auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

สังคมเข้มแข็งปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ. นพ. ประเวศ วะสี ได้ทำเอกสาร เรื่อง สังคมเข้มแข็งปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ กล่าวถึงเรื่องราวจากอดีต ที่เชื่อมโยงกับอนาคตในการสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งหลากหลายมิติ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

สังคมเข้มแข็ง ปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ ๑ # ๑ .. ประเทศวิกฤต ## ประเวศ วะสี แล้ววิกฤตอีก เพราะอวิชชา ทางพระท่านว่าความทุกข์เกิดจากอวิชชา หรือความไม่รู้ ความทุกข์ของชาติก็เช่นเดียวกัน ประเทศ วิกฤตแล้ววิกฤตอีกออกจากวิกฤตไม่ได้ เกิดจากอวิชชาหรือความไม่รู้หรือความเข้าใจผิด เรา ต้องการให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี เราก็พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการเมือง พัฒนา ศีลธรรม ในทางเศรษฐกิจเราพัฒนาเศรษฐกิจมา ๕๐ ปี มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ช่องว่าง ระหว่างคนจนกับคนรวยห่างมากขึ้น จนประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงสุดในเอเชีย ความเหลื่อม ล้ำที่มากเกินไปนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพ ปัญหาทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง รวมทั้งความ ขัดแย้งและความรุนแรง ในทางการเมือง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ ๒๔๗๕ มีความพยายามที่จะ พัฒนาประชาธิปไตยที่ผ่านการต่อสู้นองเลือดหลายครั้งหลายหน มีรัฐธรรมนูญถึง ๑๘ ฉบับ แต่เรา ก็ยังไม่มีการเมืองที่มีคุณภาพ มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงปริ่มๆจะเกิดมิคสัญญีกลียุค ในทางศีลธรรม ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีวัดประมาณ ๓๐,๐๐๐ วัด มีพระสงฆ์ ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รูป ทุกวันพระสงฆ์ให้ศีลเป็นหมื่นๆครั้ง แต่ระดับศีลธรรมก็ไม่ดี มีการทำร้าย กันสูง การลักขโมยทุจริตคอร์รัปชั่นแพร่หลายจนเป็นวิสัย เรียกว่าพัฒนาศีลธรรมไม่สำเร็จ การที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี เพราะ เราไม่รู้ว่าปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี คือ "สังคมเข้มแข็ง" เพราะ ๒ สังคมเข้มแข็งทำให้เกิดความถูกต้อง ท่ามกลางความไม่ถูกต้องถึงจะพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนา การเมือง พัฒนาศีลธรรม เศรษฐกิจก็ไม่ดี การเมืองก็ไม่ดี ศีลธรรมก็ไม่ดี ๓ ## ๒. สังคมเข้มแข็ง ### ทำให้เกิดความถูกต้อง ความถูกต้อง ทำให้เจริญ ในครั้งสุดท้ายที่พระพุทธองค์ประทับอยู่บนเขาคิชฌกูฏ หมวดธรรมที่ตรัสสอนเป็นอันมากคือ "อปริหานิยธรรม" หรือธรรมดาเพื่อความเจริญถ่ายเดียว อปริหานิยธรรม เป็นหมวดธรรมะเพื่อสังคมเข้มแข็ง ดังจะเห็นได้จาก ๒ ข้อแรกคือ (๑) หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ (๒) พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันกระทำกิจที่พึงทำ เห็นชัดเจนว่าเป็นธรรมะเพื่อ "การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ" ถ้าต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ก็ขาดความเป็นสังคมหรือขาดพลังร่วม ถ้ามีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำก็เป็นสังคมเข้มแข็ง อำนาจทางสังคมจะหยุดยั้งความไม่ดีที่ทำร้ายสาธารณะในรูปต่างๆ ดังจะยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่าย ดังต่อไปนี้ ### โจรปล้นควาย เมื่อก่อนในชนบทไทย จะมีโจรปล้นควายทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอยู่เป็นประจำ อันที่จริงกลุ่มโจรอาจมีเพียง ๓-๔ คน มีปืนแก้ประกอบอกหนึ่ง ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านมีจำนวนมากกว่าโจรมาก แต่ถ้าต่างคนต่างอยู่ไม่เป็นสังคมเข้มแข็ง ความชั่วคือโจรก็ทำร้ายชาวบ้านได้เรื่อยไป แต่เมื่อชาวบ้านรวมตัวกันจัดระบบระวังภัยตีเกราะเคาะไม้ รวมตัวกันขับไล่โจรไปได้ สังคมเข้มแข็งยุติความชั่วได้ ### การลักลอบตัดไม้ที่ดอยสามหมื่น กลุ่มคนที่ลักลอบตัดไม้มีเครื่องมือ มีปืน มีเครื่องมือสื่อสาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ต้องการรักษาป่ามีกำลังน้อยกว่าโจร จึงถูกฆ่าตาย หรือฆ่าตัวตาย เช่น คุณสืบ นาคะเสถียร แต่ที่ดอยสามหมื่น จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลุ่มโจรตัดไม้พร้อมทั้งอาวุธขึ้นไปจะตัดไม้ เจอชาวบ้านรวมตัวกันอยู่ ๑,๐๐๐ คน ความชั่วนั้นก็กระทำไม่ได้เพราะสังคมเข้มแข็ง ๔ การทำลายทรัพยากรชายฝั่งที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ที่นั่นชาวประมงที่ยากจน เคยหากินชายฝั่ง ต่อมามีการให้สัมปทานป่าชายเลน มีนักการเมืองได้สัมปทานตัดไม้ในป่าชายเลน ไปเผาถ่านขาย กุ้ง หอย ปู ปลา ไม่มีที่จะอนุบาล ชาวประมงยากจนหากินฝืดเคือง ประกอบกับมี เรือประมงขนาดใหญ่มาลากอวนรุนชิดชายฝั่ง ซึ่งผิดกฎหมายแต่เขาก็จะทำ อวนรุนนอกจากจะ กวาดจับสัตว์น้ำตัวเล็กตัวน้อยไปแล้ว ยังครูดเอาหญ้าทะเลไปหมด สัตว์น้ำไม่มีที่อยู่อาศัย ชาวประมงที่ยากจนประสบความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตมาก ไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ผล เพราะเจ้าของเรือประมงขนาดใหญ่มีอิทธิพลมากกว่า ต่อมาด้วยการสนับสนุนของมูลนิธิหยาดฝน และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชาวบ้านรวมตัวกันจัดการป้องกันไม่ให้เรือประมง ขนาดใหญ่เข้ามาลากอวนชิดชายฝั่ง เอาหญ้าทะเลลง เอาปะการังเทียมลง สิ่งแวดล้อมในทะเล กลับคืนมา สัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ชาวบ้านกินอิ่มนอนหลับไม่ลำบากอีกต่อไป และ รวมตัวกันรักษาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามัน ขยายตัวออกไปทั้งทางทิศเหนือและใต้ การ อนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ต้องอาศัยการรวมตัวของชาวบ้านเป็น สังคมเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็งดูแลรักษาป่า ป่าไม้ของเราซึ่งเคยมีถึงกว่าร้อยละ ๖๐ ของพื้นที่ ได้ถูกทำลายไป ภายใน ๕๐ ปี เหลือเพียงร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรักษาความสมดุลของธรรมชาติ จึงเกิดภัยพิบัติทั้งความแห้งแล้งและน้ำท่วม นอกจากนั้นชาวบ้านที่เคยอาศัยป่าเป็นเครื่องดำรงชีพ ก็ต้องยากจนลง กรมป่าไม้ไม่มีทางรักษาป่าไว้ได้ แต่มีชุมชนที่เข้มแข็งดูแลรักษาป่าได้ที่เรียกว่าป่า ชุมชน ชุมชนเข้มแข็งเป็นพื้นฐานของสังคมเข้มแข็งที่สามารถจัดการตนเองในเรื่องต่างๆ และ ป้องกันความไม่ถูกต้องที่จ้องจะเกิดขึ้น ถ้าความเป็นสังคมอ่อนแอ ที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อก่อนมีเรื่องโคตรโกงและโกงทั้งโคตร ย้อนหลังไปกว่าร้อยปี ที่ สวิตเซอร์แลนด์มีเรื่องโคตรโกงและโกงทั้งโคตร เพราะรวมศูนย์อำนาจการปกครอง การรวมศูนย์ อำนาจการปกครองทำให้อำนาจรัฐเข้มแข็ง อำนาจสังคมอ่อนแอ ต่อมามีการกระจายอำนาจไปสู่ องค์กรท้องถิ่นถึง ๒๖ องค์กร ประชาชนเข้ามามีบทบาทโดยตรงและควบคุมการบริหารท้องถิ่น คอร์รัปชั่นก็หายไป กลายเป็นประเทศน่าอยู่ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประธานาธิบดีชื่ออะไร ๕ นายกรัฐมนตรีชื่ออะไร เพราะอำนาจกระจายไปอย่างทั่วถึง ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ไม่มีใครอยาก มาเป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี จนเกือบท้องจับฉลากกันเป็น ถ้าประชาชนเข้มแข็ง การเมืองก็จะดีขึ้น เป็นเหตุให้เศรษฐกิจดี ศีลธรรมดี ภาคเหนือกับภาคใต้ของอิตาลีไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ใช้รัฐธรรมนูญเดียวกัน กฎหมายเดียวกันใน ประเทศเดียวกัน แต่ภาคเหนือกับภาคใต้ของอิตาลีต่างกันราวฟ้ากับดิน ภาคเหนือ เช่น แถวมิลาโน ทอเรโน เศรษฐกิจดี การเมืองดี ศีลธรรมดี ภาคใต้ เช่น แถวซิชิลี ชาร์ดิเนีย เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ ดี ศีลธรรมไม่ดี คำว่ามาเฟียก็มาจากซิชิลีนั่นเอง Robert Putnam¹ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไป วิจัย พบว่าความแตกต่างเกิดจากลักษณะสังคม ภาคเหนือผู้คนมีความเสมอภาค มีการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ เป็นสังคมเข้มแข็งที่เรียกว่า civil society หรือประชาสังคม ส่วนทางตอนใต้สังคมเป็นสังคม แนวดิ่งที่คนข้างบนมีอำนาจเหนือคนข้างล่างที่ไม่มีอำนาจ เป็นเช่นนี้มานานหลายร้อยปี สังคมแนวดิ่ง เป็นสังคมที่อ่อนแอ สังคมเช่นนี้เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี ศีลธรรมจะไม่ดี ถึงเคร่งศาสนา ศีลธรรมก็จะไม่ดี เพราะสังคมอ่อนแอจะทำให้ความไม่ถูกต้องต่างๆดำรงอยู่ในสังคมได้ จะสังเกตว่าทั้งตอนเหนือและตอนใต้ของอิตาลีใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน แสดงว่า รัฐธรรมนูญไม่เป็นเครื่องการันตีว่าจะทำให้การเมืองดี แต่สังคมเข้มแข็งหรืออ่อนแอ เป็นตัวกำหนด ว่าการเมืองจะดีหรือไม่ สังคมไทยเป็นสังคมแนวดิ่งมาแต่โบราณ ฉะนั้นแม้เป็นเมืองพุทธและพุทธศาสนาก็เป็นของ ดี แต่มีความเสื่อมเสียทางศีลธรรมเต็มไปหมด เพราะสังคมทางดิ่งนั้น ความไม่ถูกต้องต่างๆจะดำรง อยู่ในสังคมเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรๆ อำนาจของความไม่ถูกต้องซึ่งมีพลังมาก ก็จะทำให้การเมืองไม่ดี เศรษฐกิจไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าแม้เราจะพยายามพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการเมือง พัฒนาศีลธรรม มาก เท่าใดก็ไม่ได้ผล ถ้าเราไม่สร้างสังคมเข้มแข็ง สังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ --- ¹ Robert Putnam : Making Democracy Work : Civic Tradition in Modern Italy, Princeton University Press, New Jersey, 1994. b Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. การสร้างสังคมเข้มแข็งอาจมีองค์ประกอบ ๓ ประการดังนี้ ๓. ไตรยางค์ (๑) สร้างจิตสำนึกแห่งความเป็นพลเมือง แห่งการสร้าง (๒) ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ในทุก สังคมเข้มแข็ง องค์กรและในทุกเรื่อง (๓) คืนอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ซึ่งขยายความพอเป็นสังเขปดังนี้ (๑) สร้างจิตสำนึกแห่งความเป็นพลเมือง ถ้าจิตสำนึกแคบคือเห็นแก่ตัว เห็นแก่กลุ่ม เห็น แก่พรรคพวก อยู่ในวงแคบๆ ขาดจิตสำนึกสาธารณะ สังคมจะอ่อนแอ จำเป็นต้องมีการสร้าง จิตสำนึกแห่งความเป็นพลเมือง ให้แต่ละคนมีจิตสำนึกสาธารณะ รับผิดชอบต่อส่วนรวม มีความ เป็นพลเมืองที่กัมมันตะ (active citizen) ระบบการศึกษาที่ผ่านมาเอาแต่ถ่ายทอดเนื้อหาวิชา แต่ ไม่ได้มุ่งสร้างบุคลิกของคนไทยที่พึงปรารถนา มีความจำเป็นอย่างรีบด่วนที่ระบบการศึกษาทั้งหมด จะต้องสร้างจิตสำนึกและทักษะความเป็นพลเมือง การสื่อสารทุกชนิดก็เช่นเดียวกัน ซึ่งรวมทั้ง ศิลปวัฒนธรรมทุกชนิด โดยเฉพาะละครและภาพยนตร์ (๒) ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กรและในทุกเรื่อง กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกเหนือไปจากการทำงานเชิงสังคมสงเคราะห์ ควร ทำงานเชิงรุก โดยถือว่าการสร้างสังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ เข้ามาเป็นหัว หอกหรือผู้นำเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ๘ อย่างเรื่องปัญหาชาวไร่ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายจะแก้ปัญหาไม่ได้จริงจัง โดยสังคมสงเคราะห์หรือประชานิยม แต่ถ้าช่วยให้เขารวมตัวร่วมคิดร่วมทำ มีองค์กรจัดการตนเอง จะแก้ปัญหาได้อย่างถาวร (๓) คืนอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ประเทศไทยรวมศูนย์อำนาจการปกครอง มาไว้ที่ส่วนกลางมากว่า ๑๐๐ ปี เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาใหญ่ๆที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เกือบทั้งหมด เช่น * ทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ ปัญหาต่างๆต้องเข้ามาแก้กันที่เมืองหลวง ซึ่งทำไม่ไหวและทำให้ถูกต้องไม่ได้เพราะไม่รู้ความจริง * ความขัดแย้งระหว่างอำนาจร่วมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ปัญหาความรุนแรงที่ชายแดนใต้ * ระบบราชการอ่อนแอ เพราะใช้อำนาจไม่ได้ใช้ปัญญา * คอร์รัปชั่นเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะอำนาจเข้มข้นที่ไหนคอร์รัปชั่นเข้มแข็งที่นั่น * การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเป็นไปอย่างรุนแรง เพราะเดิมพันสูง คือใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศ จึงเป็นแรงจูงใจให้ต่อสู้ และทำลายกันทุกวิถีทาง รวมทั้งการใช้เงินจำนวนมหา ทำให้ประชาธิปไตยบิดเบี้ยว ขาดสมรรถนะ ขาดคุณภาพ นำไปสู่ความขัดแย้ง และความรุนแรง * ทำรัฐประหารได้ง่าย เพราะอำนาจร่วมศูนย์ ถ้าอำนาจกระจายไปสู่ท้องถิ่นหมดก็จะยึดอำนาจไม่ได้เพราะไม่รู้จะยึดตรงไหน ประเทศที่กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นจะไม่มีรัฐประหาร การรวมศูนย์อำนาจการปกครองทำให้สังคมอ่อนแอ ประเทศขาดสมรรถนะ และหมักหมมอยู่ในความทุจริตคอร์รัปชั่น และการเมืองที่ขาดคุณภาพ ขัดแย้งจิกตีกันเองประดุจไก่อยู่ในเข่ง เข่งคือโครงสร้างอำนาจ ทุกภาคส่วนควรจะทำความเข้าใจว่าโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์ คือ ๙ ปัญหาใหญ่ของประเทศไทย สนใจการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ2 ช่วยกันขับเคลื่อนให้มีการคืน อำนาจไปให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ปกครองตนเอง การปกครองตนเองจะทำให้สังคมเข้มแข็ง 2 ข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ โดย คณะกรรมการปฏิรูป , สำนักงานปฏิรูป , เมษายน ๒๕๕๔ ___ 10 ๔. ชุมชนท้องถิ่น โครงสร้างใดๆไม่ว่าจะเป็นพระเจดีย์ ตึก หรือปิระมิด จะมั่นคงต่อเมื่อฐาน กว้างและแข็งแรง สังคมก็เช่นเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นครอบคลุมทุกตารางนิ้ว คือฐานของ ของแผ่นดินไทย เป็นฐานของประเทศ ถ้าฐานของประเทศแข็งแรงประเทศก็ จะมั่นคง การพัฒนาที่ผ่านมาเราเน้นที่การพัฒนาที่ส่วนบนของสังคม เป็น ประดุจสร้างพระเจดีย์จากยอด ซึ่งไม่มีทางสำเร็จ พระเจดีย์ต้องสร้างจาก ฐาน ฐานพระเจดีย์ที่แข็งแรงจะรองรับองค์พระเจดีย์ให้มั่นคง ชนชั้นนำเป็นคนข้างบนไม่เข้าใจข้างล่าง จึงทำการพัฒนาที่เอาข้างบนเป็นตัวตั้ง อะไรๆก็ จะเอาแต่ข้างบน ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และการเมือง โดยให้ข้างบนบ่อนทำลาย ข้างล่างหรือทำให้ข้างล่างอ่อนแอ ดังที่การพัฒนาเศรษฐกิจก็ไปเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเคย เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ข้างล่างมาเป็นเงินของคนข้างบนส่วนน้อย ทำให้ช่องว่างระหว่างคน จนกับคนรวยถ่างกว้างมากขึ้น การศึกษาก็ไปไล่ต้อนคนข้างล่างให้มุ่งขึ้นข้างบนทางเดียว แทนที่จะ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ยิ่งวัฒนธรรมในความหมายว่า คือวิถีชีวิตของกลุ่มคนที่ สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมในแต่ละชุมชนท้องถิ่น คนข้างบนซึ่งรวมทั้งมหาวิทยาลัยด้วย ก็ไม่เข้าใจ เอาเสียเลย ในเมื่อวัฒนธรรมเป็นรากของสังคม ถ้าเราตัดรากต้นไม้มีผลฉันใด การพัฒนาโดยตัด รากของสังคมก็มีผลเช่นเดียวกัน การพัฒนาประชาธิปไตยที่จะเอาแต่ระดับชาติโดยไม่สนใจ ประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่น ก็ทำให้ประชาธิปไตยพิการ โดยสรุปโมเดลการพัฒนาแบบสร้างพระเจดีย์จากยอดทำให้ฐานของประเทศอ่อนแอ และ ประเทศโดยรวมไม่มั่นคง ควรจะปรับทิศทางการพัฒนาประเทศให้เป็นแบบสร้างพระเจดีย์จากฐาน ซึ่งแสดงโดยรูปข้างล่างนี้ ๑๑ รูปที่ ๑ : การพัฒนาประเทศแบบสร้างพระเจดีย์จากฐาน ให้ฐานพระเจดีย์คือชุมชนท้องถิ่นแข็งแรง องค์พระเจดีย์คือระบบต่างๆ ยอดพระเจดีย์อันงดงามเปล่งประกายคือความเป็นธรรม โดยส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองมีความเข้มแข็งทุกด้าน ทั้ง เศรษฐกิจ- จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย เป็นการพัฒนาอย่าง บูรณาการ ระบบต่างๆคือองค์พระเจดีย์ เช่น ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา การเมืองการ ปกครอง ฯลฯ ต้องเชื่อมกับฐานอย่างเกื้อกูลกัน และเชื่อมกับยอดคือความเป็นธรรม ขณะนี้ในประเทศไทยกำลังมีความเคลื่อนไหว เรื่อง ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการ ตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญยิ่ง และไปเลยโมเดลประชาธิปไตย ตะวันตกที่กำลังประสบสภาวะวิกฤต ขณะนี้จังหวัดประมาณ ๔๐ จังหวัด กำลังเคลื่อนไหวทำ ธรรมนูญการจัดการตนเองของจังหวัด ซึ่งต่อไปก็จะเกิดครบทุกจังหวัด การจัดการตนเองนี้เป็นการ รวมตัวของทุกภาคส่วนในพื้นที่ ไม่ได้คิดเชิงปฏิปักษ์ แต่คิดเชิงที่เรียกว่า inclusive ให้ทุกคนทุก ภาคส่วนเข้ามาร่วมกันหมด ทั้งปัจเจก ชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา เป็นการถัก ทอกันเข้ามา ทำให้ทำเรื่องยากๆ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ และสามัคคีสมานฉันท์อย่างยิ่ง สมาน ๑๒ ความแตกร้าวในแผ่นดินไทย ทุกฝ่ายจึงควรทำความเข้าใจ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการตนเอง ของชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ในอนาคตรวิกฤตของระบบเศรษฐกิจเมือง (urban economy) เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังที่จะเห็นเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และกำลังลามไปที่อื่นๆ เพราะเป็นระบบเศรษฐกิจ สังคมที่ไม่ cost-effective ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานโดยไม่วิกฤต ตรงข้ามกับระบบเศรษฐกิจ สังคมของชุมชน ซึ่งราคาถูกกว่าและคุณภาพสูงกว่า และยังมีความยืดหยุ่นที่จะรองรับความล่ม สลายของเศรษฐกิจเมืองได้ ควรไปศึกษาประเด็นนี้ดูให้ดีๆ เราพูดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนกันมานานพอสมควรแล้ว แต่มักเป็นแนวคิดว่า เศรษฐกิจ-สังคม- สิ่งแวดล้อม จะต้องสมดุลกันแต่ขาดรูปธรรมของการปฏิบัติ ซึ่งจะมองไม่ออกจากข้างบน แต่ระบบ เศรษฐกิจชุมชนนั้น ทำให้เกิดบูรณาการและดุลยภาพระหว่าง เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม ได้ง่าย เพราะฉะนั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเน้นที่การพัฒนาอย่างบูรณาการของชุมชน หรือที่ เราพูดว่าชุมชนเข้มแข็ง และถ้าจะมีโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่ป้องกันวิกฤตอย่างซ้ำซาก สิ่ง นั้นน่าจะเป็น **การเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคอย่างเกื้อกูลกัน** อาจจะบัญญัติศัพท์ใหม่ว่าเป็น "ชุมชน-ธนาสมาศัย" หรือระบบที่ชุมชนกับทุนพึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน โดยที่ **ชุมชน ให้ความเป็นบูรณาการและสมดุล** **ทุนหรือเศรษฐกิจมหภาค เป็นพลัง** เศรษฐกิจมหภาคที่มีฐานอยู่ในชุมชนจะมั่นคง และมีการแข่งขันที่ดีขึ้นเพราะลดต้นทุน ในขณะที่เศรษฐกิจชุมชน ได้ประโยชน์จากความสามารถในการจัดการของระบบเศรษฐกิจมหภาค เชื่อมโยงไปสู่การตลาดและการส่งออกได้ดียิ่งขึ้น “**ระบบเศรษฐกิจใหม่**” (New Economy) ที่ระบบเศรษฐกิจชุมชนกับระบบเศรษฐกิจ มหภาคเชื่อมโยงอย่างเกื้อกูลกันหรือที่เรียกว่า “**ชุมชน-ธนาสมาศัย**” น่าจะเป็นคำตอบสำหรับ ๑๓ อนาคต และน่าจะเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับประเทศไทย เพราะแนวคิดชุมชนเข้มแข็งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง รวมทั้งไปปรากฏในรัฐธรรมนูญ และในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งมีการปฏิบัติจริงอย่างกว้างขวาง และภาคธุรกิจไทยก็ให้ความสนใจกับเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังที่หอการค้าไทยก็มีโครงการ "๑ ไร่ ๑ แสนบาท" เป็นต้น ๑๔ ๕. การสนับสนุน ถ้ามีความเข้าใจตรงกันว่าสังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของ สังคมเข้มแข็ง ประเทศ การสนับสนุนโดยภาคส่วนต่างๆ จะทำให้เกิดสังคม เข้มแข็งโดยรวดเร็ว เช่น โดย **ภาครัฐ** ภาครัฐมีโครงสร้างของ กระทรวง ทบวง กรม ใหญ่โตกว้างขวางในขอบเขตทั่ว ประเทศ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายและปรับการงบประมาณ ให้หน่วยงานของรัฐเหล่านี้สนับสนุนสังคม เข้มแข็งตามไตรยางค์แห่งสังคมเข้มแข็งที่กล่าวในตอน ๓ ประเทศก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว **ภาคการศึกษา** ภาคการศึกษาเป็นภาคที่ใหญ่มาก ถ้ามีความถูกต้องประเทศจะ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่แล้วมาภาคการศึกษาเอาแต่สอนท่องวิชา แต่ไม่ได้สร้างบุคลิกของคน ไทยที่พึงปรารถนา เช่น การมีจิตสำนึกพลเมือง และการมีทักษะในการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อ เป็นสังคมเข้มแข็ง **ภาคธุรกิจ** ภาคธุรกิจมีความสามารถในการจัดการมากกว่าภาคอื่นๆ สังคมเข้มแข็งนั้นต้องมี ความสามารถในการจัดการสูง ที่ว่าชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองนั้น ถ้าภาคธุรกิจเข้าไปร่วมเป็นภาคี ด้วย จะยกระดับความสามารถการจัดการของชุมชนท้องถิ่นให้สูงขึ้นไปอีก ให้สามารถทำเรื่องที่ ยากขึ้น ใหญ่ขึ้น และมีประโยชน์มากขึ้น เช่น การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนท้องถิ่น ถ้าทำได้ดีและ เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ จะเป็นจุดคานงัดของการพัฒนาทุกๆด้าน ภาคธุรกิจอาจตั้ง กองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสังคม โดยให้ท้องถิ่นกู้เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว พร้อมๆกับจัดการ อบรมให้ด้วย เมื่อระบบการท่องเที่ยวของท้องถิ่นดี ท้องถิ่นจะมีรายได้ และสามารถชำระหนี้เงินกู้ ได้ ทำให้กองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสังคมไม่สูญหาย แต่กลับเพิ่มพูนและมีกำลังที่จะสนับสนุน ชุมชนท้องถิ่นได้มากขึ้น ดังนี้เป็นต้น **ภาคการสื่อสาร** การสื่อสารที่ดีจะทำให้เรื่องดีๆเกิดขึ้นโดยรวดเร็ว เรื่องนี้จะยกไปกล่าว ต่างหากในตอนที่ ๗ เรื่องยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศไทย ๑๕ การสนับสนุน "สังคมเข้มแข็ง" ทั้งโดยภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคการสื่อสาร จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมทางราบ หรือสังคมเข้มแข็งอันเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. ๖. เวทีภาคี เรามีทุนเพื่อการพัฒนามากมายมหาศาล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางศาสนธรรม ทุนภาครัฐ ทุนภาคธุรกิจ ทุนทางปัญญา ทุนทางการสื่อสาร มากเกินพอที่จะสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ แต่ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาเหล่านั้นมักแยกๆกันอยู่ไม่เข้ามาเชื่อมโยงกัน เมื่อใดมี "การถักทอกันทางสังคม" จะทำให้ทำเรื่องยากๆ หรือเรื่องที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ จนกล่าวได้ว่า "การถักทอกันทางสังคมทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้" (Social weaving makes the impossible possible) ขณะนี้กำลังมีคนทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ ก่อตัวกันขึ้นจัด "เวทีภาคีพัฒนาประเทศไทย" ขึ้นเป็นประจำ เพื่อเป็นกลไกให้ทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมมือกันในการพัฒนาประเทศไทย กระบวนการนี้น่าจะเป็นกลไกที่สำคัญในการสร้างสังคมเข้มแข็งในทุกๆด้าน ๗. ยุทธศาสตร์ การสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศไทยคนรุ่นใหม่กับการพัฒนาประเทศไทย ขณะนี้ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสมัยใหม่ ทำให้เกิดสภาพใหม่ทางสังคม ที่ผู้คนสามารถสื่อสารถึงกันได้ โดยรวดเร็วและทั่วถึง เป็นโอกาสที่จะสร้างสังคมเข้มแข็งอย่างก้าวกระโดด ประเด็นสำคัญอยู่ที่ "สาร" ว่าจะสังเคราะห์สารที่เป็นความจริง มีประโยชน์ มีเสน่ห์ โดนใจผู้คน ที่ทำให้เกิดจิตสำนึกทางสังคม และจะเผยแพร่ "สาร" นี้ให้กระจายเป็นคลื่นกระเพื่อมไปทั่วสังคมได้อย่างไร ๑๗ การลงทุนสร้าง "สาร" เพื่อการพัฒนาประเทศไทย จะไม่แพงเท่าการสร้างเทคโนโลยี "สื่อ" แต่ต้องการคนที่เหมาะสมที่เข้าใจแผ่นดินไทย และเข้าใจอนาคตที่เราจะเคลื่อนไปข้างหน้า จึงควรมีบุคคลและองค์กรที่เข้ามาลงทุนสร้าง "สื่อ" เพื่อพัฒนาประเทศไทย ๑๘ คนรุ่นใหม่ควรจะเข้ามามีบทบาทพัฒนาประเทศไทย ซึ่งทำได้หลายอย่าง ถ้าได้อ่าน บทความนี้มาตั้งแต่ต้น แต่ที่คนรุ่นใหม่ถนัดมากกว่าคนรุ่นเก่าคือการสื่อสาร คนรุ่นใหม่น่าจะมี บทบาทในยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งอาจทำได้ในหลายรูปแบบ ถ้า เข้าใจประเด็นหลักของการพัฒนาประเทศ เช่น การทำงานสื่อเชิงครีเอทีฟ ประกวดทำหนังสั้น การ สื่อสารผ่านงานศิลปะต่างๆ รวมทั้งศิลปะการแสดง เป็นต้น ยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศไทยจะย่นระยะการเดินทางพัฒนาประเทศลงได้ มาก การสร้างประเทศไทยที่ดีจะไม่นานอย่างที่คิด --- ถ้าคนไทยเข้าใจและร่วมสร้าง "สังคมเข้มแข็ง" ประเทศไทย จะกลายเป็นประเทศที่น่าอยู่ พร้อมทั้งเศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี --- ๑๙ PQET สังคมเข้มแข็ง ปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
36% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
27% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้