auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมทางวิชาการ ด้วยการแสวงหา สร้างและใช้วิชาการในชีวิตประจำวัน โดยการวิจัยสามารถปรับใช้ได้กับผู้คนในทุกภาคส่วนของสังคมและมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหาของสังคม
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# คุยกับผู้อ่าน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2528 มีการประชุมใหญ่คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการ สาขาต่าง ๆ 10 สาขา ของคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (สภาวิจัยแห่งชาติ) ที่บางเขน เพื่อพิจารณา ปัญหาที่สำคัญ ๆ ของประเทศและนโยบายที่จะทำให้การวิจัยสามารถแก้ปัญหาของประเทศ จะไม่ขอ กล่าวถึงเรื่องราวที่ได้มีการอภิปรายกัน ท่านที่สนใจอาจขอได้จากสำนักงานแห่งนั้น ที่ผมอยากจะชี้ชวนให้สนใจก็คือ การขาดวัฒนธรรมทางวิชาการในบ้านเมืองของเรา วัฒนธรรม ทางวิชาการในที่นี้หมายถึงการมีวัฒนธรรมในการ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการในชีวิตประจำวัน และในการงานน้อยใหญ่ ที่ว่าขาดวัฒนธรรมทางวิชาการนั้นเห็นได้ทั่วไป เช่น รัฐบาล ก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ รัฐสภา ก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ ที่ร้ายก็คือมหาวิทยาลัยก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ! เมื่อขาดวิชาการกันไปทั่ว คนของเราก็ไม่ฉลาดในการที่จะเข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่เข้าใจวิธีการที่จะแก้ปัญหาและก่อประโยชน์ ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นในบ้านเมือง ยังมีความเข้าใจไม่ตรงว่าอะไรคือ ความรู้ อะไรคือวิชาการ คนไทยจำนวนมากเห็นว่าหนังสือ หรือตำราที่ฝรั่งหรือไทยแต่งไว้คือความรู้หรือวิชาการ ซึ่งก็อาจจะไม่ผิด แต่ความรู้หรือวิชาการประเภท นั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งทางปัญญาที่จะเกิดการพัฒนา เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องมิได้มีส่วน ในการสร้างความรู้ หรือวิชาการนั้นขึ้นมา ยกตัวอย่าง ครูสอนสุขศึกษาจากหนังสือ ซึ่งก็สอนกันมาชั่วกับชั่วกัลป์แต่ไม่ค่อยได้ผลอะไร กับนักเรียนและครู เพราะทั้งนักเรียนและครูไม่ได้มีส่วนสร้างความรู้ขึ้นมา ตรงข้าม ถ้าครูให้นักเรียนแต่ละคนทำบันทึกว่า ในเดือนหนึ่ง ๆ นักเรียนเจ็บป่วยเป็นอะไร กันบ้าง แล้วเอามาดูร่วมกันทั้งชั้น จะเกิดความรู้ร่วมกันขึ้นมา ครูก็รู้ว่านักเรียนมีปัญหาอะไรบ้าง มากน้อย แค่ไหน เมื่อไร เป็นกับใคร ฯลฯ นักเรียนก็มีความรู้เกี่ยวกับตัวเองขึ้นมา และนี้คือการวิจัย ครูกับนักเรียน วิจัยร่วมกัน ผลของการวิจัยก็เป็นการสอน และนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาได้ การวิจัยมิใช่เป็นเรื่องเฉพาะนักวิจัยในห้องวิจัย แต่การวิจัยควรจะอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่ที่ ทำงานรัฐบาล ในห้องเรียน ไปจนถึงท้องไร่ท้องนา ถ้าเรามีวัฒนธรรมแห่งการวิจัย หรือแห่งความรู้ หรือวิชาการที่แท้จริง จะทำให้เราเข้มแข็งทางปัญญา และแก้ปัญหาต่าง ๆ ของคนไทยได้ รวมทั้งปัญหา การไม่มีที่เรียนและไม่มีงานทำด้วย ประเวศวะสิ หมออชาวบ้าน ๗๔ ๓ คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี # คุยกับผู้อ่าน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2528 มีการประชุมใหญ่คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการสาขาต่าง ๆ 10 สาขา ของ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (สภาวิจัยแห่งชาติ) ที่บางเขน เพื่อพิจารณาปัญหาที่สำคัญ ๆ ของประเทศและนโยบายที่จะทำให้การ วิจัยสามารถแก้ปัญหาของประเทศ จะไม่ขอกล่าวถึงเรื่องราวที่ได้มีการอภิปราย ท่านที่สนใจอาจขอได้จากสำนักงานแห่งนั้น ที่ผมอยากจะชี้ชวนให้สนใจก็คือ การขาดวัฒนธรรมทางวิชาการในบ้านเมืองของเรา วัฒนธรรมทางวิชาการในที่นี้ หมายถึงการมีวัฒนธรรมในการ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการในชีวิตประจำวัน และในการงานน้อยใหญ่ ที่ว่าขาดวัฒนธรรมทาง วิชาการนั้นเห็นได้ทั่วไป เช่น รัฐบาล ก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ รัฐสภา ก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ ที่ร้ายก็คือมหาวิทยาลัยก็ไม่สู้สนใจ แสวงหา สร้าง และใช้วิชาการ! เมื่อขาดวิชาการกันไปทั่ว คนของเราก็ไม่ฉลาดในการที่จะเข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่เข้าใจวิธีการที่จะ แก้ปัญหาและก่อประโยชน์ ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นในบ้านเมือง ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันว่าอะไรคือ ความรู้ อะไรคือวิชาการ คนไทยจำนวนมากเห็นว่าหนังสือ หรือตำราที่ฝรั่งหรือไทย แต่งไว้คือความรู้หรือวิชาการ ซึ่งก็อาจจะไม่ผิด แต่ความรู้หรือวิชาการประเภทนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งทาง ปัญญาที่จะเกิดการพัฒนา เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องมิได้มีส่วนในการสร้างความรู้ หรือวิชาการนั้นขึ้นมา ยกตัวอย่าง ครูสอนสุขศึกษาจากหนังสือ ซึ่งก็สอนกันมาชั่วกับชั่วกัลป์แต่ไม่ค่อยได้ผลอะไรกับนักเรียนและครู เพราะทั้ง นักเรียนและครูไม่ได้มีส่วนสร้างความรู้ขึ้นมา ตรงข้าม ถ้าครูให้นักเรียนแต่ละคนทำบันทึกว่า ในเดือนหนึ่ง ๆ นักเรียนเจ็บป่วยเป็นอะไรกันบ้าง แล้วเอามาดูร่วมกันทั้ง ชั้น จะเกิดความรู้ร่วมกันขึ้นมา ครูก็รู้ว่านักเรียนมีปัญหาอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน เมื่อไร เป็นกับใคร ฯลฯ นักเรียนก็มีความรู้ เกี่ยวกับตนเองขึ้นมา และนี้คือการวิจัย ครูกับนักเรียนวิจัยร่วมกัน ผลของการวิจัยก็เป็นการสอน และนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาได้ การวิจัยมิใช่เป็นเรื่องเฉพาะนักวิจัยในห้องวิจัย แต่การวิจัยควรอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่ที่ทำงานรัฐบาล ในห้องเรียน ไปจนถึงท้องไร่ท้องนา ถ้าเรามีวัฒนธรรมแห่งการวิจัย หรือแห่งความรู้หรือวิชาการที่แท้จริง จะทำให้เราเข้มแข็งทางปัญญา และ แก้ปัญหาต่าง ๆ ของคนไทย รวมทั้งปัญหาการไม่มีที่เรียนและไม่มีงานทำด้วย ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• วิจัย
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้