auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

มรรค 8 ปฏิรูปประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความเรื่องมรรค 8 ปฏิรูปประเทศไทย โดยนำหลักธรรม มรรค8 มาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในการปฏิรูปประเทศ ในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# มรรค ๘ ปฏิรูปประเทศไทย ## ประเวศ วะสี ### ๑. ปฏิรูปการเมือง-ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปการเมืองเป็นกรอบที่เล็กกว่าปฏิรูปประเทศไทย พอคิดเรื่องปฏิรูปการเมืองก็มักลงสู่ที่แคบคือคิดเฉพาะองค์กรทางการเมือง เมื่อแคบก็ขัดข้องและติดขัด ดังที่เราทำมาหลายครั้งแล้ว และมีการเขียนรัฐธรรมนูญถึง ๑๘ ฉบับ ปฏิรูปประเทศไทยเป็นการยกระดับการคิดไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวตน พรรค พวก องค์กร หรือสถาบัน การคิดเล็กที่ตัวตน พรรค พวก องค์กร สถาบัน ก็จะขัดแย้งและทอนกำลัง การคิดใหญ่ถึงประเทศไทยทำให้มีจุดร่วม เพราะไม่มีใครไม่รักประเทศไทย และไม่มีใครไม่อยากให้ลูกหลานของเราอยู่ร่วมกันด้วยศานติสุข ณ ดินแดนแห่งนี้ ที่จะเห็นต่างกันก็จะไม่รุนแรง เพราะมีจุดร่วมคือประเทศไทยของเรา เพราะฉะนั้นแม้จะพูดเรื่องปฏิรูปการเมืองก็ควรต่อเนื่องไปถึงปฏิรูปประเทศไทย ### ๒. ทำไมต้องปฏิรูป เพราะทุกข์ของชาติคือการขาดความเป็นธรรม และมีความเหลื่อล้ำมากเกิน การขาดความเป็นธรรมและมีความเหลื่อมล้ำมากเกิน เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย และของโลก พูดอีกแบบหนึ่งก็คือความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม ความเหลื่อมล้ำที่มีมากเกินนำไปสู่ปัญหานานาชนิดเกือบทั้งหมด รวมทั้งความขัดแย้งและความรุนแรง การขาดความเป็นธรรมและการมีความเหลื่อมล้ำที่มากเกินเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข แม้ประเทศที่พัฒนาแล้วและเป็นประชาธิปไตย เช่น สหรัฐอเมริกาและอังกฤษก็เผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง ในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้วสหรัฐอเมริกามีความเหลื่อมล้ำสูงสุด โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันที่ได้รับรางวัลโนเบล กล่าวว่าการพัฒนาในอเมริกาเป็นประโยชน์ต่อคน ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คนยากจนจนไม่ได้ประโยชน์เลย มิหนำซ้ำกลับเลวลงอีกใน ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา ๑ ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีความเหลื่อล้ำมากที่สุดในเอเชีย การแก้โน่นนิดนี้หน่อย รวมทั้งการให้การแจกทั้งหลาย ไม่สามารถแก้ไขความยากจน และความอยุติธรรมในสังคมได้ จำเป็นต้องเข้าใจสมุทัยหรือรากฐานของความเหลื่อมล้ำ และ แก้ไขเสียให้ได้ ๓. สมุทัย - โครงสร้างอำนาจไม่ได้ดุล - รัฐมีอำนาจมากประชาชนมีอำนาจน้อย คณะกรรมการปฏิรูปซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานได้วิเคราะห์สาเหตุของ ความเหลื่อมล้ำว่าเกิดจากโครงสร้างอำนาจ และเสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ (ขอ เอกสารได้จากสำนักงานปฏิรูป) โดยสรุปรัฐมีอำนาจมากประชาชนมีอำนาจน้อย โครงสร้าง อำนาจอย่างนี้นำไปสู่การขาดความเป็นธรรมและการมีความเหลื่อมล้ำมากเกิน ประเทศไทยมีการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จมาตั้งแต่ครั้ง รัชกาลที่ ๕ แม้ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่โครงสร้างการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจไม่เคย เปลี่ยน การรวมศูนย์อำนาจการปกครอง เป็นต้นตอของปัญหาเกือบทุกชนิดใน ประเทศไทย เช่น (๑) ทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ (๒) ความขัดแย้งระหว่างอำนาจร่วมศูนย์ กับวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (๓) ระบบราชการมี สมรรถนะต่ำเพราะใช้อำนาจมากกว่าใช้ปัญญา (๔) คอร์รัปชั่นกัดกินประเทศไทย เพราะ อำนาจยิ่งเข้มคอร์รัปชั่นยิ่งข้น (๕) การต่อสู้ชิงอำนาจทางการเมืองรุนแรง เพราะเดิมพันสูง ใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศ การใช้เงินเพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมืองทำให้การเมืองมี คุณภาพต่ำ (๖) ทำรัฐประหารได้ง่าย ปัญหาทั้ง ๖ ประการ ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในวัฏจักร ของวงจรอุบาทว์ วิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่าออกจากวิกฤตไม่ได้ ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการ ปกครอง การปกครองที่รวมศูนย์อำนาจทำให้รัฐมีอำนาจมาก ประชาชนมีอำนาจน้อย ๔. นิโรธ - ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ - ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ต้องปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการปกครอง คืนอำนาจไปให้ประชาชนปกครองตนเอง โดย ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง การจัดการตนเอง คือ (๑) จัดการพัฒนาอย่างบูรณาการ (๒) จัดการพัฒนานโยบายที่เป็นธรรม ๒ การจัดการพัฒนาอย่างบูรณาการ นั้น รัฐรวมศูนย์ทำไม่ได้ เพราะโครงสร้างของรัฐ แยกเป็นเรื่องๆที่เอากรมเป็นตัวตั้ง การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง คือ ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด กลุ่มจังหวัด พัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ เรื่องเชื่องโยงกัน คือ เศรษฐกิจ- จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย เมื่อพัฒนาอย่างบูรณา การได้ก็เกิดสังคมศานติสุข จัดการพัฒนานโยบายที่เป็นธรรม นโยบายที่เป็นธรรม เช่น การจัดสรรทรัพยากร อย่างเป็นธรรม ระบบความยุติธรรมที่เป็นธรรม มีความสำคัญต่อการสร้างความเป็นธรรม ลด ความเหลื่อมล้ำ แต่ทำไม่ได้โดยอำนาจรัฐที่รวมศูนย์ ต้องอาศัย พลังพลเมือง ที่ รู้เท่าทัน (Informed citizen) และกัมมันตะ (Active citizen) นั่นคือประชาชนที่มีจิตสำนึก สาธารณะ หรือจิตสำนึกพลเมืองที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุก เรื่อง ระบบรัฐต้องปรับตัวหันมาหนุนพลังพลเมืองให้สามารถจัดการตนเอง และจัดการ พัฒนานโยบายได้ เมื่อพลังพลเมืองสามารถจัดการตนเอง และจัดการพัฒนานโยบายได้ บ้านเมืองก็จะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือประชาธิปไตยอรรถประโยชน์ เกิดศานติสุข การต่อสู้ทางการเมืองจะไม่รุนแรงอีกต่อไป แต่จะสร้างสรรค์ รัฐประหาร จะทำไม่ได้อีกต่อไป เพราะอำนาจกระจายออกไปทั่วประเทศหมดแล้วไม่รู้จะยึดตรงไหน พลังพลเมืองที่เข้มแข็งหรือสังคมเข้มแข็ง เป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี ๕. มรควิธี - มรรค ๘ ปฏิรูปประเทศไทย (๑) ทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง (Political issue) เมื่อเป็นประเด็นทางการเมือง ก็จะเกิด ความตื่นตัวสนใจกันอย่างกว้างขวางหยุดไม่ได้ การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดเรื่องการปฏิรูป การเมือง นั่นคือการทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ฉะนั้นการที่คุณพงศ์เทพ คุณวรา เทพ คุณบรรหาร ออกเดินสายพบปะกับผู้คน และรัฐบาลจัดประชุม "สภาปฏิรูปการเมือง" (ซึ่ง ยังไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี) นั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง พรรค ประชาธิปัตย์เมื่อเป็นรัฐบาลก็เคยชูเรื่องปฏิรูปประเทศไทย และขณะนี้ก็กำลังเคลื่อนไหว ปฏิรูปประเทศไทย เป็นเรื่องที่ดีเพราะทำให้การปฏิรูปประเทศไทยเป็นประเด็นทางการเมือง ตอนนี้ต้องเข้าใจความสำคัญของการเป็นประเด็นทางการเมือง อย่าเพิ่งไปติชมว่าจริงใจ หรือไม่จริงใจ ได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่อง ความสำคัญของการเป็นประเด็นทางการเมืองคือการทำ ให้สังคมตื่นตัวอย่างกว้างขวาง ๓ (๒) มีกลุ่มเครือข่ายประชาชนเคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทยอย่างหลากหลาย ยิ่งมากยิ่งดี กลุ่มและเครือข่ายเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเอง (Self-organized) โดยอิสระ ไม่จำเป็นว่าใครต้องขึ้นแก่ใคร อาจรวมตัวกันตามพื้นที่ ตามกลุ่มอาชีพ หรือตามประเด็น รณรงค์ปฏิรูปประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดพลังพลเมืองที่กัมมันตะ (๓) ประชาชนในพื้นที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ เรื่องชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ให้ขยายตัวเต็มประเทศและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ การจัดการได้เป็นการสร้างอำนาจในตัวเอง และพร้อม ๆกันสร้างพลังขับเคลื่อนนโยบายที่สร้างความเป็นธรรม โดยอาจนำมติสมัชชาปฏิรูปทั้ง ๓ ครั้งมาพิจารณา หรือคิดขึ้นใหม่ก็ได้ (๔) ยกร่างพรบ.ปฏิรูปประเทศไทยคืนอำนาจให้ประชาชน นักวิชาการเรื่องกระจายอำนาจ ยกร่างพรบ.กระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และเพิ่มพลังพลเมือง โดยปลดล็อคกฎหมายเป็นร้อยฉบับที่ดึงอำนาจไว้กับส่วนกลาง ปฏิรูปงบประมาณให้สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และกำหนดให้ทุกภาคส่วนส่งเสริมความเข้มแข็งของพลังพลเมือง อาจเรียกว่า "พรบ.ปฏิรูปประเทศไทยคืนอำนาจให้ประชาชน" ทุกภาคส่วนรณรงค์การปฏิรูปประเทศไทยโดยการออกกฎหมายคืนอำนาจให้ประชาชน (๕) มหาวิทยาลัยรณรงค์ปฏิรูปประเทศไทย โดยสนับสนุนทางวิชาการแก่การเคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทย (๖) ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (๗) ภาคการสื่อสาร ทำการสื่อสารเพื่อปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แล้วคิด "สาร" ที่มีเสน่ห์โดนใจผู้คน แล้วสื่อออกไปด้วยช่องทางต่างๆ ชนิดที่ทำให้ผู้รับ "สาร" อยากสื่อกันต่อ ๆ ไปจนเกิดเป็นคลื่นของจิตสำนึก และการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อประเทศไทยเต็มแผ่นดิน ๔ (๘) "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" เขยื้อนปฏิรูปประเทศไทย โดยองค์ประกอบ ๓ ทำงาน บรรจบกันตามรูป คือ (ก) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก. คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ข. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ค. สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย (ข) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (ค) สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย กระบวนการสมัชชา เป็นการที่ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันใช้ข้อมูลความรู้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกมาเป็นมติ สมัชชาปฏิรูป แล้วส่งให้คณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานรับไปปฏิบัติ พลวัตของ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" จะทำให้ประเทศไทยเขยื้อนเรื่องยาก ๆ ได้ เป็นลำดับ ๆ ไป เรื่องแรกคือปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการปกครอง เรื่องถัด ๆ ไปคือนโยบายที่จะสร้างความเป็น ธรรม มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมเป็นอาทิ ที่เรียกว่ามรรค ๘ ปฏิรูปประเทศไทยนี้ ไม่ต้องยึดถือตายตัว เสนอมาเป็นกรอบคิด เวลาปฏิบัติจริงจะค้นพบเองว่าต้องดัดแปลงเสริมแต่งอย่างไรในสถานการณ์จริง ทั้งนี้มิได้ หมายความว่าจะไม่มีความขัดแย้ง แต่ความขัดแย้งจะไม่นำไปสู่ความรุนแรง แต่จะนำไปสู่ ความสร้างสรรค์ เพราะเป้าหมาย "เพื่อประเทศไทย" เป็นเป้าหมายที่สูงกว่าตัวตน ๕ PQET มรรค ๘ ปฏิรูปประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
31% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
24% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• พุทธศาสนากับการเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้