auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

รัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของชาติได้จริงหรือทิศทางอนาคตประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ. นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ เรื่อง รัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของชาติได้จริงหรือทิศทางอนาคตประเทศไทย โดยได้อ้างอิงจาก เมื่อ พ.ศ. 2537 ผู้เขียนได้รับแต่งตั้งจากประธานรัฐสภาให้เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) คพป. ได้เสนอให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เพื่อปฏิรูปการเมือง โดยมีข้อเสนอต่างๆที่น่าสนใจ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# รัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของชาติได้จริงหรือ ทิศทางอนาคตประเทศไทย ## ประเวศ วะสี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผมได้รับแต่งตั้งจากประธานรัฐสภาให้เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนา ประชาธิปไตย (คพป.) คพป. ได้เสนอให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เพื่อปฏิรูปการเมือง ผม ถูกวิจารณ์จากนักลัทธิประชาธิปไตยลูกศิษย์อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ว่าเป็นพวก "รัฐธรรมนูญนิยม" (Constitutionalism) ว่ารัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยไม่ได้หรอก การณ์ ต่อมาพิสูจน์ว่าที่เขาวิจารณ์เป็นความจริงอยู่ไม่น้อย เรามีรัฐธรรมนูญมา ๑๘ ฉบับแล้วก็ยังปริ่ม ๆ จะฆ่ากันตายอีก วันนี้ ๒๗ พฤษภาคม วันเกิดท่านอาจารย์พุทธทาส ผมเห็นในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐหน้า ๓ ลงความเห็นของเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมของผม คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญกับประชาธิปไตยขึ้นมาอีก จึงอยากให้เพื่อนคนไทยช่วยกันศึกษาและ ไตร่ตรองให้ดี ๆ ว่ารัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของชาติได้จริงหรือ คุ้มหรือไม่ที่คนไทยจะฆ่ากันตาย เพราะรัฐธรรมนูญ พร้อม ๆ กันนี้ ผมอยากฝากความเห็นเกี่ยวกับทิศทางอนาคตประเทศไทยไว้ ๖ ข้อ ดังต่อไปนี้ ๑. พยายามป้องกันสงครามกลางเมือง เรื่องนี้ผมได้พูดมามากแล้วโดยยกตัวอย่าง สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกาที่มีคนตายถึง ๖๕๐,๐๐๐ คน ในอินโดนีเซีย ๕๐๐,๐๐๐ คน ในศรีลังกาหลายหมื่นคน ในรวันดา ๘๐๐,๐๐๐ คน จึงจะไม่พูดอีกในที่นี้ จะ ป้องกันได้หรือไม่ได้ก็ควรทำใน ๕ ข้อต่อไปดังข้างล่างนี้ ๒. สร้างประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ เผด็จการทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เผด็จการทหาร เผด็จการคอมมิวนิสต์ เผด็จการรัฐสภา ไม่ใช่ คำตอบ แม้แต่ประชาธิปไตยตามรูปแบบ คือมีการเลือกตั้งแต่มีนักการเมืองที่ไม่สุจริตมุ่ง โกงกินหาประโยชน์ มีความรู้ความสามารถต่ำที่จะบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของ ประชาชน แบบนี้ก็ไปไม่รอดเพราะจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงขึ้น ๑ ประเทศต้องแสวงหาประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ที่มีประชาธิปไตยด้วย และได้นักการเมืองที่มีคุณภาพสูง สามารถบริหารแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศได้ คือ ความยากจนและความอยุติธรรมทางสังคม ประเด็นนี้มีข้อสังเกตว่าประเทศต้นแบบเสรีภาพและประชาธิปไตยอย่างอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ขณะนี้มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนสุดๆ (ดู The Price of Inequality โดย Joseph Stiglitz) อันก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมต่างๆ รวมทั้งเสี่ยงที่จะมีจลาจลต่อไปในอนาคตจนเกิดคำถามขึ้นว่า ประชาธิปไตยแบบ "หนึ่งคนหนึ่งเสียง" ในสหรัฐอเมริกาก็ไม่สามารถสร้างอัตถประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่ได้ มีเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูป แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปฏิรูปอย่างไร ในฝรั่งเศสภายหลังเลือก ฟร็องซัว ออล์องด์จากพรรคสังคมนิยมเป็นประธานาธิบดีได้ ๑ ปี ก็ว่าประเทศไปไม่ไหวแล้ว กำลังเรียกร้องให้มีการปฏิวัติและสร้างสาธารณรัฐที่ ๖ ในความซับซ้อนในสังคมเศรษฐกิจอย่างปัจจุบัน เป็นการยากมากที่การเมืองแบบเดิม ๆ แม้ที่เป็นประชาธิปไตยคลาสสิก แบบอังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา จะทำงานได้ผล คำถามก็คือแล้วประชาธิปไตยอัตถประโยชน์คืออย่างไร เราจะตาม ๆ เขาไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ คงต้องสรุปบทเรียน ๓. ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจสังคมที่ซับซ้อนดังกล่าวในข้อ ๒ ข้างต้น เกิดจากการรวมศูนย์การจัดการขนาดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจและการเงิน ทำให้การจัดการไม่มีประสิทธิภาพและมีคอร์รัปชั่นในระบบมาก จำเป็นต้องมีระบบที่กระจายอำนาจไปให้ประชาชนเข้ามาจัดการเอง เป็นประชาธิปไตยตัวแทน ที่เมื่อประชาชนเลือกไปแล้วประชาชนก็หมดบทบาทลง รอเป็นผู้รับอย่างเดียว ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง เป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนปกครองตัวเอง โดยสามารถจัดการการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับเล็กใกล้ตัวมากที่สุดคือชุมชน ขึ้นมาจนถึงท้องถิ่นขนาดค่อนข้างใหญ่คือจังหวัด เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนไม่ใช่มีแต่ออกเสียงเลือกตั้ง แล้วการพัฒนาไปตกอยู่ในมือของคนอื่นซึ่งบิดเบี้ยวไปได้มาก แต่ประชาชนเป็นผู้ลงมือจัดการพัฒนาด้านต่างๆ ด้วยตัวเอง และจัดการพัฒนา ๒ นโยบายด้วย เป็นประชาธิปไตยทางตรง ประชาธิปไตยทางอ้อมตามข้อ ๒ อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีประชาธิปไตยทางตรงแห่งการปกครองตนเองหรือการจัดการตนเองด้วยกระบวนการชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ที่กำลังขับเคลื่อนกันอยู่ในประเทศไทย ขณะนี้มีแนวโน้มว่าโดนใจประชาชนและได้ผลดี ควรทำความเข้าใจ ส่งเสริม สนับสนุน จะเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตประเทศไทย ๔. พลังพลเมือง-รวมตัวร่วมคิดร่วมทำเป็นสังคมเข้มแข็ง สังคมไทยเป็นสังคมทางดิ่งมาแต่โบราณ คือมีความสัมพันธ์กันเชิงอำนาจ ในโครงสร้างแบบนี้จะขาดการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ หรือความเป็นสังคมมีน้อย หรือสังคมอ่อนแอ ในสภาพที่สังคมอ่อนแออำนาจที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรมจะปราศจากการถูกตรวจสอบและควบคุม เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี ศีลธรรมจะไม่ดี การจะพัฒนาแต่เศรษฐกิจ พัฒนาแต่การเมือง พัฒนาแต่ศีลธรรม โดยไม่พัฒนาสังคมให้เข้มแข็ง จะไม่ได้ผล ดังที่เกิดแก่ประเทศไทย ที่พยายามทำกันมาตั้งค่อนศตวรรษมีรัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ ยังปริ่ม ๆจะเกิดมิคสัญญีกลียุค จำเป็นต้องพัฒนาจิตสำนึกของพลเมือง ให้ประชาชนมีจิตสาธารณะมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ รู้เท่าทัน ดังที่เรียกว่าเป็น (Informed citizen) รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร ในทุกเรื่อง เกิดความเป็นประชาสังคม (Civil society) หรือสังคมเข้มแข็ง การมีพลเมืองที่กัมมันตะ (Active citizen) มีจิตสำนึกแห่งความถูกต้องเป็นธรรม และไม่ยอมให้เกิดความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมเท่านั้น ที่จะทำให้ระบบการเมืองมีความถูกต้องเป็นประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ จึงเชื่อมโยงถึงกัน ๕. ปฏิรูปวิธีคิดและจิตสำนึก การที่โลกยุ่งเหยิง ขัดแย้ง รุนแรง และวิกฤต อยู่ทุกวันนี้ เพราะมนุษย์มีวิธีคิดที่ผิด คือ คิดแบบตายตัว แยกส่วน และสุดโต่ง ธรรมชาติไม่ได้เป็นอย่างนั้น ธรรมชาติไม่ตายตัว ไม่แยกส่วน ไม่สุดโต่ง แต่เชื่อมโยงสัมพันธ์และเป็นปัจจัยการแก่กันและกัน การคิดแบบตายตัว แยกส่วน และสุดโต่ง นำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง ชาวยุโรปก็คิดอย่างนี้แบบสุด ๆ ยุโรปจึงเต็มไปด้วยสงคราม แม้แต่วิทยาศาสตร์ที่ชาวยุโรปค้นพบก็คิดแบบตายตัว จนกระทั่งไอน์สไตน์กับนักวิทยาศาสตร์ควอนตัม ผู้ค้นพบวิทยาศาสตร์ใหม่ พบว่าธรรมชาติไม่ตายตัว ๓ วิธีคิดในพระไตรปิฎกไม่เหมือนกับวิธีคิดที่คิด ๆ กัน อยู่ทั่วไปในสังคมเลย เริ่มต้นใน ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร พระพุทธองค์ก็ทรงปฏิเสธส่วนสุด (Extremes) ทั้งสองแล้ว พุทธ ธรรมถือว่าสรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง คือเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงตามเหตุ ปัจจัยที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตา สรรพสิ่งล้วนเป็นกระแสของเหตุปัจจัย การเห็นธรรมชาติ เป็นกระแสของเหตุปัจจัยเป็นปัญญา เราควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆด้วยปัญญา ไม่ใช่ ด้วยอารมณ์รักหรือชัง ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง บางครั้งพระพุทธองค์ก็ทรงเรียกวิธีคิดตามหลักอิทัปปัจจยตานี้ว่า มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง การคิดแบบตายตัวเป็นข้างเป็นขั้ว ย่อมถูกขั้วตรงข้ามจับไม่สามารถทะลุลงไปได้ ไกล การปะทะกันของขั้วตรงข้ามเกิดความรุนแรงการคิดแบบทางสายกลางสามารถทะลุ ทะลวงไปได้ไกลประดุจนิวตรอนและไม่เกิดความรุนแรง วิถีคิดแบบมัชฌิมาปฏิปทาหรือ แบบวิทยาศาสตร์ใหม่ อันไม่ใช่การคิดแบบตายตัว แยกส่วน และสุดโต่งจะนำไปสู่การ พัฒนาในรูปใหม่ และการจัดการแบบใหม่ รวมทั้งระบบการเมืองที่แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับ ฝ่ายค้าน ซึ่งอยู่บนฐานความคิดแบบเก่า และไม่ค่อยได้ผลแล้ว ก็ควรเปลี่ยนแปลงด้วย นักวิชาการทางพุทธไม่ควรนำแต่เนื้อหาจากพระไตรปิฎกมาสอนกัน แต่ควรจะเอา วิธีคิดแบบมัชฌิมาปฏิปทามาทำให้แพร่หลายด้วย ๖. ยุทธศาสตร์การสื่อสาร-จุดคานงัดประเทศไทย ในระบบที่ซับซ้อนและยากจนมองไม่ เห็นความหลังใด ๆ การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นปุ๊บปั๊บโดยรวดเร็ว ที่ภาษาโบราณเรียกว่า ปาฏิหาริย์ แต่ภาษาวิชาการเรียกว่า "การผุดบังเกิด" (Emergence) ซึ่งไม่มีใครพยากรณ์ ได้ล่วงหน้าว่าเมื่อใดและอย่างไร ยุทธศาสตร์การสื่อสารเป็นจุดคานงัดประเทศไทย ๔ ที่เรียกว่าการสื่อสารนั้นปัจจุบันนี้ช่องทางการสื่อ เกิดขึ้นโดยรวดเร็วและจะสามารถสื่อถึง กันได้ทั้งหมดโดยรวดเร็วในเวลามิช้านัก ความสำคัญจึงอยู่ที่สาร ว่าจะมีสารอะไรที่ที่ดลใจหรือ โดนใจ มีเสน่ห์ มีประโยชน์ ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิธีคิดและจิตสำนึก ที่แพร่กระจาย ต่อๆกันโดยรวดเร็วเต็มประเทศ ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าลงทุนที่สุด ใช้ทุนไม่มากใช้คนไม่มาก แต่เป็น คนที่เหมาะสมที่ศึกษาให้เข้าใจ ความเป็นไปของโลกและของบ้านเมืองกับทิศทางอนาคตให้เข้าใจ อย่างลึกซึ้ง ใช้สัจจะและศิลปะสร้างสารสร้างสรรค์ ที่กินใจผู้คนแล้วใช้ช่องทางสื่อออกไปใน รูปแบบต่าง ๆอย่างได้ผล ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นการตลาดทางสังคม (Social marketing) ก็ได้ ถ้าทำ ได้ดีสังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมขอฝากทิศทางอนาคตประเทศไทยทั้ง ๖ ประการไว้ให้เพื่อนคนไทยพิจารณาด้วย ถ้า แม้นข้อ ๑ ไม่ได้ผล ประเทศไทยหลุดไปสู่สงครามกลางเมือง อีก ๕ ข้อก็ช่วยในการสร้างประเทศ ไทยขึ้นใหม่หลังมิคสัญญีกลียุค ถ้ามีการฆ่ากันตายมากถึงจุดหนึ่ง สังคมไทยทั้งมวลจะเกิดความ สลดสังเวชและต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อก้าวข้ามจุดติดขัดทางประวัติศาสตร์ของ ประเทศ ..................................................................................................................... <page_number>๕</page_number> PGET รัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของชาติได้จริง หรือทิศทางอนาคตประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
36% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
29% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
20% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้