auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้กล่าวถึงการตั้งรัฐบาล รัฐมนตรีใหม่ที่จะมีส่วนให้ประเทศไทยขับเคลื่อนและก้าวหน้าไปได้ ในบทความกล่าวถึงการตั้งคณะรัฐมนตรีแบบเก่าที่ล้างหลัง มุ่งการทำงานที่เน้นบริหารเพราะว่าเป็นช่องทางกินได้ง่าย ต่างจากงานนโยบายที่ใช้ปัญญาและหากินไม่ได้ การกล่าวถึงรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เปิดโอกาสให้ตั้งรัฐมนตรีแบบใหม่ได้ การมีมโนภาพกระทรวงและรัฐมนตรีในรูปใหม่ โดยเน้นตั้งกระทรวตามปัญหา ได้แก่ กระทรวงสันติภาพ กระทรวงกรุงเทพมหานคร เป็นต้น ในต่างประเทศบางแห่ง รัฐมนตรีไม่ได้นั่งอยู่ที่กระทรวง แต่มีห้องทำงานอยู่ที่รัฐสภา เพราะรัฐมนตรีทำงานนโยบาย ไม่ใช่บริหารงานประจำ ซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการ แต่ทุกวันที่รัฐมนตรีไปก้าวก่ายงานประจำ แต่ทำงานนโยบายไม่เป็น การกล่าวถึงพลังของนโยบาย ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในประเทศได้
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ รัฐบาลใหม่ : การตั้งรัฐมนตรีแบบใหม่ ที่ก้าวหน้า ๑. การตั้งคณะรัฐมนตรีแบบเก่าที่ล้าหลัง ที่แล้วมา มีรัฐบาลใหม่ที่ไรก็ตั้งคณะรัฐมนตรีกันแบบเก่า ๆ ทำงาน แบบเก่า ๆ แล้วก็ไม่ได้ผล ประชาชนก็เกลียดรัฐบาลภายใน ๑ ปี เพราะทำงาน ไม่ได้ผล ที่ว่าแบบเก่าก็คือ ตั้งรัฐมนตรีไปคุมกระทรวงที่มีอยู่แบบเก่า ๆ แล้ว รัฐมนตรีก็ไปแบ่งกัน หรือแย่งกันคุมกรมหรือหน่วยงานที่ขึ้นกับกระทรวง รัฐมนตรีอยากที่จะบริหารมากกว่าอยากจะทำงานนโยบาย เพราะการ บริหารหาช่องทางกินได้ง่าย แต่นโยบายต้องใช้ปัญญาและหากินไม่ได้ ๑ พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ บ้านเมืองเจึงเพราะรัฐมนตรีทำงานนโยบายไม่เป็นหรือไม่ได้ทำ นโยบายคือการมีทิศทาง และมีเครื่องมือที่จะทำให้ทิศทางนั้นได้ผลอย่างใหญ่หลวงและรวดเร็ว พ้นจากอุปสรรคติดขัดในราชการประจำ ในราชการประจำนั้นติดขัดร้อยแปด การเมืองต้องทำให้หลุดจากการติดขัด ไม่ใช่ไปอยู่ในความติดขัดนั้น หรือทำให้เขาติดขัดมากขึ้น ที่ราชการติดขัดอย่างหนึ่งคือ การที่ทำงานแยกเป็นกรม ๆ และกรมเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ ทำให้กรมตึงตัวแข็งกระด้างอยู่เฉพาะตัว แยกส่วน ไม่ร่วมมือกัน เอากรมเป็นตัวตั้ง ไม่เอาพื้นที่หรือปัญหาเป็นตัวตั้ง ในพื้นที่หรือปัญหาหนึ่ง ๆ ต้องการหลายกรมหรือทุกกรม แต่กรมเหล่านี้แยกกันอยู่คนละกระทรวง หรืออยู่ในกระทรวงเดียวกันก็ขึ้นกับรัฐมนตรีต่างคนต่างพรรค ประสานงานกันไม่ได้ งานจราจรในกรุงเทพมหานคร ที่แก้ปัญหาไม่ได้ก็เพราะขึ้นกับหน่วยงานมากเกิน ขาดเอกภาพในนโยบาย ประเทศไทยมีลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำนั้นหมายรวมถึงป่าไม้ ทรัพยากร ผู้คน วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญต่อโชคชะตาของประเทศทั้งหมด แต่การบริหารลุ่มน้ำขึ้นกับกรมต่าง ๆ เกือบ ๔๐ กรมใน ๘ กระทรวง จึงขาดการประสานงาน ทำให้การจัดการลุ่มน้ำไม่ได้ผลเกิดความเสื่อมโทรมสูญเสียที่กระทบโชคชะตาของประเทศทั้งหมด เรื่องอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ความยากจน การท่องเที่ยว หรืออะไร ล้วนต้องการนโยบายที่เป็นเอกภาพ และความร่วมมือของหลายกรมภายใต้นโยบายที่เป็นเอกภาพนั้น ซึ่งล้วนทำไม่ได้ในรูปแบบกระทรวงและกรมแบบเก่า ๆ อย่างเคย บ้านเมืองวิกฤติแม้เพราะเหตุนี้ ๒ พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ ## ๒. รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ให้ตั้งรัฐมนตรีแบบใหม่ได้ จะมีสักกี่คนที่ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมืองกำหนดให้ตั้งรัฐมนตรีและกระทรวงแบบใหม่ได้ เมื่อผมเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และคณะ ได้ทำกรอบความคิดหรือหลักการในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่ง คพป. เห็นชอบ และต่อมาได้นำไปใช้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นอกจากการตรวจสอบนักการเมืองแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังต้องการส่งเสริมความเข้มแข็งและประสิทธิภาพของการเมืองในการแก้ปัญหาประเทศ มาตรา ๒๓๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้การรวมหรือการโอนกระทรวง ทบวง กรม ที่มีผลเป็นการจัดตั้งเป็นกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ (โดยไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราเพิ่มขึ้น) สามารถทำได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา ไม่ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ นี้เท่ากับว่า ถ้ารัฐบาลเห็นว่ามีงานอะไร ๆ ที่สำคัญ ต้องการเร่งรัดให้เกิดผลโดยเร็ว ก็สามารถตั้งกระทรวงว่าด้วยเรื่องนั้น และให้โอนกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาขึ้นกับรัฐมนตรีกระทรวงนั้นโดยไม่ต้องตั้งอัตราใหม่ ## ๓. ต้องมีมโนภาพกระทรวงและรัฐมนตรีในรูปใหม่ ในต่างประเทศที่ก้าวหน้า รัฐบาลมีความคล่องตัวมาก เมื่อรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ และคิดว่ามีปัญหาอะไรใหม่ที่สำคัญ ก็สามารถตั้งกระทรวงและรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องนั้นได้เลย เช่น รัฐบาลฝรั่งเศสตั้งกระทรวง Solidarity เพราะเห็นว่าสังคมฝรั่งเศสขาดความเป็นปึกแผ่น หรืออังกฤษตั้งกระทรวงว่าด้วยแคว้นเวลส์และแคว้นสกอตแลนด์ เป็นการตั้งกระทรวงตามปัญหา ไม่ใช่ตั้งตามสาขาวิชา ตามรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลสามารถตั้งกระทรวงตามปัญหา เช่น ๓ พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ - กระทรวงเศรษฐกิจชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ - กระทรวงความยุติธรรมในสังคม - กระทรวงสันติภาพ - กระทรวงการท่องเที่ยว - กระทรวงพลังงาน - กระทรวงภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน - กระทรวงกรุงเทพมหานคร ฯลฯ นี้เป็นเพียงการยกตัวอย่าง สุดแต่ว่าอยากแก้ปัญหาอะไรให้ลุล่วง ก็ตั้งกระทรวงขึ้นมาเลย และโอนหน่วยงานที่จำเป็นแก่การนั้น ๆ มาขึ้นกับ กระทรวงนั้น หรือให้รัฐมนตรีมีอำนาจประสานนโยบายข้ามกระทรวง ในต่างประเทศบางแห่ง รัฐมนตรีไม่ได้นั่งอยู่ที่กระทรวง แต่มี ห้องทำงานอยู่ที่รัฐสภา เพราะรัฐมนตรีทำงานนโยบาย ไม่ใช่บริหารงานประจำซึ่งเป็น หน้าที่ของข้าราชการ ทุกวันนี้รัฐมนตรีไปก้าวก่ายงานประจำ แต่ทำงานนโยบายไม่เป็น การทำงานนโยบายไม่ต้องการตึกใหญ่ ๆ หรือหน่วยงานมากมาย แต่ต้องใช้ปัญญากำหนดทิศทางใหญ่ ๆ จัดสรรทรัพยากร หนุนให้มีการ ปฏิบัติตามทิศทางนั้น ๆ และประเมินการปฏิบัติให้ได้ผลจริง กระทรวงแบบใหม่ไม่ต้องการตึกใหญ่แต่ปัญญาเล็ก หากต้องการ ตึกเล็กแต่ปัญญาใหญ่ ๔. พลังแห่งนโยบาย นโยบายไม่ใช่สโลแกน แต่นโยบายเป็นการสังเคราะห์ทางปัญญา อันลึกซึ้ง กำหนดทิศทางใหญ่ ๆ มีเป้าหมายชัดเจน มีเครื่องมือที่จะทำตาม ๔ # พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ นโยบายได้สำเร็จ สามารถจัดสรรทรัพยากรทำตามนโยบาย ประเมินการปฏิบัติตามนโยบาย และสามารถปรับตัวให้นโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายได้ผลยิ่งขึ้น ถ้าเป็นไปตามนี้จะเกิดพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนบ้านเมือง ที่แล้วมาบ้านเมืองเหมือนถูกชำแหละออกเป็นส่วน ๆ ลองนึกภาพ การชำแหละสุกร ชำแหละโค ดูเถิดครับ การชำแหละคือการทำให้ตาย หรือชำแหละของที่ตายแล้ว ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตวิญญาณ การมีชีวิตคือการเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ไปสู่เอกภาพ เมื่อบ้านเมืองถูกชำแหละออกเป็นส่วน ๆ ขาดเอกภาพ จึงขาดพลังชีวิตที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ปัญหาจึงหมักหมมเพิ่มพูนขึ้นจนวิกฤติ ## สังคมไทยและรัฐบาลใหม่ควรจะเข้าใจประเด็นนี้และสร้างพลังทาง นโยบายเพื่อจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงโดยรวดเร็ว ถ้าแก้ความยากจนได้ก็เท่ากับแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ฉะนั้น ถ้ามีรัฐมนตรีที่ว่าด้วยเรื่องนี้ และใช้พลังนโยบาย ก็จะทำให้งานนี้สำเร็จโดยรวดเร็ว ความยุติธรรมในสังคมเป็นศีลธรรมพื้นฐาน ซึ่งถ้าขาดไปประเทศเจริญไม่ได้ การขาดความยุติธรรมในสังคมเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้ง ต้องการพลังทางนโยบายที่เข้มแข็ง จริงจัง จึงจะแก้ได้ สันติภาพเป็นเรื่องใหญ่ที่ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งระดับมหภาคและจุลภาค ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะทำงานทางสันติภาพระดับโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสนานมาแล้วว่า "ประเทศไทยนี้เหมาะในการที่นานาประเทศจะมาคุยกันเรื่องสันติภาพ" คนไทยนั้นเก่งในเรื่องนี้มาแต่โบราณ จึงเอาตัวรอดมาได้ อย่ามองว่าคนไทยมีแต่ความเลวร้าย ความดีก็มี ต้องใช้ความดีหรือจุดแข็งของเราไปทำประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อโลก ๕ พยากรณ์อนาคตประเทศไทย ๒ ๒ มกราคม ๒๕๔๔ ในระดับโลก เราสามารถเชิญรัฐบุรุษ (สตรี) ทางสันติภาพมาคุยกัน ในประเทศไทยได้ แต่ในระดับประเทศ เรากำลังมีความขัดแย้งเชิงโครง- สร้างเต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องการใช้ทรัพยากร ถ้าเรามีพลังทาง นโยบายในเรื่องสันติภาพ จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วย สันติวิธี และมีบทบาทในเรื่องสันติภาพในเวทีโลก ควรมีกระทรวงสันติภาพหรือไม่ เป็นต้น ขอให้สังคมไทยและนายกรัฐมนตรีคนใหม่สนใจเรื่องการตั้งรัฐมนตรี และกระทรวงในรูปแบบใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อให้เกิดพลัง ทางนโยบาย อันจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมไทยพ้นวิกฤติ กระทรวงเก่า ๆ ก็ต้องปรับการทำงานของรัฐมนตรีให้ไปทำงาน นโยบาย ไม่ทำตัวเป็นอุปสรรคต่อข้าราชการ การปรับรอยต่อระหว่างการเมืองกับราชการให้ถูกต้อง เป็นวาระ ใหญ่ของชาติอย่างหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรให้ความสนใจ เพื่อนคนไทยครับ คนไทยไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่ระบบของเรา ไม่ ดี ควรทำความเข้าใจระบบและแก้ไขระบบเสีย บ้านเมืองจะได้พ้นวิกฤติ รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมืองมีอะไรดี ๆ อยู่ในนั้นมากทีเดียว แต่ยังขาดความเข้าใจและการนำมาใช้ให้เต็มที่ เมื่อผมพูดถึงมงคล ๘ ประการ สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประการหนึ่งใน ๘ นั้นก็คือ "ความซื่อสัตย์ต่อรัฐธรรมนูญ และนำรัฐธรรมนูญ มาใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่" แม้เพราะเหตุนี้แหละครับ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๔ ๖ PQET รัฐบาลใหม่ : การตั้งรัฐมนตรีแบบใหม่ ที่ก้าวหน้า ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2001
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การเมือง
• พรรคการเมือง
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2001
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้