auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การสร้างชาติแห่งการอ่าน (โพสต์ทูเดย์ ฉบับที่3837 สิงหาคม พ.ศ.2556 )

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ. นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ เรื่อง การสร้างชาติแห่งการอ่าน ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2556 ปีที่ 11 ฉบับที่ 3837 คอลัมน์ พินิจการเมือง : การสร้างชาติแห่งการอ่าน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# การสร้างชาติแห่งการอ่าน ประเวศ วะสี ## คนไทยเป็นคนอ่านน้อย คนไทยเป็นคนอ่านน้อย ไม่เข้าใจเรื่องที่ซับซ้อน ปัจจุบันเต็มไปด้วยเรื่องที่ซับซ้อนเมื่อสาธารณะไม่เข้าใจความเป็นจริงที่ซับซ้อน สังคมก็เหมือนอยู่ในความมืด (ถึงแม้จะมีไฟฟ้าสว่าง) ในความมืดจะมีความไม่ถูกต้องหรือความชั่วร้ายต่างๆซ่อนตัวอยู่ สังคมที่มีความไม่ถูกต้องหรือความชั่วร้ายซ่อนตัวเกาะกินโดยสาธารณะไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะถึงความเสื่อม เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆและความรุนแรง การรับรู้ทางวิทยุหรือโทรทัศน์ไม่สามารถทดแทนการอ่านได้ในแง่ที่ทำให้เข้าใจความซับซ้อน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่านให้ได้ หลายคนที่ตระหนักรู้ได้พยายามรณรงค์ส่งเสริมการอ่านมาหลายปี แต่ยังไม่บรรลุถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จะสร้างชาติไทยให้เป็นชาติแห่งการอ่าน ## หนังสือดีๆในประเทศไทยขายได้ประมาณ ๒,๐๐๐ เล่มเท่านั้น! ประชากร ๖๕ ล้านคน กับการขายหนังสือดีๆได้ ๒,๐๐๐ เล่ม เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และแสดงให้เห็นวงจรอุบาทว์ในเรื่องนี้ คือ (๑) คนไทยอ่านหนังสือน้อย -> (๒) มีคนเขียนและแปลหนังสือดีๆน้อย -> (๓) มีสมบัติทางปัญญาของชาติน้อย -> (๔) คนไทยมีโอกาสอ่านเรื่องดีๆน้อย ตรงข้ามกับญี่ปุ่นที่คนของเขาเป็นนักอ่าน นอกจากหนังสือซึ่งเป็นเรื่องของเขาเองแล้ว หนังสือดีๆของชาติต่างๆทั่วโลกญี่ปุ่นก็แปลมาเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด เป็นสมบัติทางปัญญาของชาติของเขาให้คนญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าถึงความรู้จากทั่วโลก เขาเป็นประเทศที่จัดระบบการอยู่ร่วมกันได้ดีที่สุด โดยมีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด และมีปัญหาอาชญากรรมน้อยมาก ในประเทศไทย การที่คนอ่านหนังสือดีๆน้อยทำให้ไม่มีพลังทางเศรษฐกิจไปกระตุ้นการผลิตหนังสือดีๆ แสดงให้เห็นว่าลำพังอุปสงค์ อุปทาน อย่างที่เป็นไปไม่เป็นกลไกที่เพียงพอที่จะสร้างปัญญาแห่งชาติจากการอ่าน จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการเข้าแทรกแซงเพื่อตัดวงจรอุบาทว์ ขอเสนอวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) รัฐบาลประกาศการสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่าน เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนให้เป็นจริง (๒) ส่งเสริมให้เกิดชมรมรักการอ่าน และห้องสมุดหมู่บ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ในทุกหมู่บ้านไม่ว่าจะยากจนแค่ไหนจะมีคนจำนวนหนึ่งที่รักการอ่านแต่ไม่มีโอกาสจะอ่าน ขอให้สภาผู้นำชุมชนระบุตัวว่ามีใครรักการอ่านบ้าง และส่งเสริมให้รวมตัวกันเป็นชมรมรักการอ่านของหมู่บ้าน และเป็นผู้ดูแลห้องสมุดหมู่บ้าน มีการจัดหาหนังสือดีๆที่เหมาะกับคนในหมู่บ้าน เข้าสู่ห้องสมุดหมู่บ้าน อาจโดยบริจาคบ้าง ซื้อบ้าง โดยกระทรวงศึกษาธิการกับ อบต. รับภาระร่วมกัน หมู่บ้านทั้งหมดมีประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน โดยวิธีนี้ หนังสือดีๆก็จะขายได้อย่างน้อย ๘๐,๐๐๐ เล่ม ไม่ใช่ ๒,๐๐๐ เล่ม อีกต่อไป คนที่รักการอ่านอยากให้คนอื่นอ่านบ้าง ชมรมรักการอ่านประจำหมู่บ้าน จะส่งเสริมให้คนใน หมู่บ้านอ่านเรื่องดีๆสนุกๆ เช่นพ่อแม่ทุกคู่ในหมู่บ้านควรจะอ่านหนังสือนิทาน หรือการ์ตูนดีๆให้ลูกดูฟัง โครงการ "หนังสือเล่มแรก" ก็มีโอกาสไปสู่เด็กทุกคนทั่วแผ่นดินไทย ที่ห้องสมุดหมู่บ้านอาจติดตั้งอินเตอร์เน็ตด้วยเพื่อดึงความรู้ที่ต้องการ และแลกเปลี่ยนความรู้กับ ภายนอก (๓) ในระดับตำบลทุกตำบล อบต. หรือเทศบาล จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ตำบลอันประกอบด้วย ห้องสมุด ตำบล พิพิธภัณฑ์ตำบล ศูนย์ศิลปะตำบล ศูนย์กีฬาตำบล และศูนย์การเรียนรู้พิเศษ ทุกตำบลสามารถทำได้ ดังนี้ (๔) มีการจัดตั้งคณะกรรมการการอ่านแห่งชาติ ทำหน้าที่คัดเลือกและรับรองหนังสือดี ส่งเสริมการผลิต และแปลหนังสือดีๆ และส่งเสริมการอ่าน (๕) ส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน ทำไมจะต้องมาพูดอย่างนี้อีก ระบบการศึกษาไทยทำให้คนไทยเกลียด การอ่าน เพราะทำให้การอ่าน (ตำรา) เป็นความเจ็บปวด คนเราถ้าทำอะไรแล้วเจ็บปวดจะพยายามหลีเลี่ยงสิ่ง นั้นแต่ถ้าทำอะไรแล้วเป็นความสุขจะทำให้อยากทำเรื่องนั้นๆอีก เรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการศึกษา กับ วิชาการ เราเอา ๒ เรื่องนี้ไปปนกัน ต้องแยก ๒ เรื่องจากกัน คือ การศึกษาต้องเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง วิชาการก็เพื่อวิชาการ เพื่อจะรู้ให้ลึกซึ้งไปในเรื่องนั้นๆเป็นพิเศษสำหรับคนที่ต้องการศึกษาวิชาการ แต่เราไปทำการศึกษาที่เอาวิชาการเป็นตัวตั้ง เช่นเรียนภาษาไทย ก็เน้นเรื่องไวยากรณ์ ไวยากรณ์เป็น วิชาการที่ยาก คนเรียนภาษาไทยก็เลยเกลียดภาษาไทย คนไทยเรียนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ๆก็พูดไม่ได้ เพราะ เรียนไวยากรณ์ซึ่งเป็นวิชาการ ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชีวิตต้องพูดจาสื่อสารกันรู้เรื่องและต้องมีความ บันเทิง การเรียนที่จะทำให้รักการอ่าน คือให้อ่านเรื่องสนุกๆ เช่นอ่านนวนิยายดีๆ อ่านตั้งเล่มเบ้อเร่อไม่ เหนื่อยเลย อ่านแล้วมีความสุข สาระอะไรก็เข้าไปในเนื้อในตัว เรื่องดีๆมีความไพเราะ มีสุนทรียรสที่ทำให้ ติดใจ และให้ความรู้ให้ปัญญาก็มี เราจะต้องออกจากการศึกษาแบบการติวความรู้เป็นท่อน เป็นแท่ง เป็นเศษ โดยไม่มีฐานไปสู่สุนทรี ยรสและสาระ และทำให้เกิดการรักการอ่านขึ้นทั้งแผ่นดิน (๖) ส่งเสริมสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบลทุกตำบล เรื่องคุณภาพเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง สถานการณ์และวิธีการปัจจุบันอยู่ในสภาพหมดหวัง วิธีหนึ่งคือ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรวมตัวกันคิดเอง เด็กและเยาวชนสามารถคิดเรื่องดีๆได้ โดยมีผู้ใหญ่สนับสนุนแต่ไม่ใช่ไปครอบแบบท็อปดาวน์ องค์กร ทางด้านเด็กและเยาวชนควรร่วมมือกับ อบต. และเทศบาล สนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบลในทุก ตำบล ให้ทำเรื่องดีๆและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เรื่องดีๆอย่างหนึ่งคือส่งเสริมการอ่าน อาจจัดให้มีการ แข่งขันการอ่านระหว่างตำบลก็ได้ ดังในข้อ (๗) ข้างล่างนี้ (๗) จัดการประกวด "นักอ่านแห่งชาติ" ระบบการสอบจอหงวนของจีนแต่โบราณ กระตุ้นคนจีนทั้งแผ่นดิน ให้ใฝ่การศึกษาเพื่อจะไปสอบเป็นจอหงวนซึ่งมีเกียรติมาก เราต้องสร้างระบบที่ทำให้คนไทยทั้งแผ่นดิน ฝึกใฝ่การอ่าน เพื่อจะไปแข่งขันเป็น "นักอ่านแห่งชาติ" โดยมีการประกวดนักอ่านระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับชาติ ผู้ชนะการประกวดได้รับการประกาศเกียรติคุณ และรับรางวัลที่มีแรงจูงใจสูง โทรทัศน์ควรมีรายการนำเสนอการประกวดการอ่านอย่างน่าสนใจให้สุนทรียรสและตื่นเต้น ให้เป็นรายการ ยอดนิยม ดั่งนี้เป็นต้นไป รัฐโดยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงไอซีที กรมประชาสัมพันธ์ และสังคมทุกภาคส่วนที่อยากเห็น การสร้างชาติแห่งการอ่าน ควรจะรวมตัวกันเป็น "ประชารัฐ" ปรึกษาหารือและร่วมมือกันสร้างนวัตกรรม และขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นชาติแห่งการอ่านให้ได้ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทาง ปัญญา ยุทธศาสตร์ทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต **โพสต์ทูเดย์** Post Today Circulation: 320,000 Ad Rate: 1,500 Section: วิเคราะห์/วิเคราะห์การเมือง วันที่: ศุกร์ 9 สิงหาคม 2556 ปีที่: 11 ฉบับที่: 3837 หน้า: 4(ล่าง) Col.Inch: 63.25 Ad Value: 94,875 PRValue (x3): 284,625 คลิป: สี่สี คอลัมน์: พินิจการเมือง: การสร้างชาติแห่งการอ่าน **พินิจ** **การเมือง** ศ.นพ. ประเวศ วะสี ## การสร้างชาติแห่งการอ่าน คนไทยเป็นคนอ่านน้อย คนอ่านน้อยจะไม่เข้าใจเรื่องที่ซับซ้อน ปัจจุบันเต็มไปด้วยเรื่องที่ซับซ้อน เมื่อสาธารณะไม่เข้าใจความเป็นจริงที่ซับซ้อน สังคมก็เหมือนอยู่ในความมืด (ถึงแม้จะมีไฟฟ้าสว่าง) ในความมืดจะมีความไม่ถูกต้องหรือความชั่วร้ายต่างๆ ซ่อนตัวอยู่ สังคมที่มีความไม่ถูกต้องหรือความชั่วร้ายซ่อนตัวเกาะกินโดยสาธารณะไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะถึงความเสื่อมเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ และความรุนแรง การรับรู้ทางวิทยุหรือโทรทัศน์ไม่สามารถทดแทนการอ่านได้ในแง่ที่ทำให้เข้าใจความซับซ้อน จึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่านให้ได้ หลายคนที่ตระหนักรู้ได้พยายามรณรงค์ส่งเสริมการอ่านมาหลายปี แต่ยังไม่บรรลุถึงเป้าหมายให้เป็นชาติแห่งการอ่าน หนังสือดีๆ ในประเทศไทยขายได้ประมาณ 2,000 เล่มเท่านั้น! ประชากร 65 ล้านคน กับการขายหนังสือดีๆ ได้ 2,000 เล่ม เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และแสดงให้เห็นวงจรอุบาทว์ในเรื่องนี้ คือ (1) คนไทยอ่านหนังสือน้อย (2) มีคนเขียนและแปลหนังสือดีๆ น้อย (3) มีสมบัติทางปัญญาของชาติน้อย (4) คนไทยมีโอกาสอ่านเรื่องดีๆ น้อย ตรงข้ามกับญี่ปุ่นที่คนของเขาเป็นนักอ่าน นอกจากหนังสือซึ่งเป็นเรื่องของเขาเองแล้ว หนังสือดีๆ ของชาติต่างๆ ทั่วโลกญี่ปุ่นก็แปลมาเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด เป็นสมบัติทางปัญญาของชาติของเขาให้คนญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าถึงความรู้จากทั่วโลก เขาเป็นประเทศที่จัดระบบการอยู่ร่วมกันได้ดีที่สุด โดยมีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด และมีปัญหาอาชญากรรมน้อยมาก ในประเทศไทย การที่คนอ่านหนังสือดีๆ น้อย ทำให้ไม่มีพลังทางเศรษฐกิจไปกระตุ้นการผลิตหนังสือดีๆ แสดงให้เห็นว่าลำพังอุปสงค์อุปทาน อย่างที่เป็นไปไม่เป็นกลไกที่พอจะสร้างปัญญาแห่งชาติจากการอ่าน จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการเข้าแทรกแซงเพื่อคัดวงจรอุบาทว์ ขอเสนอวิธีการดังต่อไปนี้ (1) รัฐบาลประกาศการสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่าน เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนให้เป็นจริง (2) ส่งเสริมให้เกิดชมรมรักการอ่าน และห้องสมุดหมู่บ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ในทุกหมู่บ้านไม่ว่าจะยากจนแค่ไหน จะมีคนจำนวนหนึ่งที่รักการอ่านแต่ไม่มีโอกาสจะอ่าน ขอให้สภาผู้นำชุมชนระบุตัวว่ามีใครรักการอ่านบ้าง และส่งเสริมให้รวมตัวกันเป็นชมรมรักการอ่านของหมู่บ้าน และเป็นผู้ดูแลห้องสมุดหมู่บ้าน มีการจัดหาหนังสือดีๆ ที่เหมาะกับคนในหมู่บ้าน เข้าสู่ห้องสมุดหมู่บ้าน อาจโดยบริจาคบ้างซื้อบ้าง โดยกระทรวงศึกษาธิการกับ อบต. รับภาระร่วมกัน หมู่บ้านมีประมาณ 8 หมื่นหมู่บ้าน โดยวิธีนี้หนังสือดีๆ ก็จะขายได้อย่างน้อย 8 หมื่นเล่ม ไม่ใช่ 2,000 เล่ม อีกต่อไป คนที่รักการอ่านอยากให้คนอื่นอ่านบ้าง ชมรมรักการอ่านประจำหมู่บ้านจะส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านอ่านเรื่องดีๆ สนุกๆ เช่น พ่อแม่ทุกคู่ในหมู่บ้านควรจะอ่านหนังสือนิทานหรือการ์ตูนดีๆ ให้ลูกดูฟัง โครงการ "หนังสือเล่มแรก" ก็มีโอกาสไปสู่เด็กทุกคนทั่วแผ่นดินไทย (3) ในระดับตำบลทุกตำบล อบต. หรือเทศบาล จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ตำบล อันประกอบด้วย ห้องสมุดตำบล พิพิธภัณฑ์ตำบล ศูนย์ศิลปะตำบล ศูนย์กีฬาตำบล และศูนย์การเรียนรู้พิเศษ ทุกตำบลสามารถทำได้ดังนี้ (4) มีการจัดตั้งคณะกรรมการการอ่านแห่งชาติ ทำหน้าที่คัดเลือกและรับรองหนังสือดีๆ ส่งเสริมการผลิตและแปลหนังสือดีๆ และส่งเสริมการอ่าน (5) ส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน ระบบการศึกษาทำให้คนไทยเกลียดการอ่าน เพราะทำให้การอ่าน (ตำรา) เป็นความเจ็บปวด ถ้าทำอะไรแล้วเป็นความสุขจะทำให้อยากทำเรื่องนั้นๆ อีกเรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการศึกษากับวิชาการ เราเอา 2 เรื่องนี้ไปปนกัน ต้องแยก 2 เรื่องจากกัน คือ การศึกษาต้องเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง วิชาการก็เพื่อวิชาการ เพื่อจะรู้ให้ลึกซึ้งไปในเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ เราไปทำการศึกษาที่เอาวิชาการเป็นตัวตั้งเช่น เรียนภาษาไทยก็เน้นเรื่องไวยากรณ์ ไวยากรณ์คนเรียนก็เลยเกลียดภาษาไทย คนไทยเรียนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ๆ ก็พูดไม่ได้ เพราะเรียนไวยากรณ์ซึ่งเป็นวิชาการ ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชีวิตต้องพูดจาสื่อสารกันรู้เรื่องและต้องมีความบันเทิง การเรียนที่จะทำให้รักการอ่าน คือ ให้อ่านเรื่องสนุกๆ เช่น อ่านนวนิยายดีๆ อ่านตั้งเล่มเบ้อเร่อไม่เหนื่อยเลย อ่านแล้วมีความสุข เรา รหัสข่าว: C-130809006178 (9 ส.ค. 56/06:10) www.iqnewsclip.com บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด 888/178 อาคารมหาพุทธลาซา ชั้น 17 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร 0-2253-5000, 0-2651-4700 แฟกซ์ 0-2253-5001, 0-2651-4701 อีเมล์: help@iqnewsclip.com หน้า: 1/2 **โพสต์ทูเดย์** Post Today Circulation: 320,000 Ad Rate: 1,500 Section: วิเคราะห์/วิเคราะห์การเมือง วันที่: ศุกร์ 9 สิงหาคม 2556 ปีที่: 11 ฉบับที่: 3837 หน้า: 4(ล่าง) Col.Inch: 63.25 Ad Value: 94,875 PRValue (x3): 284,625 คลิป: สี่สี คอลัมน์: พินิจการเมือง: การสร้างชาติแห่งการอ่าน จะต้องออกจากการศึกษาแบบการติวความรู้เป็นท่อน เป็นแท่ง เป็นเศษ โดยไม่มีฐานไปสู่ สุนทรียรสและสาระ และทำให้เกิดการรักการอ่านขึ้นทั้งแผ่นดิน (6) ส่งเสริมสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบลทุกตำบล วิธีหนึ่งคือ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรวมตัวกันคิดเอง โดยมีผู้ใหญ่สนับสนุนแต่ไม่ใช่ไปครอบแบบท็อปดาวน์ องค์กรทางด้านเด็กและเยาวชนควรร่วมกับ อบต. และเทศบาล สนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบลในทุกตำบล ทำเรื่องดีๆ อย่างหนึ่ง คือ ส่งเสริมการอ่าน อาจจัดให้มีการแข่งขันการอ่านระหว่างตำบลก็ได้ (7) จัดการประกวด "นักอ่านแห่งชาติ" ระบบการสอบจอหงวนของจีนแต่โบราณ กระตุ้นคนจีนทั้งแผ่นดินให้ใฝ่การศึกษาเพื่อจะไปสอบเป็นจอหงวนซึ่งมีเกียรติมาก เราต้องสร้างระบบให้คนไทยทั้งแผ่นดินฝึกใฝ่การอ่านเพื่อจะไปแข่งขันเป็น "นักอ่านแห่งชาติ" โดยมีการประกวดนักอ่านระดับหมู่บ้าน ตำบลอำเภอ จังหวัด และระดับชาติ ผู้ชนะการประกวดได้รับการประกาศเกียรติคุณและรับรางวัลที่มีแรงจูงใจสูง โทรทัศน์ควรมีรายการนำเสนอการประกวดการอ่านอย่างน่าสนใจให้สุนทรียรสและตื่นเต้น ให้เป็นรายการยอดนิยม ทุกภาคส่วนที่อยากเห็นการสร้างชาติแห่งการอ่าน ควรจะรวมตัวกันเป็น "ประชารัฐ" เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นชาติแห่งการอ่าน ให้ได้ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต รหัสข่าว: C-130809006178 (9 ส.ค. 56/06:10) www.iqnewsclip.com บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด 888/178 อาคารมหาพูลสาข่า ชั้น 17 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร 0-2253-5000, 0-2651-4700 แฟกซ์ 0-2253-5001, 0-2651-4701 อีเมล์: help@iqnewsclip.com หน้า: 2/2

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

9 August 2013

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
36% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
27% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การอ่าน

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

9 August 2013

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้