auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ปฏิรูปโครงสร้าง 3 อย่าง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ ชื่อเรื่อง ปฏิรูปโครงสร้าง 3 อย่าง บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อสนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มต่างๆในการปฏิรูปประเทศไทย มีการเสนอแนวคิดในการปฏิรูปประเทศไทย ไว้หลากหลายแง่มุม ที่น่าสนใจ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ปฏิรูปโครงสร้าง ๓ อย่าง * ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ * ปฏิรูปโครงสร้างสังคม * ปฏิรูปโครงสร้างการจัดสรรทรัพยากร ประเวศ วะสี บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อสนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มต่างๆในการปฏิรูปประเทศไทย ๑. ประเทศไทยมีทรัพยากรมากเกินพอที่จะสร้างประเทศไทยน่าอยู่ - ถ้ามีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ประเทศไทยมีทรัพยากรมากกว่าสวิสเซอร์แลนด์ เรามีแผ่นดินที่กว้างใหญ่กว่า มีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่า มีทรัพยากรทั้งบนดินและในทะเลมากกว่า เรามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากกว่า เรามีทุนทางศาสนะรรมมากกว่า นอกจากนั้นเรามีทุนทางสังคม ทุนภาครัฐ ทุนภาคธุรกิจ ทุนภาคการสื่อสาร และอื่นๆซึ่งรวมกันแล้วมากเกินพอที่จะสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ แต่คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีแต่วัตถุประสงค์แยกย่อยของแต่ละบุคคล ของแต่ละกลุ่ม แต่ละพวก แต่ละพรรค แต่ละองค์กร แต่ละสถาบันจึงทอนกำลังกันเอง ไม่เป็นพละกำลังร่วมกันของชาติที่จะสร้างประเทศไทยน่าอยู่ ถ้าคนไทยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันได้เมื่อใดก็จะเกิดพลังมหาศาลที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง บรรลุความเจริญอย่างแท้จริง สร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดได้ การจะมีวัตถุประสงค์ร่วมกันได้วัตถุประสงค์นั้นต้องใหญ่กว่าตัวตน การปฏิรูปประเทศไทยนั้นเป็นการเปลี่ยนโจทย์ที่ไปเลยความเป็นตัวตนอาจจะมีการไม่รักกัน แต่ไม่มีใครไม่รักประเทศไทย ไม่มีใครไม่อยากให้ลูกหลานของเราอยู่ร่วมกันด้วยความสุขบนดินแดนของบรรพบุรุษแห่งนี้ การที่รัฐบาลพูดถึงการปฏิรูปขึ้นมาทำให้การปฏิรูปการเมืองหรือปฏิรูปประเทศไทยเป็นประเด็นทางการเมือง และเกิดกระแสความสนใจ คนไทยควรใช้เป็นโอกาสที่จะช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์เรื้อรังไปสู่การพัฒนาในระนาบใหม่ที่นำไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริง ๒. ประเทศไทยที่ดีที่สุดในจินตนาการของท่าน จินตนาการจะทำให้เกิดพลังเพราะจินตนาการไม่มีข้อจำกัด คนไทยทุกคนควรจะสร้างจินตนาการถึงประเทศไทยที่ดีที่สุด ยังไม่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้จินตนาการอย่างสุดๆว่าประเทศไทยที่ดีที่สุดในความฝันของท่านคืออย่างไร ความฝันยิ่งใหญ่ (Big Dream) ยิ่งให้พลัง สื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ และโซเชียลมีเดียควรจะช่วยกระตุ้นและรวบรวมความฝันของคนไทยจำนวนมากที่สุดที่จะมากได้ ที่ฝันถึงประเทศไทยที่ดีที่สุดว่าเป็นอย่างไร เช่น ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสันติสุข มีเศรษฐกิจดี สังคมดี การเมืองดี สิ่งแวดล้อมดี ที่ว่าเศรษฐกิจดีนั้นต้องกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำมากเกิน ที่ว่าสังคมดีนั้นคือสังคมมีความเข้มแข็งไม่ทอดทิ้งกัน สามารถแก้ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มีความยุติธรรมและความเป็นธรรม ที่ว่าการเมืองดีนั้นคือมีประชาธิปไตยที่มีคุณภาพและสมรรถภาพ ที่ว่าสิ่งแวดล้อมดีนั้นคือมีความเป็นป่าอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซนต์ของพื้นที่เพื่อให้ธรรมชาติได้ดูลน้ำไม่ ท่วม ไม่แห้งแล้ง สิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน มีการจัดการการใช้ทรัพยากร อย่างเป็นธรรม ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ มีการสังเคราะห์จัดหมวดหมู่ของประเทศไทยที่ดีที่สุดนี่คือเป้าหมายประเทศไทยที่คนทั้งหมดสร้าง ร่วมกัน จารึกเป้าหมายประเทศไทยด้วยศิลปะแขนงต่างๆทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม กวีนิพนธ์ ให้คนไทยจำขึ้นใจทั่วกันและร่วมกันขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายอันสูงส่งที่ร่วมกันสร้าง ๓. ปฏิรูปวิธีคิดและจิตสำนึกเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้สำเร็จ ประเทศไทยพยายามปฏิรูปมาหลายครั้ง แล้ว ภายในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา เกิดความรุนแรงก็หลายครั้งและปริ่มๆจะเกิดมิคสัญญีกลียุคก็มี ถ้าจะ ปฏิรูปประเทศไทยให้สำเร็จต้องปฏิรูปวิธีคิดและจิตสำนึกการคิดแบบตายตัว นำไปสู่การแยกส่วนและ สุดโต่ง คิดเป็นเขาเป็นเราคิดเป็นดำเป็นขาว คิดเป็นข้าศึกศัตรู จะต้องต่อสู้ทำลายกัน เราอยู่ในโหมดการต่อสู้ ทำลายกันไปมา ทำให้เกิดความรุนแรงและไม่สามารถร่วมมือกัน บ้านเมืองชะงักงันหรือถอยหลัง คนยุโรปก็ เป็นผู้นำการคิดแบบแยกส่วนตายตัวทำให้ประวัติศาสตร์ของยุโรปเต็มไปด้วยสงคราม พุทธศาสนาปฏิเสธการคิดแบบตายตัวและแยกส่วนสุดโต่ง ในประโยคแรกของปฐมเทศนา พระพุทธองค์ตรัสว่า "เทฺว เม ภิกขเว อนฺตา" (เทฺว อ่านว่า ทะเว แปลว่า สอง เหมือนคำว่าทวิ : อนฺตา แปลว่า ส่วนสุดหรือสุดโต่ง (extremes) ข้อความนี้และวรรคที่ตามมาแปลว่า "ส่วนสุดทั้งสองภิกษุไม่ควรเสพ" เป็นที่มาของการตรัสเรื่องทางสาย กลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา พุทธศาสนามองว่าสรรพสิ่งเป็นกระแสของเหตุปัจจัยหนุนเนื่อง ไม่มีอะไรดำรงอยู่โดยเอกเทศตายตัว ไม่แยกข้างแยกขั้ว ตามนัยนี้ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์ที่เกิดแก่เจ็บตายร่วมกัน ควรมีความเมตตาต่อกันและ กัน มีความเป็นกัลยาณมิตรกัน จิตสำนึกที่เล็กและคับแคบทำให้เกิดความบีบคั้นทั้งในตนเองและกับผู้อื่นนำไปสู่ความขัดแย้ง ความจริง มนุษย์ทั้งหมดและธรรมชาติทั้งหมดล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน การมีจิตสำนึกใหญ่ที่เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียว ของทั้งหมดจะทำให้หลุดพ้นจากความบีบคั้น พบอิสรภาพและความสุขเกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อน มนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ บนเส้นทางของการปฏิรูป ถ้ามีการปฏิรูปวิธีคิดและจิตสำนึกด้วยจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเพราะจะ นำไปสู่สันติสุขทั้งในชีวิตและสังคม ๔. ทิศทางการพัฒนาประเทศไทย - เส้นทางวิกฤต หรือ การพัฒนาอย่างบูรณาการ สมดุล และยั่งยืน ทิศทางการพัฒนาประเทศเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศไทย เพราะการปฏิรูปจะทำให้โครงสร้างต่างๆมี ความถูกต้องและประเทศมีสมรรถนะ ประดุจการประกอบโครงสร้างรถยนต์ให้ถูกต้องให้รถวิ่งได้ดี แต่ไม่ ว่าจะประกอบรถยนต์ได้ดีเพียงใด ถ้าทิศทางที่มันวิ่งไปเป็นอันตรายมากจนมันตกภูเขาหรือดิ่งลงทะเลถึงรถ ดีเพียงไรก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ทิศทางการพัฒนาของโลกที่เราก็เดินตามเขาไปด้วยเป็นทิศทางอันตรายดังที่กำลังเกิดวิกฤตการณ์ใน สหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งกำลังลุกลามออกไป การพัฒนาปัจจุบันอยู่บนพื้นฐานการคิดแบบแยกส่วน คือ เอาเงินเป็นตัวตั้ง อะไรที่คิดและทำแบบแยกส่วนจะนำไปสู่วิกฤตเสมอ ร่างกายของเราจะมีความเป็นปรกติ และยั่งยืน เพราะมีการพัฒนาอย่างบูรณาการที่ทุกอวัยวะเชื่อมโยงถึงกันอย่างพอดี นั่นคือการเป็นมะเร็งทำ ให้เสียสมดุลของทั้งหมด เกิดความไม่ปรกติคือป่วยและความไม่ยั่งยืน คือ ตาย การพัฒนาแบบแยกส่วนที่เอาเงินเป็นตัวตั้งก็ทำให้เสียสมดุลทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังที่เกิดภัยพิบัติ เช่น พายุรุนแรง น้ำท่วม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดความเจ็บป่วยดังคนเป็นโรคมะเร็งและความไม่ยั่งยืน การพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้งเงินก็มีอำนาจมาก เมื่อเงินมีอำนาจมากก็ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นๆ ดังที่เกิดกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ โจเซฟสติกลิตซ์นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชาวอเมริกันกล่าวว่า การพัฒนาในอเมริกาเป็นประโยชน์ต่อคน ๑ %เท่านั้น คนยากจนจนไม่ได้ประโยชน์เลยแต่กลับแย่ลง อังกฤษและสหรัฐอเมริกาก็เป็นประชาธิปไตยแล้วแต่กลับเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง เพราะการ พัฒนาเศรษฐกิจขึ้นกับอำนาจของ "เงินใหญ่" ประชาชนไม่มีอำนาจ อาจเรียกว่ามีประชาธิปไตยทาง การเมือง(คือมีสิทธิเลือกตั้ง) แต่ไม่มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหรือ economic democracy ฉะนั้น ในการปฏิรูปประเทศไทยเราต้องทำความเข้าใจประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อม ล้ำด้วย จะต้องสร้างอำนาจทางสังคมขึ้นมาดังจะได้กล่าวต่อไป ให้สังคมสามารถควบคุมทิศทางการพัฒนา ประเทศไทยให้เป็นการพัฒนาอย่างบูรณาการ สมดุล และยั่งยืนจึงจะสร้างประเทศไทยน่าอยู่ได้ ๕. ทำไมคนไทยจึงเหมือนไก่อยู่ในเข่ง - จิกตีกันร่ำไป ทั้งๆที่จะถูกนำไปเชื่อดหมดทุกตัว มีผู้อุปมาว่า คนไทยเหมือนไก่อยู่ในเข่ง ที่จิกตีกันร่ำไปจนถึงเลือดตกยางออกก็มีทั้งๆที่รอเขาจะนำไปฆ่าหมดทุกตัว "เข่ง" เป็นโครงสร้างที่กักขังไก่ไว้ในที่แคบจึงกระทบกระทั่งกัน สมมติว่าถ้าเราจะสอนธรรมะไก่ได้ว่าใจ เย็นๆไว้โขม อย่าจิกตีกันเลย ก็คงจะไม่ได้ผลตราบใดที่ "เข่ง" หรือโครงสร้างยังครอบไก่ไว้ภายใน ในสังคมไทยเมื่อมีปัญหาอะไรก็มักคิดกันแต่เรื่องกรรมดีกรรมชั่วส่วนบุคคลและคิดเชิงอบรมธรรมะ ขาดความคิดเชิงโครงสร้างแบบที่มากำหนดพฤติกรรมของไก่ เช่น ในระบบการเมืองมีคอร์รัปชั่น เราก็เอา แต่ก่นด่านักการเมืองหรือพูดเชิงอบรมหรือแก้โน่นนิดนี่หน่อย ซึ่งไม่ได้ผลอะไร เหมือนคนเป็นโรคร้ายแล้ว มีอาการป่วย เช่น เป็นไข้หรือมีอาการปวดอย่างรุนแรง เราจะกินแต่พาราแซตามอลแก้ไข้แก้ปวดโดยไม่ เข้าใจสมมติฐานเบื้องลึกของโรคก็คงจะรักษาให้หายไม่ได้ **การปฏิรูปไม่ใช่การกินยาพาราแซตามอล** ไม่ใช่การรักษาตามอาการหรือการพัฒนาแก้โน่นนิดนี่หน่อยไปเรื่อยๆหรือเพียงคิดหวัง (wishful thinking) จะให้สิ่งนั้นสิ่งนี้มันดีขึ้น ปฏิรูป หมายถึงการเปลี่ยนรูป รูป หมายถึง โครงสร้าง เราต้องทำความเข้าใจว่าโครงสร้างที่สำคัญอะไรที่ทำให้ประเทศไทยมีปัญหาหนักๆที่แก้ไม่ได้ แล้ว ปฏิรูปโครงสร้างนั้นเสีย ประดุจยก "ข่ะง" อันเป็นโครงสร้างที่ครอบไก่ออก ไก่ก็จะหลุดออกเป็นอิสระ แยก ย้ายคุ้ยเขี่ยหากิน ไม่มากระกระทั่งจิกตีกัน การปฏิรูปไม่ใช่การพัฒนาและไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การพัฒนาและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ ต้องทำไป แต่ไม่ใช่การปฏิรูป การปฏิรูปคือการปฏิรูปโครงสร้างอันเป็นรากฐานที่มาของปัญหาของชาติเป็นจุดคานงัด ซึ่งเมื่องัดที่จุด นี้แล้วได้ผลทั้งระบบ ## ๖. ปฏิรูปโครงสร้าง ๓ อย่าง * โครงสร้างอำนาจ * โครงสร้างสังคม * โครงสร้างการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมนั้นมีหลายอย่าง ในที่นี้จะกล่าวถึงการปฏิรูป โครงสร้าง ๓ อย่าง โครงสร้าง ๓ อย่างนี้เป็นรากฐานที่ลึกซึ้งของปัญหาเกือบทั้งหมดในสังคมไทย **รูปภาพ** ถ้าเราปฏิรูปโครงสร้าง ๓ อย่างนี้ คือ ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ปฏิรูป โครงสร้างการจัดสรรทรัพยากร จะเป็นจุดคานงัดไปสู่ผลดีทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม หมดทุกด้าน ฉะนั้นที่รัฐบาลกำลังแยกการประชุมการปฏิรูปเป็น ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มสังคม กลุ่มเศรษฐกิจ และ กลุ่มการเมืองนั้น ทั้ง ๓ เรื่องเชื่อมโยงกัน และมีตัวร่วมคือปฏิรูปโครงสร้าง ๓ ด้าน ดังในรูป คณะกรรมการ อาจคิดการปฏิรูปในเรื่องต่างๆ หลักคิดอย่างหนึ่งในเรื่องที่มีองค์ประกอบมากๆ คือ การตั้งคำถามว่าอะไรคือ crucial components หรือองค์ประกอบชี้ขาด เช่น การพัฒนาชนบทเมืองค์ประกอบอยู่ ๘ ในจำนวนนี้เป็นองค์ประกอบชี้ขาด ๓ แต่การพัฒนาชนบทมักไปทำที่องค์ประกอบอีก ๕ ซึ่งไม่ใช่องค์ประกอบชี้ขาด การพัฒนาจึงไม่สำเร็จ ผมเสนอว่า crucial components ของการปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง คือ การปฏิรูปโครงสร้าง ๓ ประการ : * โครงสร้างอำนาจ * โครงสร้างสังคม * โครงสร้างการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะได้กล่าวเป็นเรื่องๆ ไป ๗. ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ โครงสร้างอำนาจเป็นที่ซับซ้อนลึกซึ้งและก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาล(ดูเอกสารเรื่อง "ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ" โดยคณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปัณยารชุนเป็นประธาน พิมพ์โดยสำนักงานปฏิรูป) ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะ การปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจ การปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจเป็นต้นตอของปัญหาทางการเมือง ปัญหาคอรัปชั่นและอื่นๆ เรามักสนใจปัญหาทางการเมืองและแก้ตรงการเมืองซึ่งไม่สำเร็จ ดังที่มีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง ๑๘ ฉบับ แต่ไม่สนใจตรงการปกครองที่รวมศูนย์อำนาจอันเป็นต้นตอของปัญหาทางการเมือง การปฏิรูปประเทศไทยคราวนี้ควรจะทำความเข้าใจถึงปัญหาทางโครงสร้างของการปกครอง pQET # ปฏิรูปโครงสร้าง ๓ อย่าง * ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ * ปฏิรูปโครงสร้างสังคม * ปฏิรูปโครงสร้างการจัดการทรัพยากร ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
30% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
22% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
18% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้