auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
ศ. นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ เรื่อง ระบบการเมืองโลกบนแนวคิดล้าหลังการพัฒนาระบบการเมืองทางสายกลาง แสดงแนวความคิดทางการเมืองและเปรียบเทียบระบบการเมืองและสังคมของประเทศสหรัฐอเมริกา และบริบทการเมืองฝ่ายรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน ไว้อย่างน่าสนใจ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ระบบการเมืองโลกบนแนวคิดล้าหลัง การพัฒนาระบบการเมืองทางสายกลาง ประเวศ วะสี ## ๑.แนวความคิดที่ล้าหลังคืออะไร แนวความคิดที่ล้าหลังคือ แนวความคิดที่ว่าว่าสรรพสิ่งดำรงอยู่อย่างตายตัว เมื่อตายตัวก็แยกส่วน เช่น ถ้าเป็นเขาก็ไม่ใช่เรา ถ้าไม่เป็นพวกเราก็เป็นศัตรูของเรา แบบที่อดีตประธานาธิบดีบุชเคยพูด พรรคการเมืองก็แยกเป็นฝ่ายค้านกับ ฝ่ายรัฐบาลอย่างตายตัว นโยบายค้านก็ค้านทุกอย่าง และพยายามบล็อกไม่ให้ ฝ่ายรัฐบาลดำเนินการตามนโยบายของตนได้ แม้แต่วิทยาศาสตร์ที่เจริญขึ้นใน ยุโรป มา ๔๐๐-๕๐๐ ปี ก็เป็นวิทยาศาสตร์เก่าที่มองอะไรแบบตายตัว ว่าถ้าอะไร เป็นอย่างหนึ่งก็จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เช่น แสงเป็นอนุภาค หรือ เป็นคลื่น อนุภาค เป็นรูปธรรมหรือวัตถุมีขนาดมีน้ำหนัก คลื่นเป็นนามธรรมไม่ใช่วัตถุไม่มีขนาดไม่มี น้ำหนัก วิทยาศาสตร์เก่ามองว่าถ้าแสงเป็นอนุภาคก็ไม่ใช่คลื่น แต่ถ้าเป็นคลื่นก็ ไม่ใช่อนุภาค คือเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งตายตัว จะเป็นสองอย่างที่ต่างกันพร้อมกัน ไม่ได้ แต่ วิทยาศาสตร์ใหม่พบว่าแสงเป็นทั้งอนุภาคหรือคลื่นในขณะเดียวกันได้นั่น คือ สภาพที่ต่างกัน ดำรงอยู่ร่วมกันในสถานที่และเวลาเดียวกันได้ คนส่วนใหญ่ก็ยัง คิดแบบตายตัวและแยกส่วน การคิดแบบตายตัวแยกส่วนนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงลงดู ประวัติศาสตร์ของยุโรป เต็มไปด้วยสงครามตลอดมาเป็นพันปี เช่น สงคราม ๓๐ ปี สงครามครุเสด สงครามระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมันนี สงครามโลก ๒ ครั้ง ก็ถือตัว มาจากยุโรป เพราะชาวยุโรปคิดแบบตายตัวแยกส่วนอย่างรุนแรง ระบบการเมืองที่แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านก็มาจากความคิดแบบแยก ส่วนตายตัว ทำให้ตะแข้งเตะขาต่อสู้ขัดขวางกัน ลองดูการเมืองอเมริกันเป็น ตัวอย่าง ประธานาธิบดีโอบามาต้องการปฏิบัติตามนโยบายบางอย่างที่เคยประกาศ ไว้ แต่พรรครีพันลิกันคอยขัดขวาง เช่น บล็อกกฎหมาย หรือใช้กระบวนการเตะ ถ่วงในสภาที่เรียกว่า filibuster ทำให้การเมืองแบบนี้มีสมรรถนะไม่พอในการเผชิญ กับปัญหายาก ๆที่เพิ่มขึ้นทุกที่ มีการพูดกันถึงต้องการการปฏิรูปการเมืองของ อเมริกา วิทยาศาสตร์ใหม่กับพุทธศาสนานั้นเห็นตรงกันที่ว่าสรรพสิ่งไม่ตายตัว นั่นคือ เป็นอนิจจัง ล้วนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา) ไม่ได้แยก เป็นขาวเป็นดำ เป็นบวกเป็นลบแบบตายตัว ของต่างกันดำรงอยู่พร้อมกันและในกัน และกันได้ ถ้าตามความจริงนี้ การเมืองไม่ควรแบ่งเป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล แบบตายตัว นักการเมืองทุกคนสามารถทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาลถ้าเห็นว่าอะไร ดีมีเหตุผล พร้อม ๆกับตรวจสอบไปด้วยในตัว ระบบการเมืองตามความจริงใหม่นี้ จะสร้างสรรค์และลดความขัดแย้งลงได้มาก แต่อีกนานเท่าใด จึงจะเกิดความเข้าใจ แนวคิดใหม่ และพัฒนาระบบการเมืองใหม่ได้ ๒.การเมืองไทยอยู่ในโหมดการต่อสู้ทำลายกันไปมา มา ๑๐๐ ปี ไม่นับสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีการฆ่าฟันศัตรูทางการเมืองกันจนเกิดความ อ่อนแอจนสู้พวกไม่ได้ ถ้านับแต่ พ.ศ. ๒๔๕๖ ที่มีนายทหารคิดเปลี่ยนแปลงการ ปกครองอย่างรุนแรงที่เรียกว่า "กบฏหมอเหล็ง" ก็ ๑๐๐ ปี พอดี การเมืองไทยอยู่ ในโหมดการต่อสู้ทำลายกันไปมา ระหว่างฝ่ายต้องการการเปลี่ยนแปลงกับฝ่ายอนุ รักษ์ เกิดความรุนแรงเข่นฆ่ากันก็หลายครั้ง จนกระทั่งทุกวันนี้ความขัดแย้งดังกล่าว ก็รุนแรงมากขึ้น โดยแต่ละฝ่ายคิดว่าประเทศจะดีขึ้นถ้าฝ่ายตนชนะ คำถามก็คือจะ มีข้างใดข้างหนึ่งชนะจริงหรือ และประเทศจะดีขึ้นจริงหรือ เรื่องของประเทศใน ปัจจุบันซับซ้อนและยาก น่าเกินกว่าเพียงทำลายคู่ต่อสู้ (ซึ่งอาจไม่ได้) ได้แล้วจะดี ขึ้น ระหว่างพิสูจน์ไม่ได้บ้านเมืองอาจเสียโอกาสขนาดหนักหรือหลุดไปสู่ มิคสัญญีกลัยยุคได้ การคิดทำลายคู่ต่อสู้มาจากแนวคิดแบบเก่า ที่ไม่ตรงกับวิทยาศาสตร์ใหม่และ แนวคิดแบบพุทธ ที่มองฝ่ายคิดไม่เหมือนเป็นศัตรูที่จะต้องทำลายหรือปะทะกันแบบ ก ปะทะ ข ถ้า ก ทำลาย ข ได้ เหลือแต่ ก หรือ การปะทะระหว่าง ก กับ ข $$ \begin{array}{c} ก + ข & ค \\ H_2 + O & H_2O \\ (น้ำ) \end{array} $$ การรวมกันระหว่าง ก กับ ข เกิด ของใหม่ กลับกัน หรือทั้ง ก และ ข สลายด้วยกัน แต่ในธรรมชาติมีปรากฏการณ์ที่เมื่อของ ต่างกันมารวมกันแล้วเกิดของใหม่ขึ้น เช่น ก+ข นำไปสู่ ค ตัวอย่างจริงคือ ฮัยโคร เจ็น (H) รวมกับออกซิเจน (O) แล้วเกิดน้ำขึ้น (H2O) น้ำเป็นของใหม่โดยสิ้นเชิง ไม่เหมือนฮัยโดรเจ็นหรือออกซิเจนเลย ถ้าฮัยโดรเจ็นหรือออกซิเจนเจอกันเองก็ไม่ เกิดน้ำ คำถามก็คือ การเมืองไทยยังจะยังคงอยู่ในโหมดการต่อสู้ทำลายต่อไปหรือ เราจะคิดแบบใหม่แบบไม่แยกส่วนตายตัว การคิดแบบไม่แยกส่วนตายตัวนี้บางทีก็ เรียกว่าแนวคิดทางสายกลาง ๓.การพัฒนาระบบการเมืองตามแนวคิดทางสายกลาง ประเทศไทยบอบช้ำมากเกินไปแล้ว จากการคิดแบบแยกขั้วซึ่งไม่ใช่แนวคิด แบบพุทธ เราเป็นเมืองพุทธน่าจะเอาแนวคิดทางสายกลางมาใช้ ไม่แยกขั้ว แต่ รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ทางการเมืองอะไรดีก็ร่วมกันสนับสนุนพร้อมๆ กันตรวจสอบ ไปด้วยในตัว ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านก็ต้องค้านทุกเรื่อง ฝ่ายสนับสนุนก็สนับสนุนทุก เรื่อง (๑) เรื่องพรรคการเมืองยังเป็นเรื่องยากที่ที่จะไม่ทำแบบเดิม เคยมีผู้เสนอจัดตั้ง รัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลเฉพาะกาล ที่รวมทุกฝ่ายเพื่อแก้วิกฤตชาติ ก็มักจะถูก วิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายการเมืองอย่างรุนแรง ถ้าตรงพรรคการเมืองยังทำอะไร ไม่ได้ก็ทิ้งไว้ก่อน แต่มีส่วนอื่นๆ ที่ทำได้ เช่น (๒) ส่งเสริมให้ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อการจัดการตนเองของคนในชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัดจะสร้างฐานการเมืองตามแนวทางสายกลางที่มีพลังมาก (๓) พระสงฆ์ ชามพุทธ ระบบการศึกษาและสื่อสารมวลชน พยายามทำความเข้าใจวิธีคิดแบบพุทธหรือแนวคิดแบบทางสายกลาง แล้วนำมาศึกษาเล่าเรียน เผยแพร่ และใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้แทนที่การคิดแบบตายตัวแยกส่วน ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้ง) และความรุนแรง (๔) มี "นักการบ้านเมือง" ที่เป็นกลางกันให้มากๆ เมื่อพูดถึง "นักการเมือง" สังคมจะมีมีจิตตนภาพถึงบุคคลประเภทหนึ่งที่อธิบายลักษณะกันได้ทั่วไป โดยที่ในปัจจุบัน การเมืองแบบแยกข้างแยกขั้ว และการต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจทางการเมืองเป็นไปอย่างรุนแรงทำให้นักการเมืองที่เข้ามารับผิดชอบต่อบ้านเมืองมีข้อจำกัดมาก ขณะที่ประเทศเผชิญปัญหาที่ซับซ้อน และยากหรือวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มากมาย จำเป็นต้องมีกลไกอื่นเข้ามาช่วย ควรจะมี "นักการเมือง" ที่เป็นกลางให้มากๆ หมายถึงคนไทยที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่เข้าไปเล่นการเมืองแบบแยกข้างแยกขั้ว รวมตัวร่วมคิดร่วมสร้างปัญญาในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับบ้านเมือง ในนามของกลุ่มศึกษา กลุ่มยุทธศาสตร์ สถาบัน มูลนิธิ หรือในชื่อใดอื่น นักการบ้านเมืองที่เป็นกลาง ที่สร้างความรู้จริงในเรื่องต่างๆ ขึ้นมา ส่งความรู้ไปให้สาธารณะ ให้ผู้ปฏิบัติ ให้รัฐบาล โดยไม่เลือกว่า เป็นรัฐบาลจากพรรคใดเพราะถือว่าเป็นเรื่องของบ้านเมือง ภาค ธุรกิจควรสนับสนุนให้มีนักการบ้านเมืองที่เป็นกลางที่ทำงานทางปัญญาเช่นนี้ให้ มากๆ แม้การเมืองยังพัฒนาได้ช้า แต่ถ้ามี "นักการเมือง" ที่เป็นกลางมากๆ ประเทศก็สามารถทำเรื่องดีๆได้ การทำในข้อ (๒),(๓) และ (๔) จะสร้างวัฒนธรรมทางสายกลางขึ้นมา และ ทำให้ระบบการเมืองค่อยๆเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นการเมืองทางสายกลางในที่สุด แนวคิด แบบวิทยาศาสตร์ใหม่หรือแบบพุทธที่ไม่แยกข้างแยกขั้วแบบตายตัว ในที่สุดจะ ก่อให้เกิดสัมพันธภาพใหม่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แวดล้อม อันเป็นไปด้วยความเคารพด้วยมิตรภาพ และด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในการ ปฏิบัติ สัมพันธภาพใหม่จะนำไปสู่ศานติสุข PGET # ระบบการเมืองโลกบนแนวคิดล้ำหลัง : การพัฒนาระบบการเมืองทางสายกลาง ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การเมือง
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้