auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้ผู้เขียนได้คำให้ชี้แนะทางออกเกี่ยวกับอนาคตประเทศไทย โดยแบ่งเป็นหัวข้อ ดังนี้ 1) ต้องใช้ปัญญาไม่ใช่อำนาจ 2) อนาคตประเทศไทยสดใส 3) การชนกันของระบอบทักษิณกับเครือข่ายพันธมิตร และ 4) สังคมจะใช้วิกฤตเป็นโอกาสอย่างไร
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# อนาคตประเทศไทย ## ประเวศ วะสี ในโอกาสวันครบรอบ 13 ปี ของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ผมได้รับโจทย์จากหัวหน้ากองบรรณาธิการดังนี้ "ท่านกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง และนับวันยิ่งหาข้อยุติไม่ได้ว่าจะจบลงอย่างไร รวมทั้งอนาคตของประเทศจะเดินไปในทิศทางไหน บวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนในประเทศล้วนตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย" ขอให้ชี้แนะทางออก ชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นที่สังคมไทยใช้เป็นฐานในการก้าวเดินไปข้างหน้า และเป็นสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ข้างบนนั้นเป็นโจทย์ที่ผมได้รับ ผมจะพยายามตอบ แต่ในสภาวะที่ซับซ้อนและยากทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำความเข้าใจช่วยกันตอบ และช่วยกันทำ ผมขอตอบเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้ ๑. ต้องใช้ปัญญาไม่ใช้อำนาจ ปัญหาปัจจุบันซับซ้อนมาก ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใช้อำนาจไม่ว่าจะเป็นอำนาจอาวุธหรืออำนาจเงิน เมื่อคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีโอกาสดุยเป็นส่วนตัวและแนะนำความข้างต้น คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจมากที่สุด แต่การใช้อำนาจก็ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ แต่กลับทำให้เกิดปัญหามากขึ้นจนวิกฤตตามที่ผมพยากรณ์ไว้แก่ท่าน ผมแนะนำ "ต้องเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง" อำนาจอาวุธหรืออำนาจเงินจะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่กลับก่อปัญหามากขึ้น โดยนัยนี้ไม่ควรทำรัฐประหาร ไม่ควรเรียกร้องหาวีรบุรุษขี่ม้าขาว ปัญญาของคนทั้งมวลคือคำตอบ ๒. อนาคตประเทศไทยสดใส การเห็นอนาคตว่าอย่างไรกำหนดปัจจุบัน ถ้าเห็นว่ามืดมนหมดหวังไร้ทางออก ผู้คนจะมีความรู้สึกแย่ท้อแท้ ทอดหุ่ย ทะเลาะกันมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนต่างๆ แต่ถ้าเห็นแสงสว่างเห็นฝั่งเห็นความสดใส ผู้คนก็จะมีความสุข เหนื่อยเท่าใดก็ทนได้ ทะเลาะกันน้อยลง ร่วมมือกันมากขึ้น หรือรวมจิตเป็นหนึ่งเพื่อไปให้ถึงอนาคตที่ดีที่เห็นอยู่ข้างหน้านั้น เราต้องมีปัญญาเห็นอนาคตตามความเป็นจริง 1 มหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกทำอะไรเราไม่ได้หรอกครับ เพราะประเทศไทยผลิตอาหารเหลือกิน ประเทศไทยผลิตอาหารพอที่ทุกคนจะมีกินอิ่มได้ ต่อให้โลกวิกฤตอย่างไร ๆ เราก็อยู่ได้ พวกที่วิกฤตนั้น เพราะอยู่กับเศรษฐกิจปลอมคือโลกของเงิน แต่การมีอาหารกินนั้นคือเศรษฐกิจจริง ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ทรงกล่าวว่า "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" ตอนนี้เงินทองของมายามันกำลังปั่นป่วนทั่วโลก ใครอยู่ในเศรษฐกิจมายาก็ลำบาก จุดแข็งของเราคือเศรษฐกิจจริง หรือข้าวปลาเป็นของจริง จะไม่มีคนไทยต้องอดตาย เราต้องปรับตัวไปหาเศรษฐกิจจริงมากที่สุด เศรษฐกิจชุมชนกำลังแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ คนในภาคเมืองที่คิดว่าจะต้องตกงานไม่มีรายได้ เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบมาถึงเรา รีบขยับขยายไปอยู่กับชุมชนในชนบทที่ทำเกษตรกรรมพอเพียง เขาเลี้ยงท่านได้และท่านทำประโยชน์กับชุมชนได้ การที่คนมีการศึกษาไปอยู่กับชุมชนจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ที่แล้วมารัฐ การศึกษา และเศรษฐกิจ ทอดทิ้งชนบท วิกฤตเศรษฐกิจจะนำคนไทยที่จากกันไปกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียว มหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นเรื่องหนีไม่พ้น จะทำโลกลับลำ แต่ประเทศไทยจะกลับลำได้ก่อน ทิศทางที่โลกหลงไปคือทิศทางเงินใหญ่ (Big Money Direction) หรือ มหาธนาลัย ได้นำโลกไปสู่ความขัดแย้งแย่งชิงสงครามและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง เมื่อประเทศไทยรับเอาแนวทางเงินใหญ่เข้ามาใช้ก็เกิดผลอย่างเดียวกัน ทำให้คนไทยขัดแย้งแย่งชิงศีลธรรมเสื่อมทรามลง และเมื่อเงินใหญ่เข้ามายึดอำนาจทางการเมือง การเมืองก็เบี่ยงเบนไปจนวิกฤต มหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะมาทำให้ประเทศไทยกลับลำหันกลับไปสู่เศรษฐกิจจริง ถ้าเราพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานที่ทุกคนพอกินพอใช้ สร้างความเป็นธรรมทุกๆ ด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และการเมือง อนาคตของเราจะสดใสอย่างเหลือเชื่อ ผมพูดท่านอาจจะไม่เชื่อ เราจะดีกว่าสวิตเซอร์แลนด์อีกครับ อะไรที่สวิตเซอร์แลนด์ดีเราทำได้ แต่สิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่มีคือพื้นฐานทางพระพุทธศาสนา ๓. การชนกันของระบอบทักษิณกับเครือข่ายพันธมิตร เมื่อแผ่นเปลือกโลกหรือเทคโนโลยีเพลตชนกันหรือเคลื่อนเข้ามาเกยกันย่อมเกิดความรุนแรงเช่นแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด ในทางการเมืองขณะนี้ก็เหมือนแผ่นเปลือกโลกใหญ่สองแผ่นเข้ามาชนกัน ระบอบทักษิณนั้นทรงมหิทธานุภาพมาก สามารถครองงำประเทศได้อย่างไม่มีองค์กรหือสถาบันใดในสังคมทานได้ กริยาย่อมทำให้เกิดปฏิกิริยา เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คือปฏิกิริยาต่อระบอบทักษิณ ถ้าไม่มีระบอบทักษิณก็ไม่มี พธม. ระบอบทักษิณกับ พธม. มีมุมมองตรงข้ามกัน พธม. มองว่าระบอบทักษิณเป็นระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ เพราะคนคนเดียวที่มีเงินมหาศาลสามารถควบคุมสั่งการได้หมด อำนาจมหาศาสนนี้ 2 ก่อให้เกิดคอรัปชั่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แยกไม่ออกระหว่างนโยบายกับผลประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งนโยบายต่างประเทศ เช่น กับประเทศเพื่อนบ้านคือ เขมร พม่า และสิงคโปร์ ก็ถูกสงสัยว่าเอา ผลประโยชน์ของประเทศชาติไปแลกกับประโยชน์ส่วนตัว อันเป็นที่มาของการโจมตีว่าขายชาติ และที่ร้ายแรงมากคือการโจมตีระบอบทักษิณคิดโค่นสถาบันจากอาการหลายอย่างและการเกิดขึ้น ของการจาบจ้วงสถาบันที่ระบอบทักษิณถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง พธม. กับ นปก. หรือ นปช. มีชื่อร่วมว่า "ประชาธิปไตย" คือพันธมิตร ประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย กับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แสดงว่ามองประชาธิปไตยต่างกัน นปก. หรือระบอบทักษิณมองว่าฝ่ายตนเป็นประชาธิปไตย เพราะมาจากการเลือกตั้ง พธม. มองว่าถ้าใช้ เงินไปซื้อทุกสิ่งทุกอย่างแม้ได้รับเลือกตั้งมาก็ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะคนดียวก็สั่งได้ทุกอย่าง แม้อยู่ลอนดอนและหลบหนีหมายศาล ที่ประเทศไหน ๆ ถ้าคนคนเดียวมีอำนาจเบ็ดเสร็จก่อให้เกิด ความรุนแรงและสงครามได้ง่าย เหตุการณ์ปราบปรามอย่างรุนแรงเมื่อ 7 ตุลาคม จึงเกิดปริศนาขึ้นว่า ใครคือคนสั่งการที่แท้จริง ในเมื่อระบอบทักษิณ และพธม. มีมุมมองตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงจึงเกิดการต่อสู้ นี่เป็นการ ต่อสู้หรือสงครามไม่ใช่การทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ในการต่อสู้จะมีอารมณ์รุนแรง อารมณ์เป็น ธรรมชาติ เพื่อการต่อสู้ ผู้หวังดีทั้งหลายจึงต้องเข้าใจอารมณ์ของคนที่กำลังต่อสู้ มิฉะนั้นจะเกิดทำ คุณบูชาโทษ ระบอบทักษิณเป็นกำลังติดอาวุธ เพราะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐและมีเงินมหาศาลทั้งเงินของรัฐ และส่วนตัว พธม. ต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา (แม้ว่าอาจจะไม่อหิงสาเท่าใด) การที่เจ้าสำนักสันติอโศกคือ ท่านสมณะโพธิรักษ์ กับท่านจันทร์อบรมเคี่ยวกรำอย่างหนักเรื่องสันติอหิงสาให้สมาชิกของพธม. นับว่าเป็นคุณที่ทำให้ความขัดแย้งใหญ่ขนาดนี้ ไม่นำไปสู่ความรุนแรงที่ขยายใหญ่เมื่อถูกปราบด้วย อาวุธ อีกประการหนึ่งสังคมเข้ามากำกับว่าใครใช้ความรุนแรงความชอบธรรมจะลดลง ดังที่เกิด กับตำรวจและรัฐบาลอยู่ขณะนี้ นี่เป็นข้อที่ต้องสำเหนียกว่าใครใช้ความรุนแรง ความชอบธรรมจะลดลงการต่อสู้ไม่ใช่มุ่ง เอาชนะศัตรู แต่ต้องมุ่งเอาชนะใจสาธารณะว่าฝ่ายตนมีความชอบธรรม บทบาทของสังคมในการ กำกับความชอบธรรมจึงสำคัญยิ่ง ท่ามกลางการต่อสู้ที่ไม่มีใครห้ามได้ ถ้าต่างฝ่ายต่างพยายามทำให้ ถูกต้อง และสังคมคอยกำกับให้ถูกต้อง วิกฤตก็เป็นโอกาสของประเทศที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็น อารยะประชาธิปไตย วิกฤตสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุด ๆ เพราะสังคมติดอยู่ในความเชื่อและการปฏิบัติที่ ผิดๆ อันสลัดออกมิได้ยามไม่วิกฤต ทำให้สังคมหมักหมมเน่าหนอนจนวิกฤต และเมื่อวิกฤตสุดๆ จนไม่มีทางไปแล้วนั่นแหละจึงจะยอมยกเลิกความเชื่อและการปฏิบัติผิดๆ ทำให้ไม่รู้สู่ภาวะใหม่ของ การพัฒนาได้ ๔. สังคมจะใช้วิกฤตเป็นโอกาสอย่างไร 3 สังคมต้องใช้วิกฤตเป็นโอกาสสร้างอารยธรรมใหม่ เช่น (๑) สนับสนุนการต่อสู้อย่างสร้างสรรค์ ข้อนี้ต้องการความเข้าใจ ไม่ใช่ไปเรียกร้องให้ยุติการต่อสู้เพราะยุติไม่ได้ หรือถ้ายุติได้ก็กลับไปหาภพภูมิเดิมๆ ภพภูมิเดิมๆ นั่นแหละที่บ่มเพราะความรุนแรง การต่อสู้ที่สร้างสรรค์คือการต่อสู้ด้วยสันติวิธี ไม่ใช่ความรุนแรง ป้องกันความรุนแรง ใช้ความรู้ใช้เหตุผล แสงอุดมการณ์ของตนว่าที่ต่อสู้นี้มีเป้าหมายอะไร เพื่อใคร ดีงามอย่างไร ถ้าใช้สันติวิธีถึงขัดแย้งกันเท่าไรๆ ก็ไม่เป็นไร ให้เวลาให้การต่อสู้นำไปสู่สิ่งใหม่ที่ดี (๒) ร่วมสร้างอาธรรมใหม่ เราตามกันฝรั่งจนวิกฤตแล้วและขณะนี้ฝรั่งเองก็วิกฤตด้วย ฝรั่งแม้เก่งแต่เขาสมาทานวัตถุนิยมบริโภคนิยมเงินนิยม ซึ่งเป็นอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ อุกศลมูลจะรองรับการพัฒนาโลกได้อย่างไร โลกแห่งเงินใหญ่จึงล้ม ฝรั่งหันมาสนใจพุทธธรรมกันมากขึ้นๆ เพราะเป็นกฎของธรรมชาติ ถ้าชีวิตและสังคมเป็นไปตามกฎธรรมชาติก็จะสมดุล เมื่อสมดุลก็จะสงบและยั่งยืน คนไทยควรจะรณรงค์ศึกษาว่าชีวิตและสังคมที่ดีตามแนวพุทธนั้นเป็นอย่างไร ผู้นำชุมชนและปราชญ์ชาวบ้านล้วนเดินตามแนวนี้ทั้งสิ้น ในอารยธรรมใหม่นี้ ประชาธิปไตยจะเป็นวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมเลย ไม่ได้เป็นแต่กลไกทางการเมืองเท่านั้น ถ้ามีแต่กลไกก็จะเป็นกลโกง แต่วัฒนธรรมประชาธิปไตยจะไปกำกับให้กลไกทางการเมืองมีความถูกต้อง ประชาธิปไตยใหญ่ว่ารัฐธรรมนูญ อังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์แต่มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย (๓) ร่วมสร้างระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ ขณะนี้ผู้คนเบื่อหน่ายการเมืองเก่าที่แก่หนอน ชอนไซกันมาก จึงมีการพูดถึงการเมืองใหม่กันอยู่ทั่วไป ยังไม่เข้าใจชัดก็ไม่เป็นไร ยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไรรู้แต่ว่ามันไม่เหมือนการเมืองเก่าที่เน่าเหม็น มันต้องเป็นประชาธิปไตยที่ดีงาม คืออารยะประชาธิปไตยให้มีการระดมความคิดกันให้มากๆ แตกต่างกันไม่เป็นไร อย่าเพิ่งรวบรวมร่วมมากๆ การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันมากๆ นั่นแหละ คือประชาธิปไตยตรงนี้จะเรียกว่าการเมืองใหม่ หรือปฏิรูปการเมือง หรือจะเรียกว่าอะไรอย่างอื่นคนไทยต้องร่วมสร้างระบบประชาธิปไตยสมบูรณ์ อันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอารยธรรมใหม่ ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่มีการกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึงไม่มีใครอยากจะลงทุนเข้ามาสู่ตำแหน่งทางการเมือง เพราะอำนาจกระจายไปหมดแล้ว คอร์รัปชั่นไม่ได้มีแต่หน้าที่ซึ่งต้องใช้ความดีและความสามารถที่นักการเมืองในระบบการเมืองเก่าที่สามานย์ไม่มี (๔) การเมืองภาคพลเมือง ประชาชนถูกกันออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองตลอดมา แม้แต่ปัจจุบันก็ยังคิดกันว่าการเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเท่านั้น ต่อเมื่อประชาชนมีจิตสำนึกทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการเมืองอย่างกว้างขวางเท่านั้น การเมืองของนักการเมืองจึงจะดีขึ้นได้ การมีส่วนร่วมทางการเมืองในที่นี้หมายถึงมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางนโยบาย การจะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและมีส่วน 4 ร่วมในการตัดสินใจทางนโยบาย ทำไม่ได้ถ้าปราศจากการสนับสนุนทางข้อมูลข่าวสารความรู้ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่นี้เลย มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวมาวิจัยค้นคว้าสังเคราะห์ความรู้เพื่อสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง (๕) ประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่น พระเจดีย์ต้องสร้างจากฐาน ไม่มีพระเจดีย์องค์ใดสร้างได้จากยอดเพราะพังลงๆ ประเทศไทยล้มเหลวเพราะสร้างพระเจดีย์จากยอดคือพัฒนาข้างบนทุกอย่าง ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และการเมือง ฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น ต้องปฏิวัติหรือหมุนกลับการพัฒนาไปสร้างพระเจดีย์จากฐาน คือชุมชนท้องถิ่นเมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งทุกๆ ทาง ก็จะรองรับสังคมส่วนบนให้แข็งแรงมั่นคง การพัฒนาทุกเรื่องต้องหมุนกลับไปเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นอย่างเกื้อกูลกัน เศรษฐกิจชุมชนทำง่ายมากและทำให้ชาติมั่นคง ประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นประชาธิปไตยที่แท้มากกว่าประชาธิปไตยระดับชาติ จะช่วยให้การเมืองมีคุณภาพขึ้น ในการสร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ (๖) บทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัย ระบบการศึกษาที่มีมาร้อยกว่าปีทำให้ประเทศไทยอ่อนแอทุกๆ ด้าน และเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์ปัจจุบัน การศึกษาปัจจุบันเหมือนผีหัวขาดคือ หัวกับตัวขาดจากกัน ปรกติสมองรับรู้มาจากกาย คือ รับรู้จากกายสัมผัสและการปฏิบัติ แต่การศึกษาของเราสมองรับรู้จากตำราโดยตรง ขาดจากกายที่ปฏิบัติ ระบบการศึกษาจึงกลายเป็นระบบที่อยู่นอกสังคม ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ร่วมแก้ปัญหา เอาแต่ท่องหนังสือจึงอ่อนแอ มหาวิทยาลัยต้องรีบปรับตัวด่วนไปทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และไปค้นคว้าหาความรู้เพื่อสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง บ้านเมืองวิกฤตแล้วมหาวิทยาลัยต้องปรับตัว ถ้ามหาวิทยาลัยปรับตัวเพื่อประชาธิปไตย (๗) ระบบความยุติธรรม ระบบความยุติธรรมที่แข็งแรงเป็นส่วนสำคัญของประชาธิปไตยในอนาคตต้องช่วยกันสนับสนุนให้ระบบความยุติธรรมแข็งแรง ระบบความยุติธรรมซับซ้อนกว่าที่เรารู้จักมาก การปฏิรูประบบความยุติธรรมต้องการการวิจัยเป็นเครื่องสนับสนุนอย่างแรง (๘) ระบบการสื่อสารที่ดีคือการปฏิวัติประชาธิปไตย ต้องมีระบบการสื่อสารทุกรูปแบบทั้งวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต สิ่งพิมพ์ หอกระจายข่าว ที่เป็นการสื่อความจริงสองทางอย่างทั่วถึงเมื่อประชาชนเป็นผู้สื่อสารของประชาชนก็จะมีเครื่องมือทางการเมือง นั่นคือมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางนโยบาย ระบบการสื่อสารโดยประชาชนทั้งประเทศ คือ การปฏิวัติประชาธิไตยอย่างหนึ่ง (๙) สานเสวนาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไม่สู่ความสร้างสรรค์ ประเทศไทยจะต้องสร้างความสามารถแก้ปัญหาที่ยาก เพราะถึงอย่างไรคนไทยก็จะต้องอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างหลายประเทศประสบปัญหาแตกแยกรุนแรงยิ่งกว่าเราอีก ก็ยังแก้ไขได้ด้วยการเจรจาหาทางออก ร่วมกัน หนังสือชื่อ Solving Tough Problems โดยอดัม คาเฮน แปลเป็นไทย โดยพูนลาภ อุทัยเลิศ- อรุณ แห่งสำนักพิมพ์วีเลิร์น แสดงให้เห็นประสบการณ์การแก้ปัญหาที่ยากสุดๆ คนไทยควรฝึกการ แก้ปัญหาที่ยากกันให้มากที่สุด เพราะเป็นการบรรลุธรรมอีกแบบหนึ่งที่เดียว จะช่วยให้ชีวิต สังคม และการเมืองดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด อนาคตประเทศไทยไม่ได้หมดหวังหรอกครับ คนไทยร่วมสร้างประเทศไทยยุค ศรีอาริยะได้ โอกาสอยู่ต่อหน้าเราแล้ว .- -------------------------------------------- 6 PQET อนาคตประเทศไทย ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2008
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ไทย -- การเมืองและการปกครอง
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2008
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้