auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนายกฯ ทักษิณ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้ผู้เขียนได้เสนอแนะทางออกที่ดีที่สุดของนายกฯ ทักษิณ คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตน ซึ่งจะทำให้พบความสุข สงบ และหมดเวรหมดกรรม ไม่ควรคิดกลับมาเป็นนากยกรัฐมนตรีอีก ถึงเป็นก็แก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหาของประเทศไทยสลับซับซ้อนและยากยิ่ง แก้ไม่ได้โดยวีรบุรุษหรือรัฐบุรุษใด ๆ ในภพภูมิของความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมแบบเดิม ๆ แต่ต้องการยกภพภูมิทางจิตใจให้สูงขึ้น จึงจะแก้ไขได้

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนายกฯ ทักษิณ ## ประเวศ วะสี ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๙ "แล้วมันจะจบลงอย่างไร" เป็นคำถามที่ได้ยินมากที่สุด เพราะมองไม่ออกว่าวิกฤตการณ์การเมืองในปัจจุบันจะยุติลง อย่างไร บางคนก็เรียกร้องให้สามัคคี ให้ปรองดองกัน ให้สมานฉันท์ ให้ถอยคนละก้าว เหล่านี้ เหมือนคำอธิษฐานที่ยากจะเป็นไปได้ เพราะความสงบเรียบร้อย ความสามัคคี และความ สมานฉันท์จะมีได้ต่อเมื่อมีความถูกต้อง ถ้าความไม่ถูกต้องยังดำรงอยู่ การเรียกร้องความสามัคคี นอกจากไม่ได้ผลแล้ว ยังเหมือน เป็นการสนับสนุนให้ความไม่ถูกต้องดำรงอยู่ต่อไป ประเด็นคือนายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาด้วยข้อหาที่ฉกรรจ์ ว่าขาดความสุจริต หาประโยชน์ เข้าตัว ด้วยการหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของชาติ นักการเมืองใด ๆ อาจถูกกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงได้ แต่ระบบจะพยายามวางทางออกที่ การมีกลไกอิสระต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือเข้ามาสืบสวนสอบสวน แต่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันถูก กล่าวหาว่าใช้อำนาจและเงินเข้าครอบงำแทรกแซงองค์กรอิสระจนหมดสิ้น จนองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้นหมดศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือ ทำให้ปิดทางออกที่ควรจะมี อีกวิธีหนึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาด้วยเรื่องร้ายแรงคือตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา สอบสวนนายกรัฐมนตรี ดังกรณีที่เมื่อมากาเร็ตแซเซอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ถูกกล่าวหาว่า กระหายเลือด นำคนอังกฤษไปตายในสงครามโฟคแลนด์ แซเซอร์ได้ตั้งลอร์ดแฟรงค์ซึ่ง คนอังกฤษเขานับถือกันว่าเป็นกลางอย่างยิ่ง มาเป็นประธานสอบสวนนายกรัฐมนตรี มีอำนาจใน การเรียกเอกสารและบุคคลมาให้การได้อย่างเต็มที่ รายงานของลอร์ดแฟรงค์ทำให้ประเด็นนี้ตกไป ผมเคยเสนอให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางขึ้นมาสอบสวนนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็น ทางออก แต่ทางนี้ก็ถูกปิด และสถานการณ์ได้เลยเรื่องนี้ไปแล้ว เมื่อไม่มีทางออกอย่างอื่น จึงเกิดการชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ที่พัฒนามา เป็นเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือเรียกกันว่า การเมืองภาคประชาชน การเมืองภาคประชาชนเป็นสิ่งที่ทั้งถูกกฎหมายและถูกต้อง เพราะลำพังการเมืองของนักการเมือง ต่อให้ดีอย่างไร ก็ยากที่จะถูกต้อง ถ้าปราศจากการเมืองภาคประชาชนคอยติดตามกำกับ ตรวจสอบ เนื่องจากศีลธรรมจะต้องเป็นหลักของแผ่นดิน การเมืองภาคประชาชนจะต้องเป็นพลัง ทางศีลธรรม นายกรัฐมนตรีก็ยืนยันแข็งขันว่า "ไม่ยุบสภาไม่ลาออก" -๑- แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจยุบสภาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ โดยหวังว่าจะเป็นการออก จากวิกฤต ที่เรียกว่าคืนอำนาจให้ประชาชน แต่ก็นำไปสู่วิกฤตการณ์การเลือกตั้ง ต่อไป เพราะ พรรคฝ่ายค้านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง การแข่งขันใด ๆ ต้องมีความยุติธรรม จึงจะเป็นการแข่งขัน ความยุติธรรมคือคู่แข่งจะต้องมีความใกล้เคียงกันในทุก ๆ ทาง ไม่ใช่ไปเอาผู้ใหญ่กับเด็ก มาแข่งกัน เอาเศรษฐีกับยากมากแข่งกัน เอาช้างกับมดมาแข่งกัน ในขณะที่กลุ่มทุนใหญ่ที่มารวมตัวกันเป็นพรรคไทยรักไทยมีทุนเป็นแสน ๆ ล้านเปรียบ เหมือนช้าง ปชป. ชาติไทย มหาน นั้นถ้ามีทุนบ้างก็คงน้อยเต็มที่ ทรท. ยังถืออำนาจรัฐอยู่ด้วย และไม่มีความน่าเชื่อถือใด ๆ ว่าจะไม่ใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบคู่ต่อสู้ เมื่อทุนใหญ่ถืออำนาจรัฐ - ชนะเลือกตั้ง - เป็นรัฐบาล - สูบผลประโยชน์ทำให้ทุน ของตัวใหญ่ขึ้น - เลือกตั้ง - เป็นรัฐบาล - สูบผลประโยชน์ทำให้ทุนของตัวใหญ่ขึ้น..... ทำให้เกิด "วงจรอุบาทว์แห่งการเลือกตั้ง" แต่เรียกมันว่ากติกาประชาธิปไตย พรรค ฝ่ายค้านจะรู้ดีที่สุดว่าขืนเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์แห่งการเลือกตั้ง เขาต้องหมดเนื้อหมดตัว ล้มละลาย แน่ เขาจึงบอยคอตหรือคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเรื่องโจ๊กไป การเลือกตั้งจึงแก้ปัญหาไม่ได้ด้วยประการฉะนี้ สมมติว่าลากไปถึงการเลือกตั้งในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ ได้ แน่นอนว่า ทรท. ได้รับการ เลือกตั้ง แต่อาจตั้งรัฐบาลไม่ได้ หรือตั้งได้ก็ทำหน้าที่ไม่ได้ เพาะคนที่เกลียดและไม่เชื่อถือไว้วางใจ คุณทักษิณ ประกอบไปด้วย นักศึกษา คณาจารย์ สื่อมวลชน ชนชั้นกลาง ข้าราชการที่สุจริต ตลอดไปจนพระราชวงศ์ และองคมนตรี ถึงคุณทักษิณจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก วิกฤตการณ์ทางการเมืองก็ไม่จบหรืออาจ รุนแรงมากขึ้น จะเห็นได้ว่าทางออกต่าง ๆ ดีบตันไปหมด และคุณทักษิณมีส่วนสำคัญในการสร้าง โครงสร้างที่ปิดล้อมตัวเองให้ออกไม่ได้ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายคุณทักษิณและฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างตก อยู่ในความกลัวคือคุณทักษิณก็กลัว ว่าถ้ายอมลงจากอำนาจ อีกฝ่ายจะเข้ามาขุดคุ้ยและเสนอให้ ยึดทรัพย์ ข้างฝ่ายพันธมิตรฯ ก็กลัวว่าถ้าประนีประนอมราข้อ จะไว้ใจคุณทักษิณไม่ได้ว่าจะไม่มา อุ้มฆ่าตามกิติศัพท์ จึงไม่มีทางถอยหรือประนีประนอมกันได้ เมื่อตีบตันไปหมดแล้ว จะเป็นไปหรือมีทางออกอย่างไร หนึ่ง รุนแรงแตกหัก นั้นคือคุณทักษิณไปฆ่าใคร หรือใครฆ่าคุณทักษิณ ซึ่งก็จะก่อเวรก่อ กรรมอื่น ๆ ต่อไป ในฐานะชาวพุทธเราย่อมไม่อยากเห็นเช่นนั้น สอง เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตน (Transformation) ตามปรกติปุฤชนมี ความทุกข์และก่อความทุกข์ให้ผู้อื่น เพราะธรรมชาติพื้นฐานในตัวตนที่เห็นแก่ตัวหรือเอาตัวตน เป็นใหญ่ การที่จะเปลี่ยนแปลงธรรมชาติพื้นฐานในตัวตนเป็นไปได้ยาก แต่การเปลี่ยนแปลงขั้น พื้นฐานในตัวตนก็เกิดขึ้นได้ โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกนึกคิด เห็นโลกและเห็นคนอื่น -๒- ในมุมมองใหม่ เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งทั้งหมด เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์ และธรรมชาติทั้งหมด มีความสุข ความเป็นอิสระ และมีความสร้างสรรค์อย่างยิ่ง อันเป็นไปเพื่อ การอยู่ร่วมกันด้วยสันติ การจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนเกิดขึ้นได้หลายทาง ในที่นี้จะขอกล่าวถึง ๓ วิธี คือ (๑) มีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) คนที่ใกล้ตายแต่ไม่ตายหลายคน เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นคนใหม่ที่จิตใจดีอย่างยิ่ง (๒) การออกไปนอกโลกแล้วมาเห็นโลกทั้งใบ มนุษย์อวกาศชื่อ เอ็ดการ์ มิทเซลล์ ยืนอยู่บนดวงจันทร์มองมาเห็นโลกทั้งใบแล้วจิตใจเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง เพราะเห็น ความเป็นหนึ่งเดียวของโลกทั้งใบ เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และโลก ทั้งหมด (๓) เจริญศีล สมาธิ และปัญญาภาวนา โดยจะเป็นฆราวาสหรือเป็นพระก็แล้วแต่ ทางออกที่ดีที่สุดของนายกฯ ทักษิณคือ เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตน ซึ่งจะ ทำให้พบความสุข สงบ และหมดเวรหมดกรรม ไม่ควรคิดกลับมาเป็นนายกกรัฐมนตรีอีก ถึงเป็นก็ แก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหาของประเทศไทยสลับซับซ้อนและยากยิ่ง แก้ไม่ได้โดยวีรบุรุษหรือรัฐบุรุษ ใดๆ ในภพภูมิของความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมแบบเดิม ๆ แต่ต้องการยกภพภูมิทางจิตใจให้ สูงขึ้น จึงจะแก้ไขได้ ฉะนั้น แม้คนอื่น ๆ ก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตน การเมืองภาค ประชาชนก็ต้องระวังกิเลสในตัวตนด้วย ถ้าชนะแล้วเกิดความฮึกเหิม ก็จะไปพลาดพลั้งเสียหาย แก้ปัญหายาก ๆ ไม่สำเร็จ แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง ๕ คน ก็ต้องคิดถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานใน ตัวเองด้วย การณ์ข้างหน้าจึงจะมีพลังของความถูกต้อง ถ้านายกฯ ทักษิณ และแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง ๕ คน ออกบวชพร้อมกัน จะเป็น อย่างไรบ้าง บวชสัก ๑ เดือนเป็นอย่างน้อย เจริญศีล สมาธิ ปัญญา อย่างเข้มข้น จนได้ลิ้มรสพระธรรม และเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวเอง ถ้าใครติดใจจะบวชนานต่อไปอีกก็แล้วแต่ การออกบวชพร้อมกันนี้ ไม่มีการเสียหน้า ไม่มีใครแพ้ ทุกคนเป็นผู้ชนะ การทำความดีอี การชนะ และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนแล้ว ทุกคนจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนา ประเทศชาติบ้านเมืองอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะศึกษาลาเพศหรือยังคงบวชต่อไป พรรคการเมืองต่าง ๆ จะต้องมาตกลงกันที่จะปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง จะต้องเลิก พฤติกรรมเดิม ๆ ที่พาบ้านเมืองไปสู่ความวิกฤต ศีลธรรมจะต้องเป็นหลักของแผ่นดิน กิจกรรมทุกอย่างจะต้องผูกอยู่กับหลักของแผ่นดิน การเมืองจะต้องเป็นการเมืองศีลธรรม เศรษฐกิจจะต้องเป็นเศรษฐกิจศีลธรรม -๓- ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ ระบบความยุติธรรม ระบบการสื่อสาร ล้วนต้องมีรากฐานอยู่ในศีลธรรม เราจะคด ๆ โกง ๆ เอาเปรียบกันแบบศรีธนญชัยต่อไป บ้านเมืองจะไปไม่รอด ขอให้วิกฤตการณ์ปัจจุบันเป็นการให้การศึกษาแก่เราทุกคนว่า ความถูกต้องเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความรัก ความปรองดอง ความสมานฉันท์ ความเจริญ และความร่มเย็นเป็นสุข (ผมมีปัญญาน้อย ถ้ากล่าวอะไรไปไม่ถูกใจ ไม่ถูกต้อง หรือเป็นการล่วงเกินต่อผู้ใด ผมต้องขอประทานอภัย) ******************* -๔- PCET ทางออกที่ดีที่สุด สำหรับนายกฯ ทักษิณ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 March 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
13% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
12% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
8% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมืองและการปกครอง

• การบริหารรัฐกิจ

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 March 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้