auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้ผู้เขียนกล่าวถึงเรื่องเอาอนาคตมาดึงเราออกจากวิกฤตการณ์ปัจจุบัน โดยมีหัวข้อดังนี้ 1) พลังของอนาคต 2) ประเทศไทยต้องการจินตนาการใหม่ มุมมองใหม่ 3) การพัฒนาคือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี 4) การสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม คือการสร้างพลังมหาศาลในการเคลื่อนไปข้างหน้า และ 5) นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมของประเทศ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
เอาอนาคตมาดึงเราออกจากวิกฤตการณ์ ปัจจุบนั ประเวศ วะสี ๑. พลังของอนาคต การพัฒนาไม่ ใช่ การแก้ปัญหา ผูร้ ู ้หรื อกุรุกล่าวไว้ ซึ่ งอาจทาให้หลายท่านงง เพราะเราคุ น้ เคยอยู่กบั ว่า การพัฒนาคือการ แก้ปัญหาโน่นปั ญหานี่ ปั ญหาต่างๆ มีรากยาวไกลและมีคนเกี่ยวข้องมากมาย ทาให้แก้ไขได้ยากหรื อแก้ไม่ได้ และ ยิง่ แก้ยง่ิ ทะเลาะกันมากขึ้น เพราะคนที่เกี่ยวข้องจะโทษกันไปโทษกันมา ที่มหาวิทยาลัยมหิ ดล เมื่อครั้งที่อาจารย์หมอณัฐ ภมรประวัติ เป็ นอธิ การบดี ท่านอยากให้มี เครื อข่ายวิชาการในเรื่ องต่างๆ มีอยูเ่ ครื อข่ายหนึ่ ง เมื่อประชุ มครั้งแรกประธานก็ถามขึ้นว่า “ใครคิด ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง” ผูร้ ่ วมประชุ มก็พูดถึงปั ญหากันใหญ่ สักพักหนึ่ งปั ญหาก็ท่วมท้นทับถม และ โทษกันจนเคลื่อนต่อไม่ได้ เครื อข่ายวิชาการนั้นก็ลม้ ไป หลายปี มาแล้วผมไปร่ วมประชุ ม ประชาคมขอนแก่ น มี ผูบ้ อกว่าเขาจะทาวิจยั ว่า “ทาไม ประชาคมขอนแก่นจึงไม่ค่อยเกิด” ผมห้ามว่าอย่าไปทาแบบนั้นเลยเพราะทาไปๆ จะทะเลาะกันมาก ขึ้น เนื่องจากจะโทษกันไปมาว่าที่ไม่เกิดเพราะคนนั้น เพราะคนนี้ เพราะคนโน้น สู ้ไปวิจยั ว่ามีอะไร ดีๆ เกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่นบ้าง ยิง่ ทายิง่ พบ ความดีก็จะมีกาลังมากขึ้น ประเทศก็เช่ นเดี ยวกันถ้าหมกมุ่น (Obsessed) อยู่กบั การแก้ปัญหา ปั ญหามันยากๆทั้งสิ้ น นอกจากแก้ไม่ได้แล้วยังทะเลาะกันมากขึ้ น หนักเข้าก็ติดอยู่ในกับดักของการแก้ปัญหา ไม่มีทาง เคลื่อนไปสู่ อนาคตได้ ผมไม่ได้หมายความว่าไม่พยายามแก้ปัญหา แต่อย่าไปทุ่มหรื อหมกมุ่นจนหมดตัว แล้วติด อยูก่ บั วิกฤตการณ์อนั เป็ นปั ญหาของอดีตและปั จจุบนั จนมองอนาคตไม่เห็น ควรจะใช้อนาคตมาดึง เราออกจากวิกฤตการณ์ปัจจุบนั อนาคตยังไม่เกิดจะมีพลังมาฉุ ดเราออกจากปั จจุบนั ได้อย่างไร อัลเบิต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “จินตนาการสาคัญกว่ าความรู้ ” เพราะความรู ้ มีขอ้ จากัดว่าทา อย่างนั้นไม่ได้ ทาอย่างนี้ไม่ได้ แต่จินตนาการไม่มีขอ้ จากัด สามารถไปได้ไกลสุ ดๆ -๑- เจ้าชายสิ ทธัตถะมี จินตนาการไกลสุ ดๆว่า “มนุ ษ ย์พน้ ทุก ข์ได้” แต่ไม่ท รงมี ความรู ้ ว่าท า อย่างไร แต่จินตนาการไกลสุ ดๆ นั้นมีพลังที่ผลักดันให้ท่านแสวงหาความรู ้น้ นั อย่างสุ ดแรงเกิดอยู่ ๖ ปี จนทรงค้นพบความรู ้ ที่ประเสริ ฐสุ ด ที่เสมือนประทีปส่ องทางให้มนุ ษยชาติมาเป็ นพันๆ ปี ตราบ เท่าทุกวันนี้ และกาลังโชติช่วงมากยิง่ ขึ้นในโลก จินตนาการไปในอนาคตให้แรง จะเกิ ดพลังฉุ ดมหาศาล ฉุ ดเราออกจากปลักอันหมักหม มของอดีตและปัจจุบนั ๒. ประเทศไทยต้ องการจินตนาการใหม่ มุมมองใหม่ สังคมไทยถูกสะกดหรื อวางยาไว้ในจินตนาการเก่าๆ มุมมองเก่าๆ จนหมดแรงที่จะออกจาก วิก ฤต มุ ม มองเก่ า ๆ ก็ คื อ ประเทศไทยนั้น ยากจน คนไทยเป็ นคนไม่ เก่ ง เป็ นคนไม่ ดี ไม่ มี ท าง พึ่งตนเองได้ ต้องพึ่งผูอ้ ื่นอยูร่ ่ าไป มุมมองใหม่ ในเรื่ องทรั พยากร ต้องขอยกมุมมองของต่างชาติสัก ๓ กรณี คนจีน ที่อยูป่ ระเทศของตนต้องอดอยากขาดแคลนจนถึงตาย พอมาเห็นเมืองไทยบอกว่าไม่ ตายแล้ว เพราะอุดมสมบูรณ์เหลือเกิน นั ก วิช าการญี่ ปุ่ น เขี ย นบทความชื่ อ “Thailand is rich, Japan is poor” เขาเปรี ยบเที ยบให้ เห็ นว่าประเทศไทยร่ ารวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าญี่ปุ่นเพียงใด เขาว่าญี่ ปุ่นกับสิ งคโปร์ มี ทรัพยากรธรรมชาตินอ้ ย จึงทาอย่างที่เขาทา ซึ่ งไทยไม่ควรเอาอย่าง มาร์ ติน วีเลอร์ ชาวอังกฤษ เป็ นลู กเศรษฐี เรี ยนจบมหาวิทยาลัย พ่ออยากให้เป็ นอาจารย์ มหาวิทยาลัยแต่เขาไม่เชื่อ ออกท่องเที่ยวไปแล้วมาแต่งงานกับผูห้ ญิงชาวบ้านไทย ทานาอยูท่ ี่บา้ นคา ปลาหลาย อาเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น เขาว่าพ่อเขาเป็ นเศรษฐี แต่มีที่อยูค่ รึ่ งเอเคอร์ เท่านั้น แต่ เขากับภรรยามี ที่นาอยู่ ๖ ไร่ มากกว่าพ่อ เขามี งานทาตลอดปี ที่ องั กฤษมี ปัญหาการว่างงาน เขามี ความมัน่ คงทางอาหารมากเพราะผลิ ตได้มาก มีกินอิ่มละยังเหลือขาย หมู่บา้ นที่เขาอยูอ่ ากาศดี มาก ไม่มีมลพิษ ที่องั กฤษอากาศมีมลพิษมาก ลูกเขาเล่นไปในหมู่บา้ นปลอดภัยมากเพราะทุกคนรู ้จกั กัน หมด ในขณะที่องั กฤษอาจไม่ปลอดภัย รวมความว่าชีวติ เขาในประเทศไทยรุ่ มรวยมาก มุ ม มองใหม่ ประเทศไทยร่ ารวยด้ ว ยทรั พ ยากรหรื อทุ น ต่ า งๆมากมาย ทั้ งทุ น ทาง ทรัพยากรธรรมชาติ ทุนมนุ ษย์ ทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางศาสนธรรม และอื่นๆ เกิ น พอที่จะสร้ างการมีอยูม่ ีกิน สาหรับทุกคนและบ้านเมืองมีอนาคตที่ดีได้ไม่ยาก ถ้าเรามีจินตนาการ ใหม่ร่วมกัน -๒- มุมมองใหม่ ในเรื่ องคน มุมมองเก่าคนไทยไม่เก่ง มีการศึกษาน้อย พัฒนาได้ยาก นัน่ เกิดจาก เรามองความรู ้ประเภทเดียว คือความรู ้ในตารา ความรู ้มี ๒ ประเภท คือความรู ้ในตารากับความรู ้ใน ตัวคน ความรู ้ในตัวคนเช่น ความรู ้ ในการทาก๋ วยเตี๋ยว ในการทาไร่ ทานา ทาสวน ในการก่อสร้าง ในการท ามาค้าขาย ในการทากับ ข้าว ในการเลี้ ยงลู ก ฯลฯ ความรู ้ ในตัวคนเป็ นความรู ้ ที่ ฝัง แน่ น เพราะได้มาจากประสบการณ์ ชีวติ และการทามากับมือ เพราะความรู ้ในตัวนี่ แหละ แม่จึงเป็ นครู ที่ดี ที่ สุ ดของลู ก ทุ ก คนโดยไม่ ค านึ งถึ ง การศึ ก ษาของท่ าน โยมแม่ ข องอาจารย์พุ ท ธทาส ไม่ เคยเข้า โรงเรี ยนเลย แม่ของอาจารย์ป๋วยไม่เคยเข้าโรงเรี ยนเลย แต่เป็ นครู ที่ยงิ่ ใหญ่ของลูก ความรู ้ ในตัวคนกับ ความรู่ ใ นต ารามี ค วามส าคัญ ทั้ง คู่ แต่ มี ที่ ม าและความหมายต่ างกัน ความรู ้ในตัวคนมีฐานในวิถีชีวิตหรื อวัฒนธรรม แต่ความรู ้ในตารามีฐานในวิทยาศาสตร์ ความรู ้ใน ตารามีคนส่ วนน้อยเท่านั้นที่รู้ แต่ความรู ้ในตัวคนคนทุกคนมี ถ้าเราเคารพเฉพาะความรู ้ในตารา คน ส่ วนน้อยเท่านั้นที่จะมีเกียรติ คนส่ วนใหญ่จะไม่มีเกียรติ ไม่มีศกั ดิ์ศรี ไม่มีความมัน่ ใจในตัวเอง และ รวมกันเป็ นความไม่มน่ั ใจแห่งชาติ ชาติหมดกาลังลง แต่ ถ้าเราเคารพความรู ้ ในตัวคน คนทุ ก คนจะมี เกี ย รติ มี ศ กั ดิ์ ศรี มี ค วามมัน่ ใจในตัวเอง รวมกันเป็ นความมัน่ ใจแห่ งชาติ คนไทยทั้งหมดจะเป็ นพลังในการพลิกฟื้ นแผ่นดิน และจะเปลี่ยน แนวทางศึกษา และแนวทางการพัฒนาที่จะสร้างความร่ วมเย็นเป็ นสุ ขในเวลามิชา้ เลย การมีจินตนาการใหม่ มุมมองใหม่ ทาให้เรากล้าที่จะสร้างเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมที่จะ ทาให้เกิดพลังมหาศาลที่จะดึงเราไปในอนาคต ๓. การพัฒนาคือการรวมตัวกันทาสิ่ งใหม่ ทดี่ ี ในตอนต้นได้พูดว่าการพัฒนาไม่ใช่การแก้ปัญหา การพัฒนาคือการรวมตัวกันทาสิ่ งใหม่ที่ดี ในขณะที่การแก้ปัญหายากและทะเลาะกันมากขึ้น การรวมตัวกันทาสิ่ งใหม่ที่ดีน้ นั ง่ายกว่า และทาให้รักกันมากขึ้น การทาสิ่ งใหม่ที่ดีมีความสาเร็ จง่ายกว่า เมื่อสาเร็ จแล้วก็เกิดความปี ติร่วมกัน ชื่นชมยินดีร่วมกัน ทาให้รักและเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust) ความเชื่ อถือไว้วางใจกันเป็ นทุนสาหรับ การพัฒนาอันยิ่งใหญ่ ที่ทาให้ทาอะไรๆ สาเร็ จได้ง่าย รวมทั้งสิ่ งยากๆ ที่แก้ไม่ได้ท่ามกลางความไม่ เชื่ อถือไว้วางใจกัน ความเชื่ อถือไว้วางใจกันนี้ เงินเท่าไรๆ ก็ซ้ื อไม่ได้ แต่เกิดจากการรวมตัวกันทา สิ่ งใหม่ ที่ ดี การแก้ปั ญ หาเก่ านั้น ท าให้ ส ะดุ ้ง หวาดกลัว หวัน่ ระแวงไม่ เชื่ อถื อไว้วางใจกัน หรื อ แตกแยกกันมากขึ้น และอาจนาไปสู่ ความรุ นแรง -๓- ฉะนั้น เพื่อนคนไทยควรรวมตัวกันทาสิ่ งใหม่ที่ดี สิ่ งใหม่ที่ดีทาไม่ยากเลยครับ เพราะเรามี ทรัพยากรหรื อทุนต่างๆ มากมายและถ้าเราทาโดยเคารพศักดิ์ ศรี และคุ ณค่าความเป็ นคนของคนทุก คน โลกจะเปลี่ยน เราจะเปลี่ยนจากนรกเป็ นสวรรค์ค่อนข้างจะฉับพลันทันที ๔. การสร้ างเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ ร่วม คือการสร้ างพลังมหาศาลในการเคลื่อนไปข้ างหน้ า ถ้าเรามีความมุ่งมัน่ รวมกันจะเกิดพลังประดุจแสงเลเซอร์ แสงเลเซอร์ เกิดจากการจูนคลื่นแสงที่มีพลังต่าๆ ให้ช่วงคลื่นเข้ามาเป็ นอันหนึ่ งอันเดียวกัน คลื่ นของแสงที่ ตดั กันย่อมไม่มีพลัง แต่คลื่ นแสงที่ พลังต่ าๆ นั่นแหละ ถ้าจูนให้มนั เข้ามาร่ วมเป็ น อันหนึ่งอันเดียวกันจะกลายเป็ นแสงเลเซอร์ อนั มีพลังมหาศาลในการทะลุทะลวงตัดของแข็งได้ ความรู ้ ทฤษฏี เหตุผล ตรรกะ ย่อมมีความหลากหลายไม่มีพลังที่จะฉุ ดสังคมออกจากปลัก วิกฤต แต่เป้ าหมายและวิสัยทัศน์สามารถร่ วมกันได้ และเป็ นพลังประดุจแสงเลเซอร์ ฉะนั้น เราควรพู ด คุ ย สื่ อ สารกัน ทั้ง แผ่น ดิ น เพื่ อ สร้ า งเป้ าหมายและวิ สั ย ทัศ น์ ร่ว มของ ประเทศไทย ถ้าเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ต่ าเฉพาะเรื่ อง เช่ น จะสร้ างสะพานหรื อไม่สร้ าง จะสร้ าง เขื่ อนหรื อไม่ ส ร้ าง เราจะมี ก ารค้าเสรี หรื อไม่ มี คนจะเห็ น ต่างกันและทะเลาะกัน เป้ าหมายและ วิสัยทัศน์จะต้องสู งพอที่ทุกคนจะเห็นร่ วมกันได้หมด เช่น “ร่ วมสร้ างสั งคมไทยทีล่ ูกหลานของเราจะอยู่ร่วมกันได้ ด้วยความสุ ข” อย่างนี้เห็นร่ วมกันได้หมดไม่มีขดั แย้งกันเลย แต่ถา้ เป็ นเป้ าหมาย ต้องมีปริ มาณและกาหนดเวลากากับไปด้วย เช่น “ร่ มเย็นเป็ นสุ ขทั่วทั้ง แผ่นดินภายใน ๕ ปี หรื อ ๑๐ ปี ” ตรงนี้ จะเริ่ มเห็ นไม่ตรงกัน บ้างว่าเป็ นไปได้ภายใน ๕ ปี บ้างว่าไม่ได้ ก็สุดแต่จะตกลงให้ เป็ นเป้ าหมายร่ วมกัน ทีน้ ี ก็ตอ้ งมาดูต่อไปว่า แล้วจะต้องทาอะไรที่สาคัญๆ จึงจะเกิดความร่ มเย็นเป็ นสุ ขได้จริ งๆ ตรงนี้ตอ้ งการปั ญญาอย่างรวบยอดรู ้วา่ ปั จจัยแห่ งความร่ มเย็นเป็ นสุ ขจริ งๆ อยูท่ ี่อะไร ขอยกตัวอย่าง ให้ดูสัก ๓ เรื่ อง คือ (๑) การมีสัมมาชี พเต็มพื้นที่ หากประชาชนไม่สัมมาชี พเต็มพื้นที่ ความชัว่ ต่างๆ จะลดน้อย หรื อหมดไป เช่น การลักขโมย การพนัน ยาเสพติด อบายมุขต่างๆ ยากที่จะขจัด เพราะติดขัดด้วย ผลประโยชน์ของฝ่ ายต่างๆ เช่ น ห้ามบาร์ ไนต์คลับ อาบอบนวด แม่คา้ ส้มตาหน้าบาร์ ก็เดื อดร้อน -๔- สาวเชี ยร์ เบียร์ ก็เดือดร้อน หรื อแม้ตารวจก็อาจเดือดร้อน เป็ นตัวอย่างว่าแก้ปัญหาทาได้ยากมาก แต่ หากสร้างการมีสัมมาชี พเต็มพื้นที่ อบายมุขต่างๆ จะหายไปเอง ทุกตาบล ทุกอาเภอ ทุกจังหวัดต้อง มุ่งส่ งเสริ มสัมมาชี พให้เต็มพื้นที่ นโยบายก็ดี การจัดสรรทรัพยากรก็ดี การวิจยั ก็ดี เทคโนโลยีก็ดี การศึกษาก็ดี ต้องมุ่งไปสนับสนุ นให้เกิ ดสัมมาชี พเต็มพื้นที่ ซึ่ งไม่เกิ น ๕ ปี ก็น่าจะทาได้หมดทั้ง ประเทศ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ คือรากฐานของสังคมร่ มเย็นเป็ นสุ ข และคุณธรรม (๒) ชุ มชนท้ องถิ่นเข้ มแข็ง ฐานของสังคมคือชุ มชนท้องถิ่น ถ้าฐานของสังคมเข้มแข็งก็จะทา ให้สั งคมทั้ง หมดแข็งแรงและมัน่ คง ชุ ม ชนท้องถิ่ น จะเป็ นฐานของทุ ก เรื่ องทั้งเศรษฐกิ จ สั งคม วัฒนธรรม สิ่ งแวดล้อม และประชาธิ ปไตย ปราศจากประชาธิ ปไตยชุ มชน ประชาธิ ปไตยท้องถิ่ น ประชาธิ ปไตยข้างบนก็ขาดฐาน สิ่ งใดที่ขาดฐานก็จะพังลงๆ บัดนี้ชุมชนท้องถิ่นพร้อมแล้ว อยูท่ ี่ทาง ราชการจะต้องเลิกครอบงาเขา ปล่อยให้ชุมชนท้องถิ่นเป็ นตัวของตัวเอง และร่ วมมือกับองค์กรและ กระบวนการที่ทาเรื่ องดีๆ ต่างๆ ถ้าสนับสนุนกันให้ดีชุมชนท้องถิ่นน่าจะเข้มแข็งได้ภายใน ๕ ปี (๓) ความเป็ นประชาสั งคม (Civil Society) ความเป็ นประชาสั ง คม หมายถึ ง สั ง คมที่ ประชาชนรวมตัวร่ วมคิ ดร่ วมท าด้วยความเสมอภาคและภราดรภาพเต็ม พื้ นที่ ท างสั งคม อย่างนี้ เรี ยกว่าสั งคมมี ค วามสั ม พันธ์ ท างราบ ตรงข้ามคื อสั งคมที่ สั ม พัน ธ์ ก ันด้วยอานาจจากบนลงล่ าง เรี ยกว่าสังคมที่มีความสัมพันธ์ทางดิ่ง สังคมที่มีความสัมพันธ์ ทางดิ่งเศรษฐกิ จจะไม่ดี การเมืองจะ ไม่ ดี และศี ล ธรรมจะไม่ ดี และจะไม่ มี วนั ดี ท าอย่างไรๆ ก็ ไ ม่ ดีต ราบเท่ าที่ สั ง คมยังเป็ นทางดิ่ ง สังคมไทยเป็ นอย่างนั้น ถ้าอยากให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี ต้องปรับเปลี่ยนสังคมไทย ให้เป็ นประชาสังคมโดยส่ งเสริ มให้มีการรวมตัวร่ วมคิดร่ วมทาในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุก เรื่ อง ถ้าสังคมไทยเข้าใจ และมีความมุ่งมัน่ ร่ วมกันน่าจะเกิดความเป็ นประชาสังคมได้ภายใน ๕-๑๐ ปี ทั้ง ๓ เรื่ องคื อ (๑) การมี สัม มาชี พ เต็ม พื้น ที่ (๒) ชุ ม ชนท้ องถิ่น เข็ ม แข็ ง (๓) ความเป็ น ประชาสั งคม เป็ นรากฐานของความเป็ นธรรม ประชาธิ ปไตย สันติภาพและความร่ มเย็นเป็ นสุ ข เรา ทาการพัฒนากันมามากแต่ไม่ประสบความสาเร็ จ เพราะเราไม่ทาตรงรากฐานของความร่ มเย็นเป็ น สุ ข ถ้าทาตรงรากฐาน และให้การพัฒนาต่างๆ มาเชื่ อมโยงกับฐาน ความงอกงามลงตัวก็จะเกิดขึ้น โดยรวดเร็ ว ๕. นายกรั ฐมนตรีต้องเป็ นผู้นาสร้ างเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ ร่วมของประเทศ -๕- องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะเกิดพลังสร้างสรรค์มหาศาล เมื่อมีการสร้างเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ ร่ วมขององค์ก ร ประธานบริ ห ารขององค์ก ร (ซี อีโอ) ต้องเป็ นผูน้ าให้ส มาชิ ก ขององค์ก รสร้ าง เป้ าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม เมื่อสมาชิ กได้มีส่วนร่ วมในการสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ พฤติกรรม ในองค์กรจะเปลี่ ยนไปโดยสิ้ นเชิ ง ผูค้ นจะรักองค์กร รักกันเองและร่ วมกันทางาน โดยหัวหน้าไม่ ต้อ งไปจ้ า จี้ จ้ าไช หั วหน้ าไม่ ไ ด้มี ห น้าที่ จ้ าจี้ จาไช แต่ มี ห น้าที่ น าให้ เกิ ด การสร้ างเป้ าหมายและ วิสัยทัศน์ร่วม สาหรับประเทศเป็ นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในการเป็ นผูน้ าคนทั้งประเทศมาร่ วมสร้ าง เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของประเทศ นายกรัฐมนตรี มีเครื่ องมือมากมายมหาศาลที่จะทาอย่างนั้น และ เมื่อคนไทยทั้งประเทศร่ วมสร้างเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมของประเทศ ประเทศไทยจะเกิ ดพลัง มหาศาล หลุดจากวิกฤตการณ์ปัจจุบนั ไปสู่ อนาคตที่ร่มเย็นเป็ นสุ ขโดยไม่ยากเลย ********************************* -๖- PQET เอาอนาคตมาดึงเราออกจาก วิกฤตการณ์ปัจจุบัน ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2007
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• อนาคต
• การเมืองและการปกครอง
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2007
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้