auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้กล่าวถึงการพัฒนาระบบสื่อครบวงจรเพื่อการอภิวัฒน์ทางปัญญาของชาติ โดยการส่งเสริมให้มีการใช้แนวคิดเชิงระบบในการสร้างองค์ประกอบของระบบให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เพื่อให้เป็นองค์ประกอบของระบบสื่อ 12 ประการเพื่อให้มีการสื่อสารที่สัมพันธ์กันและมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบสื่อตั้งต้นได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถมาร่วมคิด ผลักดันระบบสื่อสารที่ดีอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้คนไทยรู้ความจริงอย่างทั่วถึงพร้อมกัน และเอาความจริงไปพัฒนาเป็นปัญญาที่สูงขึ้น ต่อไป
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# การพัฒนาระบบสื่อครบวงจร เพื่อการอภิวัฒน์ทางปัญญา ของชาติ ## ก. อารัมภบท การแก้ปัญหาใด ๆ ในสังคมที่ใหญ่และซับซ้อนทำได้ยากมากหรือทำไม่ได้เลย เพราะสังคมไม่รู้ความจริงถึงกันหมดและพร้อมกัน การที่สังคมจะรู้ความจริงถึงกันหมดและพร้อมกันทำไม่ได้ในอดีต แต่ก่อนความรู้อย่างหนึ่งอย่างใดกว่าจะเดินทางจากจุดหนึ่งไปถึงอีกจุดหนึ่งอาจกินเวลาตั้งพันปี ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เพราะการจะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลมนุษย์ต้องรู้ความจริงร่วมกันอย่างทั่วถึงและพร้อมกัน ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร มีความเป็นไปได้ที่คนทั้งหมดจะรู้ความจริงร่วมกันอย่างทั่วถึงและพร้อมกันถ้ามี "ระบบสื่อสารที่ดี" การพัฒนาระบบสื่อสารที่ดีควรเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาปัญญาของคนทั้งชาติอย่างก้าวกระโดด สังคมไม่มีตัวอย่างของระบบที่ดีที่สุด ## ระบบที่ดีที่สุดคือระบบร่างกายของมนุษย์ ในร่างกายมนุษย์มีความหลากหลายสุดประมาณ และแตกต่างกัน ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๑ อย่างสุดโต่ง เช่น ระหว่างเซลล์สมองและเซลล์หัวแม่เท้า แต่ความแตกต่าง หลากหลายเหล่านั้นมีบูรณาการเป็นเอกภาพอย่างสมบูรณ์ ถ้าหัวใจไป ทาง ปอดไปทาง ตับไปทาง เราก็เป็นคนอยู่ไม่ได้ ความเป็นเอกภาพของร่างกายเกิดจากการลงทุนทางระบบข้อมูล ข่าวสารและการสื่อสารอย่างมโหฬาร ในทุกเซลล์มีดีเอ็นเอซึ่งเป็นรหัสข้อมูล ข่าวสารที่ทุกเซลล์มีตรงกัน ในทุก ๆ จุดของร่างกายมีประสาทสัมผัสเพื่อส่ง การรับรู้ไปยังสมอง นอกจากนั้นยังมีการสื่อสารผ่านสารเคมี เช่น ถ้าระดับ น้ำตาลสูงหรือต่ำ ส่วนอื่นของร่างกายก็จะรับรู้เพื่อการปรับตัว และยังมีหลักฐาน อื่นที่แสดงว่า "ระบบของร่างกายทั้งหมดรู้ถึงกันทันที" **การที่ระบบของร่างกายรู้ถึงกันทั่วทั้งหมดทำให้มีบูรณาการเป็น** **เอกภาพ** ระบบสังคมยังห่างไกลจากระบบร่างกายมากในการรู้ความจริงถึงกัน ทั้งหมด จึงไปคนละทางสองทาง หาความเป็นเอกภาพไม่ได้ ทำอะไร ๆ ยากไป หมดและไม่สำเร็จ เหมือนคนที่ระบบประสาทไม่สมบูรณ์ มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบประสาทให้สังคม ให้สามารถรับรู้ ความจริงและสื่อสารความจริงกันอย่างทั่วถึงทั้งระบบ ทำให้สังคมมีจิตที่ สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ทำอะไร ๆ ได้สำเร็จตามเจตนาได้ **การสร้างระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารอย่างทั่วถึงทั้งสังคมจึง** **เป็นวาระเร่งด่วนของชาติ** ## ข. ระบบสื่อครบวงจร ควรใช้แนวคิดเชิงระบบ โดยสร้างองค์ประกอบของระบบให้ครบ ให้ องค์ประกอบเชื่อมโยงสัมพันธ์และควบคุมกันเอง ประดุจรถยนต์ต้องมี เครื่องครบจึงจะวิ่งได้ ถ้าเครื่องไม่ครบก็วิ่งไม่ได้ หรือวิ่งไปแล้วก็ขัดข้อง หรือเกิดอุบัติเหตุ ระบบการสื่อสารมีองค์ประกอบไม่ครบเป็นอย่างยิ่ง ควร ๒ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ช่วยกันคิดว่าในระบบสื่อตามอุดมคติควรจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ขอเสนอองค์ประกอบของระบบสื่อ ๑๒ ประการ ดังต่อไปนี้ ๑. วัตถุประสงค์ของระบบ ๒. หลักการของระบบ ๓. ระบบสื่อทางกายภาพ (hardware) ๔. ระบบสารอันเป็นนามธรรม (software) ๕. ระบบพัฒนาบุคลากรสื่อ ๖. องค์กรวิชาชีพสื่อ ๗. ระบบประกันคุณภาพ ๘. กรอบและกติกาเพื่อความยุติธรรม ๙. ระบบการเงิน ๑๐. ระบบนโยบายสื่อ ๑๑. ระบบวิจัยสื่อ ๑๒. พระราชบัญญัติระบบสื่อ ทั้ง ๑๒ องค์ประกอบจะเชื่อมโยงสัมพันธ์และควบคุมซึ่งกันและกัน เป็น "ระบบสื่อครบวงจร" และมีคุณสมบัติตามต้องการได้ ซึ่งจะอธิบายขยาย ความแต่ละองค์ประกอบดังต่อไปนี้ ๑. วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์เป็นทั้งจินตนาการและโจทย์ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนั้นๆ ถ้า จินตนาการและโจทย์ใหญ่ก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนเรื่องนั้นไปได้ยาว ไกล ตัวอย่างเช่น จินตนาการของพระพุทธเจ้าว่า "มนุษย์พ้นทุกข์ได้" และ โจทย์ว่า "ทำอย่างไรมนุษย์จะพ้นทุกข์ได้" อันเป็นจินตนาการและโจทย์ที่ใหญ่ มากที่ขับเคลื่อนพระพุทธศาสนามายาวไกลกว่า ๒,๕๐๐ ปี ในเรื่องระบบการสื่อสารนี้ต้องร่วมกันสร้างจินตนาการและสร้างโจทย์ ใหญ่ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปได้ไกลอย่างสุด ๆ เช่น "ทำอย่างไรจะมีระบบการสื่อสารที่แก้ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่น ๓ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ดิน" โดยทำให้รู้ความจริงและใช้ความจริงพร้อมกันอย่างทั่วถึงในการดำรงชีวิต และแก้ปัญหาชีวิตและสังคม การจะทำอะไรๆ ให้สำเร็จต้องใช้ความจริง ความไม่จริงไม่ช่วยให้สำเร็จประโยชน์ ฉะนั้น การที่สังคมรู้ความจริงพร้อมกันอย่างทั่วถึงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และจะเป็นไปได้ก็โดยมีระบบสื่อสารที่ดีเท่านั้น ## ๒. หลักการ หลักการของระบบสื่อสารที่ดีมี ๓ ประการ คือ * ความทั่วถึง T (totality) * คุณภาพ Q (quality) * ประสิทธิภาพ E (efficiency) ความทั่วถึง หมายถึงประชาชนทั้งหมดเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม คุณภาพ หมายถึงคุณภาพของสารที่จะสื่อ ต้องมีการสื่อสองทางเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ประสิทธิภาพ หมายถึงการได้ผลคุ้มค่า (cost-effectiveness) ## ๓. ระบบสื่อทางกายภาพ (hardware) หมายถึงองค์ประกอบที่เป็นวัตถุ เช่น สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ มัลติมีเดีย อินเตอร์เนต ที่จะต้องครอบคลุมทุกส่วนของสังคมอันเปรียบเสมือนระบบประสาทของร่างกาย ร่างกายทุกจุดจะเชื่อมโยงกับระบบประสาทเพื่อให้รู้ถึงกัน บางคนเรียกระบบสื่ออย่างทั่วถึงนี้ว่าเป็น Information Superhighway ควรมีการวิจัยโดยรวดเร็วโดยนักวิจัยมากกว่าหนึ่งทีม ว่าระบบสื่ออย่างทั่วถึงที่ประหยัดสุดประโยชน์สูงนั้นคืออย่างไร มีความเป็นไปได้ทางการเงินอย่างไร ใครออกเงินในส่วนไหน ## ๔. ระบบสารอันเป็นนามธรรม (software) สารอันมีคุณภาพที่จะนำไปสื่อน่าจะใช้หลัก "วจีสุจริต" ๕ ประการดังนี้ ๔ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๑. เป็นความจริง มีที่มามีที่อ้างอิง ๒. พูดเป็นปิยววาจา ๓. พูดถูกกาลเทศะ ๔. พูดแล้วเกิดประโยชน์ ๕. พูดเป็นภาษาชาวเมือง (ที่คนเขารู้เรื่อง) ควรมีการวิจัยให้เข้าใจสถานภาพปัจจุบันของสาร ว่าสารที่นำไปสื่อเกิดขึ้นได้อย่างไร มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ทำอย่างไรจะพัฒนาคุณภาพของสารได้ ต้องมีองค์กรอย่างไรขึ้นมาทำหน้าที่แปรความรู้ไปสู่สื่อได้อย่างทันกาลทันเวลาและมีคุณภาพดี ๕. ระบบพัฒนาบุคลากรสื่อ ระบบพัฒนาบุคลากรสื่อประกอบด้วย * การวางแผนกำลังคน * การผลิต * การทำงานซึ่งรวมถึงการศึกษาต่อเนื่อง ในการวางแผนกำลังคนต้องคำนึงถึงภาระงานทั้งหมด และคิดออกมาเป็นประเภทและจำนวน ซึ่งต้องทำร่วมกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้ การผลิตหมายถึงสถาบันการผลิตบุคลากรสื่อต่าง ๆ จะต้องมีมาตรฐานคุณภาพ มีการศึกษาวิจัยที่จะทำให้กำลังคนมีคุณภาพสูง มีการร่วมกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้ การทำงานหมายถึงบุคลากรสื่อมีการทำงานอย่างเหมาะสม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักการ มีความสุข ความสร้างสรรค์ ได้รับการตอบแทนอย่างเป็นธรรม มีการศึกษาต่อเนื่อง เป็นต้น ๖. องค์กรวิชาชีพสื่อ ควรมีองค์กรวิชาชีพสื่อโดยกฎหมาย เช่น "สภาวิชาชีพสื่อ" ขึ้นมาดูแลเรื่องมาตรฐาน ศักดิ์ศรี มารยาทวิชาชีพ และการศึกษาต่อเนื่อง โดย ๕ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ สภาวิชาชีพให้การรับรองสถาบันผลิตบุคลากรสื่อ ดูแลเรื่องรายได้และศักดิ์- ศรีของบุคลากรสื่อ กำหนดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ตลอดจนบทกำหนด โทษ และดูแลเรื่องการศึกษาต่อเนื่องของบุคลากรสื่อ โดยภายในสภา วิชาชีพสื่ออาจจัดให้มี "ราชวิทยาลัย" ในทำนองเดียวกับที่มีในแพทยสภา เพื่อ เป็นเครื่องมือทำงานทางวิชาการ ## ๗. ระบบประกันคุณภาพ โรงพยาบาลต้องมีระบบประกันคุณภาพเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของ ประชาชน ฉันใด ระบบสื่อก็เช่นเดียวกัน การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล โดยผู้อำนวยการเป็นเรื่องยากมากและทำไม่สำเร็จ แต่เมื่อมีองค์กรภายนอก ที่เรียกว่า สถาบัน HA (Hospital Accreditation) อันเป็นองค์กรอิสระเข้ามา ทั้งส่งเสริมและทั้งให้การรับรองเมื่อทำสำเร็จ ทำให้ง่ายขึ้นมาก เพราะบุค-ลา กรในโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมตัวกันพัฒนาคุณภาพอย่างแข็งขัน เพราะยอมไม่ ได้ที่โรงพยาบาลของตนจะไม่ผ่านการรับรองคุณภาพ ระบบประกันคุณภาพสื่อควรมีองค์กรอิสระทำเรื่อง MA (Media Accreditation) ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมคุณภาพ และให้การรับรองเมื่อมีคุณภาพ แล้ว ## ๘. กรอบและกติกาเพื่อความยุติธรรม ควรมีการทำกรอบและกติกาเพื่อความยุติธรรมที่ทุกฝ่ายรู้ตรงกันรวม ทั้งสาธารณะด้วย เพื่อช่วยกันกำกับดูแลให้มีความถูกต้อง จะว่าคนไทย เป็นอย่างไรก็ตาม แต่ก็สามารถไปเล่นฟุตบอลได้ทั่วโลก เพราะในการเล่น ฟุตบอลนั้นมีกรอบและกติกาที่เข้าใจตรงกันหมด ทั้งผู้เล่น กรรมาการ ผู้ กำกับเส้น และคนดู ถ้าเล่นนอกกรอบและนอกกติกา คนดูก็จะโห่เอา ทุก ฝ่ายจึงช่วยกำกับกันให้เล่นอยู่ภายในกรอบและกติกา ในการสื่อสารก็ต้องมีกรอบและกติกาที่ทุกฝ่ายตกลงร่วมกัน จะได้ กำกับซึ่งกันและกันให้อยู่ในความถูกต้อง เรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาเรื่อยมาคือ ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลเอาเปรียบฝ่ายค้านในการใช้สื่อของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๖ ควรกำหนดกรอบกติกา อีกเรื่องหนึ่งที่ทำกันเป็นประจำคือ เมื่อเกิดความ ขัดแย้งกันในเรื่องโครงการใหญ่ ๆ โดยมากเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้มีกำลัง มาก เช่น หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท กับผู้ที่มีกำลังน้อย ฝ่ายที่มีกำลังมากจะใช้เงินซื้อเนื้อที่ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือเวลาในวิทยุ หรือ โทรทัศน์ เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ในด้านของตน โดยฝ่ายที่มีกำลังน้อย ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เรื่องอย่างนี้จะทำอย่างไร หรือเรื่องที่ธุรกิจเข้าครอบครองสื่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตน ในขณะที่ชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปินชาวบ้าน มีสิ่งที่ดีงามและสร้างสรรค์ มากมาย ไม่มีโอกาสที่จะใช้สื่อ ทำให้ประชาชนทั่วไปขาดประโยชน์ที่พึงได้ เรื่องต่าง ๆ ทำนองนี้ควรจะวิจัยให้รู้ความจริงโดยทั่วถึง แล้วนำมาส ร้างเป็นกรอบและกติกาเพื่อความยุติธรรม ## ๙. ระบบการเงินเกี่ยวกับสื่อ การเงินเป็นพลังขับเคลื่อนระบบเหมือนเป็นพลังงานของระบบ ต้อง มีการวิจัยให้เข้าใจเรื่องการเงินที่เกี่ยวข้องกับสื่อ เพื่อใช้กลไกทางการเงินเข้าไป ทำให้เกิด TQE ตามหลักการในข้อ ๒ คือมีความทั่วถึง มีคุณภาพ และมี ประสิทธิภาพ จัดระบบการเงินให้มีทั้งแรงจูงใจทางบวก มีการกระจายรายได้ที่ เป็นธรรม มีการใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร มีการใช้จ่ายในการวิจัย ควร มีการนำเอาผลประโยชน์ส่วนหนึ่งมาตั้งเป็น "กองทุนสื่อ" เพื่อทำให้เกิดระบบ สื่อที่ดี ## ๑๐. ระบบนโยบายสื่อ ระบบนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ แต่มักไม่ค่อยมี หรือมีแต่ไม่ค่อยได้ เรื่องในเรื่องต่าง ๆ นโยบายไม่ใช่เรื่องตามอำเภอใจ แต่ต้องมีฐานอยู่ในความ รู้ (knowledge-based) คืออาศัยข้อมูลหลักฐานที่มีข้อพิสูจน์ นำมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เป็นปัญญาที่สูงขึ้น องค์กรนโยบายจึงต้องเชื่อมต่ออยู่กับการ วิจัยที่มีคุณภาพสูงยิ่ง ๗ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๔ องค์กรนโยบาย ซึ่งในที่นี้อาจเป็นคณะกรรมการหรือสภานโยบาย สื่อ ซึ่งประกอบด้วยหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายวิชาการ ฝ่ายรัฐ และฝ่ายสังคม หรือ ผู้รับผลของสื่อ มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายสื่อซึ่งมีประสิทธิภาพสูง องค์กรนโยบายมีหน้าที่หลัก ๓ ประการ คือ * กำหนดทิศทางนโยบาย * จัดสรรทรัพยากรอุดหนุนให้มีการปฏิบัติตามทิศทางนโยบาย * ประเมินผลการปฏิบัติ ถ้ามีการทำงานอย่างเป็นระบบตามนี้จะเกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ของระบบ ๑๑. ระบบวิจัยสื่อ ระบบวิจัยเปรียบประดุจสมองของระบบสื่อ สมองทำหน้าที่รับรู้ความ จริงมาจากทุกส่วนของระบบ แล้วนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้เป็น ปัญญาที่สูงขึ้น แล้วเอาปัญญาไปใช้ แล้วประเมินผลการใช้หรือการปฏิบัติว่า ได้ผลมากน้อยเพียงใด เพราะเหตุใด แล้วเอาผลประเมินไปปรับตัวให้เข้าใจ ให้ดีขึ้นและปฏิบัติให้ดีขึ้น ถ้ามีการใช้ "สมอง" ดังนี้ ปัญญาและการปฏิบัติของ ระบบก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ระบบต่าง ๆ โดยมากไม่มีระบบวิจัยเป็นสมอง ทำให้ระบบไม่เป็นระบบ และทำงานไม่ได้ผล ในระบบสื่อจึงควรมีระบบวิจัยสื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรมี "กองทุนวิจัยสื่อ" ซึ่งได้เงินมาจาก "กองทุนสื่อ" มีการบริหารจัดการที่เป็น อิสระ แต่อยู่กับคณะกรรมการนโยบายสื่อ เพื่อเป็นสมองให้นโยบาย "กองทุน วิจัยสื่อ" ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการวิจัยระบบสื่อและอื่น ๆ เพื่อให้ระบบสื่อ ดำเนินไปโดยการใช้ความรู้จริง หากสื่อสารมวลชนมีวัฒนธรรมและความ สามารถในการวิจัยคอร์รัปชัน จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการหยุดยั้ง เรื่องคอร์รัปชัน เป็นต้น ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๑๒. พระราชบัญญัติระบบสื่อ หลายอย่างที่กล่าวมาในข้อ ๑-๑๑ จำเป็นต้องบัญญัติโดยกฎหมาย สามารถใช้กฎหมายบัญญัติองค์กร หน้าที่ ทรัพยากร และการจัดการ แต่ ทั้งนี้ต้องทำด้วยความรอบคอบ และไม่ใช้การบัญญัติองค์กรนำหน้า แต่ควร มีการทำงานร่วมกันจนชัดเจนว่ามีความต้องการการจัดองค์กรในรูปใด ถ้า ยังไม่ชัดเจนควรจะบัญญัติเฉพาะเครื่องมือที่จะใช้ทำงานต่อไป เช่น การมี คณะกรรมการนโยบายสื่อ และกองทุนวิจัยสื่อ ทั้ง ๑๒ องค์ประกอบของระบบสื่อที่กล่าวมาข้างต้นคงจะยังไม่ครบ เมื่อร่วมคิดร่วมทำก็จะคิดองค์ประกอบอื่น ๆ ขึ้นมาได้อีก แต่น่าจะทำให้เห็น ได้ว่าถ้ามีองค์ประกอบหรือโครงสร้างทั้ง ๑๒ ประการดังกล่าว องค์ประกอบ เหล่านี้จะสัมพันธ์และควบคุมซึ่งกันและกัน เหมือนรถยนต์ที่มีเครื่องครบ ย่อมวิ่งไปได้อย่างสบาย ค. วิธีเริ่มต้นพัฒนาระบบสื่อ ระบบทั้งหมดซับซ้อนและยาก ไม่อาจสถาปนาขึ้นได้ด้วยอำนาจ แต่ ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือดึงคนเข้ามาร่วมเรียนรู้ และสร้าง องค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบขึ้นให้ครบ ควรมีนักวิจัยคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่ม เล็ก ๆ ทำโครงการวิจัยและพัฒนาระบบสื่อ โดยได้รับทุนวิจัยจาก สกว. ใน กระบวนการวิจัยและพัฒนาดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมเป็น "ภาคีพัฒนา ระบบสื่อ" ให้มีทั้งนักวิชาการ นักบริหาร ผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้มีบารมี ใน กระบวนการนี้ใช้ยุทธศาสตร์ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" อันประกอบ ด้วย ๑. การสร้างความรู้ ๒. การมีส่วนร่วมของสังคม และ ๓. การเมือง หรืออำนาจรัฐ โดยทำ ๑. และ ๒. ก่อน ส่วน ๓. เข้ามาในจังหวะที่เหมาะ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๙ หวังว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยให้การที่จะพัฒนาระบบสื่อตั้งต้นได้ง่ายขึ้น ขอให้เพื่อนคนไทยที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมตัวร่วมคิด ร่วมทำ ผลักดันให้เกิดระบบสื่อสารที่ดีอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้คนไทยรู้ความจริงอย่างทั่วถึงพร้อมกัน และเอาความจริงไปพัฒนาเป็นปัญญาที่สูงขึ้น มีความก้าวกระโดดทางปัญญาทั้งชาติ ใช้ปัญญาแก้ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดินได้สำเร็จ ในเวลาไม่ชักช้านัก ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๑๐ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ PQET การพัฒนาระบบสื่อครบวงจร เพื่อการอภิวัฒนทางปัญญา ของชาติ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สื่อมวลชน--แง่การเมือง
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้