auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการส่งเสริมให้สื่อมวลชนมีบทบาทในการร่วมสร้างสาธารณสุขมูลฐาน ด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโรค อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ผู้เขียนแสดงทัศนะว่ารัฐบาลควรให้การสนับสนุนในประเด็นดังกล่าวข้างต้น
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# คุยกับผู้อ่าน ## สื่อสารมวลชนกับการสาธารณสุขมูลฐาน เวลานี้การสื่อสารโดยทางวิทยุและโทรทัศน์แพร่หลายมาก สมควรที่รัฐบาลจะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น วันหนึ่ง ๆ มีประชาชนคนไทยเจ็บป่วยด้วยเรื่องต่าง ๆ ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารัฐบาลมีโครงการให้โทรทัศน์ทุกช่องและวิทยุทุกสถานี ให้ข้อมูลแก่ประชาชนทุกวันว่าถ้าป่วยเป็นอะไร ให้ใช้ยาซื้ออะไร ราคาประมาณเท่าใด วันละสัก 5 บาทก็พอ ประชาชนทั้งประเทศจะมีความรู้โดยทั่วถึงในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ช่วยตัวเองได้ดีขึ้น ในทำนองเดียวกัน อาจใช้สื่อสารมวลชนให้เป็นประโยชน์ในการควบคุมโรคต่าง ๆ ให้ได้ผลโดยรวดเร็ว อย่างเช่นเรื่องของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ขณะนี้บริการสาธารณสุขยังเป็นแบบตั้งรับอยู่ กว่าจะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อเกิดอาการแทรกซ้อนแล้ว เช่น ขาเน่า ไตเสีย เส้นโลหิตในสมองแตก ที่จริงควรจะมีระบบที่จะให้ทราบเนิ่น ๆ ว่ามีใครบ้างที่เป็นเบาหวาน ใครบ้างที่เป็นความดันโลหิตสูง ทั่วทุกคนทั้งประเทศ ซึ่งทำไม่ได้โดยบอกให้ไปหาหมอตรวจ แต่ถ้าสอนประชาชนทางวิทยุและโทรทัศน์ว่าจะตรวจให้ทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวาน หรือเป็นความดันโลหิตสูงหรือไม่ ประชาชนสามารถจะตรวจเช็คกันได้เองทั้งประเทศ และมีคำแนะนำว่าถ้าตรวจพบตรวจไม่พบควรทำอย่างไรต่อไป โดยวิธีนี้จะลดอาการแทรกซ้อนของโรคเหล่านี้ลง ทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนสามารถดำรงชีวิตที่ปกติสุขได้มากยิ่งขึ้น และประหยัดความสูญเสียทางสังคมเศรษฐกิจ ของประเทศจากเรื่องเหล่านี้ได้อย่างมหาศาล จึงเสนอมาเพื่อพิจารณา ถ้าเห็นด้วยก็ขอให้ช่วยกันเสนอต่อไปยังรัฐบาลด้วยครับ ประเวศวะสี หมออชาวบ้าน ๗๓ ๓ คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี ## สื่อสารมวลชนกับการสาธารณสุขมูลฐาน เวลานี้การสื่อสารโดยวิทยุและโทรทัศน์แพร่หลายมาก สมควรที่รัฐบาลจะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น วันหนึ่ง ๆ มีประชาชนเจ็บป่วยด้วยเรื่องต่าง ๆ ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารัฐบาลมีโครงการให้โทรทัศน์ทุกช่องและวิทยุ ทุกสถานี ให้ข้อมูลแก่ประชาชนทุกวันว่าถ้าป่วยเป็นอะไร ให้ใช้ยาชื่ออะไร ราคาประมาณเท่าใด วันละสัก 5 นาทีก็พอ ประชาชนทั้งประเทศจะมีความรู้โดยทั่วถึงในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ช่วยตัวเองได้ดีขึ้น ในทำนองเดียวกัน อาจใช้สื่อสารมวลชนให้เป็นประโยชน์ในการควบคุมโรคต่าง ๆ ให้ได้ผลโดยรวดเร็ว อย่างเช่นเรื่องของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ขณะนี้บริการสาธารณสุขยังเป็นแบบตั้งรับอยู่ กว่าจะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อเกิดอาการแทรกซ้อนแล้ว เช่น ขาเน่า ไตเสีย เส้นโลหิตในสมองแตก ที่จริงควรจะมีระบบที่จะให้ทราบเนิ่น ๆ ว่ามีใครบ้างที่เป็นเบาหวาน ใครบ้างที่เป็นความดันโลหิตสูง ทั่วทุกคนทั้งประเทศ ซึ่งทำไม่ได้โดยบอกให้ไปหาหมอตรวจ แต่ถ้าสอนประชาชนทางวิทยุและโทรทัศน์ว่าจะตรวจให้ทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวาน หรือเป็นความดันโลหิตสูงหรือไม่ ประชาชนสามารถตรวจเช็คกันได้เองทั้งประเทศ และมีคำแนะนำว่าถ้าตรวจพบตรวจไม่พบควรทำอย่างไรต่อไป โดยวิธีนี้จะลดอาการแทรกซ้อนของโรคเหล่านี้ลง ทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนสามารถดำรงชีวิตที่ปกติสุขได้มากยิ่งขึ้น และประหยัดความสูญเสียทางสังคม เศรษฐกิจ ของประเทศจากเรื่องเหล่านี้ได้อย่างมหาศาล จึงเสนอมาพิจารณา ถ้าเห็นด้วยก็ขอให้ช่วยกันเสนอต่อไปยังรัฐบาลด้วยครับ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สื่อมวลชนกับการเผยแพร่ข่าวสาร
• สื่อมวลชนกับบริการสังคม
• สื่อมวลชนในสุขศึกษา
• เบาหวาน
• ความดันเลือดสูง
• สาธารณสุขมูลฐาน
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้