auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" ; เข้าถึงความจริง ; เข้าใจ "สังคมานุภาพ"

chrome_reader_modeคำอธิบาย

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงความสุขทั้ง 3 แบบ คือ 1) ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" 2) ความสุขจากการเข้าถึงความจริง และ 3) ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "สังคมานุภาพ"

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" เข้าถึงความจริง เข้าใจ "สังคมานุภาพ" ขออวยพรให้พบความสุขและอิสรภาพ ประเวศ วะลี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) # ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" ; เข้าถึงความจริง ; เข้าใจ "สังคมานุภาพ" ## ประเวศ วะลี พิมพ์ครั้งที่ ๑ เดือนมกราคม ๒๕๕๐ สิ่งพิมพ์อันดับที่ ๔/๒๕๕๐ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม ผู้จัดพิมพ์เผยแพร่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ๖๙/๑๖-๑๗ อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๖๔๔ ๙๙๐๐ โทรสาร ๐ ๒๖๔๔ ๔๙๐๑ Website : http://www.moralcenter.or.th จัดพิมพ์โดย บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ๘๓/๒๙ หมู่ ๖ ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์ ๐-๒๕๙๑-๘๐๓๓ โทรสาร ๐-๒๕๙๑-๕๓๕๐ E-mail:info@planforkids.com www.planforkids.com เอกสารเผยแพร่โดย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ห้ามจำหน่าย ๒ ประเวศ วะลี # ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "คุกที่มองไม่เห็น" (The Invisible Prison) เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมขออวยพรให้เพื่อนคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี และมีสวัสดิมงคล ได้รับจตุรพิธพร อันได้แก่ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง คือการมีอายุยืนยาว มีวรรณะผ่องใสไม่เศร้าหมอง มีความสุข มีพลัง ทั้งพลังทางกาย พลังทางใจ พลังทางสังคม และพลังทางปัญญา ขอให้พรนี้ปรากฏแก่ท่านทุกคน และขอจงให้พรซึ่งกันและกัน ขอให้เราตั้งความปรารถนาให้เพื่อนมนุษย์ทั้งมวลมีความสุข มีความปลอดภัย ขอให้ความปรารถนาของเราเป็นความจริง คำอวยพรนั้นก็มีผลส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเราต้องสามารถสร้างได้ เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข แต่มักได้ความทุกข์ เพราะเราเรียนแต่วิชาต่าง ๆ สารพัด นอก ความสุขปีใหม่ ๓ จากวิชาสร้างสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่ง ที่เป็นอย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าความสุขนั้นสร้างได้ จึงละเลยการเรียนรู้เพื่อสร้างสุข ทุกคนสามารถและควรเป็นนักสร้างสุข เพื่อสร้างความสุขให้ตนเอง และเพื่อเพื่อนมนุษย์ ถ้าทุกคนเป็นนักสร้างสุขโลกจะเปลี่ยน ฉะนั้นไม่ว่าจะ เรียนหรือทำอะไรทุกคนควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาสร้างความสุข ปี ๒๕๕๐ จะเป็นปีแห่งความผันผวนทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทุกคนควรมีสติ ไม่ปล่อยให้กระแสแห่งความผันผวนกระแทก กระทั้นจนหมดกำลังและปั่นป่วน ความสุขจะทำให้มีพลังพอที่จะอดทน ต่อสู้กับสิ่งยาก มนุษย์ขาดศักยภาพที่จะสร้างสังคมเป็นสุข เพราะ ถูก จองจำอยู่ในคุกที่มองไม่เห็น (The Invisible Prison) การติดอยู่ในคุกทำให้ขาดอิสรภาพและศักยภาพ ถ้ารู้จักคุกและออก จากคุก เราจะมีศักยภาพที่จะสร้างความสุขและสร้างสังคมเป็นสุขได้ คุกที่มองไม่เห็นประกอบด้วยเสา ๔ ต้นที่ถักทอและจองจำเรา ไว้ เสา ๔ ต้นนั้นประกอบด้วย จิตสำนึก วิธีคิด สัมพันธภาพทางดิ่ง และ วิธีการทางลบ จิตสำนึกที่ว่านี้คือจิตสำนึกที่เล็ก อันเห็นแก่ตัวเอง เห็นแก่ พรรค เห็นแก่พวก เห็นแก่เผ่าพันธุ์ เห็นแก่สีผิว เห็นแก่ศาสนา ของ จิตสำนึกที่เล็ก สัมพันธภาพทางดิ่ง วิธีคิดแยกส่วน วิธีการทางลบ ประเวศ วะลี ตน ๆ เท่านั้น ไม่เป็นจิตสำนึกที่ใหญ่ที่เห็นความเป็นทั้งหมดของมวล มนุษย์ สรรพสัตว์ และสรรพธรรมชาติทั้งหมด ซึ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียว จิตเล็กย่อมขัดแย้งกับความจริงที่ใหญ่ บีบคั้นให้มนุษย์ตกอยู่ในที่ แคบ ขาดอิสรภาพ ขาดความรัก ขัดแย้งแย่งชิง รุนแรงและทุกข์ ทุกข์ เพราะติดอยู่ในคุกแห่งจิตสำนึกที่เล็ก **วิธีคิดแบบแยกส่วน** เป็นชาวเป็นดำ เป็นเราเป็นเขา คิดแบบดิจิตัล ถ้าไม่ 0 ก็ 1 ถ้า 1 ก็ไม่ใช่ 0 ถ้าไม่ใช่พวกเราก็เป็นศัตรูของเรา นี้คือการคิดแบบตายตัว แยกส่วน สุดโต่ง นำไปสู่ความขัดแย้งและ รุนแรง วิธีคิดแบบนี้ก็จองจำเราไว้ในคุกแห่งวิธีคิด **สัมพันธภาพทางดิ่ง** สัมพันธภาพทางดิ่งหมายถึงความสัมพันธ์ ระหว่างผู้มีอำนาจข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจข้างล่าง สัมพันธภาพแบบนี้ขาดการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคน ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ขาดความเสมอภาค ขาดความรัก ขาดการ เรียนรู้ร่วมกัน มีการวิ่งเต้นเส้นสาย นินทาว่าร้าย ออกใบปลิว แทงข้าง หลัง เป็นทุกขสัมพันธ์ที่ขาดพลังสร้างสรรค์ ในองค์กรทุกชนิดล้วนมีสัมพันธภาพทางดิ่ง ทั้งองค์กรทางการ เมือง องค์กรทางราชการ องค์กรทางการศึกษา องค์กรทางธุรกิจ และองค์กร ทางศาสนา สังคมใดที่มีสัมพันธภาพในสังคมเป็นทางดิ่งโดยวิสัย สังคมนั้น เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดี และจะไม่มีทาง ดี ไม่ว่าจะทำอย่างไร ๆ นอกจากปรับสัมพันธภาพให้เป็นทางราบ สัมพันธภาพทางดิ่งในองค์กรและในสังคม เป็นคุกทางสังคมที่จอง- จำมนุษย์ไว้ให้ตกอยู่ในความบีบคั้น ความขัดแย้ง ความหงุดหงิด ความ ความสุขปีใหม่ ๕ โกรธ ความไร้ศักยภาพที่จะแก้ปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ **วิธีการทางลบ** ในสังคมสมัยใหม่ที่ซับซ้อนมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการเข้าใจและแก้ไข ยิ่งแก้ยิ่งทะเลาะกันจนมั่วและทอนกำลัง และแก้ไม่ได้ เมื่อแก้ไม่ได้ก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งโกรธ และยิ่งทะเลาะกันมากขึ้น จนวุ่นวายปั่นป่วนไปหมด สังคมมีปัญหาจริง แต่ปัญหาไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ที่จริงมีความดีและความสำเร็จอยู่เป็นอันมาก ทั้งในบุคคล ในชุมชน ในองค์กร และในสังคม หากนำความดี ความสำเร็จต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมาสู่การรับรู้ ขึ้นมาสู่การพูดคุย ขึ้นมาสู่การประชุม จะเกิดความชื่นใจ เกิดความปีติ เกิดพลัง และเกิดความปรารถนาร่วมกันที่จะให้ความดีเหล่านั้นขยายเพิ่มขึ้น เมื่อเป็นความปรารถนาร่วมกัน ความดีเหล่านั้นก็ขยายเพิ่มขึ้นได้จริง ๆ และจะไปลดด้านที่เป็นลบลง ความเคยชินที่เรามองทางลบและมีวิธีการทางลบที่มองไม่เห็นอีกอย่างหนึ่ง ที่จองจำเราไว้ในความหงุดหงิด ความโกรธ ความไม่มีศักยภาพที่จะทำอะไรดี ๆ การมีจิตเล็ก การมีวิธีคิดแบบแยกส่วน สัมพันธภาพทางดิ่ง และวิธีการทางลบ คือคุกที่มองไม่เห็นที่กักกันเราไว้ ไม่ให้มีอิสรภาพ และศักยภาพที่จะมีความสุขและความสร้างสรรค์ เนื่องจากคุกนี้เป็นคุกที่มองไม่เห็น เราจึงไม่รู้ว่าเราติดคุก เมื่อไม่รู้ว่าติดคุกก็ไม่มีทางออกจากคุก และถูกคุกบีบคั้นโดยไม่รู้ตัว ถ้ารู้ว่าติดคุกและรู้ว่าคุกคืออะไร ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะออกจากคุกได้ ประเวศ วะสี 6 การออกจากคุกคือการมีจิตสำนึกใหญ่ มีการคิดแบบมัชฌิมา ปฏิปทา มีสัมพันธภาพทางราบ และมีวิธีการทางบวก คุกนี้ออกไม่ได้ด้วยความรู้ แต่ออกได้ด้วยใจ เพราะความรู้แยกส่วนและไม่มีพลังพอที่จะต้านอำนาจของกิเลส จะ ถูกกิเลสจับกินหมดต้องเริ่มด้วยใจ ใจที่รักเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหมด จะลดเครื่องกีดขวางทาง ปัญญา ทำให้เข้าถึงความจริงว่าทั้งหมดล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน มนุษย์ทั้งหมด สรรพสัตว์ และสรรพธรรมชาติทั้งปวง ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าเราเข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งทั้งหมด เมื่อใด จิตจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนเพราะเข้าถึงความจริง ความจริงคือความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด เมื่อเข้าถึงความจริง ปั๊บ จิตจะหลุดเป็นอิสระ เกิดความสุขอันท่วมท้น ประสบความงามอันหา ที่สุดไม่ได้ เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด ความรู้สึกนึกคิด จิตใจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ที่ว่าจิตหลุดเป็นอิสระนั้น เพราะเดิมจิตติดอยู่ในความคับแคบของ ตัวเอง เมื่อเข้าถึงความจริง ความจริงนั้นกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด จิตจึง ใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่เรียกว่าจิตสำนึกใหญ่ เป็นอิสระและเบาสบายอย่าง ยิ่ง ที่ว่าเกิดความสุขอันท่วมท้น ก็เพราะอิสรภาพ คนออกจากคุกแล้วมี ความสุข เพราะหลุดพ้นจากความคับแคบของคุกฉันใด การออกจากคุกที่ มองไม่เห็นก็ฉันนั้น ที่ว่าประสบความงามอันหาที่สุดไม่ได้ เพราะความงาม เกิดจากความเป็นทั้งหมด ความสุขปีใหม่ 7 ดอกไม้หรือผู้หญิงสวยเพราะความเป็นทั้งหมด แต่ถ้าเราถอดเป็น ส่วนย่อย เช่น ดอกไม้ประกอบด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ... หรือผู้หญิงนี้ประกอบด้วยลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ มุตรคุตร ... ความงามก็จะ หายไป ถ้าเข้าถึงความจริงคือความเป็นทั้งหมดเมื่อใด ก็จะประสบความงาม ถ้ายังไม่ประสบความงามก็แปลว่ายังเข้าไม่ถึงความจริง ที่ว่าเกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด นั้น เพราะการเข้าถึงความจริงว่าเรากับเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) อันเป็นจิตสำนึกใหญ่นี้จะ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตน (Transformation) เกิดความรู้สึกนึกคิด และจิตใจใหม่ที่มีอิสระ มีความสุข มีความรักอันไพศาล มีสัมพันธภาพใหม่ ต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง เป็นการออกจากคุกที่มองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง นักปราชญ์หลายท่านเห็นว่า อารยธรรมปัจจุบันกำลังนำมนุษยชาติไป สู่วิกฤตการณ์ใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น มีทางรอดทางเดียวเท่านั้นคือ การ ปฏิวัติจิตสำนึก (Consciousness Revolution) ปฏิวัติจากจิตเล็กให้เป็น จิตใหญ่ ส่วนว่าปฏิวัติจิตสำนึกทำอย่างไรนั้น ก็มีวิธีการต่าง ๆ น่าสนุกทั้งสิ้น ซึ่งจะไม่กล่าวในที่นี้ แต่จะฝากไว้เป็นปฤศนาประจำปี ๒๕๕๐ ว่าจิตสำนึกใหม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าท่านพยายามตอบคำถามนี้ให้ได้ภายในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ท่าน ก็จะเข้าถึงความสุขอันแท้จริง ขออวยพรให้เพื่อนคนไทยทั้งมวลประสบความสุขสวัสดิ์ตลอด ปี ๒๕๕๐ ขอจงมีเมตตาต่อกันและกัน มีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ แล้วจะเกิด มงคลอันสูงสุด ชั่วกาลนาน ประเวศ วะสี # ความสุข จากการ เข้าถึงความจริง ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขออวยพรให้เพื่อนคนไทย ประสบความสุขสวัสดี อวยพรแปลว่าให้สิ่งที่ประเสริฐที่สุด สิ่งที่ประเสริฐ ที่สุดคงจะมีความหลากหลายไปตามความหลากหลายของใจของแต่ละคน สิ่งที่ประเสริฐที่สุดในความหมายหนึ่ง คือ การเข้าถึงความจริง มนุษย์เมื่อเข้าถึงความจริงจะประสบอิสรภาพ เกิดความสุขอย่างล้ำ ลึก เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพธรรมชาติทั้งหมด อันเป็น ไปเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ ความสุขปีใหม่ ๙ ผู้ที่ต้องการความสุขอย่างแท้จริง และต้องการการอยู่ร่วมกันอย่าง สันติ จึงควรสนใจการเข้าถึงความจริง เพื่อความเข้าใจง่าย จะขออธิบายว่า จิตมี ๒ ประเภท และธรรมชาติ มี ๒ ประเภท (ดูรูป) คือ <figure> The image displays a diagram illustrating the two types of consciousness and their characteristics. On the left, labeled "จิตสงบ" (calm mind), there is a central symbol resembling a cluster of neurons or an abstract brain-like structure, surrounded by dashed lines forming a sphere. This represents a state of calm consciousness. On the right, labeled "ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง" (unmodified nature), there are dashed lines forming a sphere, with the central symbol being an abstract "X" shape. This represents an unmodified natural state of consciousness. In the middle, between these two states, labeled "จิตปรุงแต่ง" (modified mind), there are dashed lines forming a sphere, with the central symbol being an abstract "X" shape. Below this sphere, another dashed line extends to the right, labeled "ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง" (modified nature). The diagram visually represents the different levels of consciousness and their distinct characteristics. </figure> ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง กับ ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง คือ ธรรมชาติที่เรารับรู้ตามปรกติวิสัย เป็น ต้นไม้ เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นก้อน เป็นแท่ง เป็นขาว เป็นดำ เป็นบวก เป็นลบ หรือแยกเป็นส่วน ๆ เป็นสภาวะชั่วคราว มีเกิด มีตาย ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง คือ ความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติ ทั้งหมด ใหญ่โต กว้างขวาง ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นนิรันดร สงบ เพราะไม่ปรุง แต่ง ไม่มีเกิด ไม่มีตาย ประเวศ วะลี ๑๐ จิตตามปรกติเป็นจิตที่ปรุงแต่งและรับรู้ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง หรือ เพราะจิตที่ปรุงแต่งนั่นแหละจึงเกิดธรรมชาติที่ปรุงแต่งอย่างนั้น ๆ จิตที่ กิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ จึงมาปรุงแต่งความคิดและรับรู้สิ่งต่าง ๆ ไป ตามความคิดที่ปรุงแต่ง จิตที่ปรุงแต่งด้วยกิเลสเป็นจิตที่เล็กและคับแคบ เพราะเอาตัวกู ของ กูเป็นตัวตั้ง เมื่อคับแคบจึงบีบคั้น ขาดอิสรภาพ ก่อความทุกข์ให้ตัวเองและผู้ อื่น แต่จิตที่สงบสามารถรับรู้ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง หรือเรียกว่าความจริง ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง หรือความจริงนี้มีขนาดใหญ่ ไร้ขอบเขต จิตที่สงบเข้าถึงความจริงที่มีขนาดใหญ่ จิตจึงใหญ่ หลุดพ้นจาก ความบีบคั้นของตัวกูของกูอันคับแคบ เมื่อหลุดพ้นจากความคับแคบจึง เป็นอิสระ อิสรภาพคือความสุขอันล้ำลึก หรือความสุขอันเป็นทิพย์ และ เพราะ มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับทั้งหมด จึงเกิดความรักอันไพศาลต่อ มนุษย์และสรรพธรรมชาติทั้งมวล คำว่าโลกุตตระ แปลว่าเหนือโลก แต่ไม่ได้หมายความว่านอกโลก โลกหมายถึงโลกแห่งเนื้อหนังมังสาหรือโลกแห่งการปรุงแต่ง การอยู่ เหนือโลกสามารถเกิดได้ในชีวิตประจำวันนี่เอง เราสามารถทำให้โลกุตตรโอสถเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ช่วย เยียวยาชีวิตของเราได้ จากการเข้าถึงความจริง **ถ้าเราเข้าใจจิต ๒ ประเภท (จิตสงบ - จิตปรุงแต่ง) และธรรมชาติ ๒ ประเภท (ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง - ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง) ดังกล่าวข้างต้น เราจะมีทักษะในการเข้าถึงความจริงได้ด้วยพหุวิธี อย่างรื่นรมย์หรือแม้แต่ สนุกสนาน เราอาจเข้าถึงความจริงได้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น** ความสุขปีใหม่ ๑๑ # ๑. การสัมผัสกับธรรมชาติ เมื่อมนุษย์สัมผัสกับธรรมชาติ เช่น ป่าเขา ทะเล ท้องฟ้า แล้วเกิด ความสุขสงบ เพราะธรรมชาติกว้างใหญ่ทำให้ลืมนึกถึงตัวเอง เมื่อนึกถึงตัว เองก็บีบคั้น หัดเอาใจไว้กับธรรมชาติเสมอ ๆ จิตจะสงบ แท้ที่จริงเราสัมผัสกับธรรมชาติตลอดเวลา แต่เราไม่ระลึกรู้ เพราะ ไปอยู่แต่ในความคิด (ปรุงแต่ง) ควรหัดให้ระลึกรู้ถึงธรรมชาติรอบตัวและในตัวบ่อย ๆ ก็จะเข้าถึง ความจริงได้ง่ายขึ้น ๆ มีความเบาสบาย เป็นอิสระ และมีความสุขมากขึ้น ๆ การปลีกวิเวก (retreat) จะไปอยู่ในป่าคนเดียวหรือในทะเลทราย คนเดียว ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้จิตสงบและสัมผัสกับความจริงตามธรรมชาติ # ๒. ทำความรู้จักจิตที่ไม่ปรุงแต่งบ่อย ๆ จนคุ้นเคย เราจะคุ้นเคยอยู่กับจิตที่รับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จิตที่รู้สึกสุข ทุกข์ ชอบไม่ชอบ และจิตที่คิดปรุงแต่งไปตามนั้น เช่น เกลียด โกรธ อยาก ได้ อยากหนี ที่เรียกว่าอยากเป็นอยากเอา แล้วก็วุ่นวาย ฟุ้งซ่าน บีบคั้น แล้วไปก่อกรรมตามจิตที่รู้สึกและคิดปรุงแต่งขึ้นมา ตามปรกติ จิตจะเข้าไปวุ่นวายอยู่กับการรับรู้ รู้สึก คิด และทำโดย ไม่รู้สึกตัวเอง แต่เรายังมีจิตอีกประเภทหนึ่ง เป็นจิตที่รู้เฉย ๆ ทดลองดูได้ เหมือน เป็นอีกคนหนึ่งแยกมาดูหรือรู้ตัวเอง มาดูกายดูจิตของตัวเอง โดยดูเฉย ๆ ไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย เห็นกายเดิน นั่ง ยืน สัมผัส เย็นร้อนอ่อนแข็ง หรือเจ็บ สามารถเห็นความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง จิตนี้จะเป็นจิตที่สงบ เพียงแต่ดูหรือรู้กายรู้จิตของตัวเองอยู่เฉย ๆ ประเวศ วะสี ๑๒ พระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่นเรียกว่า "ผู้รู้" เมื่อจิตส่วนที่ไม่ปรุงแต่งหรือผู้รัตามรู้กายรู้จิต จะเกิดความสงบ เมื่อสังบก็ไปสัมผัสธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง หรือเข้าถึงความจริง ฝึกให้คุ้นเคยกับจิตที่ไม่ปรุงแต่งหรือผู้รู้ที่ตามรู้กายรู้จิตไว้เนือง ๆ จะเกิดทักษะที่เข้าถึงความจริงได้ง่ายขึ้นบ่อยขึ้น แท้ที่จริง การระลึกรู้กายรู้จิตที่ว่านี้ คือ สติ นั่นเอง ฝึกเจริญสติบ่อย ๆ จิตจะสงบ เข้าถึงความจริง เป็นสุขออย่างยิ่ง ## ๓. ไม่ว่าจะทำอะไร ๆ ก็โยงเข้ามาสู่ การพิจารณาจิตของตัวเองเสมอ เช่น การออกกำลัง การทำงาน การทำงานศิลปะ การสร้างความเป็นชุมชน การเรียนรู้ ฯลฯ การโยงมาสู่การพิจารณาจิตของตัวเองจะเกิดปัญญา เรียกว่า จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) จิตตปัญญาศึกษาควรเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ และสำหรับคนทั่วไป ปรกติเราทำอะไร ๆ ก็เป็นแต่เพียงเรื่องภายนอกตัว ไม่เชื่อมโยงกับการรู้จิตของตัวเอง จึงไม่เกิดปัญญา เข้าไม่ถึงความจริง อยู่ในความทุกข์ความบีบคั้นชั่วกาลนาน มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มทำหลักสูตรจิตตปัญญาศึกษา หวังว่าในอนาคต จิตตปัญญาศึกษาจะเป็นปรกติธรรมดาทั่วไป ## ๔. สุนทรียสนทนา การทะเลาะด่าทอกัน การพูดสวนกันไปมา การพูดเปรี้ยงทำเปรี้ยง ความสุขปีใหม่ ๑๓ เป็นเรื่องที่ตื้นเขิน เมื่อตื้นเขินก็แยกส่วน เป็นเขาเป็นเรา เป็นดำเป็น ขาว เป็นบวกเป็นลบ เกิดความขัดแย้งและรุนแรง สุนทรียสนทนาเน้นการฟังอย่างสงบหรือฟังอย่างลึก (deep listen- ing) เมื่อสงบและลึก ก็สัมผัสความจริงได้ ทำให้เกิดปัญญา จะคิด จะ พูด จะทำ ก็ผ่านสภาวะทางปัญญามาแล้ว จึงตรงต่อความจริง และเกิด อรรถประโยชน์มากกว่าการคิด การพูด การทำอย่างตื้น ๆ สุนทรียสนทนากำลังได้รับการนำมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทำให้ จิตสงบและประสบอิสรภาพได้ ## ๕. การอ่านหนังสือธรรมะบ่อยๆ โดยเฉพาะหนังสือธรรมะที่พาเราเข้าถึงธรรม เมื่ออ่านบ่อย ๆ ก็ ทำให้เข้าใจมากขึ้น จิตสงบมากขึ้น และเข้าถึงธรรมหรือธรรมชาติอันไม่ปรุง แต่งมากขึ้น มีอิสรภาพและความสุขมากขึ้น ## ๖. การสวดมนต์และการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า การสวดมนต์ให้ยาว ๆ นาน ๆ ทำให้จิตสงบ เมื่อจิตสงบก็สัมผัส ความจริงตามธรรมชาติได้ พระผู้เป็นเจ้าคือธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด การเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า ทำให้จิตใหญ่ เป็นอิสระจากความบีบคั้นของความคับแคบในตัวกูของกู แต่ต้องไม่เข้าใจพระเจ้าแบบจิตเล็กว่า เป็นพระเจ้าของเราเท่านั้น ไม่ใช่ของ คนอื่น พระเจ้าต้องเป็นของทุกคนและสรรพธรรมชาติทั้งหมด ประเวศ วะลี ๑๔ # ๗. ฝึกเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งเป็นเนืองนิจ ตามปรกติเราเห็นแบบแยกส่วนเป็นก้อนเป็นแท่ง แยกกันอยู่เป็น ส่วน ๆ ซึ่งไม่จริง เพราะความจริงคือสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยง ไม่มีอะไรอยู่ โดด ๆ ด้วยตัวของตัวเอง ควรฝึกให้เห็นความเชื่อมโยงของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา หรือในตัว เรา หรือกับตัวเรา เช่น เรากินข้าว กินน้ำ สวมเสื้อผ้า ก็ไม่เห็นเพียงเป็นข้าว เป็นน้ำ เป็นเสื้อผ้า อย่างโดด ๆ ข้าวย่อมสัมพันธ์กับสรรพสิ่งมากมาย เช่น กับพลังงานจากแสง อาทิตย์ กับออกซิเจนในอากาศ กับดิน กับน้ำ กับชาวนาผู้ไถ หว่าน เกี่ยว คนสีข้าว คนขายข้าว คนหุงข้าว ... ข้าวไม่ได้อยู่โดดๆ น้ำก็ไม่ใช่เห็นสั้นเพียงก๊อกน้ำ แต่สัมพันธ์กับสรรพสิ่งรวมทั้งคนที่ ต้นน้ำลำธาร ... เสื้อผ้าที่เราใส่ก็สัมพันธ์อยู่กับคนปลูกฝ้าย คนทำด้าย คนทอ ผ้า คนขายผ้า คนตัดเสื้อผ้า ... เราไม่สามารถดำรงอยู่โดด ๆ แต่ต้องพึ่งพาอาศัยสิ่งอื่นและคนอื่น ถ้าเราเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง เราจะมีความกตัญญูใน หัวใจ อันเป็นจิตใจที่ไม่แข็งกระด้าง ไม่หยาบคาย แต่เป็นจิตใจที่เข้าถึง ความจริงได้ ความจริงคือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยของสรรพสิ่ง ที่เรียก ว่า อิทัปปัจจยตา ไม่มีตัวตนในตัวของตัวเอง การเข้าถึงกระแสของอิทัปปัจจยตา คือการเข้าถึงความจริง เหล่านี้เป็นต้น ความสุขปีใหม่ ๑๕ การเข้าถึงความจริงยังมีวิธีการอันหลากหลายและพิสดารมากกว่านี้ หากเราสนใจแสวงหา ศึกษา และปฏิบัติเนือง ๆ เราก็จะสามารถเข้าถึงความจริงได้ง่ายขึ้น บ่อยขึ้น และดีขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ ขออวยพรให้เพื่อนคนไทยพบความสุขและอิสรภาพกันให้มากที่สุด เพื่อสามารถฝ่าความเสียดทานของความซับซ้อนของสังคมปัจจุบันได้ ประเวศ วะลี ๑๖ # ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "สังคมนุภาพ" เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๐ อันเป็นกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๖ ผมขออวยพรให้เพื่อนคนไทยทุกคนประสบความสุขสวัสดี อะไรเป็นความดีงาม เป็นมงคล เป็นขวัญ เป็นศรี ขอให้สิ่งดี ๆ เหล่านั้นจงอุบัติแก่ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน อวย แปลว่าให้ พร คือ วะหรือสิ่งที่ประเสริฐอะไรที่เป็นสิ่งที่ประเสริฐท่านพึงให้แก่กันและกัน การให้หรือการมีน้ำใจเพื่อเพื่อนมนุษย์จะทำให้ท่านมีความสุข มีความภูมิใจในตัวเอง มีความปิติ มีความรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรี มีความกล้าหาญ เราถูกสอนมาว่าทำอะไรต้องเอาความรู้ เป็นตัวตั้งเสียจนเคยชิน ความรู้มีความสำคัญ แต่ถ้าเอาความรู้เป็นตัวตั้ง เราจะมีความ ความสุขปีใหม่ ๑๗ กลัว ไม่มั่นใจ กลัวเราจะไม่รู้จริง กลัวคนอื่นจะรู้ดีกว่าเรา ต้องเอาใจเป็น ตัวตั้งจึงจะพบความสุข การมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์จะทำให้เกิดความกล้าหาญไม่กลัว อะไร การที่มีน้ำใจต่อคนอื่นทำให้รู้สึกมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพที่จะ ทำอะไรได้ ๆ ความรู้สึกว่าตัวเองมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่ง ความเป็นคน มีศักยภาพที่จะทำอะไรดี ๆ จะทำให้มีสุข ภาวะอย่างยิ่ง มีความปิติและความสุขซึมซ่านทั้งเนื้อทั้งตัว เป็นความสุขที่แท้จริง อันไม่เกี่ยวกับเงิน ตำแหน่ง หรือยศฐาน บรรดาศักดิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น การมีเงิน มีตำแหน่ง มียศฐานบรรดาศักดิ์ ไม่อาจมีกับคนทุกคน และ ไม่แน่ว่าจะอวยให้เกิดความสุขที่แท้จริงได้ แต่ความรู้สึกมีศักดิ์ศรีและมี คุณค่าแห่งความเป็นคน สามารถเกิดขึ้นกับคนทุกคน และทำให้เกิดความ สุขอันประณีตลุ่มลึก อันเป็นความสุขที่แท้จริง อันที่จริงมนุษย์มีศักยภาพมากที่จะเข้าถึงความจริง ความดี และ ความงาม ซึ่งจะทำให้มีความสุขและการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ แต่มนุษย์ก็ถูกจำกัดศักยภาพเป็นอย่างมาก ประดุจถูกจองจำไว้ ในคุกที่มองไม่เห็น สิ่งที่มาจำกัดศักยภาพของมนุษย์คือ จิตสำนึกและ ความสัมพันธ์ในสังคม จิตสำนึกที่เล็กและความสัมพันธ์ทางดิ่ง เป็น พันธนาการที่จองจำมนุษย์ไว้ไม่ให้มีศักยภาพ เราถูกกักขังอยู่ในจิตสำนึกและทรรศนะอันดับแคบ อะไรที่คับแคบ ก็จะบีบคั้น การบีบคั้นคือความทุกข์ การหลุดพ้นจากความบีบคั้นคือ อิสรภาพ คือความสุข ประเวศ วะลี ๑๘ ความสุขคือความเป็นอิสระหลุดพ้นจากความบีบคั้น ความคับ แคบคือความไม่จริง ความจริงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล สรรพสิ่งทั้งหมดเชื่อม โยงเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะจิตเล็กมนุษย์จึงไม่เข้าถึงความจริงที่ใหญ่ ทำให้ เห็นและคิดแบบแยกส่วน ทำให้บีบคั้น ขัดแย้ง และรุนแรง ถ้าต้องการความสุขต้องมีจิตใหญ่ หรือจิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) ที่เข้าถึงความจริง เห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งไปสู่ ความเป็นทั้งหมด หรือความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด ถ้าเข้าถึงความจริงก็จะประสบความงาม และเกิดความรักอันไพศาล ต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพธรรมชาติทั้งหมด อันเป็นไปเพื่อความสุขและ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โครงสร้างทางสังคมกำหนดพฤติกรรมทางสังคม สัมพันธภาพทางดิ่งระหว่างผู้มีอำนาจที่อยู่ข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจ ที่อยู่ข้างล่าง เป็นโครงสร้างที่บีบคั้น ทำให้เกิดความทุกข์ มีการเรียนรู้น้อย และพฤติกรรมเบี่ยงเบนต่าง ๆ เช่น การเฉื่อยงาน การซ่อนข้อมูล การนินทา ว่าร้าย การออกใบปลิว การลอบแทงข้างหลัง ในองค์กรทั้ง ๕ ประเภทล้วนมีสัมพันธภาพทางดิ่ง คือ การเมือง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ และศาสนา คนทั้งหมดจึงตกอยู่ในสภาพถูกจองจำในโครงสร้างทางดิ่งขององค์กร สังคมใดที่มีสัมพันธภาพทางดิ่ง เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ ดี และศีลธรรมจะไม่ดี และจะไม่มีทางดี ตราบใดถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยน สัมพันธภาพที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน และสามารถรวมตัวร่วมคิดร่วม ทำอย่างกว้างขวาง ที่เรียกว่ามีความเป็นประชาสังคม (Civil Society) คนไทยจะมีความสุขและมีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ ก็ต่อเมื่อเข้าใจ ความสุขปีใหม่ ๑๙ และจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ ๓ ประเภทได้อย่างถูกต้อง **อำนาจ** **๓ ประเภท คือ** **๑. อำนาจรัฐหรือพลานุภาพ** อำนาจรัฐอันมีมาแต่เดิม เป็นอำนาจที่ติดอาวุธ คือมีกองทัพและ ตำรวจ จึงถือเป็นอำนาจที่ใช้พละกำลัง หรือพลานุภาพ **๒. อำนาจเงินหรือธนานุภาพ** ในระบบทุนนิยม เงินมีขนาดใหญ่และมีอำนาจมาก เรียกว่าเป็นธนา- นุภาพ ตามปรกติธนานุภาพก็จะพยายามมาใช้อำนาจรัฐให้เป็นประโยชน์ แก่ตน แต่บางครั้งก็จะใช้เงินเข้ามายึดอำนาจทางการเมืองเสียเลย เช่น รัฐบาล ทักษิณ เมื่ออำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้ามารวมกันจะทำให้อำนาจในสังคมเสีย ดุลอย่างรุนแรง อะไรที่เสียดุลยภาพอย่างรุนแรงก็จะวิกฤต ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงินล้วนเป็นอำนาจทางดิ่ง (ดูรูป) อำนาจทาง ดิ่งอาจจะใช้แก้ปัญหาในครั้งโบราณได้ เช่น การเก็บภาษี การควบคุม คน และการต่อสู้กับการรุกรานจากภายนอก แต่ปัจจุบันสังคมมีความซับซ้อนและมีปัญหาเชิงโครงสร้างมาก หมาย เช่น ความยากจน ความอยุติธรรมในสังคม การรุกรานทางเศรษฐกิจจาก ภายนอก อำนาจทางดิ่งแก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ ดังที่รัฐบาลทักษิณมีอำนาจ มาก แต่แก้ปัญหาหลัก ๆ ในสังคมไม่ได้เลย เป็นต้น **๓. อำนาจทางสังคม (สังคมานุภาพ)** อำนาจทางสังคมเป็นอำนาจทางราบอันเกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วม ประเวศ วะสี ๒๐ ๒. อำนาจเงิน (ธนานุภาพ) ๑. อำนาจรัฐ (พลานุภาพ) ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ความซับซ้อน การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ๓. อำนาจสังคม (สังคมานุภาพ) ทำด้วยความเสมอภาค มีการเรียนรู้หรืออำนาจทางปัญญา มีอำนาจของ ความถูกต้องหรือธัมมานุภาพ ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น การ อนุรักษ์วัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่า ความเป็นคนของคนทุกคน ใช้สันติวิธีและแนวทางมัชฌิมาปฏิปทา **สังคมานุภาพ** มาจากคำว่า สังคม + อนุภาพ เพื่อให้ล้อกับพลานุ- ภาพหรืออำนาจของการใช้พละกำลัง และ**ธนานุภาพ** หรืออำนาจของการใช้ เงิน สังคมานุภาพ คือ ประชาธิปไตยที่แท้จริง + ปัญญานุภาพ + ธัมมา- นุภาพ ด้วยประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือสังคมานุภาพ (+ ปัญญานุภาพ + ธัมมานุภาพ) เท่านั้น สังคมจึงจะมีพลังพอที่จะฝ่าฟันความซับซ้อนของ สังคมปัจจุบันไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขได้ สังคมานุภาพไม่ควรคิดทำลายอำนาจรัฐและอำนาจเงิน แต่ดึงเข้ามา ทำงานร่วมกัน ความสุขปีใหม่ ๒๑ อำนาจรัฐและอำนาจเงินก็ควรส่งเสริมความเติบโตของอำนาจทาง สังคม เพราะจะทำให้เกิดดุลยภาพของอำนาจทั้งสามในสังคม ต่อเมื่อมี ดุลยภาพของอำนาจในสังคม สังคมจึงจะมีความเป็นปรกติและยั่งยืน ปี ๒๕๕๐ คงจะมีความผันผวนทางการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคมมาก ขอให้เพื่อนคนไทยตั้งสติให้ดี พยายามทำความเข้าใจเรื่อง จิตสำนึกใหม่ และ "สังคมานุภาพ" พลังของจิตสำนึกใหม่ และพลังของ "สังคมานุภาพ" อันมหาศาลเท่านั้นที่จะพาเราออกจากวิกฤตการณ์แห่งยุคสมัย ขอให้เพื่อนคนไทยมีความสุขสวัสดี ๒๒ ประเวศ วะลี ร่วม สรรค์สร้าง สังคมสันติสุข อย่างยั่งยืน ด้วยฐาน คุณธรรม จริยธรรม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ๖๙/๑๖-๑๗ อาคารวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๖๔๔ ๙๙๐๐ โทรสาร ๐ ๒๖๔๔ ๔๙๐๑ Website : http://www.moralcenter.or.th ความสุขปีใหม่ ๒๓ มนุษย์เมื่อเข้าถึงความจริงจะประสบ อิสรภาพ เกิดความสุขอย่างลำลึก เกิดความ รักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพ ธรรมชาติทั้งหมด อันเป็นไปเพื่อการอยู่ ร่วมกันด้วยสันติ ทั้งระหว่างมนุษย์กับ มนุษย์และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ มนุษย์ขาดศักยภาพที่จะสร้างสังคม เป็นสุข เพราะถูกจองจำอยู่ในคุกที่มองไม่ เห็น (the Invisible Prison) ... เนื่องจากคุก นี้เป็นคุกที่มองไม่เห็น เราจึงไม่รู้ว่าเรา ติดคุก เมื่อไม่รู้ว่าติดคุกก็ไม่มีทางออก จากคุก และถูกคุกบีบคั้นโดยไม่รู้ตัว คนไทยจะมีความสุขและมีการอยู่ร่วม กันอย่างสันติได้ ก็ต่อเมื่อเข้าใจและจัดความ สัมพันธ์ระหว่างอำนาจ ๓ ประเภทได้ อย่างถูกต้อง อำนาจ ๓ ประเภทคือ อำนาจรัฐ หรือพลานุภาพ อำนาจเงินหรือธนานุภาพ และอำนาจทางสังคม (สังคมานุภาพ)

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

จิตใจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 January 2007

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
18% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
18% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
17% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ความสุข

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

จิตใจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 January 2007

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้