auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงเรื่อง พรบ. องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระ เครื่องมือก้าวพ้นหลุมดำของประเทศไทย ประกอบด้วยหัวข้อดังนี้ 1) ประเทศติดอยู่ในหลุมดำ 2) ถ้าประชนชนรู้ความจริงโดยทั่วถึงและสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ ประเทศจะเจริญโดยรวดเร็ว 3) องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระ (อสส.) และ 4) พรบ. องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
พรบ.องค์ การสื่ อสารสาธารณะที่เป็ นอิสระ เครื่ องมือก้าวพ้นหลุมดาของประเทศไทย ประเวศ วะสี ๑. ประเทศติดอยู่ในหลุมดา เรามีปัญหายากๆ ที่สลับซับซ้อนอย่างไม่มีหวังจะแก้ไขได้ เช่น การขาดประชาธิ ปไตยที่ แท้จ ริ ง การขาดความเป็ นธรรมทางสั ง คม การแก้ค วามยากจนไม่ ไ ด้ เจ้า หน้ า ที่ รั ฐ ขาดความ รับผิดชอบและข่มเหงรังแกประชาชน ฯลฯ ปั ญหาต่างๆ เหล่านี้มองไม่เห็นทางจะแก้ไขได้ ไม่วา่ จะ เปลี่ยนรัฐบาลมากี่รัฐบาล ไม่ใช่เพราะเราไม่มีนายกรัฐมนตรี ที่เป็ นคนดี เราเคยมี แต่ถึงมีก็แก้ไม่ได้ เพราะปัญหาปัจจุบนั เป็ นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซบั ซ้อน ปัญหาทีซ่ ับซ้ อนแก้ไม่ ได้ ด้วยอานาจ ที่ฟิลิ ปปิ นส์ คอราซอนอาคีโน ขึ้นมาเป็ นประธานาธิ บดี ดว้ ยการปฏิ วตั ิของประชาชนที่ ขับไล่มาร์ กอสออกไป อาคีโนก็เป็ นคนดี แต่ปัญหาพื้นฐาน เช่น ความยากจนและความไม่เป็ นธรรม ทางสังคมก็แก้ไม่ได้เลย คุณทักษิณก็เป็ นนายกรัฐมนตรี ที่มีอานาจมากที่สุดแต่ก็แก้ปัญหายากๆ ใน สังคมไทยไม่ได้ นี่ ถา้ มี รัฐธรรมนู ญใหม่ แต่ สส. คล้ายเก่า รัฐบาลก็คล้ายเก่า เราจะมี หวังออกจาก หลุ มดาได้อย่างไร ในขณะที่การเลือกตั้งก็ตอ้ งพยายามทาให้ดีที่สุด แต่อย่าไปฝากความหวังไว้กบั การเลื อกตั้งอย่างเดี ยว ต้องพยายามทาความเข้าใจและสร้างเครื่ องมืออื่นๆ ที่จะทาให้เรากระโดด ข้ามหลุมดาไปให้ได้ ๒. ถ้ าประชนชนรู้ความจริงโดยทั่วถึงและสามารถสื่ อสารระหว่ างกันได้ ประเทศจะเจริญโดยรวดเร็ว คนจะฉลาดเพราะรู ้ความจริ ง ถ้าไม่รู้ความจริ งก็ทาอะไรก็ไม่ถูก ถูกหลอก ถูกต้มตุ๋น ถูก เอาเปรี ยบ และไม่สามารถใช้สิทธิ ใช้เสี ยงในการกาหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อานาจใดๆ ได้ พื้นที่แห่ งการรับรู ้ ความจริ งปิ ดสาหรับประชาชนไทย เพราะอานาจรัฐกับอานาจเงิ นได้ เข้าควบคุมการสื่ อสารทางวิทยุและโทรทัศน์จนเกือบหมดสิ้ น รัฐก็จะบอกสิ่ งที่รัฐอยากบอก อานาจ เงินก็จะใช้ในการโฆษณามอมเมาให้บริ โภคและตกอยูใ่ นความโง่เขลา การสื่ อสารประเภทนี้ ถา้ จะมี ก็คงมีต่อไป -๒- แต่ป ระเทศควรมี ระบบการสื่ อสารอี กประเภทหนึ่ ง ที่ เป็ นการสื่ อสารสาธารณะที่ เป็ น อิสระ อิสระจากอานาจรัฐและอานาจเงิน สื่ อสารให้คนไทยรู ้ความจริ งโดยทัว่ ถึ งทั้งประเทศ และ สามารถใช้สื่อสารระหว่างกันได้ ซึ่ งรวมถึ งการสื่ อสารในชุ มชนและระหว่างชุ มชนทั้งหมดด้วย เป็ นการเปิ ดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปั ญญาอย่างกว้างขวาง การเปิ ดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ ทางปั ญญาอย่างกว้างขวางจะทาให้คนไทยทั้งหมด ชุมชนทั้งหมด ท้องถิ่นทั้งหมด มีบทบาทในการ สร้ างสรรค์ ในการแก้ปัญหา ในการกาหนดอนาคตของตนเอง ในการมี ส่ วนร่ วมในการกาหนด นโยบายและในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ นี้ คือก้าวกระโดดของการมีประชาธิ ปไตย ที่ไม่ใช่มี แต่การเลือกตั้งเท่านั้น ๓. องค์ การสื่ อสารสาธารณะทีเ่ ป็ นอิสระ (อสส.) องค์การนี้ ควรเป็ นองค์การใหม่ แม้จะมีการสื่ อสารของรัฐ เช่น กรมประชาสัมพันธ์ อสมท. หรื อสื่ อของกองทัพ อยูแ่ ล้วก็ตาม แต่องค์กรเก่าๆ เหล่านี้ ได้สะสมความเคยชินและการมีกลุ่มคนที่มี ผลประโยชน์ในองค์กรเหล่านี้จานวนมาก ถ้าไปเอาองค์กรเหล่านี้ มาเป็ นองค์การสื่ อสารสาธารณะที่ เป็ นอิสระ จะมีความเสี ยดทานสู งและเสี ยเวลามาก จริ งอยูร่ ัฐบาลควรมีนโยบายให้องค์กรสื่ อต่างๆ ของรั ฐท าเพื่อสังคมมากขึ้ นเท่ าที่ จะทาได้ แต่ขณะเดี ยวกันควรมี องค์การสื่ อสารสาธารณะที่เป็ น อิสระ ที่เป็ นองค์การใหม่ เป็ นองค์การปฏิ บตั ิ ไม่ใช่ องค์การที่ไปทาหน้าที่ควบคุมอนุ มตั ิคลื่ นการ สื่ อสารแบบ กสช. อสส. มีสถานี โทรทัศน์และสถานี วิทยุของตัวเอง รวมทั้งสามารถส่ งเสริ มและสนับสนุ น ระบบการสื่ อสารของชุมชนทัว่ ประเทศทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ให้สามารถนาความรู ้ สาระบันเทิง เรื่ อ งดี ๆ มาสื่ อ สารกัน รวมถึ ง ปั ญ หาและความคิ ด ความอ่ า นในการแก้ไ ขและการพัฒ นา มาแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้กนั ทั้งนี้โดยมีความเป็ นกลางทางการเมือง และไม่เป็ นเครื่ องมือเพื่อธุ รกิจ อสส. เป็ นหน่ ว ยงานของรั ฐ ที่ ไ ม่ ใ ช่ ส่ ว นราชการ แต่ มี ค ณะกรรมการที่ ไ ด้ ม าจาก กระบวนการสรรหาที่เป็ นอิสระและมีคุณภาพ เป็ นผูก้ ากับดูแล มีที่มาของงบประมาณที่เป็ นอิสระ และมัน่ คง ปี ละไม่ต่ากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ งกาหนดโดยกฎหมาย อาจมีที่มาจากการขึ้นภาษีธุรกรรม ที่เกี่ยวกับการสื่ อสาร หรื อกาหนดใน พรบ. อสส. ว่ารัฐบาลต้องจัดงบประมาณสนับสนุ นไม่ต่ากว่า ปี ละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท องค์การนี้หา้ มมีรายได้จากการโฆษณาสิ นค้า -๓- ๔. พรบ. องค์ การสื่ อสารสาธารณะทีเ่ ป็ นอิสระ เนื่ องจากต้องการองค์กรที่มีอิสระและมีคุณภาพสู งมาก อสส. จึงไม่สามารถจัดตั้งสังกัด ในหน่ วยราชการหนึ่ งใดได้ จึงต้องมีพระราชบัญญัติจดั ตั้งโดยเฉพาะให้ได้องค์กรที่มีคุณภาพตาม วัตถุประสงค์ มีนักวิชาการที่ ทาการศึกษาวิจยั ในเรื่ องนี้ มาเป็ นเวลาพอสมควรและได้ยกร่ าง พรบ. นี้ ขึ้นมาให้ดูเป็ นตัวอย่างแล้ว ซึ่ งจะนาเสนอสาธารณะให้มีส่วนร่ วมในการวิพากษ์วิจารณ์ และร่ วม ร่ างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในเร็ ววันนี้ ในการประชุ มจุดประกายความคิดยุทธศาสตร์ สังคม ที่จดั โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่น คงของมนุ ษ ย์ ที่ ตึ ก สั น ติ ไ มตรี ใ นท าเนี ย บรั ฐ บาล เมื่ อ วัน ที่ ๑๗ พฤศจิ ก ายน ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรี ก็มานัง่ ฟังอยูด่ ว้ ย เมื่อฟังผมเสนอเรื่ องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่มากเลย ผมจัดให้เดี๋ยวนี้ก็ยงั ได้” เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สาหรับเรื่ องใหญ่และสาคัญขนาดนี้ นบั ว่าไม่มาก เครื่ องจับเขม่า ถ่านหิ นที่โรงไฟฟ้ าแม่เมาะแห่ งเดี ยวก็ราคา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่ อสส. จะเป็ นเครื่ องมือขจัด เขม่าทางปั ญญาของคนทั้งชาติ งบประมาณกระทรวงศึกษาธิ การกระทรวงเดียวก็ตกปี ละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่ก็ยงั สร้างปั ญญาได้ชา้ มาก ถ้าเรามีระบบการสื่ อสารที่ทาให้คนไทยรู ้ความจริ งโดย ทัว่ ถึง และสื่ อสารระหว่างกันได้ ซึ่ งจะเป็ นการอภิวฒั น์ทางปั ญญาอย่างก้าวกระโดดของคนทั้งชาติ เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี จึงนับว่าน้อยมาก จึงขอให้เพื่อนคนไทยและรัฐบาลช่วยกันพิจารณาการออก พรบ. องค์การสื่ อสารสาธารณะ ที่เป็ นอิสระ หากทาให้สาเร็ จในช่ วงของอายุรัฐบาลนี้ และสภานิ ติบญั ญัติน้ ี ก็จะเป็ นการดี เพราะ เป็ นการร่ วมกันสร้างเครื่ องมือใหญ่ในการก้าวพ้นหลุมดาของประเทศไทย ********************************** -๔- PQET พรบ. องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระ เครื่องมือก้าวพ้นหลุมดำของประเทศไทย ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
27 November 2009
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• กฎหมาย
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
27 November 2009
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้