auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ภาพรวมกับภาพชำแหล่ะ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนี้กล่าวถึงการมองและคิดแบบแยกส่วนจะนำไปสู่ภาวะวิกฤติของประเทศ การมองคิดแบบเชื่อมโยงเปรียบเสมือนชีวิตที่ยังเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นทั้งหมด การกล่าวถึงชีวิตว่าเป็นตัวอย่างระบบที่ดีที่สุด การบรูณาการเชื่อมโยงกับสิ่งต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญญา หลักการเหล่านี้จะนำไปสู่ความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรีและอยู่รอดได้

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ภาพรวม กับภาพชำแหละ ## การมองและคิดแบบแยกส่วนจะนำไปสู่สภาวะวิกฤติเสมอ การชำแหละประเทศไทยโดยสื่อต่างประเทศ ผมเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง ได้อ่านและได้ยินการสื่อเกี่ยวกับประเทศไทย รวมทั้งได้อ่านข่าวสารจากต่างประเทศในประเทศไทยเอง ล้วนเป็นไปในทางลบ เช่น ประเทศไทยเต็มไปด้วยทุจริตคอร์รัปชัน การเลือกตั้งสกปรก นายกรัฐมนตรีไทยมีชนักติดหลังกำลังต้องขึ้นศาล และอื่น ๆ เรื่องเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่จริง แต่เป็นการเสนอแบบแยกส่วน และเลือกเสนอหรือเป่าบางส่วนให้โป่งเกินความเป็นจริงของทั้งหมด การชำแหละนั้นเขาใช้กับสุกรหรือโคที่ตายแล้ว หรือชำแหละให้ตายเมื่อแยกออกเป็นส่วน ๆ ก็ไม่มีจิต ไม่มีวิญญาณ คนเป็น ๆ นั้นส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้มีจิตและวิญญาณ ชีวิตคือความเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นทั้งหมด การชำแหละแยกเป็นส่วน ๆ นั้นก็คือการทำให้ตาย หรือในสภาวะที่ตายแล้ว ๙ เมษายน ๒๕๔๔ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # ความเป็นทั้งหมดมีคุณสมบัติใหม่ที่ไม่ใช่คุณสมบัติของส่วนย่อย น้ำประกอบด้วยไฮโดรเจน ๒ อะตอม และออกซิเจน ๑ อะตอม มี สูตรทางวิทยาศาสตร์ว่า H2O ไฮโดรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนย่อย ทั้ง ไฮโดรเจนและออกซิเจนไม่มีคุณสมบัติแห่งความเป็นน้ำเลย ความเป็นน้ำ เป็นคุณสมบัติใหม่ของทั้งหมดคือ H2O นางสาวไทยหรือนางงามจักรวาลคงจะสวย ความสวยเกิดจากความเป็นทั้งหมด ถ้าเราลองไปเอาน้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ ลำไส้ ของนางสาวไทยหรือ นางงามจักรวาลมาดูเป็นส่วน ๆ ก็คงจะไม่เห็นความสวยและความงามนั้น เช่นเดียวกัน ตัวเราเอง ถ้าดูเป็นส่วน ๆ ผิวหนังบางแห่งอาจจะไม่สวย ปอด ตับ อาจจะมีตำหนิ แต่ทั้งหมดเชื่อมโยงกันแล้ว เรามีความเป็นคน เรา มีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน และเราอาจพัฒนาคุณค่าความเป็น คนของเราให้ยิ่ง ๆ ขึ้น ประเทศของเราก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีตำหนิที่ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง แต่ทั้งหมดก็เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีและมีคุณค่า จริง ๆ แล้วก็มีความงามไม่ น้อยเสียด้วยซ้ำ หลายเรื่องดีและงามกว่าฝรั่ง ที่แน่ ๆ ก็คือ ประเทศไทยเป็น ประเทศที่คนไทยจะอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน และเรามีศักยภาพที่จะพัฒนา ประเทศของเราให้มีคุณค่ายิ่ง ๆ ขึ้น ## อวิชชาทำให้เห็นแยกส่วน ปัญญาทำให้เห็นทั้งหมด เรื่องตาบอดคลำช้างเป็นตัวอย่างที่ดียิ่ง เพราะตาบอดไม่เห็นช้าง ทั้งตัว รู้เป็นส่วน ๆ ที่แต่ละคนคลำพบคือ ขาบ้าง หูบ้าง หางบ้าง แล้วก็ทะเลาะ กันใหญ่เพราะรู้ไม่เหมือนกัน หรือเพราะความไม่อรู้ ถ้าตาไม่บอดเห็นช้างทั้ง ตัวก็ไม่มีอะไรจะทะเลาะกัน เพราะส่วนที่ต่างกันนั้นเป็นของช้างตัวเดียวกัน เวลามีกิเลส เช่น อยากโกรธหรือเกลียด จะเห็นแบบแยกส่วน เช่น สามีหรือภรรยาเวลามีเรื่องโกรธขึ้นมาก็เห็นเฉพาะเรื่องที่ตนไม่พอใจ ไม่เห็น ความดีความงามที่มีต่อกันตั้งมากมาย รวมทั้งลูกเต้า ญาติพี่น้อง เพื่อน คิด ๒ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ แต่ว่าอีกข้างเลวทั้งหมด รับไม่ได้ อยู่ด้วยกันไม่ได้ หรือถึงกับฆ่าแกงกัน มี เรื่องบานปลายใหญ่โตตามมา จึงกล่าวว่า การมองและคิดแบบแยกส่วนจะนำไปสู่วิกฤติเสมอ และ ว่า การมองและคิดแบบแยกส่วนเกิดจากอวิชชา อวิชชาคือความไม่รู้ หรือการขาดปัญญา หรือมีกิเลสตัณหา การมี กิเลสตัณหาก็ถือว่าเป็นเพราะอวิชชา การสื่อข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยแบบแยกส่วนหรือแบบชำแหละ ก็เกิดจากอวิชชาเพราะรู้เห็นเป็นส่วน ๆ ไม่รู้ความเป็นทั้งหมดของประเทศไทย หรือเกิดจากกิเลสตัณหาบางอย่าง ความไม่รู้ภาพรวม แต่รู้เป็นส่วน ๆ นั้นเป็นผลของการศึกษาแบบที่เน้น "วิชา" เป็นส่วน ๆ แต่ไม่เอา "ความเป็นจริง" ที่เชื่อมโยงเป็นตัวตั้ง คนโดยทั่วไปจึงมักรู้เป็นส่วน ๆ หรือเป็นชิ้น ๆ แบบชิ้นของจิ๊กซอว์ แต่ไม่เห็นทั้งหมดว่าทุกชิ้นของจิ๊กซอว์รวมกันเป็นรูปหมี หรือรูปช้าง หรือรูป เสือ เมื่อไม่เห็นทั้งหมดก็ขาดปัญญา ถูกบีบคั้นอยู่ในกรงขังของความเป็น ส่วน ๆ และสรุปจากเฉพาะส่วนที่ตนรู้เห็นให้ดูเสมือนว่าเป็นทั้งหมด ซึ่งก็ จะเกิด เพราะทั้งหมดไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนส่วน จึงเป็นอวิชชา และสื่อสาร ไปสร้างอวิชชาให้แพร่หลายออกไป ไม่เป็นไปเพื่อความสร้างสรรค์ ส่วนเรื่องของกิเลสตัณหาที่นำไปสู่การมอง การคิด และการสื่อสาร แบบแยกส่วนนั้นมิได้เป็นอเนกประการ ตั้งแต่ทิฐิที่ตนยึดมั่นถือมั่น การยึด มั่นในตัวกู (อัตตา หรือ ego) และของกู (อัตตนียา) การยึดมั่นในผลประโยชน์ ของตนและพวกตน เป็นต้น มหาอำนาจโดยรวมแล้วยังไม่เจริญแต่ถ่ายเดียว เพราะยังติดอยู่กับ การครอบงำประเทศอื่น เดิมก็ด้วยอำนาจอาวุธแบบเถื่อน ๆ ไล่ม่าฟันผู้คน แย่งชิงทรัพยากรของเขาไปทั่วโลก มีการสะสมทุนอย่างมหึมา แล้วก็ใช้ทุน มหาอาเปรียบผู้อื่น แล้วก็ใช้อำนาจทางการสื่อสารครอบงำโลก ให้รู้เห็น อย่างที่ตนอยากให้รู้เห็น ๓ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ประเทศที่เจริญย่อมไม่หวังครอบงำประเทศอื่น แต่มีจิตสำนึกแห่ง ความเป็นทั้งหมด เห็นโลกทั้งผองเป็นพี่น้อง ส่งเสริมสนับสนุนให้เพื่อน มนุษย์มีปัญญา มีความเป็นอิสระ พึ่งตนเองได้ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติทั้งโลก ขอเพื่อนคนไทยจงมีจิตใหญ่ เห็นโลกทั้งหมด เห็นความเจริญและ ไม่เจริญของฝรั่ง รู้เท่าทันการครอบงำของสื่อโลก รู้ตัวเอง รู้ความเป็นมา และเป็นไปของประเทศไทยทั้งหมด อย่าท้อถอยและท้อแท้ ที่พูดถึงผลร้ายของการชำแหละไม่ได้แปลว่าเราไม่ควรวิเคราะห์ว่าเรา มีข้อไม่ดี หรือเป็นโรคอะไรบ้าง และจัดการแก้ไขหรือรักษาเสีย แต่การ วิเคราะห์ภายใต้การสังเคราะห์หรือการรักษาความเป็นทั้งหมดกับการชำแหละ ไม่เหมือนกัน การทำแทะลักก็เพื่อแบ่งเป็นส่วน ๆ เอาไปแจกกันกินหรือซื้อขาย หรือ ทำด้วยโทสจริต โดยไม่เหลือส่วนรวมหรือความเป็นทั้งหมด แต่การวิเคราะห์เพื่อหวังรักษาให้หายจากโรค เพื่อให้กลับคืนเป็น ปกติและสุขภาพดีนั้น ต้องคำนึงถึงคนไข้ทั้งคนหรือความเป็นทั้งหมดไว้ ตลอดเวลา เช่น จะบำรุงกำลังคนไข้อย่างไร จะให้กำลังใจอย่างไร จะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ไม่ใช่เจาะจงจะตัดจะผ่าอย่างไรก็ได้ โดยไม่คำนึงถึงคนไข้ เป็นองค์รวม ถ้าทำอย่างนั้นคนไข้จะตาย ## ชีวิตเป็นตัวอย่างของระบบที่ดีที่สุด ในชีวิตร่างกายของเรามีความหลากหลายสุดประมาณ แตกต่างกัน ตั้งแต่สมองจนถึงหัวแม่เท้า แต่ในท่ามกลางความหลากหลายนี้มีบูรณาการ เป็นเอกภาพจึงเป็นชีวิตอย่างที่เราเป็น ถ้าหัวใจไปทาง ปอดไปทาง ตับไปทาง เราก็คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ฉะนั้นในความเป็นประชาธิปไตยนั้น นอกจากความหลากหลาย แล้วควรมีความเป็นเอกภาพด้วย ไม่ใช่ความหลากหลายอย่างแตกแยกไป คนละทางสองทางโดยขาดเอกภาพ กุญแจของเราจึงอยู่ที่การส่งเสริมความ หลากหลายและการเชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้มีชีวิตและมีพลัง ๔ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ร่างกายลงทุนในเรื่องข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารให้รู้ถึงกันอย่าง มโหฬาร การรู้ความจริงถึงกับช่วยให้เกิดบูรณาการ สิ่งที่รู้ต้องเป็นความจริง ถ้ารู้ความไม่จริงแล้ว ย่อมเกิดเรื่องเกิดราวเสียหายใหญ่โตจนวิกฤติ สารที่ผ่านสื่อขณะนี้ยังไม่ใช่ความจริงเพื่อการอยู่ร่วมกันทั้งหมด แท้ ที่จริงอาจเป็นอวิชชาเสียเป็นส่วนใหญ่ กุญแจสำคัญของการสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นปึกแผ่นคือ การมี ระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่ทำให้รู้ความจริง หรือมีปัญญาอย่างทั่ว ถึง ก็หวังว่ารัฐบาลจะทำในข้อนี้ และสังคมช่วยกันกำกับให้รัฐบาลทำตามข้อนี้ ในการสื่อสารนั้นอยากให้ศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนในข้อที่เรียกว่า วจีสุจริต วจีสุจริตประกอบด้วย ๑. เป็นความจริง มีที่มามีที่อ้างถึง ๒. เป็นปิยวาจา ๓. พูดถูกกาลเทศะ ๔. พูดแล้วประกอบด้วยประโยชน์ ขอให้พิจารณากันอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่ทางวิชาการ ว่าเรื่องที่ท่านกำลังจะพูดนั้นเป็นความจริง มีที่มามีที่อ้างอิงหรือไม่ เป็น ปิยวาจาหรือไม่ ถูกกาลเทศะหรือไม่ แม้เป็นความจริง แต่ถ้ายังไม่ถูกกาลเทศะก็ยังไม่พูด เพราะพูดแล้ว ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ หรืออาจจะเป็นโทษก็ได้ การพูดที่เป็นวจีสุจริตจึงต้องการสติ ต้องการปัญญาเป็นอย่างมาก สัมมาวาจาจึงเป็นมรรคหนึ่งในอริยมรรค ๘ เพราะเป็นไปเพื่อการลดตัวกู ของกู เพื่อความถูกต้อง ความเจริญเกิดจากความถูกต้อง คนในปัจจุบันอาจมีความรู้มากขึ้น แต่มีปัญญาน้อยลง ความรู้อาจจะรู้เป็นเรื่อง ๆ แต่ปัญญาหมายถึงรู้อย่างเชื่อมโยงจนรู้ ทั้งหมด ๕ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ การรู้เป็นบางส่วนทำให้เกิดความบีบคั้นหรือความทุกข์ การรู้ทั้งหมดจะทำให้หลุดพ้นจากความบีบคั้น หรือเป็นอิสระ คนไทยจำนวนหนึ่งเมื่อได้ยินเรื่องความประพฤติอันไม่เหมาะสมของ ส.ว. หรือการโกงเลือกตั้ง หรืออื่น ๆ เกิดความทุกข์และความวิตกกังวลว่าการเมืองของเราเลวลง มองไม่เห็นอนาคต ถ้าเห็นทั้งหมดจะรู้ว่าการเมืองของเรากำลังดีขึ้น ในช่วงเวลา ๖๐ กว่าปี การเมืองของเราวิวัฒนาการมาไกล จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผ่านเผด็จการโดยกองทัพ เข้าสู่ระบอบธนาธิปไตย แต่ก็สามารถเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อการปฏิรูปการเมืองโดยไม่ต้องบรรพาม่าฟัน เดิมสังคมไทยอยู่ในความมืด ในความมืดคนทำผิดเป็นปกติวิสัย แต่สาธารณะไม่รู้ บัดนี้สังคมไทยสว่างขึ้น การที่เห็นคนทำผิดไม่ได้แปลว่ามีคนทำผิดมากขึ้น บ้านเมืองกำลังเลวลง แต่เพราะความสว่างเราจึงเห็นคนทำผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมเห็นคนทำผิด และเข้ามามีบทบาทไล่ต้อนความไม่ถูกต้องเมื่อสังคมสว่างขึ้นอีกและสว่างนานพอสมควร คนทำผิดจะน้อยลง บ้านเมืองจะดีขึ้น พรรคการเมืองจะหาเสียงหรือไม่ มีนโยบายดีหรือไม่ หรือรัฐบาลมีนโยบายดีหรือไม่ นั่นเป็นส่วนย่อยและไม่สำคัญมากเท่าภาพรวม ภาพรวมก็คือในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่ประชาชนเลือกเพราะนโยบาย เมื่อเลือกเพราะนโยบาย สังคมก็จะเข้ามาเรียกร้องกดดันตรวจสอบให้รัฐบาลทำตามนโยบาย รัฐบาลจะไม่ทำไม่ได้ จะทำให้สำเร็จก็จะต้องใช้ความรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม ก็จะเป็นการกระตุ้น "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" คือ ๖ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ๑. การสร้างความรู้ ๒. การเคลื่อนไหวทางสังคม และ ๓. การเชื่อมโยงกับการเมือง เมื่อมีการประกอบเป็นโครงสร้าง "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ก็จะทำให้ ประเทศมีพลังที่จะเขยื้อนเรื่องยากๆ ประดุจภูเขาที่เคลื่อนไม่ได้ในอดีต และ ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ของไทยที่หมักหมมเพิ่มพูนจนวิกฤติ ให้ขยับเขยื้อนแก้ไขได้ การที่ประชาชนออกเสียงเลือกตั้งเพราะนโยบาย และสังคมเข้ามา มีบทบาทตรวจสอบ กดดัน กำกับภาคการเมือง ถือว่าประชาธิปไตยของเรา พัฒนาอย่างก้าวกระโดดไปสู่ระดับใหม่ เพื่อนคนไทยครับ ถ้ามองภาพรวมประเทศไทยยังมีเรื่องดี ๆ อีกมาก อย่าเพิ่งหมดหวังหรือเกลียดประเทศไทย เราถูกวางยามานานให้คิดว่าคนไทยเป็นคนไม่ดีและไม่เก่ง จะทำ อะไรดี ๆ ก็ต้องให้ต่างชาติมาทำให้ การคิดแบบต่างชาติและพึ่งต่างชาติมากเกินทำให้เราสูญเสียอธิปไตย ทางเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยไม่สามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ ซึ่งเป็น ภัยต่อความอยู่รอดของชาติ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ เราควรหันไปหาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องการพึ่งตนเอง **การพึ่งตนเองทำให้เราเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี และอยู่รอดได้** รัฐมีเครื่องมือมากมายที่จะนำมาใช้ให้คนไทยสร้างจิตสำนึกใหญ่ รู้และ เห็นความเป็นทั้งหมด รู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนท้องถิ่น รู้รากเหง้าของ ตนเอง สร้างความเข้มแข็งของชุมชนทั้งหมด สร้างความเชื่อมโยงทุกส่วน ของสังคมให้เป็นพลังแผ่นดิน ทั้งพลังทางสังคม พลังทางวัฒนธรรม พลัง ทางปัญญา พลังทางศีลธรรม และพลังทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับสากล อย่างรู้เท่าทันและอย่างมีดุลยภาพ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ๗ การปฏิรูปทั้งหลายซึ่งรวมถึงการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสื่อ และการปฏิรูปกฏหมาย ต้องเป็นไปเพื่อสร้างพลังแผ่นดินให้คนไทยสามารถ สร้างสรรค์แผ่นดินแห่งนี้ให้เป็นดินแดนที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความร่ม เย็นเป็นสุข และมีความภูมิใจในศักดิ์ศรีและคุณค่าของการเป็นคนไทย ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ๘ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ PQET ภาพรวม กับภาพชำแหละ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2001

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
18% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
16% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ความคิดและการคิด

• ประเทศไทย

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2001

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้