auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

จากขัดแย้ง แดง-เหลือง สู่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้กล่าวเชิงเปรียบเทียบการเมืองของไทยกับผู้ป่วยดื้อยาจนอาการหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู นอกจากนี้ผู้เขียนยังอธิบายระบบโครงสร้างของสังคมไทยว่ามีปัญหาควมยากจน ความไม่ยุติธรรมกับคนยากจน เกิดปัญหาการแบ่งชนชั้น และแนวความคิดและกระบวนการทางการเมือง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

จากขัดแย้ง แดง-เหลือง สู่ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเวศ วะลี ๑.ดื้อยา จนเข้าไอซียู ถ้าว่าประเทศไทยป่วย ก็เป็นความป่วยที่ดื้อยามาก ทั้ง ๆ ที่เรามีอะไรดี ๆ มาก เช่น มี พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐ มีพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบและทรงคุณวิเศษ มีพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันผู้ทรงทำเรื่องดี ๆ สอนเรื่องดี ๆ มาตลอดรัชกาลอันยาวนาน มีคนไทยอีกมากหลายที่ พยายามทำเพื่อบ้านเมือง แต่ประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานได้ คือปัญหาความยากจนและ การขาดความเป็นธรรม ความยากจนไม่ได้เกิดจากขาดการพัฒนาแต่เกิดจากการขาดความเป็นธรรม เมื่อพัฒนาไปบนพื้นฐานการขาดความเป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมยิ่งเพิ่มขึ้น ช่องว่างระหว่างคนจน กับคนรวยยิ่งห่างมากขึ้น การใช้ทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรมยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความขัดแย้งและ ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีทางออก และความป่วยของประเทศทรุดหนักลงประดุจประเทศไทย เข้าไอซียู คนไข้ที่เข้าไอซียูถ้าฟื้นไม่ได้ก็ตาย ๒.ขาดวิธีคิดเรื่องโครงสร้าง ตามหลักธรรมชาติ โครงสร้างกำหนดคุณสมบัติ แต่สังคมไทยขาดความคิดเชิงโครงสร้าง มักคิดเรื่องจิตใจโดด ๆ แล้วพยายามพัฒนาจิตใจ ซึ่ง ก็เป็นของดี แต่ไม่ได้ผลเชิงมหภาค สังคมไทยก็ยังขาดศีลธรรมและขาดรุนแรงขึ้น ท่านอาจารย์พุทธ ทาสพยายามตะโกนบอกอย่างแรง ๆ ว่า "ถ้าศีลธรรมไม่กลับคืนมา โลกาวินาศ" แต่ศีลธรรมก็ดิ่งไปลง เหมากขึ้น เพราะโครงสร้างของสังคมทำให้ศีลธรรมเสื่อม ที่ว่าโครงสร้างกำหนดคุณสมบัตินั้นที่เห็น ได้ง่าย ๆ ก็เช่น โต๊ะ เรือ บ้าน ทั้ง ๆ ที่ทำด้วยไม้เหมือนกัน ถ้าโครงสร้างมันเป็นโต๊ะมันก็มีคุณสมบัติ เป็นที่วางของได้ ถ้าโครงสร้างเป็นเรือ มันก็มีคุณสมบัติลอยน้ำได้ ถ้าโครงสร้างเป็นบ้าน มันก็มี คุณสมบัติเป็นที่อยู่อาศัยได้ ธาตุออกซิเจนกับธาตุเหล็กมีคุณสมบัติต่างกันลิบลับ ทั้ง ๆ ที่ประกอบด้วยอนุภาคเหมือน ๆ กันคือ โปรตอน นิวตรอนและอีเล็คตรอน แต่โครงสร้างต่างกัน หรือน้ำประกอบด้วยไฮโดรเจ็นและออก ซิเจ็น แต่คุณสมบัติของน้ำเป็นของใหม่โดยสิ้นเชิง ไม่เหมือไฮโดรเจ็นหรือออกซิเจ็นแต่อย่างใดเลย เพราะเมื่อไฮโดรเจนจับกับออกซิเจนเกิดโครงสร้างใหม่ขึ้น จึงกล่าวว่า โครงสร้างกำหนดคุณสมบัติ ในสังคมมีโครงสร้าง โครงสร้างของสังคมกำหนดคุณสมบัติของสังคม -1- โครงสร้างของสังคมไทยทำให้เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี ทั้ง ๆ ที่เรามี ศาสนาที่ดี และพระมหากษัตริย์ที่ดีในฐานะปัจเจกบุคคล เศรษฐกิจ การเมือง และศีลธรรม จะยังคง ไม่ดีต่อไป หรือรุนแรงมากขึ้นจนเกิดมิคสัญญี กลียุค ตราบใดที่ยังไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ๓. อย่าเหมาเข่งเรื่อง แดง- เหลือง การเหมาเข่งว่าพวกแดงคือพวกทักษิณหรือพวกคิดล้มเจ้า พวกเหลืองคือพวกอมาตยาธิปไตย นิยมกษัตริย์ เป็นการลดทอนไปสู่การแบ่งขั้วมากเกินไป ทำให้ไม่เป็นความจริงและนำไปสู่ความรุนแรง ในแต่ละละสีมีความหลากหลาย เช่น ในพวกสีแดงมีคนจนที่ไม่มีทางออก มีพวกที่รักทักษิณ ด้วยหัวใจ พวกรับจ้าง พวกได้ประโยชน์จากทักษิณ พวกไม่ชอบสถาบัน ด้วยเหตุต่าง ๆ รวมทั้งพวก แดงอุดมการณ์ รวมทั้งอาจมีแต่งที่ชอบสถาบันด้วยซ้ำไป ถ้าเราวิเคราะห์แยกแยะโดยพยายามเข้าใจ เหตุปัจจัย ไม่เข้าไปสู่อารมณ์มากเกินไป ยิ่งถ้าเห็นทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วย ก็จะยิ่งเข้าใจ เห็นใจ และเข้าถึงความจริง ในสังคมพหุลักษณ์ จะมีคนชอบสถาบันบ้าง ไม่ชอบสถาบันบ้าง เป็นธรรมดา คนที่ไม่ชอบก็ อาจมีเหตุผลต่าง ๆ กัน เช่น ความแค้นจากเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม หรือเพราะพฤติกรรมของพระ ราชวงศ์บางองค์หรือของคนบางคนในแวดวงราชสำนัก คนที่เรียกว่าแดงอุดมการณ์นั้น คิดเชิงโครงสร้าง และเห็นว่าสถาบันเป็นปัจจัยให้ดำรงโครงสร้างเดิมที่ไม่ยุติธรรม ยากต่อการแก้ไข พวกฝ่ายเหลืองนั้นมีจุดร่วมที่ "เกลียดทักษิณ" เพราะเห็นว่าทักษิณนั้นประกอบด้วยตัณหา มานะ ทิฏฐิ อย่างรุนแรง จะพาบ้านเมืองไปสู่ความเสื่อมเสียศีลธรรมและความรุนแรง ฝ่ายเหลืองนี้ใช่จะ นิยมอมาตยาธิปไตยไปเสียทั้งหมด ที่เกลียดรัฐประหารก็มี เป็นพวกที่คิดเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับฝ่าย แดงอุดมการณ์ก็มี อาจเรียกว่าเป็นพวกเหลืองอุดมการณ์ ๔. จุดร่วมคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ในเมื่อทั้งฝ่ายเหลืองและฝ่ายแดงก็มีผู้คิดเชิงโครงสร้าง และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่อง สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยพ้นจากความติดขัดทางประวัติศาสตร์ไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้ จึงควรมี ความร่วมมือกันในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง คนไทยทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ทุกสถาบัน ควรคุยกันเรื่อง การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ถ้าสีน้ำเงินหรือผู้นิยมกษัตริย์เข้าร่วมและสนับสนุนความเคลื่อนไหว แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วย ก็จะเป็นคุณค่าแก่สถาบัน และแก่อนาคตของประเทศ ๕. ร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ประเทศไทยมีทรัพยากรต่าง ๆ มากมาย เกินพอที่จะสร้างความสุขให้คนไทยทุกคน ลองพิจารณา ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าน่าอยู่ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน เดนมาร์ค นอร์เวย์ ประเทศไทยมีทรัพยากร มากกว่าประเทศเหล่านั้น ทั้งในเรื่องที่ดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทาง วัฒนธรรม เรายังมีทุนทางศาสนธรรมมากกว่า คนไทยควรจะร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ -2- น่าอยู่ที่สุด ที่คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน มีความเสมอภาค ภราดรภาพ มีการ รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง สามารถพัฒนาเศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม- วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย อย่างเชื่อมโยงเป็นบูรณาการทั้ง ๘ ประการ เมื่อมีการพัฒนาอย่างบูรณาการก็มีดุลยภาพ เมื่อมีดุลยภาพก็มีความเป็นปรกติและความยั่งยืน วิกฤตการณ์เกิดจากการพัฒนาอย่างขาดดุลยภาพ การขาดดุลยภาพเกิดจากการพัฒนาอย่าง แยกส่วน การสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่คือการพัฒนาอย่างบูรณาการไปสู่ดุลยภาพ ## ๖. การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อพัฒนาไปสู่ดุลยภาพ โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนำไปสู่การเสียดุลยภาพ ความขัดแย้ง และความรุนแรง การแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างเกี่ยวกับความเป็นธรรมในทุกด้าน เช่น (๑.)โครงสร้างทางจิตสำนึก วิธีคิด และจิตใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องลึกที่สุด สังคมไทยเป็นสังคม ชนชั้นมาแต่โบราณ จึงขาดการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะของคนเล็กคนน้อยคนยากจน การเคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่าง เท่าเทียมกันเป็นศีลธรรมพื้นฐานทางสังคม ซึ่งเป็นรากฐานของสิ่งดีงามทั้งปวง เช่น ประชาธิปไตย สิทธิ มนุษยชน ความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้สิ่งดีงามทั้งปวงก็ไม่เกิดขึ้น ความที่มัน เป็นโครงสร้างทางจิตสำนึก วิธีคิด และจิตใจ ความรังเกียจและอดติดต่อชนชั้นล่างจึงเป็นไปโดยอัตโนมัติ อย่างทั่วถึง ที่เผลอ ๆ ไปพระก็อาจรังเกียจคนจนเสียด้วยซ้ำไป สังเกตกันหรือเปล่าว่าหามามันเกลียดคน จนเพราะมันเอาอย่างคน เราต้องสร้างจิตสำนึก วิธีคิด และจิตใจใหม่ ที่เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุก คนอย่างเท่าเทียมกัน (๒.)โครงสร้างทางวัตถุ เช่น ถ้าประชาชนมาก่อน ทางคนเดินต้องใหญ่กว่าทางรถวิ่ง ซึ่งจะทำ ให้ประหยัดพลังงาน คุณภาพอากาศดี และสุขภาพประชาชนดีขึ้น (๓.)การใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม เช่น การจัดสรรให้คนไทยมีที่ทำกินมากที่สุดจะทำให้ เกิดความมั่นคงในอาชีพ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข (๔.)ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ต้องมีมาตรการต่าง ๆ ที่ไม่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับ คนจนมากเกิน สภาพรอยกระจุกจนกระจายนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองและวิกฤตการณ์ที่ทำ อย่างไรก็แก้ไม่ได้ (๕) ระบบความยุติธรรม ที่ยุติธรรมต่อคนเล็กคนน้อยคนยากจน (๖) โครงสร้างทางสังคม สังคมไทยมีโครงสร้างทางดิ่ง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจ ข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจข้างล่าง โครงสร้างแบบนี้จะมีการโกงกินมากและมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนต่าง ๆ นานา เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดี และจะไม่มีวันดีตราบเท่าที่โครงสร้างยัง เป็นทางดิ่ง ต้องส่งเสริมให้ผู้คนสามารถรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง เกิดเป็นสังคมทางราบหรือประชาสังคม ควรส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานก็ดี เกษตรกรก็ดี รวมตัวกันเพื่อ -3- พัฒนาตัวเอง และมีเครื่องมือต่างๆ ของตัวเอง ตลอดจนสามารถต่อรองผลประโยชน์ของอาชีพของตน ได้ และมีส่วนในการกำหนดนโยบายของประเทศ (๗) โครงสร้างทางการเมืองการปกครอง ต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น ให้ชุมชน ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งทุกด้าน และสามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมทั้งมีความสามารถในการนำประเด็นเชิงนโยบายที่เกิดในชุมชนท้องถิ่นไปสู่นโยบายระดับชาติ ๘. ความเป็นธรรมทางสุขภาพ ลูกคนจนยังตายมากกว่าลูกคนรวยสามเท่า คนจนยังเจ็บป่วยและตาย โดยไม่จำเป็น แม้โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคจะขจัดความเดือดร้อนของคนจนในการรักษาพยาบาล ไปได้มาก ๙. ระบบการศึกษาที่ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การศึกษาที่ท่องวิชาไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ช่วย แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ๑๐. ระบบการสื่อสาร เพื่อความเป็นธรรม ระบบการสื่อสารเป็นเครื่องมือของรัฐและเงินเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่ได้สื่อสารเพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนคนยากจน ทั้ง ๑๐ ประการเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ปัญหาเชิงโครงสร้างมีอีกลึกซึ้ง กลุ่ม องค์กร และ สถาบันต่างๆ ควรนำเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้างมาพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจนถึงขั้นเอาไปลงมือปฏิบัติ ได้ คณะกรรมาธิการของรัฐสภาทุกชุดควรมีระเบียบวาระร่วมในเรื่องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง รัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านควรมีระเบียบวาระเรื่องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง มหาวิทยาลัย และสื่อมวลชนควร ยกการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างขึ้นมาศึกษาค้นคว้าสื่อสารกัน ให้การคิดเชิงโครงสร้างและการแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างเป็นปรกติวิสัยของสังคมไทย ตามปรกติการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ยาก นอกจากมีความรุนแรงเกิดขึ้น เช่น การปฏิวัติ การแพ้สงคราม ยามวิกฤตสุดๆ เป็นโอกาสที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ในยามที่ ประเทศไทยมีความขัดแย้งสุดๆ จนมาถึงชายขอบมิคสัญญีกลียุค หวังว่าทุกฝ่ายจะพลิกวิกฤตให้เป็น โอกาสโดยร่วมกันแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นจุดร่วมที่ทุกสีทุกฝ่ายจะร่วมกันได้ เพื่อให้ประเทศไทยรอดจาก มิคสัญญีกลียุคไปสู่จุดลงตัวใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่ยุคศรีอาริยะได้ เมื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ การพัฒนาจิตใจตามหลักศาสนาก็เกิดง่ายขึ้น ความเป็นธรรมทาง สังคมก็เหมือนศีล เมื่อสังคมมีศีล สมาธิ ปัญญา ก็เกิดง่ายขึ้น สังคมที่มีศีล สมาธิ ปัญญา คือ สังคมศรีอาริยะ -4- PCET จากขัดแย้ง แดง-เหลือง สู่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
34% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
26% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
18% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

• ปัญหาสังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้