auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ทิศทางกระบวนการประชาชน “สีเหลือง” “สีแดง” หรือสีใด

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความพิเศษ หัวข้อทิศทางกระบวนการประชาชน “สีเหลือง” “สีแดง” หรือสีใด บทความนี้เขียนขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบการก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ครบ 50 ปี โดยทางเดลินิวส์ต้องการให้มองอนาคตของกระบวนการประชาชน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยมีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

บทความพิเศษ ทิศทางกระบวนการประชาชน "สีเหลือง" "สีแดง" หรือสีใด ประเวศ วะสี บทความนี้เขียนขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบการก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ครบ ๕๐ ปี โดยทางเดลินิวส์ต้องการให้มองอนาคตของกระบวนการประชาชน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่สุด ๑. การเมืองภาคประชาชน "เสื้อแดง" กับ "เสื้อเหลือง" ในหนึ่งทศวรรษเศษที่ผ่าน มา มีความตื่นตัวของการเมืองภาคประชาชน ความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนโดยรวม เป็นเรื่องที่ดี ประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมืองได้รวมตัวกันเป็น ๒ ขบวนการใหญ่ ๆ คือ "เสื้อ แดง" กับ "เสื้อเหลือง" มีการมองขบวนการ ๒ สี ด้วยสายตาที่ต่างกัน สายตาหนึ่งก็มองว่า "เสื้อแดง" เป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณ และ "เสื้อเหลือง" เป็นเครื่องมือของฝ่ายอนุรักษ์ นิยม จะมองอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า ขบวนการ "เสื้อแดง" ทำหน้าที่ต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งเป็น เรื่องไม่ดี ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก ส่วนขบวนการ "เสื้อเหลือง" ทำหน้าที่ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และการใช้อำนาจที่เกินเลยของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะระบบ รัฐสุภาควรจะต้องเป็นกลไกของประชาธิปไตย ที่มีคุณภาพและอรรถประโยชน์ ถ้ามองอย่างหลังทั้ง "เสื้อแดง" และ "เสื้อเหลือง" ทำหน้าที่ค้ำจุนประชาธิปไตยจาก คนละด้าน คือด้านหนึ่งป้องกันรัฐประหาร และอีกด้านหนึ่งต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการใช้ อำนาจที่เกินเลยของระบบรัฐสภา โดยนัยนี้ทั้ง "เสื้อแดง" และ "เสื้อเหลือง" น่าจะเป็นภาคี เพื่อประชาธิปไตยกันได้ ! ๑ ## ๒. หลีกเลี่ยง รุนแรง หล่อเลี้ยงพลังประชาชนให้เติบโต เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งแดงและเหลือง ควรหลีกเลี่ยงความรุนแรง โดยรักษาความพอดีจะเพิ่มพลังภาคประชาชน นั่นคือเพียงต่อต้านยับยั้งความไม่ถูกต้อง แต่ถ้าไปไกลถึงคิดทำลายจะถูกทำลายกล่าวคือขบวนการเสื้อแดงต่อต้านกองทัพไม่ให้ทำรัฐประหาร แต่ถ้าคิดทำลายกองทัพจะถูกกองทัพปราบปราม ทำให้ประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้า ขบวนการเสื้อเหลืองต่อต้านการคอร์รัปชั่นและการใช้อำนาจเกินเลยของระบบรัฐสภา เพื่อให้ระบบรัฐสภามีความถูกต้องยิ่งขึ้น แต่ถ้าคิดทำลายระบบรัฐสภาจะถูกปราบปราม ทั้ง ๒ กรณีจะนำไปสู่มิคสัญญีกลียุค ไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตย ตัวอย่างของความเกินพอดี แล้วเกิดความรุนแรงเป็นเหตุให้ประชาธิปไตยซังกังงันมีอยู่ เช่น กระบวนการนักศึกษาพม่าที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน และที่อียิปต์ เมื่อเร็ว ๆนี้ ฉะนั้น แดงและเหลืองควรจะอาศัยความพอดี หล่อเลี้ยงพลังประชาชนให้เติบโต พลังประชาชนแค่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรมและสันติสุข ถ้าเกิดความรุนแรงโอกาสของพลังประชาชนที่จะเติบโตจะถดถอย แต่ถ้าค้ำยันกันอยู่ เช่น ขณะนี้หน้าต่างแห่งโอกาสเปิดให้พลังประชาชนเติบโตคืบหน้าไปได้ ## ๓. สังคมสมัยใหม่ที่ซับซ้อนและยาก ประเด็นอยู่ที่การจัดการอย่างไรให้ได้ผล ประชาชนถ้ามากพอล้มรัฐบาลได้ แต่จัดการไม่ได้ ในประวัติศาสตร์จีนมีตัวอย่างมากที่เมื่อบ้านเมืองไม่เป็นธรรม ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้าน เช่น โจรโพกผ้าเหลือง ส่วนใหญ่ถูกปราบส่วนน้อยที่ชนะก็ปกครองไม่ได้ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ขบวนการนักศึกษาล้มรัฐบาลเผด็จการแต่ก็ปกครองไม่ได้ ถูกฆ่าอย่างทารุณในอีก ๓ ปีต่อมา อาจารย์เสกสรร ประเสริฐกุล กล่าวว่า "ตอนพวกผมอยู่ในป่าก็คิดยึดอำนาจรัฐแต่โชคดีที่ไม่ชนะ" คือถ้าชนะแล้วต้องรับภาระปกครองประเทศซึ่งทำได้ยาก แม้ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว เช่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ก็มีความเหลื่อมล้ำสุดๆ โจเซฟสติกลิตซ์นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันที่ได้รับรางวัลโนเบลกล่าวว่า การพัฒนาในอเมริกาเป็นเป็นประโยชน์ต่อคน ๑ % เท่านั้น คนยากจนจนไม่ได้รับประโยชน์ แถมยังแย่กว่าเดิมอีก แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อประเทศก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว มีการพูดถึงความต้องการการปฏิรูปในอเมริกา แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะปฏิรูปอย่างไร ๒ ประเทศไทยก็ขึ้นชื่อว่ามีความเหลื่อมล้ำสุดๆ จึงมีการพูดถึงการปฏิรูปประเทศไทยที่จะสร้างความเป็นธรรมลดความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ โจทย์ของเราจึงไปไกลกว่าการคิดเรื่องการล้มล้าง ไปถึงว่าแล้วจะจัดการประเทศอย่างไร จึงจะมีประชาธิปไตยด้วย สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วย เพราะการขาดความเป็นธรรมและมีความเหลื่อมล้ำมากเกิน ทำให้ประเทศขาดศานติสุข ๔. "เสื้อเหลือง" และ "เสื้อแดง" บนเส้นทางปฏิรูปประเทศไทย รัฐบาลซูเรื่องปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี กลุ่มต่างๆรวมทั้ง "เสื้อเหลือง" และ "เสื้อแดง" ก็พูดถึงการปฏิรูปประเทศไทย แม้จะยังเห็นไม่ตรงกันและไม่ร่วมกันก็ไม่เป็นไร เพราะการปฏิรูปประเทศเป็นการเปลี่ยนโจทย์และยกระดับความคิด การคิดเชิงปฏิปักษ์และมุ่งโจมตีเข้าไปสู่ความตีบตันได้ง่าย เมื่อตีบตันก็รุนแรง แต่การปฏิรูปประเทศไทยเป็นโจทย์ใหญ่ เปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น ถ้ามีกลุ่มต่างๆรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันให้มากที่สุด รวมทั้งกระบวนการ "เสื้อเหลือง" และ "เสื้อแดง" จะเป็นการเพิ่มพลังทางสังคมและพลังทางปัญญาให้มากพอที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ด้วยสันติวิธี ๕. ปัญหาพื้นฐานคือความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม ปัญหาพื้นฐานของแทบทุกประเทศในโลก คือความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม ซึ่งบางคนเรียกว่าเป็น "ความรุนแรงอย่างเงียบ" (Silent violence) พูดอีกสำนวนหนึ่งก็คือ การขาดความเป็นธรรมและการมีความเหลื่อมล้ำที่มากเกิน ปัญหาพื้นฐานนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น แม้แต่ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษก็มีความเหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ยากมาก ดื้อยาอย่างสุดๆ แต่ก็ต้องแก้ไขให้ได้ถ้าประเทศจะมีศานติสุข การปฏิรูปประเทศไทยควรจะมุ่งแก้ปัญหาที่แก้ยากนี้ คือสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ ควรจะเป็นเป้าหมาย ของความเคลื่อนไหวของคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเรียกความเคลื่อนไหวนั้นว่าอะไรก็ตาม ๓ # ๖. คนไทยเหมือนไก่อยู่ใน "เข่ง" จิกตีกันร่ำไป - ปฏิรูปความคิดจากบุญกรรม ส่วนบุคคล สู่ความคิดเชิง "โครงสร้าง" มีผู้เปรียบคนไทยเหมือนไก่อยู่ใน "เข่ง" ที่จิกตี กันร่ำไป แม้จะถูกเขานำไปเชื่อดหมดทุกตัว "เข่ง" เป็นโครงสร้างที่กักขังไก่ไว้ในที่แคบให้ เบียดเสียดเยียดยัดกระทบกระทั่งกัน ถ้าจะแก้ปัญหาการจิกตีกันก็ต้องปล่อยไก่ออกจาก "เข่ง" ให้เป็นอิสระไปสู่พื้นที่กว้าง แยกย้ายกันคุ้ยเขี่ยหากินไป ในสังคมก็มี "โครงสร้าง" ที่มากำหนดพฤติกรรมของคนในสังคม แต่คนไทยขาดทัศนะ เชิงโครงสร้าง มักมองอะไรเป็นเรื่องบุญกรรม ส่วนบุคคล หรือแต่ชาติปางก่อน ทำให้แก้ปัญหา ความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมไม่ได้ ซึ่งเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งและความ รุนแรงต่าง ๆ จริงอยู่การพัฒนานั้นมีหลายด้าน รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ซึ่งจะต้องทำและหาทางทำให้ ได้ผล แต่การปฏิรูปประเทศไทยควรมุ่งปฏิรูปโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ## ๗. ปฏิรูปประเทศไทย - ปฏิรูปโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนั้นมีอยู่มากมายหลายประการด้วยกัน เมื่อคิดเชิงโครงสร้าง ก็ จะพบโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้เป็นลำดับ ๆ ไป ในที่นี้จะยกตัวอย่างปฏิรูปโครงสร้าง ๓ เรื่องด้วยกัน คือ * ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ * ปฏิรูปโครงสร้างสังคม * ปฏิรูปโครงสร้างการจัดสรรทรัพยากร โครงสร้าง ๓ ประการนี้ ทำให้ประเทศไทยติดอยู่ในความไม่ถูกต้องต่าง ๆ เป็นต้นเหตุ ของความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมที่แก้ไขไม่ได้ การที่ระบบรัฐไม่มีประสิทธิภาพ แต่ มีคอร์รัปชั่นสูง ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมือง เป็นต้น ถ้าประเทศไทยจะก้าวหน้า ไปได้ด้วยดี ควรจะปฏิรูปโครงสร้างทั้ง ๓ นี้ (ดูรายละเอียดในหนังสือ "ปฏิรูปโครงสร้าง ๓ อย่าง" ของสำนักงานปฏิรูป) โดยย่อคือ ๔ ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ประเทศไทยปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมา กว่า ๑๐๐ ปี การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เปลี่ยนเฉพาะผู้ถืออำนาจสูงสุดทางการเมือง แต่ ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง การรวมศูนย์อำนาจการปกครอง คือโครงสร้างที่ทำให้เกิด ปัญหาร้ายแรงเกือบทุกชนิดในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงความรุนแรงทางการเมือง ปัญหา คอร์รัปชั่น ปัญหาด้อยสมรรถนะของรัฐไทย ปัญหาการเกิดรัฐประหารได้ง่าย การปฏิรูปประเทศไทยอย่าสนใจเฉพาะปฏิรูปการเมืองเพราะจะแก้ปัญหาไม่ได้ ดังที่เรา มีรัฐธรรมนูญมาถึง ๑๘ ฉบับ ปัญหาใหญ่อยู่ที่โครงสร้างการปกครองต้องกระจายอำนาจไปให้ ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น จัดการตนเอง รัฐปรับตัวไปสนับสนุน ขณะนี้มีกฎหมายเป็นร้อยฉบับ ที่ดึงอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ต้องปลดล็อคกฎหมายเหล่านี้ คืนอำนาจไปให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ปกครองตนเอง การงบประมาณที่เอากลมเป็นตัวตั้ง (กรม คือเครื่องมือการรวมศูนย์ อำนาจ) ต้องปฏิรูปไปเป็นเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งเพื่อพัฒนาอย่างบูรณาการได้ ปฏิรูปโครงสร้างสังคม สังคมไทยมีโครงสร้างแนวดิ่ง (Vertical society) มาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นลักษณะสังคมที่มีความไม่เท่าเทียมกันเชิงอำนาจ สังคมทางดิ่งจะไม่มี พลังของความถูกต้อง ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี และจะไม่มีทางดี ตราบเท่าที่ยังเป็นสังคมทางดิ่ง ต้องปฏิรูปให้เป็นสังคมทางราบ ที่ผู้คนมีความเสมอภาค มี ความเป็นพลเมือง มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง เกิด ความเป็นประชาสังคม (Civil society) หรือสังคมเข้มแข็ง ความเป็นสังคมเข้มแข็งหรือการมี พลเมืองที่กัมมันตะ (Active citizen) เป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ ปฏิรูปโครงสร้างการจัดสรรทรัพยากร การเข้าถึงทรัพยากรอย่างเป็นธรรมจะทำให้ หายจนอย่างถาวรและเกิดความมั่นคงในชีวิตและสังคม จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการจัดสรร ทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม ทรัพยากรมีหลายประเภท เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้ ภาษี อากร ค่าภาคหลวง บริการต่างๆ ของรัฐ หากมีการจัดสรรที่ดินให้ทุกครอบครัว ประมาณ ๒-๓ ไร่ ต่อครอบครัว เพื่อเป็นที่อยู่ อาศัยและทำมาหากิน คนทั้งประเทศจะเกิดความมั่นคงในชีวิต เป็นฐานให้เศรษฐกิจพอเพียง และก้าวหน้าไปบนความสมดุล ป่าไม้และแหล่งน้ำจะกลับคืนมา ธรรมชาติจะคืนกลับสู่สมดุล น้ำไม่ท่วมในฤดูฝน น้ำจะไม่แห้งในฤดูแล้งอีกต่อไป กระบวนการประชาชนจะต้องปฏิรูปการจัดสรรที่ดินให้ได้ ๕ # ๘. ปฏิรูปประเทศไทย เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างของประเทศเป็นเรื่องใหญ่และยากแต่สำคัญ ทำให้สำเร็จไม่ได้โดยเป็นเรื่องของคนจำนวนน้อย ไม่ว่าจะเก่งหรือหวังดีแค่ไหน ต้องเป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ การปฏิรูปในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่แล้วมาทั้งหมดเป็นการปฏิรูปโดยคนส่วนน้อยข้างบน จึงไม่สำเร็จ ถ้าจะปฏิรูปให้สำเร็จคราวนี้ ต้องเป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมดร่วมกัน ฉะนั้น จึงควรมีกลุ่ม หรือเครือข่ายต่างๆ เคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทย ให้เต็มประเทศไม่เห็นด้วยกันก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อเห็นแก่ประเทศไทยในที่สุดก็จะไปรวมกันเอง โดยนัยดังกล่าวข้างต้น กระบวนการประชาชนจะเป็น "เสื้อเหลือง" ก็ดี จะเป็น "เสื้อแดง" ก็ดี หรือสีใดๆ หรือไม่มีสีก็ดี ควรจะก้าวข้าม การต่อสู้แบบทำลายล้างปฏิปักษ์ ไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างอันไม่เป็นธรรม เพราะโครงสร้างอันไม่เป็นธรรมนั้นแหละที่เหมือน "เข่ง" อันกักขังคนไทยไว้ให้จิกตีกัน แต่ต่อให้จิกตีกันจนตาย ก็ออกจากเข่งไม่ได้ จึงต้องรวมตัวกันออกจากเข่งคือโครงสร้างอำนาจอันไม่เป็นธรรม แล้วคนไทยจะมีความสวัสดี ข้างต้นนั้นเป็นภาพอนาคตประเทศไทยอย่างหนึ่ง กับอีกอย่างหนึ่งก็คือภาพสังคมไทยเคลื่อนไปสู่จุดพลิกผัน (Tipping point) ที่คนไทยเข้าประหัสประหารกันตายเป็นหมื่นเป็นแสนเกิดมิคสัญญีกลียุคและยังบาดหมางกันต่อไป ก็สุดแต่คนไทยจะเลือกส่งต่ออนาคตประเทศไทยอย่างใด ไปให้ลูกหลาน --- <page_number>๖</page_number> PGET ทิศทางกระบวนการประชาชน เสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือสีใด? ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
17% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
14% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
10% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้