auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
ท่ามกลางวิกฤตโลก เราต้องการแนวทางการพัฒนาใหม่ แนวทางการพัฒนาเก่านำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง แนวทางการพัฒนาใหม่ต้องนำไปสู่การอยู่ร่วมกันด้วยศานติ สิ่งที่บั่นทอนชีวิตมากที่สุดคือการขาดความมั่นคงในอาชีพ แนวทางการพัฒนาใหม่ต้องสร้าง สัมมาชีพถ้วนหน้าและมั่นคง
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่คือรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข ประเวศ วะลี ชุดปฏิรูปประเทศไทย carrier1.indd 1 10/29/09 11:05:40 AM # ชุดปฏิรูปประเทศไทย แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่คือรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข ## ประเวศ วะลี **จัดพิมพ์โดย** สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) **พิมพ์ครั้งที่ ๑** กันยายน ๒๕๕๒ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม **ปก** ศรัณย์ ภิญญรัตน์ **รูปเล่ม** วัฒนสินธุ์ สุวรัตนานนท์ **พิมพ์ที่** บริษัท ที คิว พี จำกัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน) ๙๗๙ อาคาร เอส. เอ็ม. ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐๒-๒๙๘-๐๕๐๐ ต่อ ๑๗๐๗ โทรสาร ๐๒-๒๙๒-๐๒๓๐ www.thaihealth.or.th > ท่ามกลางวิกฤตโลก เราต้องการแนวทางการพัฒนาใหม่ > แนวทางการพัฒนาเก่านำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง > แนวทางการพัฒนาใหม่ต้องนำไปสู่การอยู่ร่วมกันด้วยค่านติ > สิ่งที่บั่นทอนชีวิตมากที่สุดคือการขาดความมั่นคงในอาชีพ > แนวทางการพัฒนาใหม่ต้องสร้าง ## สัมมาชีพถ้วนหน้าและมั่นคง carter1.indd 2-3 10/29/09 11:05:41 AM # ๑. ศานติสุข ความต้องการสูงสุดของมนุษย์ ความต้องการสูงสุดของมนุษย์คือความสุข ความสุขจะเป็นไปได้ต่อเมื่อมีการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ระหว่างมนุษย์ กับมนุษย์และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม การอยู่ร่วมกันด้วยสันติเป็นที่ต้องการในทุกระดับ ทั้งในครอบครัว ในชุมชน ในสถานที่ทำงาน ในสังคม ในภูมิภาค ในโลก เมื่อใดมีการอยู่ร่วมกันด้วยสันติก็มีศานติสุข ระบบชุมชนคือระบบการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทุกภูมิภาคมักจะมีการรบพุ่งระหว่างชนเผ่า ระหว่างกลุ่มศาสนิก หรือระหว่างประเทศ สงครามคือการทำลายศานติสุขอย่างร้ายแรง ผู้คนล้มตายเป็นแสนเป็นล้านคน ในสงครามโลก ๒ ครั้งในศตวรรษที่แล้วคนตายไปแต่ละครั้งหลายสิบล้านคน มีผู้ประมาณการว่าสงครามทุกชนิดในรอบร้อยปีที่ผ่านมาคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ ๒๐๐ ล้านคน แต่ที่ตายจากความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมที่เรียกว่า ความรุนแรงอย่างเงียบ (Silent violence) นั้นมากกว่านั้นหลายเท่า ขณะนี้มีวิกฤตการณ์ทั่วโลก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดคือวิกฤตการณ์ของการอยู่ร่วมกัน วิกฤตการณ์การอยู่ร่วมกันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างกายกับใจ ทางกายนั้นมนุษย์ได้เข้ามาอยู่เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว แต่ใจยังไม่เป็นหนึ่งเดียว ยังคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม อาจเรียกว่า Globalization without Global Consciousness หรือโลกาภิวัตน์ที่ขาดจิตสำนึก การขาดจิตสำนึกของความเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้เกิดวิกฤตของการอยู่ร่วมกัน คือการขาดศานติสุข ระเบียบวาระใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติคือการหาทางอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ๔ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๕ carlier1.indd 4-5 10/29/09 11:05:42 AM # ๒. โลกาภิวัตน์ ไม่ใช่โลกาวิบัติ ## ระบบร่างกายเป็นตัวอย่างของระบบที่ดีที่สุด ระบบร่างกายมีความซับซ้อนสุดประมาณ ประกอบด้วยเซลล์เป็น ล้านล้านล้านเซลล์ แต่ละเซลล์มีอนุของสารชนิดต่างๆ ประมาณ ๓๐๐ ล้านอนุ เซลล์รวมตัวกันเป็นอวัยวะอันหลากหลาย เช่น สมอง หัวใจ ตับ ปอด ไต กระดูก ลำไส้ ฯลฯ เซลล์ทุกเซลล์ อวัยวะทุกอวัยวะ เชื่อมโยง บูรณาการเป็นหนึ่งเดียวกัน ความบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้เกิด ความเป็นปรกติและความยั่งยืนของชีวิต บางครั้งเซลล์บางเซลล์เกิดความ ผิดปรกติขึ้น เอาแต่ใจตัวเอง ไม่คำนึงถึงความเป็นปรกติของระบบทั้งหมด เกิดเป็นกลุ่มเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงถึง ดุลยภาพของการอยู่ร่วมกันของระบบ เมื่อมะเร็งเติบโตเฉพาะส่วนก็ทำลาย ดุลยภาพของร่างกายลง ทำให้ร่างกายเสียดุลยภาพ เจ็บป่วย และในที่สุด ชีวิตสิ้นสุดลง คนทั้งหมดและธรรมชาติแวดล้อมรวมกันเป็นระบบเหมือนชีวิตชีวิต หนึ่ง เป็นสังคมที่มีชีวิต ถ้าองค์ประกอบทั้งหมดของสังคมเชื่อมโยงกันอย่าง บูรณาการ สังคมก็อยู่ในดุลยภาพหรือมีความเป็นปรกติ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะจิตสำนึกของมนุษย์ยังเล็กและคับแคบ ยังเข้าไม่ถึงความเป็นหนึ่ง เดียวของสรรพสิ่ง ยังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentric) ทำให้ทำแบบ แยกส่วน เฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม เฉพาะองค์กร เฉพาะประเทศ ทำให้ไม่ คำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้สังคมประดุจเป็น โรคมะเร็ง เจ็บป่วยและวิกฤต ในสิ่งที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์นั้น ไม่ใช่สักแต่ว่ามีการสื่อสารกันทั่วโลกและ มีระบบการค้าที่เชื่อมกันทั้งโลก แต่ต้องมีจิตสำนึกโลกว่าทั้งหมดร่วมโลก เดียวกัน และจัดระบบการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ มิฉะนั้นจะไม่เป็นโลกาภิวัตน์ แต่เป็นโลกาวิบัติ แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ | ประเวศ วะลี | ๗ carrier1.indd 6-7 10/29/09 11:05:42 AM # ๓. ระบบเศรษฐกิจ ที่ทำลายดุลยภาพ ระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะกล่าวว่ามีข้อดีอย่างไรๆ แต่ข้อเสีย ชัดเจนที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ๑. ทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย และระหว่างประเทศจนกับ ประเทศรวย ห่างมากขึ้น นำไปสู่ปัญหาสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง เพิ่มความขัดแย้งและความรุนแรง ๒. นำไปสู่การบริโภคเกินเลย เพราะเป็นระบบเศรษฐกิจที่ต้องกระตุ้น การบริโภคเพื่อคงหรือเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้มี การใช้ทรัพยากรมากเกิน เกิดการแย่งชิงทรัพยากร นำไปสู่ความ ขัดแย้งและสงคราม ๓. เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมขนานใหญ่ เช่น ป่าไม้หมดไป ความเป็น ทะเลทรายเพิ่มขึ้น น้ำไม่พอใช้ อากาศเป็นพิษ น้ำเป็นพิษ ดินเป็น พิษ บรรยากาศเปลี่ยนแปลง เกิดสภาวะโลกร้อน ทำให้ภัยพิบัติ ต่างๆ มากขึ้น ตลอดจนคุกคามการดำรงอยู่ของสรรพชีวิต ซึ่ง รวมถึงมนุษย์ด้วย ที่เป็นดังนี้เพราะเป็นระบบเศรษฐกิจแบบแยกส่วน ที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง ดังที่ใช้จีดีพีเป็นเครื่องวัดการพัฒนา ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจเพื่อการอยู่ร่วม กันด้วยสันติ เมื่อเป็นระบบเศรษฐกิจแบบแยกส่วน ไม่ว่าจะมีข้อดีอย่างใดๆ อะไรที่แยกส่วนโดยไม่คำนึงถึงความเป็นทั้งหมด จะนำไปสู่การเสียดุลยภาพ เสมอ เมื่อเสียดุลยภาพก็เจ็บป่วย โลกจึงเจ็บป่วยอย่างรุนแรง และแสดง อาการของความเจ็บป่วยออกมาด้วยประการต่างๆ ที่เรียกว่าวิกฤตการณ์ นานาชนิด ซึ่งบางคนก็เรียกว่าเป็นวิกฤตการณ์อารยธรรมของยุคสมัย เราไม่มีทางไปด้วยแนวทางการพัฒนาแบบปัจจุบันโดยไม่วิกฤตอย่าง รุนแรง เราต้องการแนวทางการพัฒนาใหม่ ที่สร้างดุลยภาพของการอยู่ ร่วมกันด้วยสันติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แวดล้อม แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๙ carrier1.indd 8-9 10/29/09 11:05:43 AM # ๔. แนวทางการพัฒนาใหม่ เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ แนวทางการพัฒนาใหม่ ไม่ใช้จีดีพีนำ แต่มุ่งสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นเป้าหมาย การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่คือปัจจัยของการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทำให้ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข และการเจริญเติบโตบนพื้นฐานของดุลยภาพ สัมมาชีพหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ สัมมาชีพจึงเป็นทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และศีลธรรม พร้อมกันไปอย่างบูรณาการ ฉะนั้น ยิ่งมีสัมมาชีพกันมากเท่าใด เศรษฐกิจ ยิ่งดีขึ้น จิตใจยิ่งดีขึ้น สังคมยิ่งดีขึ้น สิ่งแวดล้อมยิ่งดีขึ้น และศีลธรรมยิ่งดี ขึ้น ต่างจากจีดีพีที่เมื่อจีดีพีดีขึ้น อย่างอื่นอาจจะไม่ดีขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะจีดีพีเป็นการวัดแบบแยกส่วนดังกล่าวแล้ว ฉะนั้น การมีสัมมาชีพเต็ม พื้นที่จึงเป็นตัววัดการพัฒนาที่ดีกว่าจีดีพี ## การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่คือรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข ที่ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ย้อนหลังไป ๔๕-๕๐ ปี เต็มไปด้วยสิ่งไม่ดีงามต่างๆ เช่น การลักขโมย การพนัน ยาเสพติด พระสอนเท่าไรๆ ก็ไม่ดีขึ้น จนไม่รู้จะทำอย่างไร ต่อมาพระหนุ่ม รูปหนึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดยกกระบัตรรูปใหม่ ซึ่งต่อมาท่านเป็น พระครูสาครสังวรกิจ หลวงพ่อไปสำรวจดูพบว่าชาวบ้านยากจนมาก ท่านจึง ตั้งใจว่าวัดจะไม่ไปเรี่ยไรชาวบ้าน แต่จะทำให้เขาหายจน ท่านไปศึกษา ภูมิประเทศว่าชาวบ้านจะทำมาหากินอะไรดี แล้วลงความเห็นว่าน่าจะปลูก มะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าวขาย ท่านไปศึกษาเรื่องการปลูกมะพร้าว จน ตัวท่านเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วแนะนำสั่งสอนชาวบ้านทั้งตำบลให้ปลูก มะพร้าว โดยวัดทำตัวอย่างให้ดูพร้อมทั้งจัดทอดผ้าปาหาพันธุ์ดีๆ มาให้ ใน ที่สุดชาวบ้านทั้งตำบลปลูกมะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าวขาย น้ำตาล ยกกระบัตรมีชื่อว่าหอมอร่อย ชาวบ้านทุกคนมีรายได้ ๒๐๐-๔๐๐ บาท ต่อวันต่อคน (ในสมัยนั้น) ปรากฏว่าความชั่วช้าต่างๆ หายไปหมด ตำบล ยกกระบัตรมีความร่มเย็นเป็นสุข การมีสัมมาชีพ พอกินพอใช้ ทำให้ภูมิใจในตัวเอง มีศักดิ์ศรี ทำให้ไม่ อยากทำไม่ดี และการมีสัมมาชีพถ้วนหน้าทำให้ไม่เบียดเบียนกัน ในพระไตรปิฎก ภูฏทันตสูตร พระพุทธองค์ตรัสเล่าถึงครั้งหนึ่งมี พระเจ้าแผ่นดินชื่อพระมหาวิชิตราช มีโจรเกิดขึ้นในบ้านเมือง พระองค์จะส่ง กองทัพไปปราบ ปุโรหิตกราบทูลว่าเมื่อกองทัพไปปราบแล้วกลับมา พวกโจร ๑๐ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะสี | ๑๐ carlier1.indd 10-11 10/29/09 11:05:43 AM มันก็จะกลับมาใหม่ สิ่งที่ควรทำคือใครมีอาชีพเกษตรกรรม โครักขกรรม ใครมีอาชีพพาณิชยกรรม ใครมีอาชีพรับราชการ พระองค์พึงบำรุงเขาให้ ทำได้ดี สมันนั้นมีอาชีพอยู่ ๓ อาชีพ คือ เกษตรกรรม พานิชยกรรม และรับ ราชการ เมื่อบำรุงทั้ง ๓ อาชีพแล้ว ปุโรหิตกราบทูลถึงผลที่จะเกิดขึ้นคือ บ้านเมืองของพระองค์จะร่มเย็นเป็นสุข โภคทรัพย์จะเกิดขึ้นในท้องพระคลัง (เศรษฐกิจดี) ราษฎรจะไม่ต้องปิดประตูเรือนอยู่ (ไม่มีการลักขโมย) จะยัง บุตรให้ฟ้อนอยู่บนอก (ครอบครัวอบอุ่น) นี้เป็นการบรรยายถึงความร่มเย็น เป็นสุขอย่างเห็นภาพ ทั้งในพระไตรปิฎกและเรื่องราวของตำบลยกกระบัตร ตรงกันคือ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เป็นปัจจัยของความร่มเย็นเป็นสุข ชาวพุทธและศาสนิกอื่นๆ ล้วนสนใจอยากเห็นความร่มเย็นเป็นสุข พึง เข้าใจว่าการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข ท่ามกลางความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การสอนเรื่องอบายมุขอ่างเดียว ยากที่จะเกิดศีลธรรม สัมมาชีพเป็นศีลธรรม การมีสัมมาชีพถ้วนหน้าหรือ เต็มพื้นที่ทำให้ไม่เบียดเบียนกัน จึงเป็นปัจจัยให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่จึงควรเป็นเป้าหมายและดัชนีวัดการพัฒนา พื้นที่หมายถึงหมู่บ้านหรือชุมชน ตำบลหรือท้องถิ่น และจังหวัด ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกจังหวัด ควรมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ๕. สัมมาชีพเต็ม ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกจังหวัด การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เรามีตัวอย่างของชุมชนระดับหมู่บ้านและระดับตำบล ที่มีกระบวนการ พัฒนาอย่างบูรณาการด้วยวิถีทางประชาธิปไตย แล้วเกิดความร่มเย็น เป็นสุข ที่ควรขยายตัวได้ทั้งประเทศ กระบวนการ คือการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ซึ่งเป็นวิถีประชาธิปไตย สภาผู้นำชุมชน คือองค์กรการจัดการ ประกอบด้วยผู้นำทั้งที่เป็น ทางการและไม่เป็นทางการ คือผู้นำกลุ่มต่างๆ รวมกันประมาณ ๔๐- ๖๐ คน การสำรวจชุมชน สภาผู้นำชุมชนทำการสำรวจข้อมูลชุมชน ตรงนี้เป็น ขั้นตอนที่สำคัญ เพราะถ้าปราศจากข้อมูล สภามานั่งถกความเห็นกัน เฉยๆ ยากที่จะประสบความสำเร็จ แผนชุมชน คือเครื่องมือของการขับเคลื่อนการพัฒนา จากข้อมูลชุมชน สภาผู้นำชุมชนทำแผนชุมชน ซึ่งเป็นแผนพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งเศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา สภาประชาชนหรือสภาชุมชน สภาผู้นำชุมชนทำแผนชุมชนเสนอสภา ประชาชนซึ่งประกอบด้วยคนทั้งหมู่บ้านให้วิพากษ์วิจารณ์ตบแต่ง และ ในที่สุดเป็นแผนของคนทั้งหมู่บ้าน ๑๒ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๑๓ carlier1.indd 12-13 10/29/09 11:05:44 AM คนทั้งหมู่บ้านร่วมขับเคลื่อนแผนชุมชน เมื่อคนทั้งหมู่บ้านมี ส่วนร่วมในการทำแผนชุมชน ก็มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและร่วม ขับเคลื่อน และเมื่อขับเคลื่อนไปทุกอย่างก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้ง เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา ทั้งหมดเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่คนทั้งหมู่บ้านมีส่วนร่วม โดยตรง รวมเรียกว่า การพัฒนาบูรณาการ ๘ คือ เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม- วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย ซึ่งสามารถสร้าง ชุมชนน่าอยู่ หรือชุมชนร่มเย็นเป็นสุข บางชุมชนทุกสิ่งทุกอย่างดีหมด ประดุจสวรรค์บนดิน ที่กล่าวข้างต้นคือโครงสร้างของการพัฒนาขั้นมูลฐาน ซึ่งสามารถเพิ่ม เติมตกแต่งให้งดงามเพิ่มเติมอย่างไรก็ได้ ทั้งนี้บนหลักการของการรักษา ดุลยภาพของการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ระหว่างคนกับคนและคนกับ สิ่งแวดล้อม เรื่องเศรษฐกิจชุมชนก็มีเป้าหมายให้ทุกบ้านมีสัมมาชีพ บางชุมชนก็พัฒนาไปไกลถึงวิสาหกิจชุมชน* ซึ่งทำอาชีพหลายสิบอย่าง เชื่อมโยงกัน รวมทั้งจัดการท่องเที่ยวชุมชน เมื่อชุมชนไปถึงขั้นทำวิสาหกิจ ชุมชนได้ก็จะหายจนอย่างเด็ดขาดและถาวร วิสาหกิจชุมชนจะรองรับคน ตกงานจากในเมืองได้สบายมาก การแก้ความยากจนอย่างเด็ดขาดและถาวรคือการส่งเสริมชุมชนเข้ม แข็งและพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ เรื่อง ซึ่งรวมถึงทำวิสาหกิจชุมชนได้ ไม่ใช่แจกดะประชานิยม แต่ชุมชนพึ่งตนเองไม่ได้ รูปแบบเศรษฐกิจชุมชนนี้ สามารถขยายตัวไปทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทั้ง จังหวัด ทุกจังหวัด * ดู เสรี พงศ์พิศ ในข้อเขียนเรื่องวิสาหกิจชุมชน หลายชิ้น ๑๔ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะสี | ๑๕ carter1.indd 14-15 10/29/09 11:05:45 AM # ๖. ที่ดิน-ป่าไม้-แหล่งน้ำ ทรัพยากรเพื่อสัมมาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติคือฐานของสัมมาชีพ ถ้าทรัพยากรธรรมชาติ ร่อยหรอไม่พอเพียงต่อการดำรงชีวิต ผู้คนก็จะแย่งชิงกันหรือถึงขั้นกินเนื้อ กันเอง ฉะนั้น การอนุรักษ์เพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และจัดการให้มีการใช้อย่างเป็นธรรม เป็นหัวใจของการส่งเสริมสัมมาชีพ เต็มพื้นที่ ประเทศไทยโชคดีที่เรามีที่ดินมากพอสมควร มีความหลากหลายทาง ชีวภาพและสามารถผลิตอาหารได้เหลือเกิน เราควบคุมจำนวนประชากรได้ ดี ทำให้จำนวนประชากรของเราไปคงที่ที่ ๗๐ กว่าล้านตันๆ ซึ่งไม่เหลือ กำลังทรัพยากรที่จะแบกรับ ฉะนั้น ในอนาคตแม้โลกจะวิกฤตเท่าใดๆ ไทย ก็ไม่เป็นไร เพราะเราผลิตอาหารได้เหลือกิน เราจะต้องรักษาจุดแข็งของ เราตรงนี้ไว้ อย่าให้ต่างชาติมาแย่งที่ดินของเราไป อย่าเห็นแก่เงิน เพราะ "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" ถึงมีเงินแต่ไม่มีอาหารให้ซื้อ ก็ไม่มีกิน การสามารถผลิตอาหารกินเองเหลือขาย เป็นเรื่องความมั่นคง ด้านอาหาร เราจะต้องยึดจุดแข็งตรงนี้ไว้ พยายามอนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากร ของเรา จัดที่ทำกินให้เป็นประชาชนมากที่สุด เพิ่มพูนป่าไม้ อนุรักษ์พันธุ์ สัตว์พันธุ์ปลาให้มากที่สุด ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมรักษาและใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรชายฝั่งตลอดความยาวชายทะเลของเรา ต้องอนุรักษ์สัตว์น้ำ ในแม่น้ำทุกสายอย่างเดียวกัน คนฮักเมืองน่านที่มีจุดคุ้มครองปลากว่า ร้อยจุดในแม่น้ำน่าน ทำให้ชาวบ้านมีปลากินอย่างอุดมสมบูรณ์ ถ้าจับ กินหมดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำก็จะไม่มีอะไรกิน ๑๖ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๑๗ carrier1.indd 16-17 10/29/09 11:05:45 AM # ๗. จัดที่ให้ประชาชนทำกินมากที่สุด ความมั่นคงด้านอาหาร การเกษตรพืชเชิงเดี่ยวส่วนใหญ่จะนำไปสู่การขาดดุลยภาพและ ความมั่นคง คือเกษตรกรขาดทุน เป็นหนี้ ขายไร่ขายนา ขายวัวขายควาย ขายลูกสาวไปเป็นโสเภณี เสียดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใน ๕๐ ปีที่ประเทศไทยส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว ป่าไม้ของเราหายไปกว่า เท่าตัวของที่เหลือ กล่าวคือประเทศไทยมีเนื้อที่ ๓๒๑ ล้านไร่ เมื่อ ๕๐ ปี ก่อนเรามีเนื้อที่เป็นปากว่า ๒๒๐ ล้านไร่ หรือกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ บัดนี้เหลือพื้นที่เป็นป่าประมาณ ๘๐ ล้านไร่ หรือราว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ พื้นที่เท่านั้น ความเป็นป่าหายไปยิ่งทำให้ประชาชนยากจนมากขึ้น ต้นน้ำ ลำธารเหือดแห้ง เกิดสภาพทั้งขาดน้ำในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝน เพราะ ขาดป่าไม้เป็นตัวซับและปล่อยน้ำ มีการใช้ยาฆ่าแมลงกันมากจนอาหารและ น้ำปนเปื้อนด้วยสารพิษ ทำให้โรคมะเร็งและความพิการเพิ่มขึ้น อาชีพที่ ขาดทุนและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นทำให้ชาวบ้านมีความเครียดสูง ความรุนแรงเช่น การฆ่ากันตายเพิ่มขึ้น ท่ามกลางแผ่นดินเดือดดังกล่าวข้างต้น ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เปลี่ยน วิถีชีวิตและวิถีการเกษตรที่ทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ดุลยภาพ แทนที่จะปลูก พืชเชิงเดี่ยว เขาทำหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ยืนต้น ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ทำให้มี กินอิ่ม เหลือขาย หนี้หมด เงินออมเพิ่มขึ้น สุขภาพดี มีต้นไม่มากขึ้น ต้นน้ำลำธารผุด ชีวิตเย็นลง ความรุนแรงลดลง การฆ่ากันตายหายไป ชาวบ้าน มีความมั่นใจในวิถีชีวิตสมดุลและร่มเย็นเป็นสุขเช่นนี้ ทิศทางนโยบายคือพยายามจัดสรรที่ดินให้คนไทยใช้ทำเกษตรยังชีพ ให้ได้มากที่สุด ให้คนไทยมีความมั่นคงด้านอาหารและมั่นคงในชีวิต การมี ๒ อาชีพจะช่วยประกันความมั่นคง คือทำเกษตรยังชีพบวกกับอาชีพอื่น จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ถ้าอาชีพอื่นพลาดพลั้งก็ยังมีหลังยันคือมีบ้านอยู่มี ข้าวกิน มีพยาบาลที่โรงพยาบาลขอนแก่นเล่าว่า เธอทำเกษตรไปด้วย ตอนเย็นและเสาร์อาทิตย์ (งานเกษตรไม่ต้องทำตลอดเวลา เพราะต้นไม้ก็ โตเอง ปลาก็โตเอง) แต่ละวันมีของให้ขายเยอะทีเดียว บางวันได้ถึงพันบาท เมื่อก่อนต้องกดเอทีเอ็มบ่อยๆ เดี๋ยวนี้ต้องคอยเอาเงินไปฝาก การจัดที่ให้ประชาชนทำกินมากที่สุด ครอบครัวละ ๕-๖ ไร่ อาจทำได้ หลายวิธี อาจให้เช่าระยะยาวหรือให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลก็ได้ ๑๘ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๑๙ carter1.indd 18-19 10/29/09 11:05:46 AM # ๘. เชื่อมต่อเศรษฐกิจมหภาค กับเศรษฐกิจชุมชนให้เกื้อกูลกัน แนวทางใหญ่ของเราคือถ้าเชื่อมโยงเศรษฐกิจมหภาคกับเศรษฐกิจชุมชน ให้เกื้อกูลกัน ประเทศไทยจะร่มเย็นเป็นสุข เพราะระบบเศรษฐกิจชุมชน เป็นระบบการพัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ ประการดังกล่าวแล้ว คือ เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม- สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย เมื่อเศรษฐกิจมหภาคเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างเกื้อกูลกัน ก็เท่ากับเศรษฐกิจมหภาคไปส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ ประการ ภาคธุรกิจอาจรวมตัวกันเป็นสภาธุรกิจเพื่อการพัฒนา(สธพ.) (Business Council for Development) ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันทุกจังหวัด ใน แต่ละจังหวัด สธพ. ก็ไปสนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาการผลิต เชื่อม ผลิตผลและผลิตภัณฑ์มาสู่การตลาดและการส่งออก ยิ่งชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจมหภาคยิ่งมั่นคง เพราะวางอยู่บนฐานชุมชนอันกว้างใหญ่ ถ้า เศรษฐกิจมหภาคเชื่อมกับเศรษฐกิจชุมชนจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน กับต่างประเทศ เพราะเรื่องค่าแรงขั้นต่ำนั้นเป็นเรื่องของการจ้างงานในเมือง ซึ่งก็ไม่ค่อยจะพอกินพอใช้ แต่ในชุมชนนั้นชาวบ้านมีบ้านอยู่และมีข้าวกิน อยู่แล้ว เขาได้ค่าจ้างเท่าไรก็เป็นเงินเหลือเก็บ ทางภาคธุรกิจใช้แนวคิดเรื่อง clusters อยู่แล้ว แต่คลัสเตอร์ไม่ได้มีแต่ระหว่างบริษัทด้วยกันเท่านั้น แต่เป็นคลัสเตอร์กับชุมชนได้ด้วย ซึ่งในวิสาหกิจชุมชนมีอาชีพเป็นสิบๆ อย่างเชื่อมโยงกันอยู่ ภาคธุรกิจที่ต่อเชื่อมกับระบบเศรษฐกิจชุมชนยังเท่ากับนำผู้บริโภค ในเมืองเข้าไปส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ ประการด้วย บริโภค ที่ไรก็ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น พลังผู้บริโภคนั้นมหาศาลต้องเชื่อมโยงไปสู่สิ่ง ดีงามที่จะเกิดขึ้นในแผ่นดิน ในแต่ละจังหวัด สภาธุรกิจเพื่อการพัฒนายังสามารถช่วยผลักดันให้ เกิดการศึกษาที่ดีได้ด้วย การศึกษาควรจะเชื่อมโยงกับการมีสัมมาชีพ ใน แต่ละจังหวัดประชาคมน่าจะรวมตัวกันจัดให้มีวิทยาลัยประชาคมให้พอ เพียงกับความต้องการ วิทยาลัยประชาคมจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการ มีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ให้เรียนรู้จากการทำงานเป็นและมีรายได้ไปด้วย สถาน ประกอบการทุกชนิดที่ประสบความสำเร็จควรจะเป็นสถานที่ฝึกงานอย่างดี สำหรับนักศึกษา โดยจ่ายค่าแรงสักครึ่งของค่าแรงปรกติก็ได้ สถานประกอบ การก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในการได้คนมาทำงาน โดยสอนให้เข้าทำงานเป็น สู้งานหนัก และรับผิดชอบ นักศึกษาก็ได้เรียนรู้การทำงานด้วย มีรายได้ไป ด้วย ประหยัดเงินของพ่อแม่ ๒๐ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๒๐ carlier1.indd 20-21 10/29/09 11:05:47 AM # ๙. ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) แนวคิดเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมมีน้ำหนักมากและไปได้ไกล แนวคิดนั้นก็คืองานเพื่อสังคมมีมากแต่งบประมาณมีจำกัด การที่จะ ต้องไปขอเงินใครเพื่อมาทำงานเพื่อสังคมก็ลำบาก ธุรกิจเพื่อสังคมนั้นสร้าง รายได้ขึ้นมาเองจากการทำงานเพื่อสังคม ไม่ต้องไปขอเงินใคร ถ้าอย่างนี้ก็ ไปได้โลด ที่ประเทศอังกฤษมีองค์กรธุรกิจเกิดขึ้นกว่า ๕๕,๐๐๐ องค์กรและกำลัง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเรียกว่าเป็น Third Sector ในหลายประเทศ "ภาคที่สาม" นี้มีอัตราการเติบโตเร็วกว่าภาคอื่นๆ ทั้งหมด แสดงว่าไปถูก ทาง ยกตัวอย่างที่อังกฤษมีหนังสือพิมพ์เรียกว่า Street Newspaper เขาให้คนร่ำรวยตามถนนเป็นผู้ขายและมีรายได้ คนเหล่านี้รู้จักตรอกซอกซอย ของเมืองเป็นอย่างดี ปรากฏว่าคนซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้กันมากเพราะ ต้องการมีส่วนร่วมใน "คุณค่า" และปรากฏว่าอาชญากรรมตามถนนที่ เรียกว่า street crimes ลดลง ธุรกิจบางอย่างก็สร้างงานให้คนจนทำ ให้คนพิการทำ ฯลฯ ธุรกิจเหล่านี้มี "คุณค่า" ที่คนอยากร่วมด้วยจึงเจริญดี คนส่วนใหญ่นั้นมีหัวใจของความเป็นมนุษย์ซ่อนอยู่ภายใน ต้องการทำอะไร ที่มีคุณค่า ธุรกิจคุณค่าจึงมีคนร่วมด้วยมากและมีอนาคตไกล ในประเทศไทย สถาบันพัฒนาประชากรของคุณมีชัย วีระไวทยะ เป็น ธุรกิจเพื่อสังคมที่ชัดเจน ทำประโยชน์ให้ผู้คนเป็นจำนวนมากพร้อมๆ กับมี การจ้างงานอย่างเหลือหลาย นิตยสารหมอชาวบ้านที่ทำมา ๓๐ ปีก็เป็นธุรกิจ เพื่อสังคมที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม พร้อมๆ กับเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่มีใคร เอากำไรไปแบ่งกัน ควรจะมีการสำรวจว่ามีธุรกิจเพื่อสังคมอะไรอีก สิ่งหนึ่งที่น่าทำมากสำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่ไม่มีงานทำ หรือสำหรับ องค์กรพัฒนาเอกชน คือการรวมตัวกันทำธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้ผลิตในชนบท กับผู้บริโภคในเมืองให้เกื้อกูลกัน กล่าวคือผู้ผลิตก็ผลิตอาหารปลอดสารพิษ เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคในเมือง ผู้บริโภคบริโภคเมื่อใดก็ไปสนับสนุนการ พัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ ประการ ซึ่งรวมทั้งการสร้างป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ด้วย การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเป็นไปได้ต่อเมื่อโยงพลังผู้บริโภคไปสนับสนุน การผลิตอาหารแบบอนุรักษ์ เพิ่มพูนสิ่งแวดล้อม เนื่องจากธุรกิจเพื่อสังคมเป็นเรื่องใหญ่และมีความหมายมาก สภา ธุรกิจเพื่อการพัฒนาก็ดี องค์กรอื่นใดก็ดี ควรจะรวมตัวกันขับเคลื่อนเรื่อง ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้จะเป็นทั้งเรื่องการสร้างจิตสำนึกใหม่ พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และศีลธรรม ไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุข ๒๒ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๒๓ carlier1.indd 22-23 10/29/09 11:05:47 AM # ๑๐. วัด องค์กรท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ กับ การสร้างสัมมาชีพ เนื่องจากการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข องค์กรต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนควรถือเป็นหน้าที่ที่จะจ้างงานให้คนมีงาน ทำมากที่สุด งานที่น่าทำในสังคมมีมากมายหลายอย่าง เช่น ทำความสะอาด ถนนหนทางแม่น้ำลำคลอง ปลูกต้นไม้ เป็นอาสาสมัครไปดูแลคนแก่ คนเจ็บ คนพิการ ไปช่วยคนจนเลี้ยงลูก ฯลฯ เพื่อให้บ้านเมืองของเราสะอาดงดงาม ร่มรื่นน่าอยู่ ทั้งทางกายภาพและความมีน้ำใจ หน่วยงานของรัฐมีงบประมาณมาก ควรจะใช้งบประมาณมาจ้างงานให้ คนมีงานทำมากที่สุด องค์กรท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน เรามีวัดประมาณ ๓๐,๐๐๐ วัด เป็นทุนทางสังคมอันมหาศาล มีศรัทธาของชาวบ้านต่อ พระพุทธเจ้าเป็นทุนที่สำคัญ ประเด็นของวัดคือขาดการจัดการที่ดี ชุมชน และภาคธุรกิจควรวรรมตัวกันสนับสนุนให้มีการจัดการที่ดี โดยมีต้นไม้ร่มรื่น มีบริเวณที่สะอาดสงบ เรามักเห็นบริเวณวัดสกปรกรกรุงรัง มีคนจนอยู่ รอบๆ ยั้วเยี้ย วัดมีเงินมากๆ ก็มี แต่ไม่ได้เอามาจ้างงานคนจนที่อยู่รอบๆ วัดให้ทำงานที่เป็นประโยชน์และมีรายได้ พระจะเอาแต่ให้ศีลอย่างเดียวก็ แก้ปัญหาขโมยขโจรไม่ได้ บ่อยๆ ครั้งก็มาขโมยพระพุทธรูปในวัดเสียด้วย ซ้ำ หรือบางครั้งก็มาฆ่าพระที่มีเงินมากๆ เสียด้วย พระที่มีเงินมากๆ ก็นำไป สู่ความเสียหาย เช่นเรื่องสีกาก็มิให้เห็นอยู่ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็น บ่อเกิดของศีลธรรมมากกว่าคำสอนเฉยๆ ถ้ามีการจัดการดีๆ นอกเหนือไปจากเรื่องความสะอาดความร่มรื่น ดังกล่าวแล้ว ทุกวัดน่าจะมีอาจารย์สอนกรรมฐานดีๆ นอกจากนั้นการดูแล โบราณวัตถุศิลปวัตถุเก่าแก่ในวัด จัดการการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ มีผู้อธิบายโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่สัมพันธ์กับธรรมก็จะเกิดประโยชน์ กับนักท่องเที่ยว อาจเก็บค่าเข้าชมสำหรับผู้ที่พอจะเสียได้ จัดให้มีตลาด ชุมชน ที่แม่ค้าพ่อค้ารายย่อยจะนำสินค้ามาขายกับนักท่องเที่ยว จ้างคน ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมให้สะอาด ต่างๆ นานาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ สามารถทำได้ และก็เป็นธุรกิจเพื่อสังคมไปด้วยในตัว สร้างสัมมาชีพให้คน จำนวนมาก ถ้าเรามีเป้าหมายร่วมกันว่า แนวทางใหม่ของการพัฒนาประเทศคือ การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกภาคส่วนของสังคมควรมุ่งสร้างสัมมาชีพให้ เต็มพื้นที่ ๒๔ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๒๕ carter1.indd 24-25 10/29/09 11:05:48 AM # ๑๑. การศึกษา กับ การสร้างสัมมาชีพ ระบบการศึกษาของเราสร้างคนหยิบโหย่งขึ้นมาเต็มประเทศ คือคนที่ทั้งทำงานก็ไม่เป็น สร้างความรู้ก็ไม่เป็น แต่ประเทศมีต้นทุน (cost) มหาศาลในการศึกษาแบบนี้ ต้นเหตุของระบบการศึกษาแบบนี้มาจากวัฒนธรรมที่ขาดการเห็นคุณค่า ของการทำงาน (Work value) ในขณะที่จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างของสังคมที่ให้คุณค่ากับการทำงาน เขาจึงเข้มแข็ง สังคมไทยมีค่านิยมแบบ "ขอให้ได้เป็นเจ้าคนนายคน" "ขอให้ได้นั่งกิน นอนกิน" จึงหยิบโหย่ง ดูถูกการใช้แรงงาน ดูถูก "งานต่ำ" ดูถูกอาชีวศึกษา ดูถูกชาวบ้านที่ทำมาหากิน คนขายก๋วยเตี๋ยว แม่ค้าขายของชำ ช่างผสมปูน ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่มีเกียรติเลยในสังคมไทย ทัศนคติที่ผิดๆ เหล่านี้นำมา ซึ่งระบบการศึกษาไทยอย่างที่เป็นที่ไม่เห็นคุณค่าของการทำงานและเรียนรู้ จากการทำงาน จึงสร้างคนหยิบโหย่งทำงานไม่เป็น ผู้ประกอบการบ่นกัน พรึมว่าบัณฑิตไทยมีแต่ปริญญา แต่ทำงานไม่เป็น ไม่สู้งานหนัก ไม่รับผิด ชอบ บัณฑิตเหล่านี้อย่าว่าแต่ไม่เป็นนักวิชาการค้นคว้าสร้างความรู้ให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคมเลย ให้ฟังการประชุมแล้วให้เขียนรายงานการประชุมให้ ได้สาระเกือบทั้งหมดจะทำไม่ได้ ระบบการศึกษาของเราที่ผลิตบัณฑิตที่เป็นคนครึ่งๆ กลางๆ เหล่านี้ คือ ทำงานก็ไม่เป็น สร้างความรู้ก็ไม่เป็น เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และมี ส่วนสำคัญที่ทำให้ชาติวิกฤต คนไทยทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมกันอภิวัฒน์ การศึกษาไทย อย่าทิ้งไว้ให้เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรี ว่าการเท่านั้น เรื่องมันใหญ่และยากเกินกำลังของท่าน คนไทยทั้งมวลต้อง เข้ามาช่วยกัน ทำให้ระบบการศึกษา เป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของชาติ โดยคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้ (๑) ต้องสร้างคุณค่าของการทำงาน เห็นการทำงานทุกชนิดเป็นของ ดีของมีค่า (๒) การเรียนรู้ต้องเรียนรู้จากการทำงาน ใช้การทำงานเป็นเครื่องเรียนรู้ ให้ทำงานเป็น สู้งานหนัก และรับผิดชอบ (๓) เรียนรู้ให้คิดเป็น อยู่ร่วมกันเป็น จัดการเป็น สร้างความรู้และ จัดการความรู้เป็น ระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่มาก มีผู้คนเกือบทั้งประเทศเกี่ยวข้อง ด้วย ถ้าสามารถปรับระบบการศึกษาตามหลักการดังกล่าวทั้ง ๓ ประการ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ก็จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ สร้างความเข้มแข็งให้ ประเทศ และสร้างความร่มเย็นเป็นสุข ๒๖ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๒๗ carlier1.indd 26-27 10/29/09 11:05:49 AM ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมกัน เพราะการศึกษาไม่ใช่เรื่องของกระทรวง ศึกษาธิการเท่านั้น แต่เป็นเรื่องความเป็นความตายของคนทั้งหมดและของ ประเทศ ชุมชน ท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด ภาคธุรกิจ ควรร่วมกับครูใน พื้นที่สถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ทดลองส่งเสริมการเรียนรู้แบบ ใหม่ๆ ซึ่งอาจเรียกว่านวัตกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ทรัพยากรทุกชนิดในพื้นที่ ไม่ใช่โรงเรียนเท่านั้น เพื่อการเรียนรู้ที่ดีโดยเน้นการปฏิบัติจริงทำงานจริง เป็นการเรียนรู้ที่ใช้ชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ใช้วิชาเป็นตัวตั้งแล้วแยกส่วนจาก ชีวิต ในชีวิตต้องมีการทำงาน การเรียนรู้ที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ต้องทำงานไป ด้วยเรียนรู้ไปด้วย โดยเรียนรู้ที่จะทำให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์ พร้อมที่ชีวิตก็ดีขึ้น งานก็ดีขึ้น เศรษฐกิจก็ดีขึ้น เรียนแบบนี้ไม่มีการ ว่างงาน เพราะมีงานทำและมีรายได้ตั้งแต่เป็นนักเรียนแล้ว เดิมโลกไม่มีการว่างงาน ปัญหาการว่างงานเพิ่งมาเกิดเมื่อพัฒนาแบบ แยกส่วน แยกระบบการศึกษาออกไปจากระบบชีวิต ถ้าการศึกษาเอาชีวิต เป็นตัวตั้งจะไม่มีการว่างงานเลย ระบบการศึกษาที่ถูกต้องจะสร้างสัมมาชีพเต็มประเทศ สภาธุรกิจเพื่อการพัฒนาจึงควรสนใจพัฒนาระบบการศึกษาที่ถูกต้องด้วย ๑๒. อาชีพด้านสุขภาพ และ การท่องเที่ยว เรื่องสุขภาพและการท่องเที่ยวด้าคิดเชิงระบบให้ครบวงจรจะสร้าง สัมมาชีพให้คนเป็นล้านคน ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สูงอายุจะเจ็บป่วยเรื้อรัง ด้วยโรคต่างๆ และในที่สุดต้องนอนจมอยู่กับเตียงไปไหนไม่ได้ ผู้สูงอายุที่ เจ็บป่วยเรื้อรังและพิการไม่เหมาะที่จะไปโรงพยาบาลเพราะเสียค่าใช้จ่ายมาก และคุณภาพไม่ดีเพราะโรงพยาบาลแน่นและเร่งรีบ ควรจะได้รับการดูแลที่ บ้านโดยพยาบาลเยี่ยมบ้าน แค่นั้นยังไม่พอ ผู้สูงอายุที่ทำอะไรเองไม่ได้และ ชักเลอะเลือนต้องการ "เด็ก" เฝ้าดูแลโดยรอบด้าน ขอเรียก "เด็ก" เหล่านี้ว่า ผู้บริบาล ผู้สูงอายุคนหนึ่งบางที่ต้องจ้างผู้บริบาลถึง ๔ คน คือกลางวัน ๒ คน กลางคืน ๒ คน มีบ้านที่มีผู้สูงอายุที่เลอะเลือนพร้อมกัน ๒ คน ต้อง จ้างผู้บริบาลถึง ๘ คนก็มี ผู้บริบาล เหล่านี้อาจเป็นเด็กที่ฝึกขึ้นมาเอง หรือถ้าเป็นเด็กจบ ม.๖ แล้วฝึกสัก ๖ เดือนถึง ๑ ปี ให้รับผิดชอบ มีน้ำใจ และมีทักษะในการ บริบาลก็จะมีประโยชน์มาก และเป็นสัมมาชีพอย่างแท้จริง ๒๘ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๒๙ carier1.indd 28-29 10/29/09 11:05:50 AM พยาบาล ขณะนี้เรามีทั้งหมดประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน หากจะมี พยาบาลชุมชนและพยาบาลเยี่ยมบ้านให้พอเพียง จำนวนพยาบาลทั้ง ประเทศอาจจะต้องมากถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน ด้วยการฝึกอบรมที่ดีและด้วย วัฒนธรรมอ่อนโยนแบบไทย พยาบาลไทยเป็นที่ต้องการมากในโลก ไทย ควรจะเป็น "มหาอำนาจทางการพยาบาล" ในแต่ละจังหวัดมีพยาบาล ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ คนขึ้นไป พยาบาลอาจตั้ง "มูลนิธิพยาบาลเพื่อชุมชน" ของแต่ละจังหวัดขึ้น แล้วสำรวจความต้องการพยาบาลเยี่ยมบ้านและ ผู้บริบาลทั้งจังหวัด แล้วจัดการให้มีพอเพียงกับความต้องการ มูลนิธิ พยาบาลชุมชนในจังหวัดน่าจะสามารถผลิตผู้บริบาลตามความต้องการ ในจังหวัดได้ ครูพี่เลี้ยงเด็ก เรามีเด็กปฐมวัยช่วงอายุ ๐ -๖ ขวบ ประมาณ ๔.๕ ล้าน คน ทุกตำบลต้องการสร้างศูนย์เด็กเล็กและครูพี่เลี้ยงเด็ก ถ้าคิดว่าครู พี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งควรจะดูแลเด็กเล็กเพียง ๑๐ คนเท่านั้น เราก็จะต้องการ ครูพี่เลี้ยงเด็กหลายแสนคน คำถามก็คือมูลนิธิพยาบาลเพื่อชุมชนใน แต่ละจังหวัดจะฝึกครูพี่เลี้ยงเด็กได้หรือไม่ หรือควรจะฝึกในมหาวิทยาลัย ราชภัฏ ครูพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพมีความสำคัญต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นอย่างยิ่ง นักกายภาพบำบัดและหมอนวดแผนไทย ผู้สูงอายุมักจะมีความพิการ และต้องการกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดแผนปัจจุบันทำอย่างไรก็ไม่ พอใช้และไม่สามารถกระจายไปสู่ชุมชนได้โดยทั่วถึง กายภาพบำบัดชุมชน นั้นต้องการหมอนวดแผนไทยด้วย การนวดแผนไทยเป็นที่นิยมถ้าส่งเสริม ให้ดีจะสร้างอาชีพได้เป็นจำนวนมาก แม้แต่คนตาบอดก็เป็นหมอนวดแผน ไทยได้ ศูนย์การแพทย์แผนไทยทุกตำบล ทุกตำบลควรมีศูนย์การแพทย์ แผนไทยของชุมชน ที่สามารถให้บริการขั้นมูลฐานได้ ๓ อย่างคือ นวด แผนไทย ประสบสมุดด้วยสมุนไพร และขายยาสมุนไพรที่พิสูจน์แล้วว่ามี ประโยชน์ ศูนย์การแพทย์แผนไทยประจำตำบลนี้จะบำบัดทุกข์บำรุงสุข ประชาชนได้มาก ลดภาระบริการการแพทย์แผนปัจจุบัน ลดการนำเข้ายา ต่างประเทศ และสร้างสัมมาชีพ ศูนย์การแพทย์แผนไทยประจำตำบลนี้ควร ให้บริการโดยคนในชุมชนที่ได้รับการฝึกอบรม ระบบยาสมุนไพร ถ้าทำให้ครบวงจรจะสร้างอาชีพและรายได้มหาศาล ตั้งแต่เกษตรกรที่ปลูกพืชสมุนไพร กระบวนการผลิตยาสมุนไพร การขายยา สมุนไพร รวมทั้งการส่งออกสมุนไพร สปาและสถานส่งเสริมสุขภาพชุมชน คนในเมืองนั้นเครียด อ่อนล้า และสุขภาพไม่ดี ถ้าทำสถานส่งเสริมสุขภาพชุมชนที่ดีๆ จะขายดีมาก โดยจัดให้ผู้รับบริการได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามร่มรื่น ได้ สัมผัสชีวิตชาวบ้านที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์มากกว่าคนในเมือง กิน อาหารสุขภาพ ออกกำลัง บริการการนวดแผนไทย สัมผสานศิลปะและ ฟังธรรมตามควร เหล่านี้จะทำให้ผู้รับบริการได้ฟื้นฟูสุขภาพ เป็นการสร้าง ๓๐ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๓๑ carter1.indd 30-31 10/29/09 11:05:51 AM เสริมสุขภาพ และสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วย ที่สำคัญทำให้คนในเมืองได้ สัมผัสความจริงของแผ่นดินไทย ที่มีผลต่อการร่วมสร้างประเทศไทยให้ เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ระบบการท่องเที่ยวครบวงจร เรามักกลัวกันว่าถ้ามีนักท่องเที่ยวเข้ามา มากแล้วจะทำลายสิ่งแวดล้อมและทำลายวัฒนธรรม ซึ่งก็เป็นความจริง ถ้า การจัดการการท่องเที่ยวยังกระท่อนกระแท่นแยกส่วน แต่จะตรงข้าม ถ้าเรา จัดการการท่องเที่ยวให้เป็นระบบครบวงจร อันทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น วัฒนธรรมดีขึ้น เราต้องมีการศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ มีการจัดทำพิพิธภัณฑ์ตำบลทุกตำบล อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดูแลวัดทุก วัดให้อยู่ในสภาพดี ผลิตสินค้าวัฒนธรรม รักษาสิ่งแวดล้อมให้สวยงามน่า เที่ยวน่าชม ทุกท้องถิ่นจัดฝึกอบรมมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพสูงให้พอเพียง เพื่อการนำเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ความรู้และเจริญจิตใจ โดยถือหลักคนมาท่องเที่ยวกลับไปแล้วเป็นคนดีขึ้น ดูแลระบบการเดินทาง และที่พักตามระยะทางมีจุดพักที่สวยงาม บริการดี มีการขายอาหารและ สินค้าทางวัฒนธรรม มีที่พักนักท่องเที่ยวที่สะอาดน่าพักราคาพอสมควร ตลอดไปจนถึงโฮมสเตย์ ต้องจัดระบบการเงินที่ได้จากการท่องเที่ยวให้ ถูกต้อง คือมีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งจัดตั้งกองทุน สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ไปสนับสนุนการศึกษาวิจัย การหนุบำรุงศิลป วัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การศึกษาและฝึกอบรมมัคคุเทศ และ กิจกรรมใดอื่นที่จะทำให้ระบบการท่องเที่ยวครบวงจร ระบบการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงครบวงจร จะก่อให้เกิดความสร้างสรรค์ ทั้งการวิจัย อนุรักษ์วัฒนธรรม การหนุบำรุงแหล่งโบราณสถาน อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพคน ตลอดจนสร้างอาชีพและรายได้มหาศาล ชุมชนท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด สภาธุรกิจเพื่อการพัฒนา ควรร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพัฒนาระบบการท่องเที่ยวให้ครบวงจร เศรษฐกิจระบบอาหาร เศรษฐกิจสุขภาพ และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เป็นสดมภ์หลักของเศรษฐกิจไทย ถ้าทำให้ครบวงจรก็เหลือกินเหลือใช้ ๓๒ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๓๓ carier1.indd 32-33 10/29/09 11:05:51 AM # ๑๓. ร่วมสร้างประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ประเทศไทยมีทรัพยากร หรือทุนประเภทต่างๆ มหาศาล ทั้งทุนทางภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางศาสนธรรม มากเกินพอที่คนไทยจะอยู่กันด้วยความสุขถ้วนหน้า เราควรตั้งเป้าว่าเราจะร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ก็คงไม่ยากที่จะนิยามว่าประเทศที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอย่างไร เช่น (๑) ผู้คนมีอิสรภาพ มีจิตสำนึกที่ดี รักความถูกต้องดีงาม รักการเรียนรู้ (๒) มีเศรษฐกิจดี หลุดพ้นจากความยากจน ทุกคนมีสัมมาชีพมั่นคง (๓) มีสังคมเข้มแข็ง มีประชาธิปไตยคุณธรรม มีสันติภาพ มีสุนทรียธรรม (๔) มีสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม และเกื้อกูลต่อชีวิต (๕) คนทั้งปวงมีสุขภาวะ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา เป็นต้น ทั้งนี้โดยการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง เพื่อสร้าง (๑) ชุมชนน่าอยู่ทุกหมู่บ้าน (๒) ท้องถิ่นน่าอยู่ ทุกตำบล ทุกเทศบาล (๓) เมืองน่าอยู่ ทุกเมือง (๔) จังหวัดน่าอยู่ ทุกจังหวัด (๕) ประเทศไทยน่าอยู่ ทั้งประเทศ องค์กรต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ที่สนใจเรื่องร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ ควรวรวมตัวกันเป็นภาคีส่งเสริมร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ภาคีประเทศไทยน่าอยู่ จัดให้มีการทำข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร ถึงสถานภาพและความก้าวหน้าเรื่องประเทศไทยน่าอยู่อย่างต่อเนื่อง ควรมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่น่าอยู่ในโลก เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ ว่าเขามีคุณลักษณะอย่างใดบ้าง นำข้อมูลนี้เผยแพร่ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง กระตุ้นให้สังคมไทยทำได้ดีเท่าเขา และดีกว่าเขาในที่สุด ภาคีประเทศไทยน่าอยู่ ควรจัดให้มีการทำดรรชนีของการเป็นประเทศน่าอยู่ แล้วใช้ดรรชนีนี้วัดความก้าวหน้าเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดต่างๆ และกระตุ้นให้ร่วมสร้างประเทศน่าอยู่ให้ดียิ่งๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นสังคมน่าอยู่ แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๓๕ carlier1.indd 34-35 10/29/09 11:05:55 AM # ๑๔. มุมมองใหม่ จิตสำนึกใหม่ เรื่องสัมมาชีพเต็มพื้นที่กับเรื่องร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศ ที่น่าอยู่ที่สุด เป็นเรื่องไม่ยากเลย ถ้าเรามีมุมมองใหม่ จิตสำนึกใหม่ มีปัจจัย ๒ อย่างใหญ่ๆ ที่ทำให้เรามีมุมมองเก่า จิตสำนึกเก่า คือ หนึ่ง โครงสร้างอำนาจแบบ "นาย-ไพร" หรือระบบเจ้าขุนมูลนายซึ่งมี มาแต่โบราณ ทำให้เกิดความสยบยอมพึ่งพิง ไม่กล้าคิดไม่กล้าทำ สอง มหาอำนาจตะวันตกที่ถือยุโรปเป็นศูนย์กลางของความเจริญ พยายามสวม "แว่นตะวันตก" ให้เห็นว่าประเทศต่างๆ นอกจากยุโรป เป็น ประเทศที่ยากจน ไม่มีภูมิปัญญา ด้อยพัฒนา "แว่นตะวันตก" ทำให้ดูถูก ตัวเองว่าต่ำต้อย ยากจน ล้าหลัง ไม่มีศักยภาพ พึ่งตนเองไม่ได้ ต้องพึ่งฝรั่ง แบบ "ฝรั่ง สรณัง คัจฉามิ" อยู่รำไป มุมมองเก่า จิตสำนึกเก่าทำให้เราติดหล่ม ทั้งๆ ที่เรามีทุนต่างๆ มหาศาล ดังกล่าวแล้ว รวมทั้งทุนทางประวัติศาสตร์ ถึงเวลาที่เราจะต้องมีมุมมองใหม่ จิตสำนึกใหม่ คนไทยต้องสลัดตัวไปสู่อิสรภาพ สำนึกถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็น คนของเรา ว่าเรามีศักยภาพในตัวเองในการสร้างสรรค์ สามารถทำอะไรดีๆ ได้ มองเห็นทรัพยากรและทุนต่างๆ ในประเทศไทย ที่คนไทยสามารถนำมา ร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีงามให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกได้ การศึกษาและสื่อสารมวลชนต้องทิ้งแว่นเจ้าขุนมูลนาย และแว่นตะวันตก ที่ทำให้คนไทยดูถูกตนเอง มาสวมแว่นความจริงของแผ่นดินไทย ส่งเสริม ให้คนไทยมีมุมมองใหม่และจิตสำนึกใหม่ ที่มีอิสรภาพ และสำนึกในศักดิ์ ศรีและคุณค่าความเป็นคน และศักยภาพของสังคมไทย สื่อสารมวลชนไทยมักมุ่งความสนใจไปเฉพาะที่การเมือง และสื่อให้เห็น ความเลวร้ายของนักการเมือง ทำให้เกิดความสลดหดหู่กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่จริง ## สังคมใหญ่กว่าการเมือง ถ้าสังคมเข้มแข็ง การเมืองจะมีคุณภาพ ๓๖ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๓๗ carrier1.indd 36-37 10/29/09 11:05:55 AM มีเรื่องดีๆ ในแผ่นดินมากมาย ที่สื่อมวลชนและนักเขียนไม่รู้ ควรส่งเสริมให้สื่อมวลชนและนักเขียนไปสัมผัสความจริงของแผ่นดินไทย แล้วนำมาเขียนมาสื่อสารกันจะเกิดพลังแผ่นดิน การเมืองและระบบที่เป็นทางการมีข้อจำกัด เราต้องก้าวข้ามข้อจำกัด (Transcend) สังคมใหญ่กว่าการเมืองและระบบที่ไม่เป็นทางการใหญ่กว่าระบบที่เป็นทางการ สังคมทุกภาคส่วนสามารถรวมตัวกันทำอะไรดีๆ การทำความดีไม่ต้องขออนุมัติ ลงมือทำได้เลย มีรูปแบบที่ทุกคนมีความหมาย ทุกคนลงมือทำได้ ที่เรียกว่า INN I = Individual ปัจเจกชนแต่ละคนมีศักดิ์ศรีมีคุณค่า สามารถลงมือทำอะไรดีๆ ที่ชอบที่ถนัด N = Nodes มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มละ ๕-๖ คน ที่มีความสนใจร่วมกันทำอะไรดีๆ ที่กลุ่มชอบ ควรมีกลุ่มที่ทำงานแตกต่างหลากหลายเต็มสังคม N = Networks มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทั้งระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม แต่ละคนแต่ละกลุ่มเป็นสมาชิกได้หลายเครือข่าย INN จะปลดปล่อยทุกคนไปเป็นอิสระ ทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคนและมีศักยภาพในการสร้างสรรค์ กลุ่มและเครือข่ายทำให้เกิดปัญญาร่วมและพลังร่วม INN จึงยังให้เกิดความสุขและพลังสร้างสรรค์อันมหาศาล ก้าวข้ามข้อจำกัดทางการเมืองและความเป็นทางการ ไม่ถือใครเป็นศัตรู แต่ถักทอกันไปสู่ความสร้างสรรค์ เพื่อนคนไทยครับ ถึงเวลาที่เราจะต้องมีมุมมองใหม่ จิตสำนึกใหม่ ถักทอกันให้เกิดปัญญาร่วมและพลังร่วม ร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ที่พวกเราจะภูมิใจ และอยู่ร่วมกันด้วยศานติสุข ๓๘ | แนวทางใหม่ในการพัฒนาประเทศ สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประเวศ วะลี | ๓๙ carter1.indd 38-39 10/29/09 11:05:56 AM carrier1.indd 40 10/29/09 11:05:56 AM
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2009
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• อาชีพ
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2009
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้