิธีที่โรงแรมมิราเคิล ว่าที่นายกฯ ได้รับเชิญให้มาร่วมฟังด้วย ผมได้พูดกับ คุณทักษิณเป็นส่วนตัวว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ตามจะเผชิญความขัดแย้ง อันอาจนำไปสู่ ความรุนแรง ต้องมียุทธศาสตร์สันติวิธี (๖) ในปี ๒๕๔๔ หลังจากคุณทักษิณเป็นนายกฯ ไปประมาณค่อนปี ปรีชาติดต่อมา ว่านายกฯ อยากรับประทานอาหารเย็นกับผม จึงนัดกินข้าวบ้านคุณโสภณ สุภาพงษ์ ตามที่ เป็นข่าว คุณโสภณไม่ได้เสนอขอทุนด้วยประการใดๆ ผมเตือนคุณทักษิณว่า ต้องระวังอย่าให้ ตก "โครงสร้างมรณะ" คืออย่าใช้อำนาจในการแก้ปัญหา เพราะนอกจากแก้ไม่ได้แล้ว อำนาจ อื่นๆ ในสังคมจะรุมตีกลับ (๗) ในบทความเรื่องรัฐบาลทักษิณกับความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ ตีพิมพ์ -๑- ในมติชน วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๖ ผมได้แนะนำสิ่งที่ควรทำ ๘ ประการ เพื่อจะได้เป็นรัฐบุรุษ แก้ปัญหายาก ๆ ในบ้านเมือง ซึ่งตามปรกติแก้ไม่ได้ ในข้อ ๘ นั้น ผมแนะนำว่า "ต้องตัดขาดจาก ธุรกิจครอบครัวให้สะเด็ดน้ำ" เพราะผมรู้ว่าประเด็นนี้มันจะเลี้ยวมาปักอกคุณทักษิณภายหลัง (๘) หนังสือพิมพ์มติชนขอให้ผมเขียนบทความปีใหม่ ๒๕๔๘ ผมเขียนเรื่องทำปี ๒๕๔๘ ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันวิกฤตใหญ่กลางปี ๒๕๔๙ ไปพลิกดูได้ (๙) เมื่อการเมืองคับขันเข้าเรื่อย ๆ ผมเสนอว่าคุณทักษิณควรออกบวชเพื่อการสิ้นกรรม หรือตายเสียก่อนตาย อันจะเป็นการถอดสลักวิกฤตการณ์ทางการเมือง ทั้งหมดที่เล่ามาย่อ ๆ เพื่อให้เห็นว่าผมล้มเหลวเพียงใด ## ๒. สองบุคลิกภาพในหนึ่งคน มีคนจำนวนมากงว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณทักษิณก็พูดอะไรดี ๆ เยอะ แต่ทำไม เวลาทำจึงตรงข้าม หรือลืมเรื่องที่พูดไว้ ด้านหนึ่งคุณทักษิณสามารถพูดอะไรดี ๆ ทำอะไรดี ๆ เวลาปาฐกถาหน้าที่เขาเรียกว่า Keynote ท่านจะพูดได้ดีจริง ๆ แสดงว่ารู้เรื่องดี แต่ในการกระทำ ก็มีเรื่องร้าย ๆ เยอะตามที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา มีคนงงจริง ๆ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ถ้าเข้าใจว่าคนบางคนมีสองบุคลิกภาพ (Double personality) หรือบุคลิกภาพผ่าซีก (Split personality) ก็จะเข้าใจ คือซีกหนึ่งขาวหรือดี อีกซีกหนึ่งดำหรือร้าย โดยซีกที่ดีก็ไม่รู้ ในสิ่งที่ซึกร้ายทำ ลองศึกษาเรื่องนี้กันดูเถิดครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมขณะนี้สังคมไทยจึงเสมือน ถูกผ่าเป็นสองซีก สุดแต่การเห็นด้านขาวหรือด้านดำ ## ๓. การรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่คนคนเดียว-เรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในพฤติกรรมก็คือ คุณทักษิณต้องการรวมศูนย์อำนาจมาอยู่ที่ท่านคนเดียว ทั้งในพรรคการเมือง ทั้งใน ครม. ทั้งในระบบราชการ พลเรือน ทหาร ตำรวจ ทั้งในทางธุรกิจ การเงิน ทั้งในทางการสื่อสาร ทั้งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ฯลฯ เรื่องนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะทำ เพราะโดยเหตุผลแล้วไม่เป็นประโยชน์และเป็นโทษอย่างยิ่ง เพราะสังคมที่มีปัญหาสลับซับซ้อนอำนาจแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ต้องแก้ด้วยปัญญาร่วม (Collective wisdom) การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คนคนเดียวไม่มีความยั่งยืน โค่นล้มได้ง่าย จึงไม่เป็นเหตุเป็นผล ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จึงต้องเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม การรวบ อำนาจยังเป็นปัจจัยให้ความไม่ดีต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น คอร์รัปชั่น แบบที่ว่าโคตรโกง และโกง ทั้งโคตร การรวมศูนย์อำนาจจึงเชื้อเชิญการต่อต้านทุกรูปแบบ และการกล่าวหาต่าง ๆ คุณทักษิณและคณะจึงหนีไม่พ้นที่จะถูกกล่าวหาทางสังคมในประเด็นที่ฉกรรจ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง การกระทำที่ถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะลิดรอนพระราชอำนาจตามการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วย ## ๔. พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ รัฐธรรมนูญมาตรา ๓ บัญญัติว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้" -๒- เมื่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีถูกรวบอำนาจไว้ที่คนคนเดียว ตามที่กล่าวถึงในข้อ ๓ จึงไม่มีพลังในการสร้างความถูกต้อง หรือกลับเป็นปัจจัยของความไม่ถูกต้องเสียเอง และเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างไม่มีทางออก ไม่ว่าจะหาทางออกอย่างใด ๆ จนพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า "วิกฤตที่สุดในโลก" และทรงกระตุ้นให้ศาลเข้ามามีบทบาทในการแก้วิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ทั้งนี้เป็นการทรงใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยในทางศาล ศาลจึงใช้คำว่าในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕. ถ้าศาลแข็งแรงและตรงไปตรงมา คงจะมีคนติดคุกกันหลายคน ศาลไม่ได้ดำรงอยู่ในสุญญาภาค แต่อยู่ในความเป็นจริงของสังคมการเมือง ในสังคมการเมืองไทยที่มีการรวมศูนย์อำนาจ มีการทำผิดรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายอื่น ๆ กันมาก ด้วยความย่ำมใจว่ากลไกทางกฎหมายไม่สามารถเอื้อมมือไปจัดการได้ถึง จนความเสื่อมเสียทางศีลธรรมซ้อนไขกัดกินไปทั่วสังคม บัดนี้ศาลไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้ว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ได้ทรงจี้ตุลาการอย่างแรงว่า ถ้าทำไม่ได้ ก็ควรลาออกไปเสียนอกจากต้องแข็งแรงและตรงไปตรงมาในการแก้วิกฤตประเทศ ควรที่ประชาชนไทยในทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะสนับสนุนศาลให้สามารถทำตรงไปตรงมาตามกฎหมาย เพื่อแก้วิกฤตการณ์ของบ้านเมืองตามพระราชกระแส ๖. เมื่อเรือล่ม อย่าให้พาคนไปตาย เมื่อโครงสร้างอะไรใหญ่ ๆ ล่ม จะทำให้คนตายได้เสมอ เช่น เรือล่ม ตึกถล่ม ระบบเผด็จการล่มสลาย เมื่อศาลเอาจริงเอาจังอาจเกิดการล่มสลายของระบบอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ ซึ่งจะต้องระวังอย่าให้พาคนไปตาย เรื่องนี้จะต้องมีสติระวังระวังให้ถูกต้องกันทุกฝ่าย กล่าวคือ (๑) ผู้มีอำนาจควรมี "จิตวิญญาณพระปกเกล้าฯ-เกรียงศักดิ์-เปรม" กล่าวคือ ผู้มีอำนาจบางคนเขาเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่าการเปลี่ยนแปลงอำนาจของตน เช่น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ยังมีผู้ที่จงรักภักดีต่อพระองค์อยู่มาก แต่ทรงหลีกเลี่ยงการที่คนไทยจะต้องฆ่าฟันกันเมื่อคณะราษฎรยึดอำนาจ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เลือกที่จะประกาศลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีกลางสภา เมื่อถูกบีบทางการเมืองและการทหารพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อมีนักวิชาการ ๙๙ คนถวายฎีกา ยังมีกำลังสนับสนุนอยู่เพียบเลย เลือกที่จะบอกว่า "ผมพอแล้ว" ท่านเหล่านี้เห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง ยอมสละอำนาจที่เคยมี ท่านเหล่านี้ไม่ได้ทำผิด แต่สละอำนาจเพื่อความสงบสุข ประวัติศาสตร์ไม่ได้จารึกว่าเป็นผู้แพ้ แต่กลับได้รับการยกย่อง (๒) ทหารและตำรวจจะต้องเป็นทหารและตำรวจของพระเจ้าอยู่หัว เห็นแก่ความถูกต้องและความสงบสุขของบ้านเมือง มากกว่ามีความภักดีต่อบุคคลด้วยอามิสสินจ้างใด ๆ ประชาชนจะต่อต้านการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง (๓) ประชาชนบางหมู่บางเหล่าจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือ ถูกใช้ก่อความรุนแรงและ -๓- ก่อกวนผู้คนที่เขาทำตามรัฐธรรมนูญ ควรจะต้องมีการให้ข้อมูลให้รู้ความจริง ว่าขณะนี้ผู้มี อำนาจบางคนกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ ทำผิดกฎหมาย และต่อสู้กับกระบวนการทางศาลที่ทำใน พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรักษาความถูกต้องในบ้านเมือง ดั่งนี้ เป็นต้น ๗. ทักษิณ-สุชิน-วาสนา "อตัมยตา" อตัมยตา เป็นคำที่ท่านอาจารย์พุทธทาสค้นพบในพระไตรปิฎก และนำมาเผยแพร่ เป็น คำบอกตัดขาดไม่เอาอีกแล้วกับกิเลส ทำนองว่า "กูไม่เอากะมึงอีกแล้วโว้ย" ถ้าทักษิณ-สุชิน- วาสนา สามารถ "อตัมยตา" กับตำแหน่ง วิกฤตการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายทันที หรือไม่ ประเทศไทยก็ต้อง "อตัมยตา" กับทั้ง ๓ ท่าน ๘. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ของสังคมไทยหลังทักษิณ สังคมไทยจะต้องตระหนักรู้ว่า ปรากฏการณ์ทักษิณก่อให้เกิดการคุกคามทุกสถาบัน อย่างทั่วถึงและรุนแรง เพราะพลังอำนาจอันมหึมาของเงิน และความอ่อนแอในตัวเองของ สถาบันต่าง ๆ ในสังคม แม้ทักษิณไปแล้ว การคุกคามจากเงินขนาดใหญ่ที่มาจากนอกประเทศ ก็ยังคงอยู่ ฉะนั้น ความอ่อนแอขั้นพื้นฐานของสังคมไทยก็ยังคงอยู่ คนไทยและสังคมไทย ทุกภาคส่วน จะต้องร่วมกันพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงวิถีคิดและโครงสร้างของสังคมของเราที่ทำให้ เราอ่อนแอ ปรับปรุงแก้ไขให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งในระดับ บุคคล ระดับองค์กร และระดับสังคม เพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ซ้ำซากจากวิกฤตการณ์คลื่นลูกที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสามารถสร้างศานติสุขขึ้นได้จริงในบ้านเมืองของเรา ************** -๔- PQET ทักษิณ-สุชิน-วาสนา "อตัมยตา" ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
6 June 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การเมืองและการปกครอง
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
6 June 2006
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้