auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประกอบการร่างรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงประเด็นเดียวคือ ระบบการเมืองที่เลิกการกินรวบ ซึ่งประชาธิปไตยพหุอำนาจหรือเลิกการกินรวบ ผู้เขียนได้อธิบายประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ 1) คณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหาแห่งชาติ 2) คณะกรรมการอิสระเพื่อการประเมินแห่งชาติ 3) ความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างระบบราชการกับระบบการเมือง 4) องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระ 5) ประชาธิปไตยชุมชน (Community Democracy) 6) ประชาธิปไตยท้องถิ่น (Local Democracy) 7) ความเป็นประชาสังคมจะทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดีและศีลธรรมดี 8) การเมืองภาคประชาชน (Popular Democracy) และ 9) กองทุนส่งเสริมประชาสังคมและการเมืองภาคประชาชน
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
ประกอบการรางรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยพหุอาํ นาจ ประเวศ วะสี ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ -๑- ไปใหพน ระบบการเมืองแบบกินรวบ ในการรางรัฐธรรมนูญขึ้นใหมคราวนี้ คนไทยควรจะมีสวนรวมอยางกวางขวาง และตองไปใหพน ระบบการเมืองอันเลวรายที่ทําใหบานเมืองติดขัด บอบช้ํา ขัดแยง และรุนแรงมากขึ้นๆ จนอาจถึงขั้นนอง เลือดและเกิดมิคสัญญี ระบบการเมืองอันเลวร ายเกิ ดจากความเชื่ อและการปฏิ บัติ ผิดๆ ที่ ทางพระเรี ยกว า “สีลั พพต- ปรามาส” สีลพั พตปรามาสนําไปสูวกิ ฤตและความรุนแรง ความเชื่อและปฏิบัติที่ผิดๆ นัน้ คือ (๑) ความเชื่อวาประชาธิปไตยมีแตการเลือกตั้งเทานั้น (๒) เชื่อวาประชาธิปไตยมีแตประชาธิปไตยระดับชาติเทานั้น ไมมีประชาธิปไตยชุมชนทองถิ่น (Local Democracy) (๓) ลดทอนการเมืองเหลือเพียง “ทําอยางไรก็ไดใหชนะเลือกตั้งแลวกินรวบ” คือเอาอํานาจ ไปหมดเลย แบบที่เขาเรียกวา Winner takes all ระบบที่วาทําอยางไรก็ไดใหชนะเลือกตั้งแลวเอาอํานาจไปหมดเลย มันงายเกินไปและยั่วยวนให คนทําชั่ว ที่วางายเกินคือไมตองพิสูจนตัวเองวามีความดีหรือความสามารถอะไร เพียงแตมีเงินมากๆ แลวไปทําทุกรูปแบบใหชนะเลือกตั้งแลวกินรวบ เมื่อกินรวบก็ไมตองใชความดีความสามารถอะไร แตใช อํานาจครอบงําระบบทั้งหมด แลวทําชั่วไดตามอําเภอใจ จึงเกิดความเนาหนอนชอนไชเต็มบานเต็มเมือง ที่วากินรวบหรือเอาอํานาจไปหมดเลยเพราะระบบอํานาจรัฐหรือระบบราชการเปนอํานาจรวม ศูนยครอบงําไปทั้งประเทศ การเลือกตั้งจึงเปนเพียงพิธีกรรม ๒-๓ นาที ผูชนะเลือกตั้งเอาอํานาจรัฐไป หมดเลย แต เมื่ออํานาจรั ฐเปนอํานาจเผด็จการ ประชาธิ ปไตยก็เลยเปนประชาธิปไตยทางดิ่ง หรือ ประชาธิปไตยเผด็จการ ไมใชประชาธิปไตยที่แทจริง และเนื่องจากมีการทุมทุนเขามายึดอํานาจการเมือง บางคนจึงเรียกวาเปน “ธนาธิปไตย” หรือธนกิจการเมือง เมื่อระบบการเมืองมันงายๆ เพียงแตใหชนะเลือกตั้ง จึงเกิดมี “นักเลือกตั้ง” ซึ่งบางคนเรียกวา “แกงเลือกตั้ง” ซึ่งความจริงแลวไมใชนักการเมือง เพราะนักการเมืองคือผูที่ตั้งใจจะทนุบํารุงประเทศ แตนักเลือกตั้งตองการชนะเลือกตั้งแลวเสวยอํานาจ ที่จริงก็มีนักเลือกตั้งอยูประมาณ ๒-๓ พันคน เทานั้น บางคนก็เปนคนดี แตสวนใหญมีความสุจริตนอย มีความสามารถนอย เมื่อชนะเลือกตั้งแลวเอา อํานาจไปหมดก็ทํางานไมไดผล แตทุจริตคอรรัปชั่นมาก บานเมืองก็ติดขัด แลวก็เกิดปฏิวัติรัฐประหาร ซ้าํ ซากกันอยูอยางนี้ พูดไปแลวเปน “ระบบการเมืองที่มัดตราสังประเทศไทยใหเสือสิงหกระทิงแรดอีแรงลง กิน” คือเรามัดบุคคล องคกร สถาบันตางๆ ใหทําอะไรไมได มีแตนักเลือกตั้งที่เปนประดุจเสือสิงห กระทิงแรดอีแรงเทานั้นที่ทําการอยูได (ตองขอประทานโทษนักการเมืองที่ดีๆ ดวยครับ) ในการออกแบบระบบการเมืองใหมคราวนี้ นอกเหนือไปจากการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจําเปนตองมี เราจะตองเปดพื้นที่ทางการเมือง เปดพื้นที่ทางสังคม เปดพื้นที่ทางปญญา เปดพื้นที่ทางความดี หรือทางคุณภาพอยางกวางขวาง ใหออกไปจากระบบการเมืองแบบกินรวบ ที่มแี ตเสือสิงหกระทิงแรดอีแรงเปนสวนใหญ -๒- ในการที่จะมีการรางรัฐธรรมนูญขึ้นใหม คนไทยทั้งประเทศควรจะมีสวนรวมคิดรวมทํา ขอให สงเสริมการระดมความคิด และรับฟงความคิดเห็นกันทั้งประเทศ ถือเปนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยไป ในตัว ประเด็นตางๆ มีมากมาย ซึ่งคงจะตองรวมถึงการหาทางตัดความเกี่ยวโยงระหวางธนกิจกับ การเมื อ งให ไ ด และป อ งกั น ปราบปรามคอร รั ป ชั่ น ให ไ ด อ ย า งจริ ง จั ง โดยมี ร ะบบและกระบวนการ ตรวจสอบที่เปนอิสระ มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีบทลงโทษที่รุนแรง ในที่นี้จะกลาวถึงประเด็นเดียว คือ ระบบการเมืองที่เลิกการกินรวบ ประชาธิปไตยพหุอํานาจ (เลิกการกินรวบ) ระบบใดๆ ก็ตามถามีเสนทางเดี่ยว (single pathway) ถาเสนทางนั้นตีบตันระบบนั้นจะตาย ระบบรางกายของเราซึ่งเปนระบบที่ดีที่สุด ไมวา ตับปอดหัวใจ หรืออวัยวะใดๆ จะไมใชเสนทางเดี่ยวเปน อันขาดเพราะจะตายไดงาย แตจะใชหลายเสนทางเปนพหุบท (multiple pathways) เสมอ ถาเสนทาง หนึ่งอุดตันก็ยงั มีเสนทางอื่นมาชวยใหระบบอยูได ระบบการเมืองของเราเปนเสนทางสายเดี่ยว คือ การเลือกตั้งแลวก็กนิ รวบหมดดังกลาวแลว เมื่อเสนทางนั้นอุดตัน คือมีการใชเงินกันมาก ก็อักเสบกันไปทั้งระบบ ในเมื่ อ การเลื อ กตั้ ง ก็ ต อ งมี ไม มี ไ ม ไ ด และก็ ยั ง ไม ส ามารถขจั ด อิ ท ธิ พ ลของเงิ น ออกไปได การเมืองเรื่องเลือกตั้งจึงเปนการเมืองที่ไมบริสุทธิ์และขาดคุณภาพ ถาประชาธิปไตยจะมีแตการเลือกตั้งอยางเดียว เราก็จะวนเวียนอยูในวงจรอุบาทว จึงควรที่จะ คิดถึงประชาธิปไตยพหุอํานาจ คือมีการแตกตัวของอํานาจไปหลายอยางและหลายระดับ จริงๆ แลว ประชาธิปไตยควรเปนประชาธิปไตยพหุอํานาจ ไมใชอํานาจเดี่ยว ประชาธิปไตยพหุอํานาจหรือเลิกการกินรวบ อาจนึกถึงประเด็นตางๆ ดังตอไปนี้ ๑. คณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหาแหงชาติ เพื่อใหการสรรหาบุคคลไปดํารงตําแหนงที่สําคัญตางๆ เชน กรรมการในองคกรอิสระ ผูวา ราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง เปนไปอยางมีคุณภาพ ควรมีคณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหา แหงชาติ ซึ่งประกอบดวยบุคคลที่นาเชื่อถือ โดยไดมาจากการเสนอชื่อขององคกรที่เปนอิสระ เชน ศาล มหาวิทยาลัย องคกรวิชาชีพสื่อ ใหมีจํานวนสองเทาของจํานวนที่ตองการ แลวใหวุฒิสภาหรือรัฐสภา ออกเสียงลงคะแนนเลือก ไมวา สภาจะลงคะแนนเลือกอยางไรๆ ก็ควรไดคนที่มีคุณภาพทั้งสิ้น ถาองคกร ที่เสนอชื่อเสนอมาไดดี คณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหาแหงชาติก็จะมีหนาที่สรางคุณภาพใหแก อํานาจทางการเมือง การเมืองไมควรมีแตอํานาจเทานั้น แตตองมีความดีหรือคุณภาพดวย -๓- ๒. คณะกรรมการอิสระเพื่อการประเมินแหงชาติ องคกรของรัฐทุกชนิดควรไดรับการประเมินที่เ ชื่อถื อได ถาองคกรที่ประเมินอยูภายใตฝาย บริ ห าร ก็ จ ะประเมิ น ได ไ ม จ ริ ง จั ง หรื อ อาจถู ก ใช เ ป น เครื่ อ งมื อ กลั่ น แกล ง ผู ที่ รั ฐ บาลคิ ด ว า เป น ศั ต รู คณะกรรมการอิสระเพื่อการประเมินแหงชาติมีที่มาทํานองเดียวกับคณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหา แหงชาติ หากองคกรของรัฐทุกชนิดไดรับการประเมินโดยองคกรอิสระที่เชื่อถือได บานเมืองจะดีขึ้น เยอะ อนึ่ง พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดขาดความเปนประชาธิปไตยภายในพรรค เพราะมีนายทุนเปน เจาของพรรค ถารัฐธรรมนูญบัญญัติใหมีประชาธิปไตยภายในพรรค พรรคการเมืองก็ตองไดรับการ ตรวจสอบดวยทั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการประเมิน แหงชาติ พรรคใดไมมีระบบประชาธิปไตยในพรรคควรถูกยุบ พรรคการเมืองไมใชบริษัทคาขายสวนตัว ของใครคนใดคนหนึ่งที่ลงทุนเพื่อจะไปแสวงกําไร แตเปนสถาบันสาธารณะที่มคี วามสําคัญของชาติ ๓. ความสัมพันธใหมระหวางระบบราชการกับระบบการเมือง ในปจจุบันที่อํานาจทางการเมืองครอบงําระบบราชการโดยสิ้นเชิง ทําใหระบบราชการหมด ศักดิ์ศรีและหมดศักยภาพลง เมื่อถูกนักการเมืองบังคับใหคอรรัปชั่นก็ตกในฐานะลําบากมาก จะไม รวมมือเขาก็ยา ย ถารวมมือถึงเวลานักการเมืองหนีเอาตัวรอด ขาราชการก็ตกที่นงั่ รับกรรมไป ควรจะจัดความสัมพันธระหวางระบบราชการและระบบการเมืองใหม เชน (๑) ในการแตงตั้งขาราชการระดับสูง เชน ผูวาราชการจังหวัด อธิบดีและปลัดกระทรวงใหมีการ สรรหาโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหาแหงชาติดงั กลาวขางตน (๒) ใหมีวาระในการดํารงตําแหนงที่แนนอน เชน ๔-๕ ป จะไดไมตองกลัววาจะถูกรัฐมนตรีปลด หรือยายเปนรายวัน (๓) มีการแบงเสนความสัมพันธใหชัดเจนวารัฐมนตรีเปนผูกําหนดนโยบาย ขาราชการเปนผู ปฏิบัติตามนโยบาย รัฐมนตรีตองไมมาลวงลูกในการปฏิบัติ (๔) ฝายการเมืองสามารถปลดยายปลัดกระทรวงไดถาไมสามารถปฏิบัติสนองนโยบายได แต ทั้งนี้ตองผานการประเมินโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการประเมินแหงชาติที่กลาวถึงในขอ ๒ ระบบราชการที่มีอิสระและมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได จะคานการใชอํานาจโดยไมเปน ธรรมของนักการเมืองไปไดมาก การทุจริตคอรรปั ชั่นก็จะทําไดยากขึ้น หมายเหตุ ในสหรัฐอเมริกาการแตงตั้งผูดํารงตําแหนงสําคัญๆ เชน รัฐมนตรี ผูพิพากษาศาลสูง อัคร ราชทูต ตองผานการตรวจตราทางสาธารณะอยางถี่ถวนและไดรับการรับรองจากคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา -๔- ของเราที่ผานมามีการตั้งรัฐมนตรี “ยี้” เยอะ ทําลายขวัญและกําลังใจคนทั้งประเทศ การแตงตั้งรัฐมนตรีของเรา ในระบบการเมืองใหมจะลองบัญญัติใหตองไดรบั การตรวจสอบทางสาธารณะดูบางก็นา จะดี ๔. องคการสื่อสารสาธารณะที่เปนอิสระ ในสมัยปจจุบันการสื่อสารเปนอํานาจที่สําคัญยิ่ง ถามีการสื่อสารที่ทําใหประชาชนรูความจริง อย า งทั่ ว ถึ ง และประชาชนสื่ อ สารถึ ง กั น ได จะเป น การพั ฒ นาประชาธิ ป ไตยอย างก า วกระโดด และ บานเมืองจะมีพลังในการแกปญหาตางๆ ใหลุลวงไปได ทุกวันนี้พื้นที่ในการสื่อสารปดสําหรับประชาชน เพราะถูกอํานาจรัฐและอํานาจเงินครอบงําเกือบจะโดยสิ้นเชิง ควรมีองคการสื่อสารสาธารณะที่เปนอิสระ อิสระจากอํานาจรัฐและไมตองพึ่งพาการโฆษณา โดย มีงบประมาณที่ไดมาอยางแนนอนและมั่นคง เชนจากกองทุน หรือภาษีจากธุรกรรมบางอยาง อยูภายใต การกํากับของคณะกรรมการที่ไดรับการสรรหาจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการสรรหาแหงชาติตามขอ ๑ องคการนี้มีสถานีวิทยุและโทรทัศนของตัวเองที่กระจายเสียงและแพรภาพ ๒๔ ชั่วโมง โดยเปน ขาว ความรู สาระบันเทิง และการนําเรื่องดีๆมาเผยแพร ทั้งนี้ดวยความเปนกลางทางการเมือง อีกทั้งมี เครือขายวิทยุชุมชนที่ครอบคลุมหมดทุกตารางนิ้วของประเทศที่ประชาชนจะสามารถสื่อสารถึงกันและ ตอสาธารณะ วันหนึ่งๆ จะมีการสื่อสารเปนแสนๆ ชิ้น อาจจะเปนการรองเรียนเรื่องเจาหนาที่ของรัฐ เลา ประสบการณ แลกเปลี่ ย นเรื่ อ งการทํ า มาหากิ น หรื อ ความคิ ด อ า นต า งๆ การเป ด พื้ น ที่ ก ารสื่ อ สาร สาธารณะอยางกวางขวางเชนนี้จะทําใหประเทศออกจากความมืดไปสูความสวาง ซึง่ จะทําใหความชั่วทํา ไดยาก เพราะความชั่วอาศัยความมืดและกลัวความสวาง สิ่งเลวรายจะลดลง สิ่งดีจะเพิ่มขึ้น การมีการ สื่อสารสาธารณะที่ดีจงึ เปนการปฏิวัติประชาธิปไตยที่จะทําใหสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอยางกาวกระโดด ๕. ประชาธิปไตยชุมชน ( Community Democracy) ไมมีประชาธิปไตยที่ไหนเปนไปไดโดยปราศจากประชาธิปไตยของชุมชนทองถิ่น ตลอดเวลา กวา ๗๐ ป ตั้ ง แต เ ปลี่ ย นแปลงการปกครองเมื่อ ๒๔ มิ ถุ นายน ๒๔๗๕ เราสนใจแตป ระชาธิปไตย ระดับชาติแลวก็ลม ลุกคลุกคลานเรื่อยมา เพราะเราไมคิด “สรางพระเจดียจากยอด” ไมมีพระเจดียองคใด สรางจากยอดไดสําเร็จโดยไม พังลงมาเสียก อน พระเจดียตองสรางจากฐานฉั น ใด ประชาธิ ป ไตยก็ เชนเดียวกัน ฐานของประชาธิปไตยคือประชาธิปไตยชุมชนทองถิ่น ถาประชาธิปไตยชุมชนทองถิ่น เขมแข็งและมีคณ ุ ภาพจะแกปญ หาตางๆ ของประเทศไปไดเกือบหมด และทําใหประชาธิปไตยระดับชาติ มีคณุ ภาพ ในการออกแบบระบบการเมืองใหมคราวนี้ ตองทําความเขาใจและบัญญัติประชาธิปไตยชุมชน ทองถิ่นใหได -๕- ประชาธิปไตยระบบชุมชนเปนประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพที่สุด เพราะชุมชนมีขนาด เล็ก เชน ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน สมาชิกของชุมชนมีความเสมอภาคและมีสวนรวมโดยตรง ผูนําชุมชนไมได อาศัยการเลือกตั้ง แตเปนผูนาํ ตามธรรมชาติที่ผุดบังเกิดขึ้นจากกระบวนการทํางานรวมกัน ถาไมผานกระบวนการทํางานรวมกัน แลวไปเลือกตั้งหรือแตงตั้งก็มักจะไมไดผูนําที่แท อาจจะไดตัวปลอม ผูนําชุมชนเปนผูนําที่แทมากกวาผูนําที่ไดมาจากการเลือกตั้งหรือแตงตั้ง เพราะในการทําการ ใกล ชิ ด กั น จะปรากฏแก ค นทั้ ง หมดว า (๑) ใครเห็ น แก ส ว นรวม (๒) ใครซื่ อ สั ต ย สุ จ ริ ต (๓) ใครที่ มี สติปญญาเฉลียวฉลาด (๔) ใครที่ติดตอสื่อสารและจัดการเกง (๕) ใครที่เปนที่ยอมรับของคนของคน ทั้งหมด ผูนําชุมชนคือคนที่มีคุณสมบัติทั้ง ๕ ประการขางตน จึงมีคุณภาพสูงและทํางานไดคลองตัวและ ราบรื่นเพราะเปนที่ยอมรับของคนทั้งหมด เปนประชาธิปไตยสมานฉันท ไมแตกแยกเหมือนการเมือง เรื่องเลือกตั้ง การเมืองเลือกตั้งไปที่ไหนมีการใชเงินและทําใหแตกแยก ฉะนั้นในชุมชนจึงไมควรใหการ เลื อ กตั้ ง ลงไปทํ า ให ค นแตกแยก ชุ ม ชนมี ข นาดเล็ ก สมาชิ ก สามารถมี ส ว นร ว มได โ ดยตรง เป น ประชาธิปไตยโดยตรง ไมใชประชาธิปไตยตัวแทนซึ่งมีคณ ุ ภาพดอยกวา ชุมชนเขมแข็งเกิดจากการรวมตัวรวมคิดรวมทํา รวมทําวิจัยเรื่องของชุมชนเอง รวมทํา แผนแมบทชุมชน และรวมขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนแมบทชุมชนทําเอง เกิดการพัฒนา อยางบูรณาการทั้งเศรษฐกิจ-จิตใจ-ครอบครัว-สังคม-วัฒนธรรม-สุขภาพ พรอมกันไป ไมมที างที่จะรักษาแผนดินไวไดถาปราศจากความเขมแข็งของชุมชน ชุมชนควรมีสิทธิที่เคยมีมาแตดั้งเดิมบวกสิทธิใหมๆ เชน สิทธิในการทํามาหากิน สิทธิในการ จัดการการใชทรัพยากรอยางเปนธรรมและยั่งยืน สิทธิในการสื่อสารชุมชน สิทธิในการมีระบบการเงิน ชุมชน สิทธิในการจัดการการศึกษาที่เหมาะกับชุมชน เปนตน ระบบเศรษฐกิจชุมชนรวมกันเปนระบบเศรษฐกิจที่ใหญที่สุด กองทุนสัจจะสะสมทรัพยของชุมชนรวมกันจะเปนธนาคารที่ใหญที่สุดและมีการจัดการดีที่สุด เครือขายวิทยุชุมชนที่เชื่อมโยงชุมชนทั้งหมดจะเปนพลังประชาธิปไตยที่ใหญและดีที่สุด มหาวิทยาลัยชีวิตที่เชื่อมโยงการศึกษากับชีวิตจริงของชุมชนจะปฏิรูปการเรียนรูของมนุษยชาติ ที่เอาชีวิตและวิถีชีวิตรวมกันเปนตัวตั้ง เด็กๆ และคนทุกอายุจะไมขาดแคลนการศึกษาอีกตอไป และเปน การศึกษาที่ดีกวาในปจจุบัน ความยุติธรรมชุมชนจะเขามาเปนฐานของระบบความยุติธรรม ซึ่งในปจจุบัน คนยากคนจน คน ชายขอบ คนถูกทอดทิ้ง คนเสียเปรียบ เขาไมถึง ประชาธิปไตยชุมชนจึงเปนฐานของการเมือง สังคม เศรษฐกิจที่ดงี ามขนาดใหญ ควรมีสภาผูนําชุมชน ระดับตําบล จังหวัด และระดับชาติ ทั้งหมดไมอาศัยการเลือกตั้ง แตเปน เวทีติดตามการพัฒนาและเสนอแนะนโยบาย รวมทั้งเสนอการออกกฎหมายเพื่อชุมชนซึ่งตองทําให เสนอไดสะดวก และรัฐสภาตองพิจารณา รัฐธรรมนูญใหมตองบัญญัติประชาธิปไตยชุมชน โดยเขาใจเรื่องชุมชนจริงๆ ผูนําชุมชนทั่ ง ประเทศควรเคลื่อนไหวเรียกรองและยกรางรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับประชาธิปไตยชุมชน -๖- ๖. ประชาธิปไตยทองถิ่น (Local Democracy) ขณะนี้องคกรปกครองสวนทองถิ่น (อปท.)ประกอบไปดวย อบต. เทศบาล และอบจ. รวมทั้ง ประเทศประมาณ ๘,๐๐๐ องคกร แมมีขอวิพากษวิจารณเกี่ยวกับการทํางานของ อปท.ในระยะแรก ความที่ อปท.ใกลชิดกับประชาชนงานขององคกรเหลานี้กําลังดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตางจากราชการและ การเมืองสวนกลาง มีปญหาเกี่ยวกับ อปท. ๒ เรื่อง ใหญๆ คือ หนึ่ง รัฐยังครอบงํา อปท.ทําใหขาดอิสรภาพในการ ตัด สิ น ใจและการทํ า งานไม ค ล อ งตัว สอง อปท. มี ข นาดเล็ ก เกิ น ทํ า ให ข าดพลั ง ทางการเมื อ ง ทาง เศรษฐกิจ ทางสังคม ในการรางรัฐธรรมนูญใหมคราวนี้ตองใหความสนใจประชาธิปไตยทองถิ่นอยาง จริงจัง และควรแกไขปญหา ๒ ประการดังกลาวขางตน โดย หนึ่ง กระจายอํานาจใหองคกรทองถิ่นสามารถตัดสินใจและดําเนินการเองใหมากที่สุดและ สอง ใหจังหวัดใกลเคียงที่มีวัฒนธรรมเหมือนกันรวมตัวรวมตัวเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่น ขนาดใหญ โดยจะเรียกวาเปนเทศาภิบาลหรือมณฑลหรือชื่ออื่นใดที่เหมาะสมกวาก็สุดแลวแต คําวา เทศบาล หมายถึงดูแลพื้นที่ เทศาภิบาล หมายถึงการดูแลพื้นที่ทใี่ หญ กลุมจังหวัดภาคเหนือตอนบนอาจรวมกันเรียกวาเทศาภิบาลหรือมณฑลลานนา มีกลุมอีสานบน อีสานใต อีสานกลาง กลุมปตตานียะลานราธิวาส...กลุมศรีวิชัย กลุมทวาราวดี เปนตน ประมาณ ๑๔-๑๕ กลุม พยายามเขาหาวัฒนธรรมหรืออารยธรรมดั้งเดิม เพราะวัฒนธรรมทองถิ่นมีพลังในการรวมจิตใจ ผูคนเขาดวยกัน ใหเทศาภิบาลหรือมณฑลมีระบบบริหารจัดการทองถิ่นในเรื่องตางๆ ใหสอดคลองกับวัฒนธรรม และความตองการของตนเองทั้งในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การดูแลรักษาสิ่งแวดลอม ความปลอดภัย ซึ่ง หมายรวมถึงระบบการศึกษาที่สอดคลองกับทองถิ่น รวมทั้งมีการสื่อสารคือ โทรทัศนและวิทยุของตนเอง ดวย เมื่ อ ท อ งถิ่ น มี ข นาดใหญ มี ศั ก ดิ์ ศ รี และมี พ ลั ง ทางเศรษฐกิ จ หน ว ยงานต า งๆ เช น สถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลจะไดยินดีไปขึ้นกับทองถิ่น ตํารวจก็ควรไปขึ้นกับทองถิ่น เปนโอกาส ที่จะปรับปรุงระบบตํารวจอยางสรางสรรค ทองถิ่นสามารถจัดระบบความปลอดภัยตั้งแตระบบชุมชน จนถึงเมืองใหญ พิถีพิถันในการคัดเลือกคนเขาเปนตํารวจ โดยตั้งอัตราเงินเดือนสูงกวาขาราชการอื่นใน ระดับเดียวกัน เปนตน ในการมีองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญไมควรไปรื้อโครงสรางของ อปท.เดิม แตให ตัวแทนของ อปท.ทั้งหมดในเทศาภิบาลหรือมณฑลรวมตัวกันเปนสภาทองถิ่นขนาดใหญ และใหสภา ทองถิ่นนี้สรรหาสมุหเทศาภิบาล หรือผูวาการมณฑล หรือในชื่ออื่นใดของประธานบริหารองคกรทองถิ่น ขนาดใหญนี้ การมีประชาธิปไตยทองถิ่นขนาดใหญนจี้ ะชวยใหบานเมืองมีพลังในการแกไขปญหาที่สอดคลอง กับวัฒนธรรมของแตละทองถิ่น ลดภาระของรัฐซึ่งขณะนี้ทําไมไหว ลดความขัดแยงระหวางราชการที่รวม -๗- ศูนยกบั ทองถิ่น ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใตนา จะยุตลิ ง ใครอยากแยกประเทศในเมื่อได ทั้งการพัฒนาที่สอดคลองกับวัฒนธรรม และประโยชนทั้งทางเศรษฐกิจและการปองกันศัตรูจากการอยู รวมกันในพระราชอาณาจักรเดียวกันขนาดใหญ อนึ่ง การมีเขตการปกครองทองถิ่นขนาดใหญจะเปดโอกาสใหมกี ารสรางผูนาํ ทางการเมืองขึ้นมา เปนจํานวนมากที่อาจมีศักยภาพที่จะไปเปนนายกรัฐมนตรีได ที่ผานมาเพราะระบบการเมืองที่คับแคบ เราจึงคอนขางตีบตันในการมองหาผูที่จะมาเปนนายกรัฐมนตรี ในสหรั ฐ อเมริ ก า ประธานาธิ บ ดี จํา นวนมากมาจากผู ที ่ เ คยเป น ผู ว า การรั ฐ มาก อ น เช น คาร เ ตอร เรแกน คลิ น ตั น บุ ช เป น ต น เรื่องประชาธิปไตยทองถิ่นนี้ไดทราบมาวาพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัวไดทรงมี พระราชดําริในเรื่องนี้เปนอยางมากกอนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ ๒๔๗๕ แตหลังจากนั้นไมไดมี การพิจารณาเรื่องนี้อยางจริงจัง คงมีแตประชาธิปไตยระดับชาติซงึ่ ลมลุกคลุกคลานเรื่อยมาดังกลาวแลว เรื่องประชาธิปไตยทองถิ่นนี้เปนความเปนความตายของประเทศ ขอใหเพื่อนคนไทยพิจารณา อยางสงบลึกซึ้งรอบคอบ อยาดูเพียงผิวเผิน องคกรทองถิ่นทั้ง ๘,๐๐๐ องคกรควรมีสวนรวมคิดในเรื่องนี้ อยางเต็มที่ ๗. ความเปนประชาสังคมจะทําใหเศรษฐกิจดี การเมืองดีและศีลธรรมดี ในสั ง คมใดที่ มี ค วามสั ม พั น ธ ท างดิ่ ง คื อ ระหว า งผู มี อํ า นาจข า งบนกั บ ผู ไ ม มี อํ า นาจข า งล า ง เศรษฐกิจจะไมดี การเมืองจะไมดีและศีลธรรมจะไมดี และจะไมมีวันดีตราบที่โครงสรางของสังคมยังเปน แนวดิ่ง ไมวาจะรณรงคเรื่องดีๆ เทาไรๆ ก็ตาม สังคมไทยมีโครงสรางแนวดิ่งมาแตโบราณ ฉะนั้นจึง พัฒนาเศรษฐกิจ การเมือง และศีลธรรม ไดยากมาก ความเปนประชาสังคม หมายถึง ผูคนมีความเสมอภาค มีศักดิ์ศรี มีการรวมตัวรวมคิดรวมทําใน รูปตางๆ และในเรื่องตางๆ เต็มประเทศ สัมพันธภาพแบบนี้เปนแนวราบเกิดพลังทางสังคม พลังของการ เรียนรู และพลังของการจัดการสูงมาก ทําใหมคี วามสุขและความสําเร็จ ในการยกรางรัฐธรรมนูญคราวนี้ควรทําความเขาใจเรื่องประชาสังคมใหดีและมีขอบัญญัติที่ สงเสริมใหเกิดความเปนประชาสังคมขึ้นโดยรวดเร็ว ๘. การเมืองภาคประชาชน (Popular Democracy) ในรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติวารัฐตองสงเสริมการมีสวนรวมในการตัดสินใจทาง นโยบาย ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และมีบทบาทในการตรวจสอบการใช อํานาจรัฐทุกระดับ นัน่ คือการเมืองภาคประชาชน แตรฐั บาลที่แลวไมไดทํา หรือทําตรงขาม -๘- เมื่อรัฐบาลทําไมถูกตองก็เกือบไมมอี งคกรใดของรัฐที่สามารถทัดทานไดเลย มีแตขบวนการภาค ประชาชนเท า นั้ น ที่ พ อจะทํ า งานได ผ ลอยู บ า ง ประชาธิ ป ไตยใดๆ ย อ มเป น ไปไม ไ ด โ ดยปราศจาก การเมืองของพลเมือง หรือการเมืองภาคประชาชน รั ฐ ธรรมนู ญ ใหม ค วรบั ญ ญั ติ ค วามชอบธรรมของการเมื อ งภาคประชาชนและกลไกในการ สนับสนุน ๙. กองทุนสงเสริมประชาสังคมและการเมืองภาคประชาชน การสรางระบบประชาธิปไตยพหุอํานาจที่กลาวถึงทั้ง ๘ ขอขางตนนั้นไมสามารถเกิดและไดผลดี อยางทันทีทันใด เพราะตองการความเขาใจ การเคลื่อนไหวสงเสริม และการจัดการ ที่จริงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ ก็มเี รื่องดีๆ เยอะ แตขาดการพัฒนาการเมืองอยางตอเนื่องจึงไมไดผลเทาที่ควร คราวนี้ควร สรางกลไกที่จะพัฒนาการเมืองไดอยางตอเนื่องโดยสนับสนุนการขับเคลื่อน “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือการทํางานทางวิชาการ การเคลือ่ นไหวทางสังคม และการสนับสนุนโดยอํานาจรัฐ ควรมีการตั้งกองทุนสงเสริมประชาสังคมและการเมืองภาคประชาชนโดยเปนองคกรอิสระที่ ไดรับการจัดสรรงบประมาณอยางมั่นคง ขอย้ํ าว า นี้ ไม ใ ช ทั้ ง หมดของการปฏิรู ป การเมื อง ไม ไ ด ก ลา วถึ ง การแก ไ ขปรั บ ปรุง การเมื อ ง ระดับชาติตามปรกติ ซึง่ คงจะมีผูอื่นชวยกันคิดมากอยูแลว ที่เขียนเรื่องนี้เพราะไมอยากเห็นเรากลับไปสู ระบบการเมืองแบบมัดตราสังประเทศไทยใหเสือสิงหกระทิงแรดอีแรงลงกิน ตองเปดพื้นที่ทางการเมือง พื้นที่ทางสังคม พื้นที่ทางปญญา และพื้นที่ทางความดีอยางกวางขวาง ใหเปนประชาธิปไตยพหุอํานาจ จึงจะเกิดความสงบสุขในบานเมืองได และชวยใหการเมืองระดับชาติดีขึ้นดวย ขอฝากเพื่อนคนไทยไวชว ยกันพิจารณาดู *********************************** -๙- PQET ประชาธิปไตยพหุอำนาจ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
16 January 2007
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ประชาธิปไตย
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
16 January 2007
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้