auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

มหาวิทยาลัยชีวิต

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทยเติบใหญ่ในยุคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การศึกษาเป็นแบบอุตสาหกรรมในการผลิตคนเพื่อออกไปเป็นลูกจ้างฝนหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ระบบการศึกษาจึงมีโรงงานที่ผลิตคนออกมารับใช้สังคมในรูปแบบของโรงเรียนแต่พฤติกรรมคือเป็นโรงสอนเสียมากกว่า

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

99 พียง ษฐกิจพอเ ศฑพ หนี้ แก้จน กบเศร แก :สึก 6๑6 เวศ ว ณญู ลู ๐๐ ๓ = - ๒ (ระ , ล ๑ ซี่ = = ยว ร ว ศ# ๐ 1 บว = ลย า๕= 1 - 3 โร รซะ เ=-] ด ด - ภิรว"จ ล9ง42ฮวฝ 2๐ -=« เสัพัติส๒ . ก44. จ840 ๕๕ =ะ ระรรรรชถระ5 = สลัด ละ 0 - - ธะ2= รณ์เซชร222 2 รกะ๓-= ---ลล 4 5 ป็ รู วารสาธร มหารวิทขาลัยซิวิต ระอัวโต้คูนีมกิราคม- มีมาคม พ.ศ.2552 ราคา 100 บาท ลก - 1ไ11 อนอื่นต้องขอกล่าวคําว่าสวัสดี อบับนี่เป็น อบับปฐมฤกษ์ ของวารสารน้องใหม่ ซึงถือ กําเนิดเกิดขึ้นในท่ามกลางบรรยากาศแห่ง การเรียนรู้ของผู้คนในชุมชนและสังคม ดังคํากล่าวที่ว่า การศึกษา การเรียนรู้เป็นการติดอาวุธทางปัญญา ที่ ใดมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ที่นั่นย่อมเกิดการพัฒนา ในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) จัด ตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 14 สิงหาคม 2545 โดย 4 องค์กรภาคี ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) (ปตท.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (8.ก.ส.), สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)และมูลนิธิหมู่บ้าน ได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นมูลนิธิ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ในปี พ.ศ.2549 มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) ได้ดําเนินโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเน้นแนวคิดหลักใน การจัดการศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เรียนรู้จาก ประสบการณ์ เรียนรู้จากชีวิตจริง โดยร่วมมือกับ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อส่งเสริมกระบวนการ เรียนรู้ที่สามารถบูรณาการความรู้ในรายวิชาต่างๆ ซึ่ง มีความเกี่ยวโยงกันและสัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพของท้องถิ่น รวมทั้งปัจจัยต่างๆ อย่างมีพลัง เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ ในการพัฒนาท้องถิ่น และเป็นผู้นําการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ณ ศูนย์ เรียนรุ้มหาวิทยาลัยชีวิตในชุมชนท้องถิ่น เป็นการเปิด โอกาสทางการศึกษาให้กับผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่ ผู้นําซุมชน และบุคคลหลากหลายอาชีพ ได้ เปิดดําเนินการมาตั้งแต่ ปี 2549 ขณะนี้มีนักศึกษา ระดับปริญญาตรีประมาณ 7,500 คน ระดับปริญญา โทประมาณ 290 คน อายุเฉลี่ยของนักศึกษา 42 ปี สาระในอบับนี้ ขอนําเสนอแนวคิด และแนว ปฏิบัติที่สําคัญยิง อันเป็นการจุดประกายผู่การปฏิรูป ร ซ่ การศึกษาที่แท้จริงของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนาย ค ชา ณ เศ แพทย์ประเวศ วะสี ประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ติดตามด้วยแนวคิด ข้อคิด ข้อเขียนของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารระดับชาติ และนานาชาติ อาทิ นายประเสริฐ บุญลัมพันธ์, รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน, นายเอ็นนู ซือสุวรรณ และ ล 9ป ฟา รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ รวมทังได้รู้จัก และเรียนรู้จาก ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนพึงตนเองได้ ศูนย์ เรียนมหาวิทยาลัยชีวิต จํานวน 117 ศูนย์ โดยเฉพาะ อย่างยิง นักศึกษาโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตที่ประสบ ความสําเร็จในชีวิต และมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปใน ทลา , หชียะท ซะฑิชัน ฆ ทางที่ดีขึ้นระหว่างเรียน ถือได้ว่าเขาได้รับปริญญา เราชีกิน คปอธาป ยัชู อ ล ซีวิตแล้ว ก่อนที่เขาจะได้รับปริญญาบัตรในเวลาอัน ะม้ ใกล้นี่ 0 - ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต การ ศึกษาและชีวิตไม่สามารถแยกออกจากกันเป็นคนละ ก ญ์ ช้ นรรรนภาระรณ ส่วน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นครูซึงกันและกัน เป็น การเติมเต็มให้แก่กันและกัน และการมีส่วนร่วมของ ต พัยักร์สีไพรระชะย์โครกรณ์แรสระซีร๒ ปเรนซี ผู้คนในชุมชนท้องถินเป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้เรียนรู้ ฝึกฝน อบรม ขัดเกลาจิตใจ พัฒนาสติปัญญาให้เจริญ ยิงๆ ขึ้น อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างดียิง ด้วยเหตุ นี “โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต” และ “วารสารมหา จ เม" ต ย วิทยาลัยชีวิต” จึงได้เกิดขึ้นมา แม้จะซ้าไปหน่อย แต่ ยังไม่สายสําหรับชีวิต เพราะการศึกษา คือการเรียนรู้ ตลอดชีวิต กองบรรณาธิการขอขอบพระคุณผู้เกียวข้อง โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตทุกท่าน ภาคีความร่วมมือ ซา เษรรวป เยพย ทุกภาคี และผู้มีความอุปการะคุณทุกท่าน ทําให้การ ส แม มกขอธา ดําเนินงาน สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี บุญมาก ปุราสะเก 2, <สารบปัญ)> อทก์โอทเร เรื่องอากปก 3 “มหาวิทยาลัยธีวิต” ทางรอดยองสังคมไทย คมความคิด 18 มหาวิทยาลัยชีวิต เรียนเพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรี แสะมีกินในท้องถิ่นยองตนเอง ศูนย์เรียนรู้ 2 ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต.., องค์กรแห่งความหวัง 26 /*“จัตเลี้ยงน้างา ระตมทุนสร้างศูนย์เรียนรู้” หลากหลายความคิด 28 (ร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน พู๊อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแหงงาติ 31 นายเอ็นนู ชื่อสุวรรณ รักษาการผู้งัตการธนบาคารเพื่อภารเกษตร และสหกรณ์การเกษตร 33 แนายธานี เทือกสุบรรณ นายกองค์ภารบริหารส่วนฉังหวัดสุราษฎร์ธานี 34 รศ.@5.โกวิทย์ พวงงาม หัวหน้าภาควิบาการพพัฒนานบุมบน เคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษา บรรณาธิการ 1. คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อ.บุญมาก ปุราสะเก 2 คุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ บรรณาธิการบริหาร 3 ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อ.สุรเซษฐ เวชชพิทักษ์ 4. ดร.เสรี พงศ์พิศ กองบรรณาธิการ 5. ดร.ทวิช บุญธิรัศมี คุณสุภาส จันทร์หงษ์ 6. คุณศักดิ์ดา นพเกตุ อ.สุนีย์ จันทร์สุรย์ - -: ธิ 36 ร5ศ.ศ5ธ.ประเทือง ภูมิภัทราคม | อธิการบตีมหาสัยรางภัฏนครสวรรค์ สถูป 38 โครงการแก้หนี้แก้วน เริ่มสันดิวิตใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิงพอเพียง เรื่องรองปก 44 สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน หมายเหศุ 52 มหาวิทยาลัยชีวิต เงื่อมโยงเวทีโลก กระบวนการเรียนรู้ 66 ถารจัสตกระบวนการเรียนรู้ ในโครงการมหาวิทยาลัยฉีวิต ปริญญาธีวิต 73 “อรัญ เทพพิทักษ์” อะหอบใบปริญญา กลับไปทํานา เปิดบ้านวิสาหกิจษธุมหน 81 ชีวิตที่พอเพียง ยอบงกลุ่มวิสาหกถิจบุมนน บ้านหนองบัวแปะ ญญกณะผู้จัดท่า4 ผ้อมูลศูนย์การเรียนรู้ | 90 รายถื่อและสถานที่ติดตอ' พผู้ประศานงานธังหวัด และเผู้อํานวยการศูนย์เรียบรู ณศุภลักษณ์ ศิลปวิทย์ งานโฆษณา และประชาสัมพันธ์ อัญมณี ชูมณี คุณอรวัต เสนะวัต คุณประเสริฐ โต๊ะเหม คุณอรวัต เสนะวัต | คุณอาลี มูฮําหมัด คุณสมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล คุณอภิชาติ มหาราชเสนา ออกแบบ.-จัดพิมพ์ : บริษัท ประชาคมมัลติมีเดีย จํากัด เลขที่ 180 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 44 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 107| โทร 0-2883-5813, 0-28835398 โทรสาร 0-2883-5814 5ฯทล|| : ถกแสต่าส0ทา@หสท00.0อภา สํานักงาน มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เลขที่ 469 ถ.นครสวรรค์ แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม 10300 โทรศัพท์ 0-2280-0180 ต่อ 331| 'โทรสาร 0-2281-8810 เว็บไซต์ ก๒//เหหพ[ห์ธเทธแลทย์.ทธ1 ซิ-ทาลแ| : 0ด| ไทลเด@สท00 6อทา 4 เรื่องภากปก นว ธรรมชาสิยอบงมนุษย์ ที่อยู่ในสิ่งแวสล้อมใสๆ ส้องสื้นรน เพยล ส่อสู้เรียนรู้ เพื่อให้มีดีวิสรอดให้ได เล แล้วไม่ใช่รอตอย่างเสียว ส้องสามารถ อยู่ได้ผี เพราะฉะนั้นจึงส้อบมีวิถีธีวิสที่ต่างกัน ทําให้เกิตความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม นายแพทย์ประเศ “มหาวิทยาลัยธีวิต” ทางรอตยองสังคมไทย พราะระบบการศึกษาของประเทศไทย เติบใหญ่ในยุค อุตสาหกรรม ส่งผลให้ การจัดการศึกษาเป็นแบบอุตสาหกรรม ผลิตคนเพื่อ ออกไปเป็นลูกจ้างในโรงงาน หน่วยงาน องค์กร ผลิตคนออกมาแบบสําเร็จรูป รูปแบบเดียว ระบบการศึกษาจึงมีโรงงาน ที่ผลิตคนออกมารับใช้สังคมที่เรียกกันว่า “โรงเรียน” แต่พฤติกรรม เป็น “โรงสอน” มากกว่า สถาบันการศึกษาแบบอุตสาหกรรม สอนมาก เรียนน้อย สอนให้ท่องจํามากกว่า สอนให้คิดเป็นคนที่เรียนเก่งๆ จึงมักเป็นคน | ะ ท่องจําเก่งกว่าคนอื่น การศึกษาแบบนี้สอนให้ คนท้องถินฐานบ้านเกิด เพราะเรียนจบมายิง สูงเท่าไรก็ยิงต้องหนีไปให้ไกลๆ เพราะกลับบ้าน ๕ท เซ ๐ เซ ย ฒลื่ 6 4 ก็ไม่มีงานทํา ไม่มีใครจ้าง และทีดําคัญการ ศึกษาในสายตาของคนจํานวนมากยังเป็นเพียง การเลือนชันทางสังคม ป : นอกจากนี้สาบันการศึกษายังทําหน้าที ฝ แลร์ ส จัดการศึกษาอย่างเดียว ครูอาจารย์มีหน้าที สอนอย่างเดียว นักเรียนก็เรียนอย่างเดียว การ ส « ็จ แยกส่วนเช่นนี่มีปัญหา เพราะได้สร้างข้อจํากัด ให้กับตัวเอง ทําให้แต่ท่องจําหนังสือ ไม่ได้ สร้างความรู้ใหม่ ไม่ได้ตอบสนองความต้องการ ของสังคม เข่ เฉ” | จ ต่อเรืองดังกล่าว นายแพทย์ประเวศ จะสี ราษฎรอาวุโส ได้แสดงความคิดไว้อย่างน่า “ ซ่ สนใจว่า ที่ผ่านมาวิชาการได้ทอดทิงชุมชน การ ศึกษาที่ผ่านมามิได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม ณ” ส6: ๒ ซั แจ ดังนี่วิชาการจึงอ่อนแอทางปัญญา เพราะไม่รู้ จริงกับปัญหา ระบบการเรียนการสอนใน ประเทศเราเป็นระบบการศึกษาแบบตะจันตกที เข้ามาใช้ในประเทศไทยเมื่อประมาณ 100 ปีที : ศา กณุ ผ่านมา ซึงเป็นระบบการศึกษาที่ทําให้คนไทย ขาดจากรากเหง้าของตนเอง เพราะเป็นรูป แบบการศึกษาที่แยกส่วนระหว่างชีวิตกับการ ศึกษาออกจากกัน ส่งผลให้เกิดปัญหาหลาย อย่างตามมา “การศึกษาสมัยใหม่ที่เป็นการศึกษา กระแสหลักเช่นในปัจจุบันทีแยกส่วน ระหว่าง ณ์0ก30 0 ออ : ชีวิตกับการศึกษา ชีวิตก็อย่างหนึ่ง การศึกษาก็ จซ์ บม อย่างหนึ่ง แยกกันไปไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะการ : ศึกษาสมัยใหม่ไปเน้นวิชาเป็นตัวตัง แล้วเป็น วิชาจากตําราต่างๆ ที่ทํากันมา เป็นการศึกษาที ใช้การวิจารณ์เป็นตัวตัง เราก็ไปวิจารณ์นัน วิจารณ์นี่ วิจารณ์ภาษาไทย วิจารณ์ประวัติ ศาสตร์ วิจารณ์วิทยาศาสตร์ แบ่งวิจารณ์ กัน ไปหมดวิชาอะไรก็แล้วแต่เป็นวิจารณ์กันไปหมด ข่ ” ร ะ.-ซฆ เมื่อการศึกษาแบบนีออกมาได้ 8 ปี พระมหา สมณเจ้ากรมวชริญานวโรรส ทรงเตือน : ' ว่าการศึกษาแบบนีจะทําให้คนไทย - รติ๋ เศร ลนร วิจีซี่วิตคริงคดทั้, การศึกษาในยุคปัจจุบันทีแยกส่วนออกจากวิถีชีวิตจริงของผู้คน ซ่ ส % ! ขาดจากรากเหง้าของตนเอง ซึ่งรากเหง้าแปลว่า วัฒนธรรม” ด ก นายแพทย์ประเวศ กล่าวต่ออีกว่า จัฒนธรรมคือ วิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที สอดคล้องกับสิงแวดล้อมหนึ่ง ซึ่งสิงแวดล้อม ในแต่ละชุมชนมีความแตกต่างกันไป ชุมชนใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ริมเขา = เศษาย อเรรรโหอ ป็นวปโงลรซี ริมทะเล มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ไม่เหมือนกัน “ธรรมชาติของมนุษย์ทีอยู่ในสิงแวด ย - ! 0 +เแ0 ล้อมใดๆ ต้องดินรนต่อสู้เรียนรู้ เพื่อให้มีชีวิต รอดให้ได้ แล้วไม่ใช่รอดอย่างเดียวต้องสามารถ เท >ซ 2 ส@ ย =๑ฐจซธ3ูซ่ ๓ อยู่ได้ดี เพราะอะนันจึงต้องมีวิถีชีวิตทีต่างกัน ทําให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในแต่ ะท้องถินจึงมีวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน เพราะ ถ้าเหมือนกันอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนันพัฒนาการ ในแต่ละสังคมจึงหลากหลายไปตามสิงแวดล้อม ต่างๆ” จากความหลากหลายของวัฒนธรรมใน แต่ละท้องถินที่มาจากสิงแวดล้อมที่แตกต่างกัน รูปแบบการศึกษาทีเหมาะสมกับมนุษย์อย่าง ซุเตคพตพต แท้จริงนัน ชีวิตกับการศึกษาต้องอยู่ทีเดียวกัน ก ฑฑย ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต และการ ศึกษาต้องกับวัฒนธรรมของสังคมหรือวิถีชีวิต ร่วมของกลุ่มชน ทะดท [ “สิงที่เรียกกันว่าวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่ม ชน ความหมายกจ้างมาก หมายถึงมีความเชื่อ อะไรร่วมกัน สิงนันก็เป็นจัฒนธรรม จะเชื่อผี ห ระร ซ่ เชื่อเจ้าเชื่อศาสนาอะไรก็แล้วแต่ ความเชื่อร่วม กันเป็นวัฒนธรรม สิงทีเป็นคุณค่าร่วมกันเป็น วัฒนธรรม เช่น คนไทยมีคุณค่าในสถาบันพระ ๆ โหต, มหากษัตริย์ก็เป็นวัฒนธรรมไทย แต่ไม่ใช่ จัฒนธรรมอเมริกัน แล้วร่วมการทํามาหากินที . ม สอดคล้องคุ้นเคยกับสิงแวดล้อมนันๆ เช่นคน ไทยมีความสามารถในการผลิตอาหาร ผลิต มด ย ลย น ผัด ข้าวผักปลาต่างๆ อันนี่เป็นวัฒนธรรมไทย จัฒนธรรมรวมถึงการทํามาหากิน เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียมประเพณี การ รักษาสุขภาพ เช่น การแพทย์แผนไทยเป็น วัฒนธรรมไทย การแพทย์แผนจีนเป็นวัฒน ธรรมจีน เพราะสอดคล้องกับความเชื่อกับชีวิต «๓ ซ่ ย 7 ๓ ขู่ ซ กับสิงแวดล้อม ในวิถีชีวิตทีอยู่ร่วมกันต้องมี 7 ข่ ง . ะ ๓ การดูแลจัดการเรื่องสิงแวดล้อมให้เป็น ประโยชน์ร่วมกัน เพราะอาจเกิดความขัดแย้ง ศศยล เณ เรื่องสิงแวดล้อม เรื่องนํา เรื่องทีดินอะไรก็แล้วแต่ ในวัฒนธรรมจึงมีเรื่องการจัดการสิงแวดล้อม ฆ่ ๆชุ่เ! ๓ ท ร ซ่ ) เสมอ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ จากนันจะมีการไกล่ ฆ่ ” ๓ หย เอๆอะขะ | เกลียความขัดแย้งให้อยู่ร่วมกันได้ เช่นใช้ผู้เฒ่า @/ 1 9/. .@/, 9 ซ่ ผู้แก่ ใช้ครู ใช้พระ แล้วศาสนามีสองสถานะ | ๑ ส่ ๑4 | สถานะเป็นกลางๆ อันหนึ่ง กับสถานะเป็นส่วน หนึ่งของวจัฒนธรรม เช่น พุทธศาสนาก็เป็น จัฒนธรรมไทย คริสต์ศาสนาเป็นวัฒนธรรม ของยุโรป” นายแพทย์ประเวศ กล่าวอีกว่า ใน มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่หลายส่วนเห็นว่าถึงจุดวิกฤต ในการเรียนการสอนแล้ว อดีตชุมชนมนุษย์ในทุกหนทุกแห่งทั่วโลก ใช้ ซีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและสันติจากการยืด หลักความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและสิ่ง แวดล้อมมาเป็นเวลานับพันปี แต่ประเทศไทย ในปัจจุบันสภาพดังกล่าวสูญหายไป เพราะ วัฒนธรรมท้องถิ่นถูกทําลายด้วยวิธีการบริหาร แบบรวมศูนย์จาก 3 อํานาจหลัก วกฤตสระบบการศึกษารวมศูนย นายแพทย์ประเวศ กล่าวต่ออีกว่า จัฒนธรรมท้องถินถูกตีแตกด้วยอํานาจ 3 อย่าง ใหญ่ อย่างแรกคือ “อํานาจรัฐ” ซึง อํานาจรัฐ ' 0 มูุฉ่ ขม๑ซ่ จะไม่คํานิ่งถึงวัฒนธรรมท้องถินจะใช้วิธีการ บริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ทําให้เกิดการขัด ร่าร | ทําเนียบรัฐบาลสัญลักษณ์ของอํานาจรัฐที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุสําคัญในการทําลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิต 1 ผู้คนท้องถิน - ' 6 แย้งกับวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายในท้อง ถินต่างๆ กรณีปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เป็นความขัดแย้งระหว่าง อํานาจรัฐรวมศูนย์และวัฒนธรรมท้องถินชัดเจน เพราะอํานาจรัฐไปทําให้เกิดความขัดแย้งในเรื่อง จัฒนธรรม อ้านาจทุกชนิดไปทําให้เกิดความ ขัดแย้งในเรืองวัฒนธรรม พพ๓ -' อํานาจอิกชนิดทีทําให้เกิดความขัดแย้ง - พา คือ “เงิน” เพราะเงินไม่มีสัญชาติ ไม่มีดินแดน เป็นมายาคติทีมีอํานาจมากรุนแรงแล้ว แล้วจะ อาท หาทางดูดเงินเข้าตัวมันไม่คํานึงถึงวิถีชีวิตอะไรๆ ย ทั้งสิ้น ทําให้วัฒนธรรมท้องถิ่นแตก สมมุติชาว บ้านเคยอยู่ด้วยกันมาทํามาค้าขายรายเล็กราย % ว! ล =ฆษ ม เซ น้อยอะไรต่างๆ ต่อมามีร้านค้าขนาดใหญ่มีทุน พ 5 เยอะเข้ามาตังในเมืองก็ไปทําลายร้านค้าราย =๑ซฆ=@= เล็กรายน้อย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมวิถีชีวิตของ ชุมชนนั้น เงินทุนขนาดใหญ่พรกนี้ไม่คํานึงถึง วิถีชีวิตเหล่านี้ อย่างที่อาจารย์ระพี สาคริก ทํา เรื่องกล้วยไม้กับชาวสวนไทยมาหลายสิบปี เพาะพันธุ์กล้วยไม้นานาชนิดมีความงามคนทํา ร่วมกันมีความสุขมีชาวสวนเป็นหมื่นๆ คนร่วม ในขบวนการเป็นวัฒนธรรม วันดีคืนดีมีเงินจาก ได้หวันเข้ามาสามหมื่นล้านบาทมาซื้อสวน ทั้งหมดไปเลยทุกคนกลายเป็นลูกจ้างของ บริษัทหมดเป็นตัวอย่างของเงินทุนที่เข้ามา ทําลายวัฒนธรรม ต่อมาคือ “อํานาจของระบบการ ศึกษา” เป็นอํานาจชนิดที่ใช้ในการทําลาย วัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะทําให้ผู้เรียนขาดการ ข่ เชื่อมโยงกับวิถีซีวิตท้องถิ่น ระบบการศึกษาที่ ฑู๑ รัฐคิดขึ้นมาแล้วกําหนดว่าต้องเรียนแบบนี้ เป็นการศึกษาที่อยู่นอก ฆ เหมือนกันหมด วัฒนธรรม ใช้ตําราเป็นตัวตั้ง ตําราอาจแปลมา จากต่างประเทศ คนที่เรียนแบบนี้จะไม่เข้าใจ วัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดความแปลกแยกจากวิถี ชีวิตชุมชนท้องถิ่น ยกตัวอย่างเรื่องแพทย์ นัก ศึกษาเรียนแพทย์จบแล้วไปจะอยู่ในชนบทไม่ได้ เพราะการเรียนแพทย์อยู่นอกวัฒนธรรมเลย เกิดปัญหาแพทย์ไม่ไปทํางานในชนบท หรือไป อยู่แล้วไม่มีความสุข ฐุ่= ม ซ่ นอกจากบางคนซึ่งมีส่วนน้อยที่สามารถ เชือมโยงตนเองเข้าไปกับวัฒนธรรมของชาว 9 ซ ฆ ขฆซ « .@” บ้านก็จะมีความสุขความสนุกได้เรียนรู้ร่วมกับ ชาวบ้านสามารถทํางานได้อย่างมีความสุขอยู่ ได้นานเพราะว่านําตนเองเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรม แต่ส่วนใหญ่จะทําไม่ได้ เพราะการเรียนแพทย์ ซะ «. ฉี่ ร เซ เรยนนอกวฒนธรรม ซึ่งการศึกษาของไทยทัง ระบบเลยเป็นการศึกษาทีอยู่นอกวัฒนธรรม เพราะโรงเรียนทีตังขึื้นมาทังหมดใช้วิธีท่อง หนังสือเป็นตัวตัง อย่างนักเรียนจะไม่อยากคุย กับพ่อแม่ ปู่ยาตายาย เพราะคุยแล้วไม่ได้คะแนน คะแนนอยู่ที่การท่องหนังสือ ๕ “- นายแพทย์ประเวศ กล่าวต่อไปอีกว่า การไม่ให้ความสําคัญความรู้จากการปฏิบัติเป็น อีกปัญหาหลักของระบบการศึกษาสมัยใหม่ที ใช้อยู่ในปัจจุบัน การศึกษาปัจจุบันเป็น การแยก คนออกจากครอบครับไปผูกไว้กับตํารา แล้วการ เรียนแบบนีทําให้เด็กทําอะไรไม่เป็น เพราะเป็น ญายดู เส การเรียนทีจัดขึ้นโดยการดูถูกความรู้ที่มาจาก การปฏิบัติ ดูถูกผู้ปฏิบัติซึ่งสืบเนื่องมาจากคติที่ ผิดๆ ตั้งแต่โบราณที่มองว่าคนทํางานชั้นตําเป็น คนไม่ดี คนดีต้องทํางานเบาไม่ต้องใช้แรงมาก คนทํางานหนักเป็นคนชันตํา รักดีหามจัว รักชัว กยะ ห ๒7ร, หามเสา ซึงเป็นคติทีผิด เพราะหามเสาไม่ได้ชัว " ตนดผันดลทรรรนี้ทต๊โรทษจรรระซ้ หรือเลว แต่ช่วยให้คนได้มีบ้านอยู่เป็นการศึกษา ในลักษณะดูถูกความรู้ที่มาจากการปฏิบัติ ง ซ ๕ 4 97 เจ = แต่การเรียนรู้ต้องใช้ความรู้สองชนิด ความรู้ในตํารากับความรู้ในตัวคน ถ้าหาก ง มหาวิทยาลัยชีวิตเปิดรับผู้คนทุกอาชีพเข้าศึกษาโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยการเน้น ไปที่ตัวคนเป็น หลัก ไม่ใช่แค่การท่องแต่ทฤษฎี ย ย เข้าใจตรงนี้จะเข้าใจอะไรๆ ชัดขึ้น ความรู้ในตัว คนกับควรามรู้ในตํารามีทิ่มาและความหมาย ต่างกัน ความรู้ในตํารามาจากการวิจัย มาจาก ฐานทางวิทยาศาสตร์มีการวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้แล้วนํามาเขียนเป็นตํารา ส่วน ครวามรู้ในตัวคนมาจากประสบการณ์ซีวิต ประสบการณ์การทํางาน ประสบการณ์ชีวิตที่ ผ่านมาทําให้เกิดเป็นความรู้สะสมในตัวแต่ละคน เช่น คนขายก๋วยเตี๋ยวจะมีความรู้มากมายใน ตัวเกี่ยวกับการทําก๋วยเตี๋ยว แล้วทําไมความรู้ ในการทําก๋วยเตี๋ยวจะไม่สําคัญ ความรู้ของช่าง ผสมปูนในการผสมบปูนนําไปสร้างบ้านได้อย่าง แข็งแรง จะไม่สําคัญ ความรู้ในตัวคน คุณค่ามหาศาล “ความรู้ในตัวเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ และ เป็นความรู้ที่แน่นมาก ลองปลุกคนขาย ก๋วยเตี๋ยวแล้วบอกให้ช่วยสอนวิธีทําก๋วยเตี๋ยว ให้หน่อย เขาสามารถสอนได้ในทันที เพราะมี ความรู้อยู่ในตัวจากการทํากับมือทุกวัน แต่ถ้า ไปปลุกครูตอนเทียงคืนแล้วบอกให้สอนวิชานี ไมได้ต้องเตรียมการสอนก่อน เพราะความรู้ไม่ แน่น ต่างกันตรงนี้ แต่เราไปดูถูกความรู้ในตัว ะ, ๐ ๑๑ เวี เอวเวี่2 คน แล้วความรู้ในตําราคนส่วนน้อยเท่านันทิรู้ คนส่วนใหญ่ไม่มี ถ้าเรายกย่องแต่ความรู้ใน ตํารา คนส่วนน้อยเท่านันทีมีเกียรติ คนส่วน ใหญ่ไม่มีเกียรติ แต่ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคน ๑ - = ร | ๕ ซ คนทุกคนมีเกียรติ ตรงนีเป็นประเด็นศีลธรรม เป็นประเด็นประชาธิปไตย เพราะถ้าเราเคารพ : บหาวิทยาลัยชีวิต 2 คนทุกคนเคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคน ร ฮ่ ของคนทุกคน เป็นศีลธรรมพื้นฐาน เป็นที่มา ของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ความ เป็นธรรมในสังคม เพราะถ้าคนส่วนน้อยเท่า 2 ล่ =..ธอ ก 70ฮ0] นันทีมีเกียวติ คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ บ้าน เมืองจะลําบากมาก เพราะคนส่วนใหญ่ถูกทํา ให้ไม่มีความมันใจในตัวเอง ไม่มีความมันใจว่า 0 1 เทเซ - สิงที่เขารู้เป็นสิงที่มีคุณค่า แต่ไม่มีคนนับถือ «๓ ซ 1 ๐ ๑ 9 !, นับถือแต่ความรู้ในตํารา ทําให้คนส่วนใหญ่ขาด ความมันใจในตนเอง” ' เต นายแพทย์ประเวศ กล่าวอีกว่า ถ้าระบบ การศึกษาให้ความเคารพความรู้ในตัวคน จะ ทําให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในตนเอง เพราะ 1: 3 1110 1 รู้ว่าสิงทีเขาทําเป็นสิงทีเขารู้มีคุณค่า จุดตรงนี่ เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะความรู้ในตัวคนมีฐาน 7 =@ซซ@= มาจากวัฒนธรรมจากวิถีชีวิต ส่วนความรู้ใน ตํารามีฐานมาจากวิทยาศาสตร์เราต้องนําความ ม 4 “ ม คา รู้ในตัวคนที่มาจากวัฒนธรรมเป็นฐาน แล้วใช้ ความรู้ในตําราจากวิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องมือ เดินรอ. ล ซะ 6 2 ไม่ใช่ใช้วิทยาศาสตร์เป็นฐานแล้วทิงวัฒนธรรม และวิถีชีวิตไปเลย ซึงการศึกษาไทยในร้อย ว ย [ กว่าปีเราทิงฐานวัฒนธรรมทิงวิถีชีวิต จนคนที่ เกิดมาหลายรุ่นในร้อยปีขาดการฐานวัฒนธรรม จนนําไปสู่ความลําบากเหลือคณานับจนเป็น วิกฤตในเวลานี่ เพราะว่ารวัฒนธรรมเป็นราก ฆ เซ ญ่ ๑7 ๕ ของสังคม เหมือนต้นไม้มีรากฉันใด สังคมก็ ๑ ฆ ๑ ณ” ” 9 = ๕% ต้องมีราก ถ้าเราไปตัดรากต้นไม้เกิดอะไรขึน แล้วการพัฒนาสังคมโดยตัดรากวัฒนธรรม โดยใช้การท่องหนังสือทําร้ายสังคมเหลือคณา นับ = ๑” ฆ ฉะ ๑ -. เม มหาวิทยาลัยเกือบทังหมดทิมีอยู่ไม่วู้ ว่าวัฒนธรรมคืออะไร โดยมากพูดว่าศิลป วัฒนธรรมแล้วเข้าใจว่าวัฒนธรรมคือการร้อง รําทําเพลง ภาพวจาด แต่วัฒนธรรมจริงๆ คือวิถี เนา ท ก ชีวิตทีใช้ร่วมกันที่สอดคล้องกับสิงแวดล้อมใน แต่ละท้องถิน ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพเป็นเมือง 6 ๕ ย % , 4 ศา ตํา ถึงเวลาหน้านํานําท่วม ซึงคนโบราณรู้เรืองนี่ เลยสร้างให้มีคลองเยอะ แล้วอยู่บ้านเสาสูง เคง 9 ซู ๕ % คนจีนเข้ามาเห็นก็แปลกใจ เพราะเวลานํามา ๓ย ล เด รั ก็ย้ายไปอยู่ข้างบน พอนําลดย้ายมาอยู่ข้างล่าง ปรับตัวตามสภาพสิงแวดล้อม ซึ่งการปรับตัว ตามสิงแวดล้อมได้ดีเป็นวัฒนธรรม แต่คนรุ่นหลังไม่สนใจวัฒนธรรมสิงแวด ล้อมอะไรถมคลองหมด นําท่วมกรุงเทพหมด หทยม ขัติตรรช๊ะซี้ วิรน ร แล้วบ้านสร้างแบบฝรั่งเป็นหลังเตียๆ ติดดิน ซึง เป็นความไม่รู้ภูมิสังคมทําให้จัดระบบชีวิตไม่ถูก ย ซ่ , ย5 เวรล9มู๑ฆ่า แล้วการที่กรุงเทพต้องไปแก้นําท่วมด้วยวิธีต่างๆ หมดงบประมาณไม่รู้กีแสนค้าน แล้วเงินทีใช้ มาจากไหนไปเอามาจากชนบท เพื่อมาพัฒนา ให้คนกรุงเทพอยู่โดยไม่สอดคล้องกับสิงแวดล้อม เป็นตัวอย่างความไม่รู้เรืองวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยธีวิต ความหวังแห่ง อนาคต เซ ง ง ซ นายแพทย์ประเวศ กล่าวว่า การเรียน รู้ต้องเรียนจากการปฏิบัติ แต่การเรียนในทุกวัน นี้เป็นการท่องสูตรท่องตํารา ทํามาหากินไม่เป็น จบออกมาเลยว่างงาน เพราะแยกการศึกษาจาก ชีวิตเรียนมา 16 ปี ตั้งแต่ประถมจนจบปริญญา แยกออกจากชีวิตในสังคมที่ไม่รู้ว่าเคลื่อนไปถึง ไหนแล้ว จนปัญญาไม่มีงานทํากลายเป็นเรื่อง ใหญ่ แต่จริงชีวิตไม่มีการว่างงาน แต่เพราะเรา 'ไปคิดแยกส่วนของทุกอย่าง แยกระบบเศรษฐกิจ 1 | ระบบการศึกษา แต่มหาวิทยาลัย ชีอบอกอยู่แล้ว : ว่า ใช้ชีวิตเป็นตัวตังคนละแบบกับการศึกษา «๓ ซ่อ ๐ 3 ฆูป ปัจจุบันทิใช้ตําราเป็นตัวตัง เรียนรู้การอยู่ร่วม ๑ กันอย่างไร ทํามาหากินอะไรให้สอดคล้องกับ 2๑ซซ= 7 1! ซ= ิถีซีวิต เพราะถ้าการศึกษาอยู่ในชีวิต ทุกคน 7 = ๐ 7 ง ซ ข๕ณฆ ๐ 7, ต้องมีงานทํา แล้วระหว่างเรียนรู้ก็มีงานทําแล้ว แต่มหาวิทยาลัยชีวิต ทุกคนมีงานทํา เพราะเรียน ๐ ซื่อ๒๐ 7. ซ่=== 1 รู้ไปกับการทํางาน เรียนรู้จากทุกคนทีมีชีวิตอยู่ ร่วมกัน พฤติกรรมมนุษย์จริงๆ เรียนรู้จากการ ปฏิบัติ แต่มาอุตริมาท่องตํารามากเกิน มนุษย์ เดินได้ วิงได้มาจากการปฏิบัติให้ท่องหนังสือ มากมายแค่ไหนก็เดินไม่ได้ ต้องกลับมาเรียนรู้ จากการปฏิบัติ แล้วเห็นในคุณค่าของพวกเรียน ปฏิบัติมากๆ ฆ่= ขย การขาดครูทีมีศักยภาพและความรู้เป็น ' ซ่ ๑.จ ๓ อีกปัญหาที่เกิดขืนในระบบการศึกษาปัจจุบัน ส . % ๕ เส ซึงนายแพทย์ประเวศให้ความเห็นว่า จะไม่มี กรร - ปัญหานีเกิดขึ้นกับรูปแบบการเรียนของมหา (๑= ๑ ซ= ๑ ๓ง วิทยาลัยชีวิตการศึกษาปัจจุบันหาครูดีๆ ยาก หาโรงเรียนดีๆ ยาก พ่อแม่น่าสงสารมากต้อง ไปจิงเต้นหาเส้นสายให้ลูกได้เข้าเรียนใน โรงเรียนดีๆ เพราะไปแยกการศึกษาจากชีวิต แต่ถ้าเอาซีวิตเป็นตัวตังทุกคนเป็นครูได้หมด จ 0 ลุงคนนี้ทํานาได้ ลุงคนนี่ทําสวนได้ น้าคนนี้แต่ง 10 เพลงเก่ง คนนีทํากับข้าวเก่ง คนนีไกล่เกลียความ ขัดแย้งได้ ทุกคนเก่งหมดในทางต่างๆ กัน ทุก สฆ่= ส ล ะ คนเป็นคนที่มีคุณค่ากับสังคม ทุกคนเป็นทั้งครู ทังนักเรียนในคนเดียวกันเรียนรู้จากกันหมดเลย ซึงตรงข้ามกับการศึกษาปัจจุบัน การศึกษาของ นักการเมืองท้องถินหนึ่งในองค์ประกอบที่สําคัญใน 52 80 เล อ 1 ผลักดันให้การดําเนินงานของมหาวิทยาลัยชีวิตเป็น 6 ทีรับรู้ของผู้คนในสังคม = ะ ซฆ=๑ ซ่าย== 4ว ล6 มหาวิทยาลัยชีวิตทิใช้ชีวิตเป็นตัวตังถึงแตก ! % ต่างจากการศึกษาปัจจุบัน ซึงจะช่วยฟืนฟูชีวิต ป และสังคม เพราะตอนนี่สังคมแตกสลายแตก แยกไปหมด เพระการศึกษาการพัฒนาแบบ แยกส่วนทําให้วัฒนธรรมถูกทําลาย ผู้คนยากจน ซ= ๐ ๑” ซฆ "1 ซีวิตประจําวันเครียดมากขึน ร. %/ ซู ซ ง นายแพทย์ประเวศให้ความเห็นอีกว่า มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ ย | ทังชีวิต สังคม สิงแวดล้อม เศรษฐกิจ สุขภาพ = ซ ขะ 8 เง ซ เจ จิตใจ การเรียนรู้เข้ามารวมกัน สร้างการเรียนรู้ แบบเชซือมโยงกันจากทุกสิง ให้เกิดการพัฒนา ก ในทุกด้านไปพร้อมกัน เป็นสิงทีต้องทํา การ เรียนรู้แบบท่องตํารา เรียนมากๆ เหนือย นัก ศึกษาแพทย์ต้องท่องตํารา 400 หน้าต้องจําให้ได้ เครียดมาก แต่วิธีเรียนรู้แบบมหาวิทยาลัยชีวิต ไม่เครียด ผมเคยเห็นพวกทีเครียดจากการเรียน อย่างนักเรียนแพทย์ต้องท่องจําเยอะ ถึงเวลา ใกล้ๆ สอบ จะมีพฤติกรรมแปลก หัวเราะก็ไม่ กล้าหัวเราะดัง กลัวความความรู้หลุด อาจารย์ มาเลคเซอร์นักศึกษาไม่เข้าเรียนกันมีส่วนน้อย ซ่ 2/ ฟ 4 .@”. 2/. 1 ที่เข้า เพราะไปท่องตํารากันใช้สอบตอนบ่าย ง ๑ ซ 6 ซ 7 = ก่อนสอบนักเรียนแพทย์จะเครียด ผู้หญิง ประจําเดือนหยุดเลย แต่เรียนจากซชีวิตจะสนุก ไม่เครียด เรียนไปปฏิบัติไป แล้วครูมีเยอะมาก มาย “ประเทศไทยในวันนี้เกิดปัญหามาก มาย เพราะกลุ่มผู้นําในสังคมทั้ง 5 กลุ่มไม่ เข้าใจวัฒนธรรม คือ1.นักการเมือง 2.ข้าราชการ ะดับสูง 3.นักวิชาการ 4.นักธุรกิจ 5สื่อมวลชน ไม่เข้าใจวัฒนธรรม ซึ่งมาจากการเรียนรู้ใน ระบบการศึกษาจากตํารา ทําให้ไม่เข้าใจฐาน ชีวิตชาวจบ้าน ทําให้ไม่สามารถแก้ปัญหาความ ยากจนได้ ” มหาวทยาลยบวต บูรณการการ ศึกษาไทย นายแพทย์ประเวศ กล่าวว่า มหาวิทยา ลัยชีวิตเป็นการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ของ ย ะบบการศึกษา โดยใช้ทุกส่วนชีวิตเป็นตัวตัง เป็นการเรียนที่เกิดประโยชน์ทันที่ เพราะการ เรียนจากการปฏิบัติทําให้จัดการเป็น แตกต่าง จากการท่องตําราไม่ได้มีการจัดการ คนไทยส่วน ใหญ่ที่โตมาในร้อยปีสูญเสียภูมิปัญญาในการ จัดการ ซึงการทํางานทุกอย่างต้องมีการจัดการ | ว ห ร เนต๓วโคทรคณีงาณัเลรไจ อย่างการเลี้ยงไก่ ต้องจัดการตังแต่จะไปซื้อลูก เซ ซั รโช๊ธรรซี่ ชร เจี่ยบที่ไหน ซื้อข้าวเปลือกทีไหนมาให้กิน 6: @ ธ์ 1 ๑ ) | ร@% ซ ๐ ต้นทุนเท่าไหร่ แล้วจะขายเท่าไหร่ ถึงมีกําไร ต้องคิดทุกขันตอนเชซือมโยงกัน แต่ท่องหนังสือ ย แค่ไปใช้ในการสอบเท่านันให้ได้คะแนนได้เกรด สูง แต่จัดการอะไรไม่เป็น ทําอะไรเลยไม่สําเร็จ , ขซณี๑ 2. < ส ซ่ แต่การใช้ชีวิตต้องมีการจัดการ ซึงการเรียน แบบปฏิบัติได้เรียนรู้การจัดการไปในตัว แล้วการเรียนรู้กับชุมชน ซึ่งการอยู่ร่วม กันในชุมชนสอนเรืองศีลธรรม เพราะการทิคน มารวมกันเป็นชุมชนต้องมีการเสมอภาค ไม่ได้ " "ล ย มีใครเหลือมลํากันแบบโครงสร้างสังคมจากบน ลงล่าง แล้วเวลามาร่วมกันทํางานความเห็นแก่ ตัวจะลดลง ความเครียดก็จะน้อยลง อย่างคน ทีมีความเครียดเวลาได้ทํากิจกรรมร่วมกับชุมชน ซ ซ เจ ม ความเครียดหายไปหมดเลย การเรียนรู้แบบนี่ ช่วยพัฒนาจิตใจไปด้วย พัฒนาศีลธรรมไปด้วย พัฒนาสุขภาพไปพร้อมกัน ถือเป็นกระบวน ทัศน์ใหม่ของการศึกษาเป็นการเปลี่ยนทังหมด เปลี่ยนแนวคิดว่าการศึกษาคืออะไร ชีวิตคือ อะไรไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ะรี่ การศึกษาในแบบมหาวิทยาลัยซึ่งทุก อ ๑ คนเป็นครูได้หมดในแต่ละด้าน เป็นสิงสําคัญ มากในทัศนะของ นพ.ประเวศ เพราะทําให้ทุก สลลคีธรรณโต โร๊ ด สี น คนมีเกียรติมีคุณค่า มีความภาคภูมิใจ ซึงเป็น การสร้างพลังในการพัฒนาให้เกิดขึ้นในสังคม โดยรวม อย่างมีคนไปสัมภาษณ์ลุงทีเกาะลันตา ใหญ่ กระบี ถามว่าลุงมีความรู้ความชํานาญ 9๑ ๑ อ 1 อ อะไรบ้าง ใช้เวลาตังนานกว่าจะแคะออกมาได้ เพราะเขาไม่เคยภูมิใจในความรู้ทีตนเองมือยู่ 1 ๑ - จ ล ๐ แต่พอคุยๆ กันไป ถึงรู้ว่าลุงคนนีชํานาญในการ ๐ =. ฆ 1 ฆ =. ๕ ทําเชือกผูกเรือไม่มีใครสู้ได้ เพราะเชือกแข็งแรง มาก เป็นความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัว ทําให้ลุงมี ณี ซู ร ' พลังขึ้นมา เพราะเห็นว่าทําไมคนที่มีการศึกษา ถึงมานังฟัง เพราะเมือก่อนไม่มีใครสนใจฟัง การที่เราฟังใครเป็นการให้ความเคารพในคนๆ 4 ๑ ย ๐ ๑ นัน ซึงเป็นขบวนการทางศีลธรรมด้วย ทําให้ทุก %. เณ” งล ๑ - = เท ข ๕ซ| คนมีพลังขึ้นมา เพราะมีเกียรติ ไม่ได้เป็นพล ญู โป ซ้ สับี รซ้ เมืองชันสอง แต่ตอนนีประเทศไทยมีพลเมือง ชันสองเยอะมาก ซึ่งประชาธิปไตยต้องไม่มี ' ง ฒ 5% ฆ บ๐ ส พลเมืองชันสอง พลเมืองชันสองมีรายได้ตํา ซึง มาจากการตี่ฐานเงินเดือนตามการศึกษา ปริญญา ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ตังเงินเดือนตามปริญญา ซ= มีปริญญาไม่มีปริญญาเงินเดือนเท่ากันในเบื้อง ต้น เพราะกระเพาะเท่ากัน เป็นการให้เกียรติ เสมอกัน บางคนเก็บขยะมีรายได้มากกว่าอีก แล้วครูกับตํารวจได้มากกกว่าอาชีพอื่นเล็กน้อย เพราะต้องคัดเลือกมาก ประเทศไทยตํารวจ รายได้น้อย แต่มีปืน แล้วจะเกิดอะไรขึ้น” การเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ต้องการเรียนรู้ ได้เรียนความส้องการเป็นหลักการสําคัญอีกข้อ สําหรับการเรียนรู้ในรูปแบบมหาวิทยาลัยชีวิต ซ, =% «๑ ซ= 1 ซ “การเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตไม่ควรมี ๐ ๐ วัญ์ ส. =ร๑ร.,= ข้อจํากัดอะไร ต่งแตอายุ อาชพ ทุกคนมสทธ เข้าเรียนได้หมด โดยไม่ต้องผ่านการสอบ อย่าง การสอบเอนทรานซ์ทํากันมาจนเคย จนไม่รู้ว่า เป็นเครื่องมือที่ทําให้เสื่อมศีลธรรม ตอนนีเรียน - , 2 0 1ข่ อนุบาลยังต้องสอบเข้าเลย ถ้าเด็กไม่เก่งไม่ให้ เรียน จริงๆ ยิ่งไม่เก่งต้องยิ่งให้เรียน ในฝรั่งเศส ออกเป็นกฎหมาย ห้ามสอบเข้า สถาบันการ ศึกษาไหนให้สอบเข้าผิดกฎหมาย เพราะเป็น สิทธิของคนฝรั่งเศสที่จะเรียนได้ จะเอาความ ไม่เก่ง ความจนมากีดกันไม่ได้ เพราะเป็นคน ฝรั่งเศสเหมือนกัน เป็นการรักษาศักดิ์ศรีซึ่งเป็น ศีลธรรมพื้นฐาน . เซร 29 «๓ ซ แลวนกเรยน แต่ประเทศไทยไม่มีตัวนี่ ที่เข้าเรียนในสถาบันการศึกษาทุกระดับไปอยู่ ในระบบที่ทําให้สูญเสียศีลธรรม เพราะพอเข้า เรียนไป เขาจะทําให้รู้สึกว่าสถาบันมีเกียงติ ชาวบ้านไม่มีเกียวติ จนนักศึกษาจากต่าง จังหวัดที่เคยหาบกระบุงกับพ่อแม่ไม่กล้าหาบ เพราะอายคนอื่น ทั้งที่ช่วยพ่อแม่ทํางานเป็น ความดีสถาบันการศึกษาทั้งหมดตั้งแต่อนุบาล จนถึงมหาวิทยาลัยเป็นเครื่องทําลายศีลธรรม พื้นฐานของมนุษย์ การเคารพคุณค่าศักดิ์ศรี ความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ ว่าคนนั้นจะเป็นใคร” แร่งสร้างบุคลากรเซชื่อมโยงธุมหน นายแพทย์ประเวศ กล่าวต่ออีกว่า ใน ระบบการศึกษาปัจจุบันไม่ว่ามหาวิทยาลัย โรงเรียน ล้วนต้องมีอาคารขนาดใหญ่ใช้เป็น สถานที่เรียนรู้ แต่มหาวิทยาลัยชีวิตอยู่ที่ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเซื่อมโยงกับ ชุมชน สถาบันการศึกษาตังอยู่ที่ไหนต้องมี ความเข้าใจชุมชนท้องถิ่นที่นั้น แล้วร่วมกับชาว บ้านทํางาน แต่การศึกษาไทยไม่ได้ทําแบบนั้น อย่างไปตั้งมหาวิทยาลัยที่สงขลา อยู่ขอนแก่น แต่ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว สนใจแต่ ตําราทีมาจากต่างประเทศ เท่านัน มหา จิทยาลัยต้องสนใจชาวบ้านในท้องถินทีไปตัง ต้องรู้ภูมิสังคม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การ ทํามาหากิน ต้องเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน ถ้า ทําได้ประเทศไทยจะแข็งแรงมาก เพราะใน ประเทศมีมหาวิทยาลัยตั้ง 100 กว่าแห่ง ถ้า มหาวิทยาลัยทํางานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นจะให้ ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ต้องเชื่อมโยงกัน แต่ # ผู้คนในสังคมทุกชุมชนคือแหล่งข้อมูลอันมหาศาลของ มหาวิทยาลัยชีวิต ชุมชนท้องถิ่นไม่มีมหาวิทยาลัยก็ไปของเขาได้ เป็นจุดที่มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนไปสนับสนุน ความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น ชาวบ้านจะรัก มหาวิทยาลัย ไ!ไปตั้งแล้วต้องทําให้ชุมชนชาว บ้านดีขึ้น หน่วยงานจัดการมหาวิทยาลัยชีวิตไม่ ควรเหมือนกับมหาวิทยาลัยในระบบ ควรจะ เป็นมหาวิทยาลัยเสมือนจริง งนล| ปกไพธเร เวอร์ซวล ยูนิเวอร์ซิตี้ ส่วนกลางมีขนาดเล็ก แต่มีความสามารถในการจัดการบริหารเชื่อม โยงกับชุมชน เพราะทรัพยากรต่างๆ ในท้องถิ่น ที่เยอะแยะไปหมด ต้องไปเชื่อมมาใช้ประโยชน์ ในการเรียนรู้ ไม่ใช่อ้างว่าตัวเองใหญ่ต้องดูแล ก่อน มหาวิทยาลัยชีวิตส่วนกลางต้องมีขนาด เล็ก แล้วไปใช้ทรัพยากรต่างๆ ในท้องถิ่นเป็นที่ เรียนรู้ ซึ่งไม่ควรจํากัดอยู่ภายในอาคารขนาด ใหญ่ เพราะแหล่งเรียนรู้มือยู่เต็มไปหมด ครูที่ มีความรู้เยอะไปหมด เพราะการพัฒนาคือการ เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ถ้าไปชําแหละ มันจะขาดออกเป็นส่วนๆ ทําให้หมดชีวิต ทรัพยากรในชุมชนที่อยู่เยอะในส่วนต่างๆ ทั้งวัด เว เม«๓ งข่ บุบ ๐ ราชการ ซากบ้าน แต่รู้จักเชือมโยงเข้าด้วยกัน ล 2 บุคลากรที่มีศักยภาพในการเซีอมโยงใน ประเทศไทยยังมีอยู่ไม่เพียงพอ เป็นสิงทีผู้ - 2 | บริหารมหาวิทยาลัยชีวิตต้องพัฒนาขึนมา เพื่อ ไปสร้างสรรค์วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในแต่ละชุมชน นายแพทย์ประเวศ กล่าวอีกว่า ในการ ข่ เ” ” ฆ่= ย ซะ เซีอมโยงต้องสร้างคนทิมีความเข้าใจมีทักษะ ในการเซือมโยง เป็นช่างเซีอม ซึ่งยังมีน้อย และเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศอย่างมาก ส = - 0 ๐ ฆ้ 3 ะย ซึงมหาวิทยาลัยชีวิตต้องทําในส่วนนีสร้าง ฆ่= ข่ ๕ บุคลากรที่มีความสามารถในการเซีอมโยงขึ้นมา คุณสมบัติของนักเชือมโยงต้องมีธรรมะอยู่หนึ่ง ฆ่ 5” ๑7 เซ่ ฆู ปบเ ชุด การเชือมโยงหัวใจหลักอยู่ทีการเรียนรู้ร่วม กันในการปฏิบัติ ภาษาอังกฤษเรียกว่า |ก1๒ 8๐- บังอ !.ธลกโทย 10 “๐น่อท เพราะในการปฏิบัติทุก ซู ขยซฆ่ ๐๑%2๐0 ๕ซ 1 คนจะเรียนรู้เพื่อทําให้สําเร็จ แต่ละคนมาจาก หลายฝ่ายหลายองค์กร ซึ่งถ้าต่างคนต่างทํา บ 19 ๕ เฆ่ ญี ๕พ ๑ แล้วจะไม่สําเร็จ จุดใหญ่ทีเป็นเครื่องมือขับ ส 4 ซู บย! 1 , ๑@.%= เคลื่อนคือการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ เพราะเวลาเรียนรู้ร่วมกันจะมีการโกรธ กันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่การเรียนรู้ร่วมกัน ย ซฆ ม ว ทุกคนต้องมีความเอืออาทรต่อกัน ต้องเชือถือ ได้วางใจกัน ซึ่งเวลาทํางานร่วมกันแต่ละคนจะ รับรู้เองว่า ใครซือสัตย์สุจริต ใครเห็นแก่ส่วนรวม ใครมีความสามารถด้านไหนจะปรากฏให้เห็น ๐ 4 ท เซ๑ซ ฆ่ ย เองในการทํางาน ซึงไม่มีวิธีสอนแบบอิน แล้ว - 29 ไม่เก่งก็ไม่เป็นไร ไปทํางานร่วมกันเดียวเก่งขึ้น อ มาเอง นักจัดการตรงนี่คือนักส่งเสริมให้เกิด =@ «๑ ซ ย! «๓ สซ่ ฒญู 0 9 การปฏิบัติการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งไปเรียนรู้จาก ตําราไม่ได้ ต้องเรียนรู้จากการทําจริง การศึกษาปัจจุบันไม่มีความเข้าใจใน มิติของความเป็นมนุษย์ เพราะเรียนทุกอย่าง เป็นเทคนิคหมด เทคนิคการเกษตร ต้องใช้ปุ๋ย ใช้ยาฆ่าแมลงอะไร ครูก็สอนเทคนิคการสอน แพทย์ก็สอนเทคนิคเวชปฏิบัติ ใช้เทคนิคเป็น ตัวตัง แต่จริงๆ ต้องเข้าใจชีวิตมนุษย์ก่อน แล้ว ทุกอย่างจะไหลลื่น อย่างมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ไปถามเกษตรตําบลที่ขอนแก่นว่า ในพืนทีทีรับ เ สส ' ผิดชอบมีเกษตรกรคนไหนที่พึ่งตนเองได้ คน ง '" โซ ไหนพึงตนเองไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตอบว่า ผมไม่รู้ หรอกครับ ผมเกลียดมันทุกคน เพราะสอน อะไรให้ใช้ยาฆ่าแมลงก็ไม่ทํา อาจารย์บัญชร ชวนให้ไปคุยกับชาวบ้านได้อาทิตย์สองอาทิตย์ เจ้าหน้าที่คนนี้เปลี่ยนความคิด เข้าไปถามชาว ชาวบ้านว่าป้าลุงอยากทําอะไรบ้าง ไปสอบถาม แต่ละคนว่าติดปัญหาอะไรบ้าง รู้จักรักชาวบ้าน เพราะได้เรียนรู้มิติของความเป็นมนุษย์ มหาวิทยาลัยชีวิตไม่ต้องสอน เรียนรู้จากการปฏิบัติ รูปแบบการเรียนรู้ทีเหมาะสมกับมหา = «๑ ซ= ณ” ณ์. วิทยาลัยชีวิตในทัศนะของนายแพทย์ประเวศ ม คือไม่ต้องสอน “ไม่ต้องไปสอนเขา แต่ให้ไปดูชุมชนที่ ซ่ ! ะ=๑ซ | ซ่@ ดีๆ อย่าไปใช้วิธีการสอน เหมือนพระทีคิดว่า ความดีไม่มี ต้องไปสอน ต้องไปสอนศีลห้า - , 7” 0 เพราะนีกว่าชาวบ้านไม่มีศีล ซึ่งเป็นวิธีคิดจาก ข้างบน จากระบบราชการ จากเงิน จากความรู้ ะไม่สําเร็จ เป็นการคิดด้วยอํานาจ ต้องให้ไป ' ๕๑ณี๑สั้ ต่ส เห็นจาก ความเป็นจริงทีเกิดขึ่นจากชุมชนทีดี ว่าจัดการอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร มี มีสภาผู้นํา ชุมชนที่ให้ผู้นํากลุ่มต่างๆ มารวมตัวกัน เริ่มจาก การสํารวจ ความต้องการของชุมชนแล้วมาจัด อ ) ธะรรส์ปีรธาส ทําเป็นแผนแม่บทชุมชน แล้วให้ชาวบ้านทัง ชุมชนมีลงความเห็นว่าชอบไหม ต้องการให้ เพิ่มหรือตัดส่วนไหนกลายเป็นแผนของหมู่บ้าน ทําให้สามารถขับเคลื่อนไปได้โดยไม่เกิดความ ขัดแย้ง เป็นการพัฒนาและ บูรณา ทุกคนหาย ยากจน สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้น สั้ รายได้ดีขึ้น ซึ่งตัวอย่างแบบนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างอบต. ตอนนี้เริ่มทําศูนย์เด็กเล็ก มีรถ พยาบาลไว้ส่งชาวบ้านเวลาเจ็บป่วยตลอด 24 ชัวโมง ซึ่งถ้าให้ไปอยู่กับโรงพยาบาลตามยาก 9/, 1 9” 9/. 9 [ว % ซ มาก แล้วไม่ต้องใช้ครูด้วยชํา ครูให้มาเรียน สอนกันเอง” เ .@% ๑7 ล เช่นเดียวกับการวัดผลเป็นอีกเรืองที ๓ ๐ ช่ 7 ๓ เซ นายแพทย์ประเวศแนะนําว่าต้องระวังให้ มาก “เพราะบางเรื่องเป็นนามธรรมวัดผลไม่ ได้ อย่างจิตใจดีวัดออกมาเป็นหน่วยๆ ไม่ได้ อาจวัดเป็นระดับ 10% เป็นสิงที่ต้องเรียนรู้ ซา ล ม แล้วอย่าปล่อยให้เครื่องมือชี่วัดมากําหนดแล้ว 9”, % ว ต้องไปเป็นทาสตลอด เราต้องดูมาทังหมดผล ออกมาเป็นอย่างไร อาจผ่านหมดทุกคนก็ได้ ไม่ต้องจบพร้อมกันก็ได้ ทุกคนเรียนไปตาม จังหวะความพร้อมของตนเอง เหมือนสมัย โบราณไปเรี่ยนกับฤาษี พอถึงเวลาฤาษีบอกกลับ จตรารณ์ปา ช๊วิง, ป้ารซี เรัชะตว บ้านเมืองได้แล้ว ไม่เห็นต้องใช้วิธีทดสอบอะไร แต่ใช้วิธีช่วยกันตรวจ อย่าไปใช้อํานาจ อํานาจเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก ทังหมด ควรเป็นการเรียนรู้รวมกันระหว่างครู นักเรียน 2/ = 9 ซ่ 2 เณฒฆ=ี=ซฆ ๐ รู และผู้ประเมิน ต้องเรียนรู้ เพราะไม่มีวิธีสําเร็จรูป อย่างประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย ) มหาวิทยาลัยมารายงานว่ามีตัวชีวัดอะไรได้กี เปอร์เซ็นต์ กรรมการสภาตกใจมาก เพราะเห็น แต่ตัวเลขต่างๆ เต็มไปหมด แล้วความเป็น ธรรมศาสตร์หายไปไหนหมดไม่เห็นอยู่เลย % 1 ร เพราะ ะนั้นตัวชี้วัดเป็นสิงที่ต้องสร้างร่วมกัน 9/ ทั้งผู้สอน ผู้เรียน ผู้ประเมิน ผู้เรียนต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบด้วย ไม่ได้มีใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว มากําหนด แบบนันเป็นเผด็จการ ส่วนวิธีการ วัดสามารถใช้ได้หลายอย่าง อย่าไปเอาอย่าง ใดอย่างเดียว หรือปฏิเสธอย่างหนึ่งไป เพราะ , 2 ฆสลั ว ย ซ ซ่ ย 1 ส่งแวดลอมด ทุกคนมีรายได้ ดีขึ้น ไม่มีอาชญากรรม ทุกคนก็จะรู้กันทั่วไป สิงสําคัญต้องระวังอย่าเป็นทาสตัวชี้วัด” ฆ่ สุดท้ายนพ.ประเวศย้าว่า ทุกคนที ฆ ณุ 7 เ=% 7 ๕ ง เรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตต้องเห็นคุณค่า 1 '%- ของตนเอง และเห็นคุณค่าของผู้อื่น ส่วน วุฒิการศึกษาหรือปริญญาไม่ได้เป็นสิ่ง 9 ๓ - 1 ๐9 | ง 9” [22 สําคัญปริญญาไม่จําเป็น แต่ถ้าอยากได้ก็ จัดให้ได้ เพราะยังเป็นค่านิยมอยู่ ซึ่งจริงๆ ปริญญาไม่จําเป็นต้องไปขออนุมัติใคร แต่ : อ - ระเบียบราชการกําหนดไว้ ไปขอจะโดน ย ฆ= รส@ู่.วัะ ง ๑7 27 ตงกฎอกเรองนตองตอรองกน เพราะเขาใช้ ฆ ม ง = กฎระเบียบเป็นตัวตั้ง แต่เราใช้ธรรมชาติ ฒู่๓ 5 ชื่ 1 ฉ/ 2 ป9 97 เป็นตัวตัง ซึงขัดแย้งกัน ต้องใช้ความอดทน หน่อยในการอธิบายให้เขารับรู้ เพราะ =๑ห ! ๑7 “ว ธรรมชาติไม่มีอะไรตายตัว สรรพสิงทังหลาย = «|๑4 สซ่ ซ่ ล้วนเป็นอนิจจังเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไป สิ่งสําคัญคือทําให้เห็นคุณค่าตนเอง และ 1 ซ่ เห็นคุณค่าของคนอิน เคารพคนทุกคน ฆ ๑, ฆ่ ๐ เพราะทุกคนมีความรู้ในตัวที่สามารถนํามา ฆ่ 1 7 . | ง แลกเปลี่ยนระหว่างกันได้ ทุกคนเป็นคนเก่ง 1 ฆ่ 1 ๑ เณฒ ส2 44, หมดเก่งในทางที่แตกต่างกัน ไม่มีคนไม่เก่ง = ๑” =% | 1 ฆ่ มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นแหล่งแลกเปลียน เรียนรู้กัน โดยไม่ใช่อํานาจบังคับว่าเรา แต่ เขาไม่มี เขาต้องมาเรียนกับเรา ไม่ได้เอา ฆ่ ๑7 ฆ่ ๐ = ความรู้ไปเทียวใส่ให้กับคนอินทําให้เกิดการ เ= ฆ่ เรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกเรือง โดยขบวนการ = ๐ 7 ฆ่ ชุมชนมีส่วนสําคัญในการเปลี่ยนแปลง 6 คมดควไมคิด เสรี พงศ์พิศ สอนยางพาราแหล่งรายได้ เ นล| ที่สําคัญของชาวชนบท มหาวิทยาลัยม์วส เรียนเพื่ออยู่อย่างมีศักติศรีและมีกินในท้องถิ่นของตศูนเอง ล งประยงค์ รณรงค์ รางวัลแมกไซไซสาขา มๆ "' ' ก ก ๑ ผู้นําชุมชนปี 2547 บอกว่า การศึกษาวันนีมี ปัญหา เป็นการศึกษาอุตสาหกรรม ผลิต คนออกมาเหมือนกันหมด เหมือนผลผลิตจากโรงงาน ๒>. ง ๐ เซ ๕ ๐ เรียนจบเอาปริญญาไปเร่หางานทํา เขาไม่จ้างก็ทํา อะไร่ไม่เป็น พึงตนเองไม่ได้ ลุงประยงค์มีส่วนร่วมทังทางตรงทางอ้อมใน การก่อตังมหาวิทยาลัยชีวิตในฐานะผู้นําชุมชนไม้เรียง นายประยงค์ รณรงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ลุงประยงค์ได้พิสูจน์ให้ เห็นว่า ชุมชนเรียนรู้เป็นชุมชนเข้มแข็ง ไม้เรียง ก่อนนี้มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ จนคนทั่วประเทศ ไปแย่งกันขุดแร่จากเขาศูนย์ แต่ไม้เรียงซึ่งมีเงิน สะพัดวันละเป็นล้านก็ไม่เห็นเจริญ พัฒนามา เป็นไม้เรี่ยงแบบวันนี้หลังจากที่เขาปิดเขาศูนย์ เริ่มต้นเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง ผู้นําไม้เรียงไปเรียนรู้เรื่องการทําโรง งานแปรรูปยางตั้งแต่ปี 2525 แล้วระดมหุ้นกัน 1 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานทํายางแผ่น โดยไม่ ได้รับความช่วยเหลือจากใคร จากนันก็เรียนรู้ว่า แม้ยางแผ่นที่ผลิตได้จะได้ราคาดีกว่าตลาด แต่ ไม่ได้แก้ปัญหายาง เพราะปัญหาซับซ้อนกว่า และลึกกว่า ลุงประยงค์และผู้นําชาวสวนยาง นครศรีธรรมราชจึงร่วมกันทําแผนแม่บทยาง พาราไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ยางพาราที่รัฐบาลยุคหนึ่งได้นําไปเป็นนโยบาย และเป็นส่วนสําคัญทําให้ยางพาราราคาสูงขึน ไปเหยียบกิโลละร้อย แต่กระนั้นลุงยงค์ก็เตือนชาวสวนยางว่า อย่าได้วางใจและอยู่ในความประมาท เพราะ หลายอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา เราครบคุม ราคา เองไม่ได้ ทางที่ดีควรทําหลายอย่างเพื่อสร้าง หลักประกัน หรือภูมิคุ้มกันให้ตนเอง ถ้าราคา ยางตกก็จะได้ไม่ตาย ๊๑ซซ= ซี่เสื่อเ๑ « - วิถีซีวิตในชนบททีเรี่ยบง่าย การผลิตแผ่นยาง . คนจํานวนมากได้ยินแต่ไม่ฟัง ยังคงตั้ง หน้าตั้งตาโค่นสวนแปลงนาเพื่อปลูกยาง จนวัน นี้มีสวนยางทั่วโลกมากกว่าความต้องการมากนัก และเชื่อว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าราคา ยางอาจจะ ตกลงมาเหลือ 20-30 บาท ราคายางทีหล่นลง ในช่วงหลังของปี 2551 เป็นผูลของคิกฤต เศรษฐกิจสหรัฐที่มีผลกระทบไปทั่วโลก แต่อีก 4 ปีข้างหน้า จะเป็น “ผลกรรม” ของคนปลูก ยางพาราเอง คนไม้เรียงวันนี้ไม่ได้พึ่งยางพาราอย่าง เดียว แต่พึ่งพาหลายอย่าง จัดการกินการอยู่ของ ตนเองอย่างเป็นระบบมากขึน ลดรายจ่าย หัน มาทํากินเองใช้เองมากกว่าเดิม ที่สําคัญไม้เรียง ถือคติว่า “ทุกคนต้องได้เรียนรู้ทุกสิ่งที่อยากรู้ และทุกคนต้องเรียนรู้ทุกสิ่งที่ตนเองทํา” นี่เป็น ความตั้งใจของซุมชนที่มีผู้นําที่ขึ้นเวทีประกาศว่า *พี่บู้ลงเทษตรกรครับ พวกเราทําธะไรมักผิด พลาด ล้มเหลว เพราะเราทําโดยไม่รู้จริง” การเรียนรู้วันนี้เป็นเรื่องจําเป็น เราผ่าน ยุคเกษตรมาแล้ว ยุคที่ข้าวสําคัญที่สุด ไม่มี ข้าวก็อยู่ไม่ได้ ฮ้า0เป็นปัจลัยที่ใช้แทนเงินได้ เอาข้าวไปแลกของที่เราไม่มีหรือทําเองไม่ได้ เอาข้าวไปทําบุญ เอาข้าวไปแบ่งปันเผื่อแผ่ให้พี่ น้องใกล้ไกล ยุคนั้นอาหารไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพรจะหนังบักพหลังบ้านมีเด็มไปหมด อยาก กินเห็ดเข้าป่า อยากกินปลาลงหนอง ธรรมชาติ จัดสรรให้ [ ต่อมาเราเข้าลู่ยุคอุตสาหกรรม ยุคที โรงงานผลิตทุกอย่างมาให้ เราไม่ต้องทําอะไร เพียงแต่หาเงินมาก็ซื้อหาได้หมดทุกอย่าง รวม ทั้งอาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ ปัจจัยสี่ ปัจจัยห้า เราจึงหาเงินกันเอาเป็นเอาตายเพื่อ จะได้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ปัจจัยสี่ ซึ่งเรามักแยก ไม่ออกว่าอะไรจําเป็น อะไมเป็นสิ่งที่เราต้องการ และพยายามซือหามาให้ได้ จนกลายเป็น ปัญหาหนี่สิน จันนีเราผ่านยุคเกษตรและยุคอุตสาห- กรรมแล้ว แต่คนจํานวนมากยังหลงยุค นึกว่า ถ้ามีข้าวมีเงินก็อยู่ได้ . โดยไม่รู้ว่าเรามาถึงยุค หลังอุตสาหกรรม ยุคที่ความรู้ลําคัญที่สุด ไม่มี ความรู้อยู่ไม่ได้ ถึงอยู่ได้ก็ถูกเขาหลอก ถูกเขาโกง ถูกเขาเอาเปรียบและครอบงําได้ง่าย คนมีดินมากแต่ไม่มีความรู้วันหนึ่งจึง เหลือแต่ตัว เพราะเอาที่ไปขายกินหมด คนมีเงิน มากแต่ไม่มีความรู้ จันหนึ่งจึงเหลือแต่หนี้ เพราะใช้จ่ายอย่างไม่มีแบบไม่มีแผน ไม่มีข้อ มูลความรู้ ทีสุดคนเหล่านี่จึงอยู่ไม่รอดเพราะ “จนปัญญา” คนชนบทถูกดูถูกว่า “โง่ จน เจ็บ” มา นาน จนวันหนึ่งก็เชื่อสนิทว่าตนเองเป็นเช่นนัน และเงิมดูถูกตัวเอง สูญเสียความเชือมันในตัว เองไปจนหมด ทําอะไรก็ผิดพลาดล้มเหลร พึง ตนเองไม่ได้ ต้องพึงคนอื่น ได้ผลผลิตมาก็พึง พ่อค้า การศึกษาก็พึ่งครู ส สุขภาพก็พึ่งหมอ. การ พัฒนาก็พึงข้าราชการ ทําให้ขนบทไทยเป็น สภาพที่น่าสมเพชเวทนาเพราะถูกกระทํา พัฒนาแบบทําให้จน การศึกษาแบบทําให้โง่ รักษาแบบทําให้เจ็บ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกชุมชนในชนบทเป็นเช่นนี้ และไม่ใช่ชาวบ้านทุกคนที่พึ่งตนเองไม่ได้เช่นนั้น ฆ , ฆฯ เว ฆ่= มีชุมชนหลายแห่ง มีชาวบ้านหลายคนที่มี แนวทางในการจัดการชีวิตของตนเอง จน สามารถสวนกระแส “โง่ จน เจ็บ” เป็นต้นแบบ ของชุมชนเข้มแข็ง มหาวิทยาลัยชีวิตถอดบทเรียนชุมชน “น อ ' เข้มแข็งทัวประเทศ นํามาสังเคราะห์เพื่อเป็น “หลักสูตร” ให้ผู้ใหญ่ที่ยังอยู่ในชุมชนได้เรียนรู้ เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้อง ถินของตนเอง เรียนแล้วพึ่งตนเองได้ เรื เรียนแล้ว ช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้ = ๕ญี๑ ฆ ซ่ =@= เซ มหาวิทยาลัยชีวิตเรียนเรืองชีวิต ให้ผู้ เรียนค้นพบตัวเอง ค้นหารากเหง้าของตนเอง มก1 รอาล เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิน เพื่อให้เกิดสํานึก ในเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมของตนเอง ในภูมิ ปัญญาของบรรพบุรุษ จะได้ภูมิใจในรากเหง้า เผ่าพันธุ์ ภูมิใจและเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่อายใคร ไม่กลัวว่าใครเขาจะดูถูก กล้าแสดงตน แสดง ออก กล้าพูดภาษาท้องถิน กล้าแต่งตัวตามเอก ลักษณ์ของตนเอง เอาปัญหาของท้องถินมาวิเคราะห์ หา เล: ทางออกด้วยทุนท้องถิน ทั้งทุนทรัพยากร ทุน 20 ฉ่ ทางปัญญา ทุนทางสังคม ซึงมีอยู่เพียงพอเพื่อ จะอยู่อย่างพอเพียง อีกไม่กี่เดือน จะมีนักศึกษามหา จิทยาลัยชีวิตกว่า 4,000 คนทีเรียนจบปริญญา ง00 0 ตรี ในจํานวนนีกว่า 1,000 คน เป็นเกษตรกร พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ทีมีอาชีพการงานอยู่แล้ว กว่าร้อยละ 90 คงไม่เอาปริญญาไปเร่หางานทํา พวกเขาจะเป็นผู้นําทางปัญญาของ ชุมชน เป็นแบบอย่างของคนที่เรียนแล้วอยู่ อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเอง ศนยซ์เจียนรธั สุภาส จันทร์หงษ์ - : บรรดานักการเมืองท้องถินที่ถือเป็นภาคีสําคัญในการสร้าง องค์ความรู้แห่งการปฏิบัติจริงให้กับชาวบ้านในแต่ละชุมชน ๕5 -»- ศูนย์เรียนรู๊มหาวิทยาลัยชีวิต... อบงค์กรแห่งความหวัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี สิทธิฉัตการศึกษาในระดับไตระดับ . หนึ่งหรือทุกระดับ ตามความพร้อม ความเหมาะสมและความส้องการ ภายในท้องถิ่น ไ ตะศร พร 1 ศูนย์เรียนรู้ฯหนึ่งในหลายร้อยศูนย์ ที่กระจายอยู่ใน ทัวทุกภูมิภาคของประเทศไทย ๕ 9” ๓ ฒ” 6 ซ นย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต เป็นองค์กรการเรียน รู้ของชุมชนท้องถินทีมีอํานาจบริหารจัดการ ย ! ตนเองอย่างเป็นอิสระ จัดตังขึ้น เพื่อความร่วม ฆ ๐ = = 26756เ มือในการ ดําเนินโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ซึ่งจัดให้มี การเรียนการสอนในชุมชนท้องถินในระดับอุดมศึกษาและ «จ่ ว ฆ่ฆ่ « ๑ขฆซ๑ = ระดับอื่นๆ ด้วยหลักสูตรที่เชือมโยงกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ . ง๑# ปหาวิทยาลัยชีวิต สังคม และวัฒนธรรมชุมชน ๕ ซ เว = ะซ่๑ | 5 ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต เป็นโครงสร้างที่สําคัญของ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต เป็นเสมือนฐานรากทีฝังลึกอยู่ในชุมชน ท้องถิน และเป็นองค์กรแห่งความหวังว่าจะสามารถสร้างสรรค์บท บาทไปสู่เป้าหมายสูงสุดในภาคชุมชน นันคือ การผนึกพลังชุมชน ท้องถินให้ร่วมกันจัดการศึกษาของตนเอง ด้วยสถานภาพที่เป็นอิสระ และด้วยบทบาททีเป็นความหวัง กตอทปีรกรรคโชโฆษารสโจนรนรันซ้ ” ศูนย์เรียนรุ้มหาวิทยาลัยชีวิตจึงจัดตังขึ้นบนพืนฐานการมีส่วนร่วม ของบุคลากรและองค์กรเครือข่ายทุกฝ่าย ในชุมชนท้องถิน ประกอบ 4 ฆ เณ” ฆ 6 97 ง 7 ด้วย 3 ภาคีหลัก คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน (อปท.) ข้าราชการ/ หน่วยงานราชการ และแกนนําเครื่อข่ายชุมชนท้องถิน ซึ่งแต่ละภาคี สามารถให้การสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ด้วยศักยภาพที่แตกต่างกัน < ! ม @= | ก ฆ่= องค์กรปกครองส่วนท้องถิน เป็นองค์กรทางปกครองทิมี อํานาจกําหนดบทบาทหน้าที่ของตนเองตามกฎหมาย มีอํานาจออก ข้อบัญญัติ นโยบาย แผนงานและแผนงบประมาณ เพื่อพัฒนาการ ' ว ศึกษาทุกระดับในชุมชนท้องถิน ดังนัน หากผู้บริหาร อปท.มีความ 7 ๑ ซ ข ฆ | % ๐ ฆ ๑ เข้าใจในปรัชญาการเรียนรู้ มีความเป็นผู้นําและมีความกล้าหาญใน การตัดสินใจ ก็สามารถสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ทั้ง ในด้านบุคลากร กิจกรรมการเรียนรู้ และ อุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อให้ศูนย์เรียนรู้มีรูปแบบ และกระบวนการทํางานที่มีมาตรฐานทางการ ศึกษา อันถือเป็นสิทธิประโยชน์จากนโยบาย การกระจายอํานาจที่ตอบสนองแก่สังคมชุมชน “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิ จัดการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุก ระดับ ตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถิ่น” ข้อความ นี้เป็นสาระบัญญัติในมาตรา 41 แห่งพระราช ญ วัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ช กัญีกรในนนะไรร เรียนจากชีวิตจริงคือหลักการที่สําคัญ ของมหาวิทยาลัยชีวิต เป็นประหนึ่ง บานประตูที่เปิดท้าความกล้า หาญของ อปท. ให้ก้าวเดินออกมาสู่เส้นทาง การจัดการศึกษา ที่จะต้องร่วมคิดร่วมตัดสินใจ กับชุมชนท้องถิ่น นับเป็นเต้นทางสําคัญที่จะ สร้างเสริมบทบาทที่โดดเด่นให้แก่ อปท. ข้าราชการและหน่วยงานราชการ เป็นผู้มีประสบการณ์ทํางานที่มีขั้นตอนซับซ้อน มีระเบียบ แบบแผน มีตัวบทกฎหมายเป็น กรอบกําหนดแนวทางปฏิบัติงาน มีระบบการ บังคับบัญชาที่อาจบั้นทอนความเป็นอิสระใน การคิดและตัดสินใจ แต่มีข้าราชการจํานวนไม่ น้อยที่มองเห็นปัญหาข้อบกพร่องและครวามไม่ คล่องตัวในระบบของตนเอง หากมีช่องทางก็ พร้อมที่จะริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ดังนั้น การ เข้าร่วมเป็นภาคีสนับสนุนศูนย์เรียนรุ้มหา จิทยาลัยชีวิต จึงเป็นโอกาสให้ข้าราชการได้ ประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ จัดระบบ โครงสร้างการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ให้มี 2 ๕ = =ฆ ๑ ความเข้มแข็งและมีระเบียบแบบแผนได้ แกนนําเครือข่ายชุมชนท้องถิน เป็น 9๑ ๓๓ซ ย ล๑” 2 ผู้มีประสบการณ์เรียนรู้มายาวนาน ผูกพันกับ ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพึง เ: "ๆ . ตนเองของชุมชนท้องถิน จะเป็นผู้ประสานพลัง เครือข่ายการเรียนรู้ ทังในส่วนบุคลากร กลุ่ม องค์กร ในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชา ะ ฆ่ ยฮ่ ซ่2.. 3% ๑.%๑ สังคม เพื่อเชือมโยงการเรียนรู้ภาคปฏิบัติของ นักศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต กับ = 1๑ซื่อ๑าป 2 ะ .จฉ่ กจกรรม แหลงเรยนวรู๊ และผู้รู้ในชุมชนท้องถิน )หาวิทยาลัยชีวิต < มหาวิทยาลัยษีวิต“,. , | | | อันเป็นการผสมผสานการเรียนรู้ในระบบและนอกระบบเข้าด้วยกัน ซึ่งจะก่อให้เกิด การหล่อหลอมความคิดและจิตสํานีกร่วมกันระหว่างนักศึกษากับชุมชนท้องถิน เป็น ร ผลดีต่อการพัฒนาเนื้อหาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาวิถีชีวิตร่วม กันด้วย ณฆ ) 1 6 ซ ขยซ ซ ๑” 2- การมีส่วนร่วมในศูนย์เรียนรู้ของ 3 ภาคีหลัก ในรูปแบบคณะกรรมการก็ดี " ซี เคน ๕ รด ซันร ผื หรือในรูปแบบอินใดก็ดี ทีมีอํานาจกําหนดนโยบาย แผนงาน และแผนงบประมาณ ร่วมกัน จะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการแก่ศูนย์เรียนรู้ เช่น การถ่วงดุลบทบาท ทางการบริหาร การมีนโยบายและแผนปฏิบัติงานทีผ่านความเห็นชอบอย่างรอบด้าน การมีระบบการทํางานที่โปร่งใส ปราศจากอํานาจผูกขาดครอบงําของบุคคลหรือ ง " เ” ๕๓ซ ม = 8 ซ่ = , ” ' กลุ่มบุคคล ซึ่งจะส่งผลให้ศูนย์เรียนรู้มีการบริหารจัดการทีเป็นอิสระอย่างแท้จริง เมื่อมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตย่อมจะ พัฒนาบทบาทของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเอพาะอย่างยิง การพัฒนา ช้ นติโระ? = ซุ กระบวนการเรียนรู้ซึงเป็นหัวใจในภาคปฏิบัติของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ให้เกิด 9 ง ด ซู. ซ่.! ขะ ร บูบ ชูป ะ ผลสัมฤทธิ์ตามปรัชญาการเรียนรู้ ที่มุ่งหมายให้นักศึกษาก้าวข้ามให้พันขอบรัวใบ ปริญญาตามค่านิยมเดิม ออกไปในโลกกจ้างเพื่อการเรียนรู้ที่กจ้างไกลไม่รู้จบ เพื่อ ' == มูุฉ่ ส่.๐ เ๑๑ถิ่งญี่๑๕ การอยู่อย่างมีศักดิศรีและมีกินในท้องถินของตนเอง ซึ่งจําเป็นอย่างยิงทิจะต้อง 4 อาศัยศักยภาพอย่างสูง 6 2/ ๑” ของอาจารย์ผู้จัด " ข ฉ่ กระบวนการมเรียนรู้ทิเป็นผู้รู้อยู่ในชุมชนท้องถิน ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตทีบริหาร จัดการโดยขาดการมีส่วนร่วมของ 3 ภาคีหลัก โรตีโอาคาโช พั หะหาปล ซี แต่เป็นศูนย์เรียนรู้ของครอบครัว ลูกเมีย พีน้อง พวกพ้อง ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล จึงไม่ใช่ ศูนย์เรียนรู้ในความหมายของโครงการมหา = «. ซ่๑ ซ ซ่ ะฆ่ วิทยาลัยชีวิต และเป็นศูนย์เรียนรู้ทิยากจะ ๑” ซฆ ขด๑ ษ ฒ” 6, จัดการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครง การได้ คงเป็นได้เพียงแค่หน่วยธุรกิจหนึ่งทาง การศึกษาเท่านัน ซึงไม่ใช่เป้าประสงค์ของโครง ซ่ ฆ่= ๕ ย การ และเมื่อใดทิมีการตรวจสอบก็อาจต้องถูก เพิกถอนสถานภาพไปในที่สุด ความร่วมมือของ 3 ภาคีหลัก เป็นพลัง อันหลากหลายทีจะส่งเสริมศักยภาพศูนย์เรียนรู้ ให้เป็นองค์กรทีสร้างสรรค์ความสําเร็จ ให้แก่ ชุมชนท้องถิน สามารถผนึกพลังเข้าร่วมจัดการ ศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ร่วมสร้าง กระบวนการเรียนรู้จากรากเหง้าของตนเอง ให้ ซี ขซู. ะล่ะ. ๆกะ%ซ2 ๑ ๆ% , เป็นการเรียนรู้ทีรับใช้ชีวิต รับใช้สังคม ร่วม ฆ่==@ ๐ สร้างบัณฑิตทีมีจิตสํานึกรักบ้านเกิด เมืองนอน เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการ พัฒนาท้องถิ่น และมิใช่จํากัดบทบาทเพียงแค่ รองรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ศูนย์เรียนรู้ยังต้องขยายบทบาทไปสู่การจัดการ ความรู้ ภูมิปัญญา และทรัพยากรของชุมชน ตนเอง จัดระเบียบชีวิตและระเบียบสังคมใหม่ ให้หลุดพันจากปัญหาความยากจน หลุดพ้น จากการถูกเอารัดเอาเปรียบ และสร้างระบบ เศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง เพื่อให้เป็นราก ฐานที่มั่นคงของประเทศชาติต่อไปด้วย 22 “จดแลียงนําหา ระตมทุนสร้างศูนย์เรียนรู้” แนวคิตนอกกรอบยองนักศึกษามหาลัยธีวิตเมืองคอน 1 = ๑” ซ่ ๓ ๕ ณ 9 สฒ ๑” 6 ซฆ จ ๑/ วยหลักคิดทีว่า “ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต” เป็นองค์กรการเรียนรู้ของ ม0 ล ชุมชน ท้องถินที่มีอํานาจบริหารจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระและด้วยบท ร่ ๓ ง ส = ๑ ส.ข26.ส ฆ้, บาททีเป็นความหวัง ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจึงจัดตังขึนบนพืนฐาน ของการมีส่วนร่วมของบุคลากรและองค์กรเครือข่ายทุกฝ่ายในชุมชนท้องถิน ณ ซั 5 ๑ ง ๓” “การจัดเลี่ยงนําชาระดมทุนสร้างศูนย์เรียนรู้” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต ปาก พนัง อําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือเป็นแบบอย่างหนึ่งของการมีส่วน ! “0 . 1 ร่วมในการบริหารจัดการและหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ณฒณ ๐ =ฆ 27, ๑ ซี 2๑. ๑”, ซ เบญจรัตน์ ศรีเทพ ผู้ประสานงานโครงการมหาลัยชีวิตจังหวัดนครศรีธรรม ราช ถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังว่า ย้อนกลับไปตอนที่สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนร่วมกับ มหาวจิทยาลัยรามคําแหงดําเนินการในโครงการมหาลัยชีวิต มีนักศึกษาที่อําเภอ “, บมาา ฒา 6 ! ส= ซี๑๒วี่ เ๑สสจี่ ปากพนังสนใจเข้าร่วมเรียนจํานวนกว่า 57 คน พอถึงปลายภาคเรียนที 2 พบว่ามีเพื่อน " ง 4 - - , นักศึกษาจํานวนกว่าครึงหนึ่งไม่สามารถ หาเงินมาลงทะเบียนได้ทันตามกําหนด แต่ 0 . | ด้วยความเป็นนําหนึ่งใจเดียวกันทําให้ “คุณประเวส ชูนุ่น” นําเอาทีดินของตัวเองไป งต งหาวิท สาลัยษีวิต อาคารของศูนย์เรียนรุ้มหาวิทยาลัยชีวิตอําเกอปากพนัง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่นักศึกษาร่วมกันจัดหาทุนมาซ่อมแซมอาคาร เรียนร้างให้สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่งด้วยการจัดเลี้ยง จํานองได้เงินมาจํานวน 100,000 บาท และได้ นําเงินจํานวนดังกล่าว มาให้กับทางศูนย์การ เรียนรู้เพื่อนําไปชําระเป็น ค่าลงทะเบียนให้กับ เละฑ ระปันะ เพื่อนๆ ทีไม่สามารถหาเงินได้ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการเรียน จากมหาวิทยาลัยรามคําแหงมาเป็น มหาวิทยา ๑7 «7 ๐ ๑ขยฆ ข่ 4 ๓ ลัยราชภัฏพระนคร ทําให้มีเพื่อนในชันเรียน หลายคนได้ลาออกไป โดยยังไม่ได้ชําระเงินที คุณประเวสได้ออกให้ก่อน และเหลือเวลาอีก ล รทล โรยู ไร ๑ ทม ! เพียงไม่กีวันก็จะถึงกําหนดต้องไปไถ่ถอนทีดิน 2 ไะ ๐ “0 . คืนมา ดังนั้น ดาบตํารวจสุชาติ ศักดิณรงค์ ประธานนักศึกษาและ ดาบตํารวจจเร เกตุ โรจน์ รองประธานนักศึกษาร่วมกับเพื่อน เชร เด ซ่ นักเรียนในชันจึงร่วมประชุมปรึกษาหารือเพื่อ - . ฆ่= ๕ ะ «” หาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยกันเพราะ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน มติของทีประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าจะ ระดมทุนเพื่อมาให้คุณประเวสนําไปไถ่ถอน ๑ ขฆ ๐ = ) ฆซ่ ฆส ๓ ดินคืนและนําเงินส่วนทีเหลือมาใช้ในการจัด ง =50 ซีออุปกรณ์การเรียนที่ยังขาดอยู่ โดยจะเชิญพี่ ะ ! น้องประชาชนในพืนที่มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้แนวความคิดที่ว่าชุมชนเป็นเจ้าของ 001 1. ซ่ดูข ข่ มหาลัยด้วยกันและได้มีการแบ่งหน้าทิให้เพื่อนๆ ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทํางานด้วยกันตาม ความสมัครใจและความถนัดของแต่ละคนและ แบ่งสายกันไปเชิญแขกมาร่วมงาน โดยในส่วนของฝ่ายจัดเตรียมสถานที ร ม อ เม้ ต ป้ ก็จัดหาสถานทิ โต๊ะ เก้าอี อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ รัรา ซ์ ซะ ก จัดเตรียมเวทีและเครื่องขยายเสียง ข้าง ฝ่าย กิจกรรมรับผิดชอบในเรื่องของการคิดกิจกรรม บันเทิง การละเล่น เกมส์แบบต่างๆ การร้องเพลง ส่วนฝ่ายต้อนรับนันถือว่านักศึกษาทุกคนต้อง ทําหน้าทีดังกล่าวร่วมกันเพื่อดูแลแขกทังใน ส่วนที่ตนเองได้เชิญมาและในส่วนทีเพื่อนคน อิ่นเชิญมา สําหรับคนที่ทําหน้าทีฝ่ายการเงิน จะรับผิดชอบในเรืองของการรับซองและเก็บเงิน จัดทําบัญชีการรับ-จ่าย และดูแลเก็บเงินส่งให้ เอ «ซู่บย,เ = ผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้ต่อไป ทังนี่ในส่วนของ 1 ฆ่ ฆ่ 1 ๐ ' ฝ่ายเครื่องดืม อาหารว่าง จะทําหน้าทิจัด ฒา เภ เตรียมเครื่องดืมและผู้ทีมีความสามารถเอพาะ ในการซงชา โดยในส่วนนีจะมี่ผู้อํานวยการ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อําเภอปากพนัง และที่มงานเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบ 7 ๑ ซ่= ผู้ประสานงานโครงการมหาลัยชีวิต จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต่ออีกว่า ผล จากการร่วมดําเนินการของเพื่อนนักศึกษา ทังหมดในการจัดกิจกรรมเลี้ยงนําชาเพื่อระดม ทุนดังกล่าว เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วมีเงิน เหลือทังสินจํานวน 94,950 บาท โดยเงินส่วน หนึ่งได้มอบให้กับคุณประเวศเพื่อนําไปใช้ใน การไถ่ถอนที่ดินกลับคืนมา ที่เหลือทําการจัด " | ซือเครื่องฉาย 070|66106 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง เครื่องขยายเสียงพร้อม ลําโพง ชุดและไมโครโฟนพร้อมขาตัง 2 ตัว และโต๊ะเรียน ตลอดจนอุปกรณ์การเรียน “จากการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที = ซ๊ เ ๑7 ๐ ฆย เกิดขึ้นร่วมกันของเราทําให้ได้เรียนรู้ว่า การ ร่วมกันคิด ร่วมกันหากระบวนการจัดการ แก้ไขปัญหาร่วมกันเป็นเช่นไรและมี อ ประโยชน์อย่างไร” . หลากหลาบความคิด มหาวิทยาลัยชีวิต คือนวัตกรรม การศึกษา มี พู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งหาติ หาวิทยาลัยชีวิตมีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ม ๆ อแลไล ะ 6 ตรงทีมหาวิทยาลัยชีวิต เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ทิทํางาน ง ' 1 1 แล้ว ซึงอยู่ในชุมชนชนบท ได้เข้าศึกษาทังในระดับ ปริญญาตรีและโท อีกทังเป็นการศึกษาที่เคาชีวิตเป็นตัวตังเรียน ง มหาวิทยชาลัยชีวิต ในชีวิตจริง เรี่ยนแล้วสามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ ศรีในท้องถินของตนเอง เป็นการสนับสนุนการ สม 6 ร/ ฒ@๑ จ คเชีอ“ ฆ บา เรียนรู้ตลอดซี่วิตอีกแบบหนึ่ง ทีอาจเรียกได้ว่า เป็น “นวัตกรรมการศึกษา” เป็นทีชัดเจนว่า ประเทศต้องการกลไกทิจะให้โอกาสให้ทังชาว ย ฆ ย เซฆ่ 1 บ้านและชาวเมืองได้การศึกษา ต่อเนื่องอย่าง เป็นระบบ จากประสบการณ์ทํางานของสํานัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งที่ทํางานด้านพัฒนาชนบทมานาน พอสมควร พบว่า ในหลายๆ ซุมชนที่พัฒนาได้ ยากนั้น เพราะซุมชนขาดผู้นําทางความคิด โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาชนบทแบบ “การ ระเบิดจากข้างในชุมชน” ใน๑ดีตที่ผ่านมา ประเทศพยายามกระจายการศึกษาเข้าไปสู่ ชนบท แต่กลับเป็นว่าระบบการศึกษาเป็นตัว ผลักดันลูกหลานของพวกเขาให้ทิ้งถิ่นฐาน ดัง นั้นผลลัพธ์จากมหาวิทยาลัยชีวิตที่ต้องการสร้าง “ปัญญาชนในชนบท” จะเป็นตัวช่วยให้การ พัฒนาชนบทในบ้านเรา ให้เจริญก้าวหน้าไปได้ มหาวิทยฮาลัยชีวิต ฆ>, ในอัตราเร่งที่ดีกว่าอดีตอย่างแน่นอน ั ในเนื่อหาของหลักสูตรและสาขาวิชา ซ่.ช. ว: ที่เน็นการเสริมสร้างความรู้ใหม่ทีเป็นสากลกับ ภูมิปัญญาของชุมชนแบบบูรณาการประเด็นนี้ ทําให้มั่นใจได้ว่าชุมชนจะใช้ความรู้สากลให้ เหมาะสมกับวิถีชีวิตของพวกเขาได้อย่างเหมาะ สม ไม่ตกเป็นทาสในกระแสความเจริญก้าว หน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ของ โลกยุคโลกาภิ วัตน์ ขณะเดียวกันก็สามารถรู้เท่าทันโลกแบบ ไม่ล้าหลังตกขอบ รูปแบบการศึกษา ที่ให้ผู้เรียนได้เรียน | รู้ ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ซึ่งเป็นของชุมชนจริงๆ ไม่ใช่ศูนย์ของมหาวิทยาลัยทิไปเปิดไว้ในชุมชน ก็เป็นเรืองใหม่และสําคัญ เพราะนอกจากจะ ใช้ศูนย์ฯ เป็นทีเรียนที่สอนแล้ว ยังเป็นเวทีที ทําให้นักวิชาการได้มีโอกาสได้ทํางานร่วมกับ (ทังทีเป็นและไม่ได้เป็นนักศึกษา) ซึ่ง ฆ ซาวบ้าน จากมุมมองของหน่วยงานวิจัยอย่าง สวทช. คิดว่าเป็นเรื่องสําคัญ เพราะจะทําให้นักวิจัย นักวิชาการได้เข้าใจบริบท สัมผัสกับโจทย์ปัญหา (ของชุมชนชนบท) ได้อย่างลึกซึ้งและเป็นจริง ส่งผลต่อผลงานวิจัยที่สามารถนําไปใช้ได้จริง “งานด้านการพัฒนาคนที่อยู่ในชุมชน ชนบทด้วยระบบการศึกษาเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และสําคัญ ในการดําเนินงานต้องได้ผลสัม ฤทธิ์ทั้ง เชิงปริมาณและคุณภาพ เชื่อว่าโครงการฯ ต้องมียุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ดีอยู่แล้ว อีกทั้ง เห็นว่า สสวช. เป็นหน่วยงานที่มีกัลยาณมิตร อยู่เป็นจํานวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วทุกพื้นที่ มีความสัมพันธ์กันในลักษณะเครือข่าย ซึ่งจะ ช่วยให้การดําเนินงานประสบความสําเร็จตาม ง มหาวิทยาลัยชีวิต เป้าหมาย” เช ซ่ ฆ่ แต่ด้วยรูปแบบของการเรียนการสอนที ใช้ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นสถานที่เรียนและมีเป็น จํานวนมาก ไม่ตํากว่า 100 แห่ง กระจายทัวทุก ภูมิภาคของประเทศ อาจทําให้มีความยาก อ วล ด ซี่ อๆ 2 6 ลําบากในการบริหารจัดการ เพื่อให้ได้ “ปัญญา ชนในซนบท” หรือ “บัณฑิต” ที่จบออกมามี คุณภาพเป็นมาตรฐานและหลากหลาย การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการเรียนรู้จากกัน โซ ส ๓ร ม และกัน จึงเป็นเครื่องมือทิท้าทายการจัดการให้ เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างจริงจังและเป็น ระบบ ฉั นอกจากนีบุคลากรของโครงการฯ โดย จ 2/ ๑” ซู..๐2ซ่ เฉพาะอาจารย์และผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ร่วม คิด-ร่วมเรียน-ร่วมสอน มีผลต่อคุณภาพของ บัณฑิต จึงจําเป็นต้องใช้หรือจัดให้มีส่วนร่วม จากความเชซี่ยวชาญอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านการศึกษา ด้านการพัฒนา ชนบท และด้านการจัดการ โดยเอพาะอย่าง ยิ่งด้านพัฒนาชนบทและการจัดการ เนื่องจาก งานพัฒนาชนบทเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน ต้องสร้างกลไกให้มีการวิเคราะห์ความถูก ต้องเหมาะสม จิึงต้องทําด้วยทัศนคติและ ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ดัง นั้นจึงเป็นความท้าทายของโครงการฯ อย่างยิ่ง อ นายเอ็นนบู ซื่อสุวรรณ รักษาการพู้วัตภารธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตศร *. มหาวิทยาลัยชีวิต ทําให้รากหญ้าเต้มแข็ง ญี ครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นโครงการหนึ่งของ ลํานักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่ทางธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (เธ.ก.ส.) ร่วมดําเนิน บ ๕ ๕ 4 2 เว ซ่ การด้วยเพราะเล็งเห็นถึงความสําคัญของการให้ประชาชนที ถ้าทําใส้อย่างนี้พมคิดว่า ทํางานอยู่ในภาคชนบทได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรืองของวิชาการ มหาวิทยาลัยฉีวิต จ่ " ผู ๑ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ซึงกันและกัน รวมถงการนา ธะเป็นมหาลัยทีง่วยในการ ศาฑา 61 0 เอาความรู้ทีได้ไปปฏิบัติจริงในพืนที่และคิดว่าโครงการ ดําเนินธิวิต ด้านเศรษฐีกิจ 22 1 เลื มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นการศึกษาในรูปแบบใหม่ทีเหมาะ สมในการนําไปใช้ในการพัฒนาชนบทของประเทศไทย ณ์ เ ญณญ่ 7 “เราคาดหวังว่าผู้ทีจบการศึกษาจากมหาลัยชีวิต ด้านสังคมและวัฒนธรรมไป ในคราวเตียวถัน และเฉื่อมั่น เป็นอย่างยิ่งว่าวะเป็นสถาบัน 5. ฆานกละ 1 " นอกจากจะมีความรู้ความสามารถ ที่จะนําไปพัฒนา ที่เฉื่อมโยงไปถึงคนในระดับ ราถหญ้า ตนเอง ครอบครัว และพัฒนาสังคมได้แล้ว ยังได้รับใบ ณฆ่ฆฆ ซ์. , 7 ๕ ๐ ปริญญาที่มีศักดิ์มีศรีเทียบเท่ากับผู้ที่สําเร็จการศึกษา = ณ ฆ่ ฉ7 :เ๑ ฆ่ ฆ เ ๕ จากมหาวิทยาลัยอื่นๆ เซ่นกัน แต่สิงทีเรามีมากกว่า ก็ คือนอกจากจะได้ปริญญาบัตรแล้วยังได้ปริญญาชีวิต ฆ = ๑7 ฆ่ อีกด้วยเพราะมหาวิทยาลัยชีวิตจะเน้นในเรืองของการ มหาวิทยาลัยชีวิต , =% ลงปฏิบัติจริงมากกว่าทฤษฎี” เท่าที่ได้พูดคุยกับนักศึกษาของมหา วิทยาลัยชีวิตพบว่าทุกคนมีความภาคภูมิใจที ได้เข้ามาศึกษาเพราะทําให้ตัวเองและครอบ ม ๑๕ ซา ฆฑู ข่ ๑ ฆ่ ครัวดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรืองของแนวคิด เรืองของ แนวปฏิบัติทังต่อตัวเองและส่วนรวม ซึงคิดว่า เป็นแนวความคิดที่ดีและควรสนับสนุนให้แนว ความคิดดังกล่าวแพร่ขยายออกไป โดยใน เรืองดังกล่าวทาง ธ.ก.ส. ยินดีให้การสนับสนุน ในทุกด้านซึ่งผมเองได้ให้นโยบายไปยังพนัก งานของ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ต่างๆ ทุกคนได้ทราบว่า ฆ่= ๓ ร3 = « ซ=๑ เว เวลาที่มีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชีวิต เข้าไป ง ฆ ฆ่ ๕ ย ขอดจามช่วยเหลือในเรืองอะไรก็ตามขอให้การ สนับสนุนเต็มที่ ทั้งในเรื่องของการเป็นวิ จิทยากร เครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ ทาง ธ.ก.ส. ยังให้บริการด้านสินเชื่อแก่ผู้ที่สนใจ 9% = % = ๑ ซี ซฆ ๑ จะเข้าศึกษาให้มหาวิทยาลัยชีวิตอีกด้วย อย่างไรก็ตามจากที่เฝ้าติดตามการ ดําเนินการของมหาวิทยาลัยชีวิตมาพบว่าสิงที า๓ ท ม ต้องเพิมเติมเข้าไปก็คือการนําเอากรณีตัวอย่าง ๓ ร3 " ๐ ๕ ฆซู ข่ ของนักศึกษาที่ประสบความสําเร็จมาเป็นสื่อ ข มบ เซ| ฆะ เ.ฆ่ การเรียนรู้ด้วยเพราะว่าเป็นกรณีตัวอย่างที ๓” ฆ่ ซ| - ฆ@= ชัดเจนเนื่องจากเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากชีวิตคน เพราะการเรียนจากของจริงจะทําให้เกิดความ ฆ่ ม๕ ส = «๕ ซี๑ ฆ ๓ มลฆ่ เชือมัน ซึงมหาวิทยาลัยชีวิตมืองค์ความรู้ท ค่อนข้างหลากหลาย แต่สิงทิสําคัญทีสุดก็คือ เรืองของกระบวนการจัดการ ขฆ จ่ ฬ= ., ความรู้ดี กระบวนการแลกเปลี่ยนดีแต่ กระบวนการจัดการไม่ดีก็อาจสร้างปัญหาได้ 1๕7 เซนกน ะ กระบวนการจัดการมีตังแต่เรืองของ @ ปหาวิทยฮาลัยชีวิต เพราะหากองค์ การจัดการคนให้ถูกกับเวลา จัดเนื้อหาการ ศึกษาให้ตรงกับความสําคัญของเรื่องว่าอะไร ควรมาก่อน อะไรควรมาทีหลัง ฯลฯ ซึ่งตรงนี้ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญและต้อง มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมและสอดคล้อง กับบริบทในพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากในแต่ละ ภูมิภาคมีเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองอยู่ ดังนั้น ในเรื่องนี้ต้องให้ความสําคัญเป็นอย่างมาก แนวการเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตนั้น นักศึกษาเป็นผู้ตั้งโจทย์ที่มาจากตัวเอง ตอบ คําถามเองและนําคําตอบมาสู่แผนการปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูป ธรรม อันจะนําไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นใน ตัวเอง ซึ่งแนวทางหรือแนกวคิดดังกล่าวถือว่ามี ความเหมาะสมที่จะนําไปขยายผลให้กับผู้คน ในสังคมได้นําเอาแนวครวามคิดดังกล่าวไปเผย แพร่ต่อในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย และไม่ใช่ การก๊อปปี้แนวคิดแต่เป็นการเอาแนวความคิด ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสม เล ถ้าทําได้อย่างนี้ผมคิดว่ามหา = ๑ ซ= | ๓ ญ่ง วิทยาลัยชีวิตจะเป็นมหาลัยทีช่วยในการ ดําเนินชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและ วัฒนธรรมไปในคราวเดียวกัน และเชซือมัน เป็นอย่างยิงว่าจะเป็นสถาบันที่เซีอมโยงไป ถึงคนในระดับรากหญ้า ช่วยทําให้รากหญ้า ฆ เ> ฆ่ มีความเข้มแข็ง และสุดท้ายเมื่อรากหญ้า 7 ๕ «๓๑ ๕ = =๑๕๑ฆ เข้มแข็งนันก็หมายถึงประเทศชาติก็มีความ ย เข้มแข็งไปด้วย” นายธานี เทือกสุบรรณ นายกองค์การบริหารส่วนงังหวัดสุราษฎร์ธานี ล องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พร้อมเสิมที่ ต ณี นส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ท (อบจ.)สุราษฎร์ธานี ซึงเป็นองค์การ บริหารส่วนท้องถินนันมีความยินดี และพร้อมเข้าไปช่วยให้การดําเนินการในโครง การมหาวิทยาลัยชี่วิตในทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่ ฆ่= เดม ๑ เพราะเห็นว่าเป็นโครงการทิดีและจะก่อให้เกิด ประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอย่างมาก « ฆ่ ๑12 ซี๓ 2 จากการทีผมได้ปรึกษาหารือ ร่วม คิด ร่วมแลกเปลี่ยนกับทางคณะผู้จัดทํา และดําเนินการในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ทําให้ทราบว่ามหาวิทยาลัยชีวิตจะเป็น สถาบันการศึกษาที่แท้จริง ของชาวบ้าน เมื่อสําเร็จการศึกษาแล้ว องค์ความรู้ทิได้ก็สามารถนํา มาใช้ได้จริงไม่เหมือนกับเด็กนักเรียนที่จบจากมหาวิทยาลัยอินๆทัวไป ฆ่ 9/ ๐ 7 ณ” และเมื่อชาวบ้านมีความรู้ก็จะนํามาซึ่งการพัฒนาของสังคมและ =« ซ่ ประเทศชาติในทิสุด” สําหรับการให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว ในส่วนทีทาง อบจ. สุราษฎร์ธานีได้ดําเนินการไปแล้วมีหลายอย่าง ทังในเรืองของการจัดสถาน สไช้ซี ลน ฆ ร, รท ที่สําหรับในการเรียนการสอน โดยทาง อบจ. ได้อนุญาตให้ใช้ห้องประชุม ของอบจ.ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด เพราะในวันดังกล่าวทาง อบจ. ไม่ ได้ใช้ประโยชน์จากห้องประชุมอยู่แล้ว จึงคิดว่า น่าจะใช้ห้องประชุมให้เกิดประโยชน์สูงสูด ซึ่ง ไม่ใช่แค่ในส่วนของ อบจ. เท่านันแต่หมายถึง ทุกภาคส่วนในสังคมด้วย คา 5, = 7 นอกจากนี้ทาง อบจ.สุราษฎร์ธานี ยังได้ ช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนเชิญชวนให้ผู้นําองค์กรปกครองส่วน ท้องถินในพื้นทิทังในส่วนของเทศบาลและ องค์การบริหารส่วนตําบลให้เข้ามาช่วยกัน สนับสนุนการดําเนินการของมหาวิทยาลัยชีวิต ในด้านต่างๆ ด้วยกัน ซึงก็ได้รับการตอบสนอง @/ 9, 6 ฉ” ง 1 ซฆ จากผู้นําองค์กรดังกล่าวเป็นอย่างดี (9 รศ.ศร.ไกวิทย์ พวงงาม หัวหน้าภา าการพัฒนาหุมหน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไ"! มหาวิทยาลัยชีวิส เป็นแนวคิตที่ล้าหน้า และทันสมัยมาก ญิ ) ครงการมหาวิทยาลัยชีวิตที่ทางสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีอาจารย์เสรี พงศ์พิศ และคณะดําเนินการอยู่ในขณะนี่ โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นแนวความคิดทีก้าว นร , %, ซ ซ่ ๕ เด๑ " ลําและก้าวหน้ามากกว่าการเรียนการสอนทีเป็นอยู่ในวิทยาลัยต่างๆ ของประเทศ น | ไทยในปัจจุบันนี้มาก อาจเป็นเพราะในอดีตที่ผ่านมา ท่านเคยไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกในหลายประเทศทังทีเยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส สเปนและอังกฤษ ร ร ร่.! «. ซ่ และเห็นว่าการศึกษาแบบไหนที่น่าจะเหมาะสมกับประเทศไทยมากทีสุด ทิประเทศ ' % ะ. " ! เยอรมันคนที่นันเขาให้ความสนใจและเน็นการได้ปริญญามาโดยการปฏิบัติจริงมากกว่าการ ด@ บหาวิทยาลัยชีวิต ส=@ ขย ซ ซ@= =% = ยืดห้องเรียน ฝึกอาชีพก็ฝึกจริง ไม่เหมือน ฆ เม ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันซิงเน็น เอาแต่เรืองของการท่องจํา บางคนจบปริญญา ณฒซ ขุู«๓ ๐ | ซ ฒ” | เ2วจ. ตรีแล้วยังทําอะไรไม่เป็นซักอย่างก็มี ปรัชญามหาวิทยาลัยชีวิตคือการเอา ประสบการณ์มาเรียน ต่อยอด และฝึก ปฏิบัติอย่างจริงจัง เรียนจากชีวิตจริง ซึงจะแตกต่างจากการเรียนการสอนใน ปัจจุบันทิเน้นแต่การท่องจํา เน็นแบบจ่ายครบ จบแน่ ซึงตรงสามารถพูดได้อย่างชัดเจนเลยว่า ระบบการเรียนการสอนของประเทศไทย กําลัง อยู่ในขันทิวิกฤต โดยเอพาะอย่างยิงในระดับ อุดมศึกษา ทําให้คนคิดไม่เป็น ทําอะไรไม่เป็น ไม่รู้ตัวตน มหาวิทยาลัยชีวิตมีระบบการเรียน ฆ แซ่ จ่ .@/, -=- เหมือนประเทศเยอรมัน ทีเน็นการปฏิบัติจริง เค =. ซ = ซ ซฆ ญู 9” เน้นอาชีพ เรียนจริง เรียนทฤษฎี พอให้รู้เน็น ในภาคปฏิบัติ อยากรู้เรื่องทํานาก็ไปทํานา อยากรู้ในเรืองอุตสาหกรรมก็ไปทําอุตสาหกรรม ส ๕ ซ ซ่ ๕. ซึงเป็นการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับสังคม ไทยเป็นอย่างมากแต่สังคมเราถูกครอบงํามา โดยความเชือทีว่าต้องเน้นทีปริญญาบัตร ต้อง จบจากมหาวิทยาลัยซือดัง ขณะคนที่จบการ ร3 = ๑7” ซ ซ ฆ ศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพก็จะเป็นคนอีก พวกหนึ่ง “ผมคิดว่ารัฐบาลต้องพัฒนาความ = ' จ่ =ฆ่= 1 คิดใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงทิยิงใหญ่ 9 ฆ่ ทางการศึกษาของประเทศเราต้องเปลี่ยน ฆ = ! ๕ 1 แปลงที่ความคิดก่อน และเชื่อมั่นว่ามหา = ๑ ซ= ซ ฆ่ วิทยาลัยชีวิตจะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบ คิดและระบบการศึกษาของประเทศไทย เป็นการศึกษาทีขึ้นอยู่กับชีวิตจริง การทํา =- ๐ เด 9”๓7% ณ” 1 | อาชีพจริง ทําให้เรารู้ตัวตนของตัวเองว่าเป็น ใครและที่สําคัญไม่ได้เป็นการเรียนเพื่อให้ จบออกมาแล้วต้องหางานทํา เพราะมหา = ณ/ ฆ=% ว ซ่ ฆ 9 เซ วิทยาลัยชีวิตไม่ต้องการคนทีเรียนแล้วไม่มี งานทําแต่ต้องการต่อยอดคนที่ทํางานอยู่ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม” รศ.ดร.โกวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า มหา - 2 กท วิทยาลัยชีวิต เน้นไปที่การต่อยอดคนทีมีงานทํา ซี๕ราว ย ปงรร แล้ว เน้นคนที่อยากได้ความรู้ อยากได้แนวคิด เมื่อรวมทังสองสิงเข้าด้วยกันมหาวิทยาลัยชีวิต ต จะทําการฝึกเข้มตรงนีให้ จะมีการให้ความรู้ เน้นการปฏิบัติจริงในเรื่องการทําวิสาหกิจชุมชน สร้างเครือข่าย เน็นการพัฒนาแบบมืออาชีพ อ ! ดังนัน คนที่จะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิต ย ม ง เขฆข่ ยะ บุบ ต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อเข้ามาศึกษาแล้วต้อง จัดการตัวเองได้ โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่ามหาวิทยาลัย ฆ= ๕ . ฆ่ ซีวิตเป็นความหวังในการเปลี่ยนแปลงระบบ การเรียนการสอนของประเทศไทย ต้องมีการ . เลต ' เผยแพร่แนวความคิดนีออกไปให้กว้างขวาง =". บย ฆ ๓ มากยิงขึ้น ต้องมีการรณรงค์กระจายออกไป ล ตร ตามสื่อประเภทต่างๆให้ต่อเนื่อง และอยาก ฝากไปถึงรัฐบาล โดยเอพาะอย่างยิงกระทรวง ศึกษาธิการและหน่วยงานต่างๆ ทีเกียวข้องกับ เรื่องของการศึกษาว่า ตอนนี้ทังแนวคิดและรูป แบบการเรียนการสอนในบ้านเมืองเรามันกลาย เป็น “ระบบธุรกิจการศึกษา” ไปหมดแล้ว ๑” ซ้ ข ฆ ๑ ณ” ดังนันต้องมีการปรับกระบวนทัศน์ใน ' จ เรื่องการศึกษาใหม่ทั้งหมดและต้องรีบดําเนิน ๕ ฮ่ " การโดยเร็ว ซึงในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สามารถทําได้ 2 แนวทางคือ มหาวิทยธ าลัยษีวิตญู , , 1).การเปลี่ยนแปลงโดยรัฐบาล จัน ๕ ฆ่ เว ซฆ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงโดยใช้นโยบาย หรือ การใช้อํานาจรัฐผ่านหน่วยงานต่างๆทีเกี่ยว ข้องกับเรื่องของการศึกษา คนทีจะเข้ามาทํา หน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฑพ ฒ 7 ซ่ ต้องเป็นคนที่เข้าใจและมีกระบวนทัศน์ในเรือง การศึกษาที่แท้จริง สามารถบริหารจัดการเรื่อง - ฆ = เซซ่ ย การศึกษาได้ และมีความคิดความอ่านที่กว้าง ไกล มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่เลอะเทคะ เหมือนที่ผ่านๆ มา 2การเปลี่ยนแปลงโดยพลังประชาชน " : @ ซึงเป็นการเปลี่ยนแปลงจากล่างขินบน รศ.ดร.โกวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า การ " ม ห ญ ร ะ ! เปลี่ยนแปลงเปลี่ยนได้ทังสองแบบ ทังจากล่าง อ 6 ขึนบนหรือบนลงล่างขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละ ประเทศ สําหรับประเทศไทยรากหญ้าอ่อนแอ - < 3 ฆ่ มาก และการศึกษาก็เป็นการศึกษาเพื่อแสตมป์ ตัวเองให้จบปริญญาตรี ให้เรียกว่าดอกเตอร์ ทําอะไรไม่เป็น ใครเรียกว่าเอ็มเอ คือมันเน้น ส ' ปริญญาบัตร เพื่อชุบตัว ตอนนี่การศึกษาไทย ล้มเหลวแล้ว มีการเปิดหลักสูตรนันหลักสูตรนี กลายเป็นธุรกิจการศึกษาเสียส่วนใหญ่ ผมเห็น 4 .@% ซ ' ๐ ง ฆซ เ| ฆ ด้วยกับการเมืองใหม่ คําว่าการเมืองใหม่ คือ การเมืองที่พูดหลายเรื่อง ทังเรืองอํานาจ การ ซ่ 3 ข่ ะ: เปลี่ยนความคิดคน การให้ปัญญากับคน การ เปลี่ยนโครงสร้างท้องถิน เปลี่ยนโครงสร้างการ ฆ ๑ = ซ่อ ๓ู่ย ฉ่ เมืองระดับชาติ และที่สําคัญต้องเปลี่ยนระบบ -=' ร3 ซ| ๑ ซ= ซ การศึกษา การศึกษาจะเป็นตัวเปิด ผมเห็น ประเทศไทยนีละทิไม่ให้ความสําคัญกับการ ร ซ่ = . เว ศึกษา ประเทศไหนๆ ทีเจริญแล้วเขาให้ความ สําคัญเป็นอันดับหนึ่งเลย (9 รศ.ตศร.ประเทือง ภูมิภัทราคม อธิการบตีมหาลสัยราษภัฏนครสวรรค์ ด@ มหาวิทยาลัยสชีวิต มหาวิทยาลัยนีวิต เกิดขึ้นไส้วริง ในสังคมไทย 7ซิ ซ่ =- < ซ มือพิจารณาถึงระบบการเรียนการ สอนในประเทศไทยปัจจุบันนี่พบว่าใน เรื่องคุณภาพทางการศึกษาซึ่งอยู่ที หลักสูตรการเรียนการสอนของเราลดครามเข้ม ขันทางหลักสูตรลงไปมาก ไม่มีความทันสมัย : ' ย และปัญหาดังกล่าวเกิดขึ่นตังแต่ระดับชัน อนุบาลมาจนถึงระดับอุดมศึกษา ปัญหาต่อ มาคือเรืองของบุคลากรโดยเคพาะอย่างครูผู้ สอนที่ไม่มีคุณภาพโดยเอพาะอย่างยิงผู้ที่ทํา ยูฆ่ ๕ ๓ ซ [ จ” หน้าที่สอนเด็กนักเรียนในช่วงระดับประถม ซิ ะ ผี ละ ต ศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งรัฐควรให้ความ สําคัญและควรให้กระบวนการพิเศษในการคัด สรรบุคลากรเข้ามาทําหน้าทีตรงนี่ รัฐบาลควรให้การสนับสนุนและดูแล เป็นพิเศษ รวมถึงการพิจารณาให้ทุนแก่บุคคล ซ่ ซ | == ฆ่ ฆ ที่มาเรียนในสายครูเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเลือก สรรให้ได้คนเก่ง คนดี และคนที่มีความสามารถ สไตน โร ไปรราคีกัรทารร เป๒คินรตนซี ที่สําคัญที่สุดต้องเป็นคนทิรักในวิชาชีพครู ฆ่ เม้ ร ข เพราะเมื่อคนเหล่านีจบการศึกษาไปแล้วจะ เป็นเรียวแรงสําคัญในการสอนหนังสือให้แก่ เด็กและเยาวชนในชุมชน ในท้องถินต่างๆ ของ ประเทศเรา อีกปัญหาหนึ่งที่พบมากในระบบ การเรียนการสอนของเราก็คือการจัดการเรียน การสอนทิไม่สอดคล้องกับการดําเนินชีวิตจริง ของผู้คน เมื่อจบการศึกษาไปแล้วไม่สามารถ นําเอาความรู้ทีได้ในห้องเรียนไปใช้ประโยชน์ได้ จริง สําหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาที - ด" ม ” เกิดขึ้นนอกจากจะเน้นไปในเรื่องของการสร้าง บ ลลม: บุคลากรทางด้านครูเพื่อให้ได้คนที่ความรู้ความ สามารถและรักในวิชาชีพดังกล่าวแล้ว ยังรวม ข เล่ ข ข่ แนวการเรียนการสอนแบบใหม่ทิเน้นในเรือง ของการปฏิบัติ ทีสอดคล้องกับความเป็นจริง ส ๕ขฆ ซ = ” ซึงก็คือการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยชีวิตที อาจารย์เสรี พงศ์พิศ และคณะกําลังดําเนินการ เดซ้ญ่ ซ้ อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทัวประเทศไทยขณะนี่ เพราะ ปรัชญาของมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นการเปิด โอกาสทางการศึกษาให้กับคนในชุมชนอย่าง ข = ซ สฆ่ข่ ๓ จ่ แท้จริง เป็นการเรียนการสอนทิเกียวพัน เกียว , ๐ =๑ ซ=๑ = ม ข้องกับการดําเนินชีวิตจริงของผู้คนในสังคม ใช้คนในท้องถินมีส่วนรวมในการจัดการเรียน การสอน คนในท้องถิน ทีมีความรู้ความสามารถ ในเรื่องต่างๆ เป็นปราชญ์ชุมชนมาสอนให้ความ เน 1 2 2 รู้แก่นักศึกษา สอนในเรืองทีเกียวข้องกับชีวิต ครามเป็นอยู่ เมื่อจบแล้วนักศึกษาสามารถ นํา ไปพัฒนาชีวิต การทํางานได้เป็นอย่างดี “โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อมั่นว่าการ เรียนการสอนของมหาวิทยาลัยชีวิตสามารถ เกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย นอกเหนือไป กว่านันยังเป็นแนวการเรียนการสอนที = เร - สามารถเติมเต็มในสิงที่ขาดหายไปใน ระบบการศึกษาที่กําลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามแนวการศึกษา ดังกล่าวต้องค่อยๆ ดําเนินการเพราะถือว่า แนวคิดที่พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือที่คน ส่วนมากยังไม่ค่อยเข้าใจ หากคนส่วนมาก ของประเทศได้เข้าใจแล้ว เรชื่อมั่นว่า ๕= , ฆ่ ประเทศของเราจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่าง มาก” (9 มหาวิทยาลัยชีวิตญู , สกูปเศษ อรวัส เสนะวัต โครงการแก้หนี้แก้วน เริ่มสันธีวิตใหม่ ศสามแบนวจิต! ศรษฐกิงพอเพียง ลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ม ได้ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บวิษัท ปตท.จํากัด(มหาชน) และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกันดําเนินโครงการ “แก้หนี้ แก้จน เริ่มต้นชีวิตใหม่ตาม แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” หรือที่เรียก สั้นๆ ว่า “โครงการ แก้จน” เป็นโครงการ นําร่อง ระยะเวลา 6 เดือน ได้เริ่มดําเนินโครง ง มหาวิทยาลัยชีวิต โครงการแก้หนี่ แก้จน เงิมต้นชีวิตใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจซุมชน ได้ ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ ก.ส.) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท ปตท.จํากัด (มหาชน) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน (อปท.) ร่วมกันดําเนิน โครงการ การมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 และสิ้นสุด โครงการแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 โดย โครงการนี้ ได้นําเอาหลักสูตรสหวิทยาการเพื่อ การพัฒนาท้องถิ่น ฉบับย่อ ของโครงการ มหาวิทยาลัยชีวิต มาใช้ฝึกอบรมเกษตรกร จํานวน 240 คน จากทั้งหมด 8 ศูนย์ทั่วประเทศ (ศูนย์ละ 30 คน) ดังนี้ 1.อบต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน 2.อบต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัย 3.อบต.บ้านไทร อ.ปราสาท จ. สู่รินทร์ % ๓% ๑” ๑7 4.อบต.นําอ้อม อ.ค้อวัง จ.ยโสธร 5อบต.ปากพนังฝังตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 6.อบต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 7.อบจ.สุราษฎร์ธานี 8.เทศบาลตําบลหนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ตลอดระยะเวลาในการดําเนินโครงการ ได้มีการติดตาม และประเมินผลการดําเนิน ย โครงการเป็นระยะๆ ทังที่ลงไปพบและ จ่ ฆ ฆ้ ว่ อ่ - 2ไ2 เยียมเยียนเกษตรกรในพืนที เยียมเยียนถึงบ้าน ถึงที่ทํากิน และการจัดสัมมนาติดตามผลการ ดําเนินโครงการที่กรุงเทพฯ การสัมมนาเพื่อติดตามประเมินความ ย -ศซ ก้าวหน้าของโครงการ ครังที 1 จัดขึนเมือวันที 8 เมษายน 2551 ณ โรงแรมแม็กซ์ ถ.พระราม 9 ส ะม บยูเ กรุงเทพฯ ซึงในการสัมมนาครังนี้ มีผู้เข้าร่วม การสัมมนาทังสินจํานวน 45 คน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยชีวิตญู, , . | จรรยากาศการสัมมนาตามโครง การดังกล่าวในสถานที่ต่าง ๆ ตัวแทนจาก มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจ ชุมชน, ตัวแทนจากองค์กรภาคีร่วม ทังจาก 0 | ส่วนกลางและในพื้นทีดําเนินโครงการ และ ะ จิทยากรผู้จัดกระบวนการ ทัง 8 ศูนย์ๆ ละ 3 คน การสัมมนาในครังนี่ ได้ให้แต่ละศูนย์นําเสนอ ครามคืบหน้าการดําเนินงานในศูนย์ของตนเอง ทังด้านการคัดเลือกเกษตรกร จุดเด่น จุดต้อย า ส ของแต่ละพื้นที ปัญหาและอุปสรรค ซึง ป สามารถสรุปสาระโดยรวมจากทัง 8 ศูนย์ได้ ทังหมด 3 ด้าน คือ ด้านเกษตกร : เกษตรกรร้อยละ 80 เห็นความสําคัญและเข้าร่วมโครงการอย่างสมํา ย ๓ ฆ= «” จ่ เสมอ มาด้วยความสมัครใจ มีการปรับเปลี่ยน วิธีคิดใหม่ รู้จักตนเอง และมองเห็นชีวิตใหม่ แบบพึ่งพาตนเองมากวึ้น เกษตรกรเกิดแรง ด@ มหาวิทยาลัยชีวิต บันดาลใจในการที่จะมุ่งพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น ด้านวิทยากรกระบวนการ : วิทยากร กระบวนการเป็นต้นแบบที่ดีให้เกษตรกรและ ชุมชน ดูแลเอาใจใส่เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ เสี่ยสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ อุทิศตนให้กับงาน ซึ่งคิดว่าเป็นงานที่สนุก ท้าทาย และช่วยเหลือ เพื่อนเกษตรกรที่ต้องการมีทางออกจากปัญหา หนี้สิน มุ่งหวังให้โครงการนี้สําเร็จ ทํางานแบบ จิตอาสา มีการสร้างเครือข่ายการทํางานกับ ชุมชนท้องถินมากขึ้น ป ฮัจจ1 ด้านชุมชนท้องถิน : มีการตืนตัว และ เห็นความสําคัญในการใช้ความรู้ในการแก้ไข [ วัด รรรตารท ปัญหาหนี่สินของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม มากขึน มุ่งหวังความสําเร็จ และขยายผล โครงการต่อไป โดยในตอนท้ายการสัมมนา อาจารย์เสรี่ พงศ์พิศ ได้ให้ข้อสรุปสันๆ ว่า การดําเนิน ผู | โครงการนี่ เปรียบเหมือนการจุดไฟทีติดแล้ว เกษตรกรทีมาร่วม มาด้วยความสุข กล้าคิด 7 = 4 = กล้าแสดงออก มีปัญญา กล้าหาญ และมีความ น โต สั5 ๕5 ส เพียร สิงทีเกษตรกรได้รับคือ รูปแบบ เนื่อหา กระบวนการ เกิดการเรียนรู้ เกิดสูตรในการ ทํางาน ทีเรียกว่า “สูตร 345 โครงการแก้จน” มอบประกาศเกียรติคุณสําหรับผู้ เข้ารับการอบรม คือ 3 สาระ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง ทางสู่ ชีวิตที่สมดุลและมีความสุข และเกษตรกรรมยั่ง ยืน, 4 แผน ได้แก่ แผนชีวิต แผนการเงิน แผน ข่ เกษตร (คอาซีพ) และแผนสุขภาพ 5 ขัน ได้แก่ เตรียมผู้เรียน คืนสู่ฐาน ครอบครัวสมดุล มันคง ในอาชีพ และชุมชนเข้มแข็ง การสัมมนาเพื่อติดตามประเมินความ - ขน ต ร น ร ก้าวหน้าของโครงการ ครังที 2 จัดขึนเมือวันที 18 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรมแม็กซ์ ถ.พระราม 9 ส -- กรุงเทพฯ ซึงในครังนี่ มีผู้เข้าจวมการสัมมนา มากถึง 76 คน ประกอบด้วย ตัวแทนจาก มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ตัวแทน ะ จากองค์กรภาคีร่วม ทังจากส่วนกลางและใน ๐ พื้นที่ดําเนินโครงการ วิทยากร ผู้จัดกระบวนการ 6๒ ทัง 8 ศูนย์ๆ ละ 3 คน และตัวแทนเกษตกรใน ๐ พื้นทีนําร่อง 8 ศูนย์ๆ ละ 2 คน การสัมมนาใน สรา ครังนี่ ได้ให้วิทยากรกระบวนการสรุปรายงาน ฆ 97, ง 6 9 ๑” ความคืบหน้าของแต่ละศูนย์ และได้ให้ตัวแทน เกษตรกรทีมาเข้าร่วมโครงการ ศูนย์ละ 2 คน ได้เล่าถึง ความเป็นมาของตนเอง ก่อนมาเข้า ซด ไร) ร่วมโครงการ มาเข้าร่วมโครงการนีได้อย่างไร ง ฆข่ยูเ ขุูฆ=๑ ฉ่ และหลังจากที่เข้าร่วมโครงการแล้วชีวิตเปลี่ยน ไปอย่างไรบ้าง ยังเครียดและหนักใจกับปัญหา % 1 หนี่สินอยู่หรือไม่ ซึงเกษตรกรส่วนใหญ่ ได้เล่า " ฉ่ 1 ะ ฆ่ห ย ถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองว่า หลังจากที่ได้ 9 บ ๑ ๑4 ๐ ณ” ซฆ ณ ๕ เข้าร่วมโครงการได้รู้จักการทําบัญชีครัวเรือน ปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง มีการ รวมกลุ่มทําสบู่ แชมพู นํายาล้างจานไว้ใช้เอง ทําให้ไม่มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยมีการวางแผนชีวิต ตังเป้าหมายชีวิต เกษตรกรบางคน สามารถ เลิกอบายมุข เหล้า บุหรีได้โดยเด็ดขาด เพราะ เห็นแล้วว่าหากเลิกแล้วจะมีเงินเก็บออมเพิม 2 : ด มากขึ้น อีกทังยังพยายามลดการใช้สารเคมีใน ๐ บษฆ = ฆ่= การทําการเกษตร ผลพลอยได้คือ มีสุขภาพทิดี ซั ส ๊ก ขึ้น เมื่อสุขภาพกายดิขึ้น สุขภาพจิตก็ดีขึ้นด้วย สามารถอยู่กับหนี่สินได้โดยไม่เครียด และมอง ร เห็นหนทางการจัดการกับหนี้สินของตนเอง ซ ช่วงท้ายของการสัมมนา อาจารย์เสรี 8 พงศ์พิศ ได้กล่าวว่า โครงการแก้หนี แก้จนฯ นี่ เป็นโครงการทิสร้างการเรียนรู้ คือต้องมีการ 7 ๑ ๐ ๕ ขขฆ ส '" ร ๐ พัฒนาจิตสํานึกผู้เรียน ซึ่งไม่ใช่แค่การท่องจํา ไม่ใช่ทําปุ๋ยหมักอย่างเดียว แต่ต้องมีการเปลี่ยน พฤติกรรมซึ่งต้องเปลี่ยนทั้งใจและ เกิดการปฏิบัติ นั้นคือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องมี 1. ความเข้าใจ (เหตุผล-กอลค) รู้จักใช้ หัว ใช้สมอง 2. เกิดแรงบันดาลใจ (ปัญญา-ก6๑ล) 7 ฆ่ ฆ่ ทีจะขับเคลื่อน 3. มีทักษะ (ปฏิบัติ-กลกส) เอาชีวิต ว เป็นตัวตัง 6 โครงการนี้จะประเมินว่าสําเร็จหรือไม่ดู ปฏิบัติได้จริง ได้จาก 3 ประเด็นข้างต้น ว่าเกิดขึ้นหรือไม่ ขฆ ซฆ “8 เส = เกษตรกรรู้หรือไม่ว่า หนี่สินมาจากไหน เกิด ฆ ๑7 ซ่ , ซ่ จากอะไร มีแรงบันดาลใจที่จะแก้ปัญหาทิจะ พบทางออก และเรียนรู้เทคนิควิธีการ สามารถ ณซ่ (ค กม ที่จะหลุดจากปัญหาหนี่สินนี่ได้ และเชือว่าใน ฆ่ ย = ร ฆ้ ย การทีจะให้เกิดผลสัมฤทธิตามกรอบนี่ ต้อง อาศัยเวลา อาศัยกระบวนการที่ยาวนาน ไม่ใช่ เพียงแค่การอบรมการทําปุ๋ยหมัก อย่างเดียว แต่เป็นการปฏิบัติจริง ทําจริง โดยเอาปัญหา เล11 เว หนีสินเป็นตัวตัง จึงจําเป็นต้องมีพีเลียงเข้ามา ช่วยในการดูแล ทิจะทําให้พวกเขาสามารถ ล ก ย ฐ จัดการซีวิตทีดีของเขาได้ จัดการปัญหาหนี่สิน ได้อย่างถาวร โครงการนี มีความเชือใน ศักยภาพของชาวบ้าน ว่าถ้าได้มีโอกาสได้เรียน ยม ทยะ ๕ รว.ญ่ว ๕ . รู้ ได้เห็นสิงทีดีงาม ก็จะสามารถคิดต่อเองได้ - ๑ ส แก้ปัญหาตนเองได้ เกิดความเชือมันในตนเอง นันคือการเห็นทางออกของชีวิตตนเอง สามารถ เดินไปข้างหน้าด้วยตนเองได้ และขณะนีกําลัง ง๑#@ ปหาวิทยาลัยชีวิต วางแผนที่จะขยายผลโครงการนีกับ ธ.ก.ส., ก มนรศิซ่ป ท สวทช., สสส. เพื่อช่วยชาวบ้านให้พันทุกข์ให้ได้ จ % 0ฮ0ไเเ ๑ ฆ้ย และคิดว่าเงินที่ลงทุนไปกับโครงการนี่คุ้มมาก ม กด มา กับการเปลี่ยนชีวิตคน ทีจะเริมต้นใหม่ตาม แนวคิดของปรัชญาโครงการ ๑ เร สรุปภาพรวมของการสัมมนาในครังนี่ ด้านเกษตรกร : เกษตรกรเกิดความ มันใจหันมาพึงพาตนเอง คิดเป็น และไม่ทํา อะไรตามกระแสนิยมมากขึ้น เกิดการสู้ชีวิต เกิดแรงบันดาลใจจากการไปศึกษาดูงานจาก เกษตรกรตัวอย่าง เกษตรกรมีการจัดการชีวิตทีดี ผู ย มีระบบมากขึ้นร้อยละ 80 ทังในด้านการทํา = ฆ 9 4 แผนชีวิต มีการตังเป้าหมายในการแก้ปัญหา ฆ้๑ ข ร. ซ่ ซ หนี่สินของตนเองให้หมดไป เงิมมีการออม มี การลดรายจ่าย วางแผนการใช้เงินอย่างเป็น ๕ = ' ข่.,ซร่ร=.,ร ระบบมากขึ้น เกิดกลุ่มอาชีพทีเงิมเป็นรูปธรรม ๕% %. ๐ ฆ ฆ : 4 มากขึ้น มีการทําแผนอาชีพ มีการลดต้นทุน การผลิตจากการทําปุ๋ยหมักชีวภาพ แทนการ ใช้ปุ๋ยเคมี ร้อยละ 70 หันมาดูแลสุขภาพของ ตนเองและสนใจเรืองการรับประทานอาหาร ปลอดสารพิษ โดยหันมาปลูกผักรับประทาน เองกันมากขึ้น ชุมชนเข้มแข็ง ประเทศชาติมันคง ด้านวิทยากรกระบวนการ : มีการจัด ะ ป กิจกรรมครบทัง 3 สาระ และการทําแผนทัง 4 ขู่ ๓ผส ย ซ่ ๑ แผนครบแล้วแต่มีปัญหาบ้างในเรื่องของวิทยากร บางคนทิมีเวลาน้อย การเยียมบ้านเกษตรกร ทอ! ส. ฆู ู ขููร บางศูนย์ยังไม่ครบ ซึงยังพบปัญหาคือ ด้านเงิน สนับสนุน อบต.ทิล่าช้าของบางศูนย์ ทําให้เกิด ความไม่คล่องตัวในการทํางาน และมีเกษตรกร ร้อยละ 10 ทีไม่มาเข้าร่วมกิจกรรม อย่าง ๐ ฐ่ , ฆ %= สมําเสมอ ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาคือ ให้วิทยากร ประจําศูนย์ ไปเยียมเยียนถึงบ้านเกษตรกร ศึกษาถึงปัญหา ให้กําลังใจเป็นที่ปรึกษาให้ ม มากขึ้น สําหรับการสัมมนาครังสุดท้าย เป็น การสัมมนาเพื่อสรุปผลการดําเนินโครงการ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา และการขยายผล วบ กต์ดัสร โครงการ โดยการสัมมนาในครังนี่ได้จัดขึ้น 2 วัน คือในวันที่ 27-28 กันยายน 2551 ณ ศูนย์ฝึกอบรม ปตท.วังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนคร ศรีอยุธยา 2/ 9๑9 เ 9 ณ” ผู้เข้าร่วมการสัมมนาประกอบด้วย ตัวแทนจาก มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ตัวแทน จากองค์กรภาคี และวิทยากรกระบวนการจาก บ 6: ศูนย์ทัง 8 แห่ง รวมผู้เข้าร่วมการสัมมนาทังสิน กว่า 40 คน มีการชมวีดิทัศน์นําเสนอผลการ ดําเนินโครงการที่ผ่านมา และให้ทุกศูนย์ขึ้นมา นําเสนอผลการดําเนินงานของแต่ละศูนย์ โดย ให้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรทีเข้า ร่วมโครงการ ผลสัมฤทธิ์ของแต่ละศูนย์ ซึงใน ะช้ = = การสัมมนาในครังนี่ มีการอภิปรายกันถึงเรื่อง การขยายผลโครงการ ซึ่งในตอนท้ายของการ สัมมนาได้สรูปความเห็นของผู้ร่วมการสัมมนา ที่หลากหลาย ว่าถ้าหากมีการขยายผลใน ตําบลใกล้เคียงโดยให้เกษตรกรที่ประสบความ สําเร็จในโครงการนําร่อง มาเป็นวิทยากรร่วม ส่วนเกษตรกรที่ประสบความสําเร็จรองลงมา ก็ ให้ช่วยทําการขยายผลในพื้นที่ตัวเอง จะช่วย ให้เกษตรกรที่เข้ามาร่วมรุ่นต่อๆ ไปเกิดความ มั่นใจ และมีกําลังใจมากขึ้น สําหรับบทบาท ของภาคีที่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้นคือ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน เช่น สสวช., ปตท., ธ.ก.ส., สวทช. และ อปท. จะมาพบกันเพื่อเป็น ภาคีทํายุทธศาสตร์ร่วม (00กากาอก 8บล160ท) ในการพัฒนากลุ่มเป้าหมาย กระบวนการเรียนรู้ องค์ความรู้ เพราะเรื่องหนี้สิน ความยากจน "0 ของเกษตรกรเป็นเรื่องซับซ้อน เกินกําลังที่ . ซีหนห เซี ะ- หน่วยงานเดียวที่จะแก้ไขได้ ซึ่งถ้าในระดับ นโยบายมีการสังให้ทุกหน่วยงานในพื้นที ให้การสนับสนุนภาคีเหล่านี่ คนทีอยากทําจะ ได้ออกมาทําได้โดยไม่มีปัญหา " ' หลังจากสินสุดโครงการได้มีการบันทึก เทปการเปลี่ยนแปลงของเกษตกรบางส่วน ใน ๓๓ ญ่ย เ ๐ ๑ ๓ ทุกจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ ทําให้สามารถรับรู้ ปัญหา ข้อจํากัด จุดเด่น จุดด้อย และวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของเกษตรกรในแต่ละท้องถินได้ ก ก ม ก ลึกซึงยิงขืน ซึงเป็นการประเมินผลสัมฤทธิทิม ต่อเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง และสามารถเป็น ตัวอย่างสําหรับการเผยแพร่โครงการเพื่อการ ขยายผลต่อไปในอนาคตด้วย (9 มหาวิทยาลัสชีวิต , ถนนรอบๆ สถาบัน ๆ ฑาสเด กิจชุมชน (สสวช.) ในฐานะเจ้าของ ๑7 ร ซ่ ๕ ซู ขขญ่ ๑ .สถาบันอุดมศึกษาเพื่อปวงชน ซึ่งเป็นผู้ค้นคิด และพัฒนาโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต . ได้ ดําเนินการก่อสร้าง “สถาบันการเรียนรู้เพื่อ ' ปวงชน” [|ถี5 : | 6ลทเทธ !ทรนีในไธ ไอท ดีงอพ- % ๕ 2ฮ่๐ ๑7 7 0ทอ ขึ้นที่อําเภอบางคนที่ จังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าหน้าที่และผู้สนใจถ่ายภาพบริเวณหน้าโครงการ ' ' " ." อบงจ.สมุทรสงครามเยี่ยมชมการดําเนินการก่อสร้าง (ชา”” ผมานร สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน , สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน 1 ซ๊ ซ่ ๑ ซ่ สภาพพนทจรง ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงสถานทีตังขอ สถาบันการเรียน ซึ่งศาดว่าจะสามารถเปิดทําการเรียนการสอน ได้ในปีการศึกษา 2552 ดังนั้นเพื่อเป็นการ สร้างความรู้ความเข้าใจต่อสถาบันดังกล่าวทาง กองบรรณาธิการจึงขอนําบทตอบคําถามของ รศ.ตร.เสรี พงศ์พิศ ต่อเรื่องดังกล่าวไว้มา เสนอดังนี้ ถกองบรรณาธิการ : สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงเน คือ อะไร รศ.ดร.เสรี : คือ ชื่อของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งที่เปิดทําการเรียนการสอนระดับ ปริญญาตรี โท เอก ได้เมื่อได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ หมายความว่า ปริญญา ของสถาบันแห่งนี้มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกับทุกสถาบันอุดมศึกษา (ระดับอุดมศึกษามีรูป แบบการจัดการ 3 อย่าง วิทยาลัย, สถาบัน, มหาวิทยาลัย ถ้าหากได้รับอนุมัติจากกระทรวงฯ แล้วไม่มีความแตกต่างกันในศักดิ์และสิทธิของปริญญา) ซแ ๐ 2 ถกองบรรณาธิการ : เกียวข้องอย่างไรกับ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต รศ.ดร.เสรี : เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะผู้ก่อตั้งโครงการ มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นกลุ่มคนเดียวกันที่ก่อตั้งสถาบันการ เรียนรู้เพื่อปวงชน โดยก่อนนี้ได้ดําเนินการเปิดหลักสูตร “สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น”กับหลายมหาวิทยาลัย จนมีนักศึกษาทั่วประเทศประมาณ 8,000 คน ทั้งระดับปริญญาตรีและโท ทั่วประเทศ แต่ เนื่องเพราะข้อจํากัดหลายประการจึงได้ตัดสินใจเปิดสถาบันอุดมศึกษาขึ้นมาเพื่อดําเนินการเอง โดยคงความร่วมมือกับบางมหา วิทยาลัยที่ทํางานร่วมกันได้ดีต่อไป รู่ รู ถองบรรณาธิการ : มีหลักการที่แสกต่างจากเติมหรือไม่ รศ.ดร.เสรี : โดยหลักการ แนวคิดแล้วไม่ต่างกัน ยังเน้นให้มีกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ “อยู่ อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเอง” เรียนแล้ว “ช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้” เน้น ผู้ใหญ่ที่ประ กอบอาชีพแล้วเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก มีการจัดการเรียนในท้องถิ่น ในหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัดที่มีผู้เรียนรวมกลุ่มกัน มีเจ้าภาพที่ร่วมกันดําเนินการ กองบรรณาธิการ : มือะไรที่แตกส่างไปจากเติม รศ.ดร.เสรี : มีการเปิดหลักสูตรใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่ง ได้นํามาปรับปรุงใหม่ ยังมี “สุขภาพชุมชน” และ “วิทยาศาสตร์และ ะเทคโนโลยีเพื่อชุมชน” ซึ่ง เป็นหลักสูตรที่มีการจัดการพิเศษนอกนั้นความแตกต่างด้านการบริหารจัดการจะ มือย่างแน่นอน เพราะเป็น “เอกชน” ไม่ใช่ “รัฐ” ที่จัดการในระบบราชการ ค่าเล่าเรียนจะไม่แพงขึ้น แต่จะ น้อยกว่าเดิม ถองบรรณาธิการ : เรียนวันไหน ที่ไหน รศ.ดร.เสรี : เรียนวันเสาร์ อาทิตย์ และเรียนตามอัธยาศัยได้ทุกวัน เรียนด้วยตนเอง เรียนกับ กลุ่มย่อยในหมู่บ้านในชุมชนเรียนกับกลุ่มใหญ่ในศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตซึ่งตั้งอยู่ในท้องถิ่น อาจเป็นที่ อบต. เทศบาล โรงเรียนประถม.มัธยม วัด หรือที่ที่มีครๆมพรัยมมีห้องเรือน มีอุปกรณ์ อํานวยความสะดวกเพื่อการเรียนรู้ ส่วนใหญ่จึงเรียนในชุมชน ในท้องถิ่น ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนในเมือง แต่ก็ต้องไปที่ ศูนย์ใหญ่ในเมืองเป็นบางครั้งเพื่อร่วมกิจกรรม เพื่อจะได้มีเพื่อน สร้างเครือข่ายกับเพื่อนๆ จาก ศูนย์อื่นๆ การมีเพื่อนเป็นร้อยเป็นพันเป็นกําไรชีวิตอีกอย่างหนึ่ง กองบรรณาธิการ : เรียนอย่างไร รศ.ดร.เสรี : เรียนด้วยสื่อทางใกล้ทางไกล เช่น หนังสือ ซีดี อินเทอร์เน็ต ทั้งการถ่ายทอดสด และการบรรยายและสาระที่มีการบันทึกไว้ สามารถเรียกมาศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเรียนกับ อาจารย์ประจําวิชาโดยตรงและกับอาจารย์ผู้ช่วยสอนในท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งการบรรยายและการ แนะนําการเรียน การค้นคว้าวิจัย การแสวงหาความรู้ด้วยการปฏิบัติ การทํากิจกรรมต่างๆ เพื่อ ให้เกิดการเรียนรู้จริงรวมทั้งเรียนกับวิทยากรพิเศษ ผู้รู้ในท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาอาชีพ ต่างๆ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น การไปศึกษาดูงานในพื้นที่หรือต่างถิ่น การฝึกปฏิบัติ การ ปฏิบัติจริง ถองบรรณาธิการ : ใครมีสิทธิเรียนไส้ รศ.ดร.เสรี : ทุกคนทีเรียนจบ ม.6 หรือเทียบเท่า ไม่จํากัดอายุ เพศ สถานภาพ ขอให้มีความ ตังใจและฝุ่งมันอยากเรียนรู้จริงๆ ถองบรรณาธิการ : อายุมากแล้ว ความจฉําไม่ค่อยตียังเรียนได้หรือ รศ.ดร.เสรี : ได้เพราะ หลักสูตรนี้ไม่ได้ให้คนมาท่องจําแข่งกันแล้วไปสอบ แต่เน้นการเรียนจาก การปฏิบัติ เอาประสบการณ์มาใช้ เอามาทําความเข้าใจ ฉะนั้น คนอายุมากแทนที่จะเสียเปรียบ กลับได้เปรียบ เพราะมีประสบการณ์มาก มีความคิดอ่านมาก นําฆาใช้ประกอบการเรียน การ วิเคราะห์ และทําความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่เรียนได้ดึกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อย ถองบรรณาธิการ : เรียนยากไหม อบยากไหม รศ.ดร.เสรี : โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ไม่มีอะไรง่าย แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถและ ความตั้งใจของผู้เรียน คนอายุ 70 กว่ายังเรียนได้ บางคนรับจ้างซักผ้า รีดผ้า บางคนขายของ ในตลาด บางคนเป็นสมาชิกกลุ่มแม่บ้าน หลายคนเป็นผู้นําชุมชน เป็นกํานันผู้ใหญ่บ้าน อบต. เป็นตํารวจ ทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ อาชีพหลากหลาย ทุกคนเรียนได้ สําตัญที่ใจ “ถ้าใจมา ปัญญาเกิด” “มหาวิทยาลัยชีวิต” เชื่อว่า ความรู้ดีที่สุดมาจากการปฏิบัติ การเรียนใน “มหาวิทยา ลัยชีวิต” จึงเน้นการปฏิบัติ ไม่ได้เน้นการท่องจํา ฉะนัน การไปร่วมกับกลุ่มเพื่อเรียนด้วยกัน ทํางานด้วยกันจึงสําคัญมาก และได้คะแนนเก็บสะสมไปด้วย คะ แนนปฏิบัติเหล่านี้มีมากกว่า ครึ่งของคะแนนทั้งหมด การสอบปลายภาคมีเพียงร้อยละ 20-40 เท่านัน ฉะนัน ถ้าขยันทํางาน ที่กําหนดในแต่ละวิชา ทํา “การบ้าน” สม่ําเสมอ ก็น่าจะ ะเรียนจบได้ไม่ยาก เรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตไม่ใช่ “จ่ายครบจบแน่” ที่แน่ๆ ถ้าไม่ไปเรียน ไม่ไปร่วมกิจกรรม ไม่มีทางจบอย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่เป็นคะแนนเก็บจากการไปร่วมกิจกรรม ฉะนั้น คนที่ ไม่มีเวลาไปเรียนจริงๆ ก็ไม่ควรเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิต กถองบรรณาธิการ : เรียนวันนี้มีประโยชน์อะไร รศ.ตร.เสรี : เราอยู่ในยุคสังคมความรู้ไม่ใช่สังคมเกษตร สังคมอุตสาหกรรมแล้ว ในสังคมความ รู้วันนี นี้ คนไม่มีความรู้จะอยู่ไม่ได้ อยู่ได้ก็ด้วยความยากลําบาก ถูกเขาโกง ถูกเขาหลอก ถูกเขา เอาเปรียบ ถูกเขาครอบจงํา- เป็นผู้นําที่ดีไม่ได้ มี มี่ที่ดิน.มีเงิน มีอํานจจเท่านั้นไม่พอ ต้องมีความรู้ ต้องมีปัญญาจึงจะอยู่รอด จึงจะเป็นผู้นําที่ดีได้ ในโลกที่มีความซับซ้อนและไร้พรมแดนนี้ คนไม่มีความรู้จะใช้ความรู้สึก ความเห็น ความอยาก ความไม่รู้ ในการดําเนินชีวิตและ การทํางานซึ่งจะไม่ประสบความสําเร็จเพราะมักจะเลียนแบบคนอื่นเห็นเขาทําแล้วรวยก็ทําตาม ชอบเลียนแบบไม่ชอบเรียนรู้ ชีวิตไม่มีแบบมีแผน ไม่มีข้อมูล คิดอะไรทําอะไรนึกว่าง่ายไปหมด คิดว่าทําแล้วจะรวย แต่ไม่เคยรวยสักที เพราะ“รอด” ผังไม่รอดเลย ลั้มเหลว เป็นหนี้เป็นสิน คนไม่มีความรู้แม้มีทรัพย์สินมากวันหนึ่งก็จะหมดมีเงินมากก็จะไม่เหลือ เหลือแต่หนี้สิน คนมีความรู้ปู่ย่าตายายท่านบอกว่า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน”มีสินทรัพย์น้อยก็จะมีมาก มีเงินน้อยก็จะมีเงินมาก ผู้นําไม่มีความรู้มักจะ นั่งเทียนเขียนแผนเขยียนโครงการหรือลอกแผนลอกโครงการคนอื่น ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ยิ่งยืนและไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่ได้มาจากข้อมูลชุมชนท้องถิ่นจริง ไม่ได้ มาจากความรู้จริง ไม่ได้เกิดจากแผนที่คิดเอง ทําเอง ผู้นําไม่มีความรู้ ขาดพลังทางปัญญา สร้าง วิสัยทัศน์เองไม่ได้มองอะไรไม่ทะลุไม่สามารถสร้างยุทธศาสตร์ที่ดีได้ทํางานแบบ “ไม่รู้เขาไม่รู้เรา รบร้อยครั้งก็แพ้ร้อยครั้ง” กองบรรณาธิการ : ทําไมจึงเรียกว่าโครงการ “มหาวิทยาลัยชีวิต” รศ.ดร.เสรี : เรียกชื่อนี้เพราะหลักสูตรนี้เกิดจากการนําประสบการณ์ดีที่สุดของชุมชนต่างๆ ทั่ว ประเทศ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ แก้ปัญหาหนี้สิน มีอยู่มีกินอย่างพอเพียง มีการ พัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน นําประสบการณ์ดังกล่าวมาจัดเป็นระบบ เป็นวิชาการ นําเข้าสู่ ระบบการศึกษา เพื่อให้คนได้เรียนรู้อย่างกว้างขวาง และร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตจัดการศึกษาให้สัมพันธ์กับชีวิตจริง ไม่แยกออกจากชีวิต เรียน รู้จากชีวิต จากการปฏิบัติ จากประสบการณ์ของตนเองและของคนอื่น เรียนในหมู่บ้าน ในชุมชน เรียนแล้วมีชีวิตดีขึ้น ได้ปริญญา พึ่งพาตนเองได้ มี มีงานทํา มีรายได้ ช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เรียนแล้วมีศักดิ์ศรี มีวิชาทํามาหากิน ไม่กลัวใครดูถูกดูหมิ่น อยู่ในท้อง ถิ่นได้โดยไม่ต้องอายใคร อยากออกไปสมัครงาน ไปหางานทําที่อื่น ก็ไปได้ กองบรรณาธิการ : ทําไมจึงเรียกว่า “สาขาวิษาสหวิทยาการ” รศ.ดร.เสรี : เรียกเช่นนี้เพราะชีวิตจริงมีหลายด้าน หลายมุม หลายมิติ ผสานกันเป็นชีวิตที่แบ่ง แยกมิได้ การเรียนจึงควรรู้หลายๆ ด้าน รอบด้านได้ยิ่งดี ที่เราเรียกกันว่าการเรียนแบบบูรณา การ เรียนแบบบูรณาการจึงหมายถึงการเรียนรู้แบบรอบด้าน เรียนรู้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ เรียนเป็นเรื่องๆ เป็นด้านๆ แบบแยกส่วน รวมกันไม่ติด แบบรู้บ้างไม่รู้บ้างเรียนแบบบูรณาการจึง เหมือนการทําอาหารที่เรานําปลา ผัก สมุนไพร เครื่องเทศ และอื่นๆ มาทําต้มยํา ทําอาหารต่างๆ นอกจากวิชาพื้นฐานหรือวิชาทั่วไปแล้วก็เรียนวิชาเอกที่เกี่ยวกับชีวิตในชุมชน เช่น การ จัดการความรู้ การธางแผนชี้วิต การพัฒนายั่งยืน เกษตรยั่งยืน สุขภาพชุมชน กองทุนและ สวัสดิการ วิสาหกิจชุมชน แผนแม่บทชุมชน เครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น ถองบรรณาธิการ : หลักสูตรสุขภาพเชุมหนมือะไรแสกต่างจากหลักสูตร สาธารณสุขอินๆ รศ.ดร.เสรี : หลักสูตรนี้ต้องการสร้าง “คนพันธุ์ใหม่” ที่เข้าใจเรื่องสุขภาพอย่างดีจนสามารถ เป็นผู้นําชุมชนด้านสุขภาพได้ เป็นหลักในการส่งเสริมสุขภาพแบบ “สร้างนําซ่อม” ทําให้ชุมชน เรียนรู้ดูแลสุขภาพของตนเอง กินเป็น อยู่เป็น ดูแลตัวเองและดูแลคนอื่นเป็น อย่างไร้ก็ดี คนที่เรียนหลักสูตรนี้ต้องรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บและ วิธีการช่วยเหลือดูแลอย่าง น้อยขั้นพื้นฐาน ให้คําแนะนําปรึกษา ประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือคนเจ็บคนป่วยได้ ถกองบรรณาธิการ : หลักสูตรวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่อบุมหนจะมี มคน สนใจเรียนหรือ รศ.ตร.เสรี : ถ้าทําให้คนท้องถิ่นเข้าใจความสําคัญของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจําวันได้ ก็จะมี คนเรียนอย่างแน่นอน เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องข้าวปลาอาหาร ปัจจัยสี่ วิถีชุมชนล้วนเกี่ยวข้องจะ กินอยู่อย่างไรจึงปลอดภัย ใช้พลังงานทางเลือกอะไรจึงประหยัด ทํามา หากินประ ะกอบอกชี่พอยงโรจึ่งจะ ะใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กองบรรณาธิการ : ใครเป็นเจ้าของ “มหาวิทยาลัยชีวิต” รศ.ดร.เสรี : ชุมชนในท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพ- เจ้าของมหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัย ชีวิตจึงไม่ใช่สาขาของใครที่ไปเปิดในหมู่บ้าน แต่เป็นชุมชนท้องถิ่นที่ร่วมกันเปิด ร่วมกันจัดการ โดยมีหน่วยงานจากภายนอกไปให้การสนับสนุนด้านวิชาการ การจัดการเรียนรู้แบบนี้อาจเป็นเรื่องแปลก เพราะเราคุ้นเคยกับการไปเรียนใน สถาบันการศึกษา ในมหาวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง ความจริง หลายมหาวิทยาลัยก็จัดการเรียน การสอนในลักษณะนี้มานานแล้ว ทั้งเรียนเองที่บ้าน ที่ อบต. เทศบาล และ อบจ. พระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษา พ.ศ.2542 มาตรา 29 บอกว่า “ให้สถานศึกษาร่วม กับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประ กอบการ และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็ง ของซุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มี มีการ แสวงหาความรู้ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน” มาตรา 41 บอกว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษาในระดับใดระดับหนึง หรือทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถิน” กองบรรณาธิการ : ใครรับพิตอบโครงการนี รศ.ดร.เสรี : มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) เป็นเจ้าของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อ ปวงชน เป็นผู้ค้นคิดและพัฒนาโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต สสวช. เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดย 4 ภาคี คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.), บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน), สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (สวทช.), และมูลนิธิหมู่บ้าน ถองบรรณาธิการ : เนื้อหาหลักสูตรมีอะไรบ้าง รศ.ดร.เสรี : เนื้อหาหลักสูตรอาจแบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นวิชาพื้นฐานหรือวิชาทั่วไป 30 หน่วยกิต (10 วิชา) ส่วนที่สอง เป็นวิชาเฉพาะของหลักสูตร 84 หน่วยกิต (28 วิชา) เป็นวิชาการเรียนทั้ง ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการไปศึกษาดูงาน เรียนรู้จากอาจารย์ นักวิชาการ ผู้รู้ ชุมชนต่างๆ เช่น การพัฒนายั่งยืน การจัดการความรู้และการวางแผนชีวิต การเกษตรยั่งยืน สุขภาพชุมชน กองทุนและสวัสดิการชุมชน วิสาหกิจชุมชน การทําแผนแม่บทชุมชน การสร้างเครือข่ายชุมชน การเป็นวิทยากรกระบวนการ เป็นต้น และมีวิชาเลือกเสรีอีก 6 หน่วยกิต (2 วิชา) รวมทั้งหมด 120 หน่วยกิต (40 วิชา) กถกองบรรณาธิการ : ค่าเล่าเรียนเท่าไร กู๊ยืมเงินรัฐเรียนได้หรือไม่ รศ.ดร.เสรี : ค่าเล่าเรียน ป.ตรี เทอมละ 6,000 บาท 3 ปี 9 เทอม ตลอดหลักสูตร 54,000 บาท ทุกคน (ไม่ว่ามีรายได้เท่าไร) การกู้จากกองทุนของรัฐเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละกองทุน (กรอ. และกยศ.) นอกนันนักศึกษาสามารถกู้จาก ธ.ก.ส. ได้ โดยการรวบรวมรายชื่อของนัก ศึกษาที่ต้องการกู้ยืมยื่นเสนอผ่านสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อปวงชนไปยัง ธ.ก.ส. สํานักงาน ใหญ่ กองบรรณาธิการ : จะเปิด “มหาวิทยาลัยชีวิต” ในชุมชนได้อย่างไร รศ.ดร.เสรี : มีเงื่อนไข 4 ประการ คือ 1) มี “เจ้าภาพ” เจ้าภาพในที่นี้คือคณะกรรมการร่วม ซึ่งมาจากสามฝ่าย คือ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ครู- อาจารย์- ข้าราชการในท้องถิ่น และผู้นําชุมชน ทั้งนี้โดยการ สนับสนุนและ การเป็นเจ้าภาพร่วมขององค์กร หน่วยงานในท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาล 2)มี “ศูนย์เรียนรู้ของชุมชน” (อาจเป็นโรงเรียน วั| วด ห้องประชุม อบต. เทศบาล อบจ. หรืยหน่าองกนในท้องอิน) เป็นที่เรียนพร้อมกับอุปกรณ์การเรียนการสอน (โต๊ะเก้าอี้แบบนั่งฟัง บรรยาย เครื่องขยายเสียง ทีวี เครื่องเล่นซีดี เครื่องอัดซีดี เครื่องฉายแอลซีดีโปรเจ็กเตอร์ จอ รับภาพ คอมพิวเตอร์พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์หรือจานรับ-ส่งสัญญาณจาก ดาวเทียม) โดยการสนับสนุนขององค์กรในท้องถิ่น ศูนย์นี้ต้องมี “เจ้าของ” ทางนิตินัยอาจเป็นองค์กร หน่วยงาน หรือคณะกรรมการท้อง ถิ่นที่จัดตั้งขึ้น ทางพฤตินัยเป็นศูนย์ของชุมชนท้องถิ่น ไม่ใช่ศูนย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ท้องถิ่นจึงต้องดูแล รับผิดชอบ บริหารจัดการเอง มหาวิทยาลัยราชภัฏและมูลนิธิสถาบันส่ง เสริมวิสาหกิจชุมชนช่วยจัดการด้านการเรียนการสอน ด้านวิชาการ 3) มีนักศึกษาอย่างน้อย 50 คน ถ้าเกิน 100 คน ควรแยกเป็นสองห้อง สองกลุ่ม 4) มีการบริหารจัดการโดยมีผู้อํานวยการเรียนรู้ ทําหน้าที่คล้าย “อาจารย์ใหญ่” มี อาจารย์ผู้ช่วยสอนในท้องถิ่นประจําแต่ละวิชา ซึ่งเรียกกันว่า “อาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิต” ซึ่งได้ รับการรับรองและแต่งตั้งโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมีคนทํางานด้านธุรการ กองบรรณาธิการ : จบประมาณการบริหารศูนย์ฯ มาจากไหน รศ.ดร.เสรี : มึงบประมาณอยู่ 3 ส่วน คือ 1) อุปกรณ์การเรียนการสอน โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่นซีตีและบันทึกซีดตี ทีวี (จอทีวีหล ายเครื่องติดตั้งในศูนย์) เครื่องฉาย (โปรเจ็กเตอร์) และจอใหญ่ คอมพิวเตอร์ และ จานดาวเทียมรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเว็วสูง และห้องสมุดเล็กๆ ซึ่งมีหนังสืออ่าน ประกอบ หรือเกี่ยวข้องกับการเรียน รวมทั้งซีดีและสื่อต่างๆ 2) งบประมาณเพื่อการไปศึกษาดูงานต่างจังหวัด ต่างภาค ซึ่งเป็นส่วนสําคัญของการ เรียนในหลักสูตรนี้ และต้องใช้งบประมาณสูง 3) ค่าตอบแทนผู้อํานวยการเรียนรู้ และคนทํางานธุรการ ค่าใช้จ่ายในสํานักงาน เช่น ค่าน้้า ค่าไฟ ค่าติดต่อประสานงานต่างๆ อุปกรณ์สํานักงาน ข้อ 1-2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. เทศบาล อบจ.) และหน่วยงานต่างๆ ใน จังหวัด อําเภอ ตําบล ควรให้การสนับสนุน ข้อ 3 เป็นงบประมาณซึ่งสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเป็นผู้จัดสรรให้ตามสัดส่วนของ จํานวนนักศึกษาในแต่ละศูนย์ โดยให้คณะ กรรมการของศูนย์เป็นผู้รับผิดชอบไปดําเนินการ และกําหนดเอง เช่น ค่าตอบแทนผู้อํานวยการเรียนรู้ เจ้าหน้าที่ธุรกิจ เป็นต้น ส่วนค่าตอบแทน การสอนของผู้อํานวยการเรียนรู้และ อาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิตนั้น ทางสถาบันการเรียนรู้เพื่อ ปวงชนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยสามารถสอบถามรายละ ะเอียดได้ที่มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน(สสวช. ) ชั้น 3 สํานักงานใหญ่ ธ.ก.ส.469 ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 02-280- 0180 ต่อ 3316-3319 โทรสาร 02-281-8810 อีเมล ๐๑| เกล(@ษลท๐0.00เท เว็บไซต์ พเพพ[หโอเทรน์ไนเธ.เทห์๐ (ซี ศรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ รูปคนหันหน้าเข้าหากันหมายถึงความ สมานฉันท์ ความเป็นชุมชน ประชาสังคม ความร่วมมือ ตั้งแต่ครอบครัวไปถึงระดับชาติ เพื่อให้เกิดชุมชนและสังคมเรียนรู้ รูปวงกลมรอบคนหมายถึง ความเป็น หนึ่งเอกภาพ การบูรณาการวิชาความรู้ให้เป็น ปัญญาที่หลอมรวมผู้คนเข้าด้วยกันให้เชื่อม โยงสัมพันธ์เป็นหนึ่งกับธรรมชาติ จักรวาล และสรรพสิ่งอันเป็นฐานคิดแบบองค์รวมของ ภูมิปัญญาตะวันออกและภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้นไม้ประจําสถาบัน กล้วยเทพพนม โดยความหมายที่ว่า กล้วยเป็นพืชที่สัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์มาก ตั้ง แต่เกิดจนถึงตาย มีส่วนในพิธีกรรมทุกส่วนตั้ง แต่ราก ลําต้น ผล ปลีและใบ กล้วยเป็นอาหาร ที่มีคุณค่า เป็นเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลาย รูปแบบ มีรูปทรงที่สะท้อนเอกภาพ ความอ่อน น้อยถ่อมตน ความเรียบง่ายและคุณประโยชน์ สูงยิ่ง " " จ7 สีประจําสถาบัน สีประจําสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ๕ซ ๕ ซ๕ ซขสฮ่ = คือ สีเขียวอมฟ้า เป็นสีที่แสดงถึงการผสมผสาน กลมกลืนระหว่าง “สีเขียว” หมายถึง ชีวิตอัน หมายถึงธรรมชาติ “อมฟ้า” โดยสีฟ้า หมาย ถึงจักรวาล สรรพสิง เขียวอมฟ้าจึงหมายถึงชีวิต ที่สัมพันธ์เป็นหนึ่งธรรมชาติและจักรวาล ครุยวิทยฐานะ 1 ทง ครุยบัณฑิต พื้นสํารดทําด้วยสักห ลาดสีขาว มีแถบสักหลาดสีประจําสถาบันคือสีเขียวอมฟ้า =ฯ| ๒ ตอนกลางสํารดมีแถบสักหลาดสีประจําสาขา วิชาคือสีฟ้า 2).ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยบัณฑิต แต่พื้นสํารดทําด้วยสักหลาดสีดํา 3). ครุยดุษฎีบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยบัณฑิต แต่พื้นสํารดทําด้วยสักหลาดสีแดง » หมาขเหศุ การเรียนโตยไม่ได้ลงมือทํา ไม่ทําให้ไครรู้วริง และสิ่งที่ทํานั้นก็เกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์กับธีวิสงริง | บรรยากาศการประชุมประจําปีแนวร่วมการศึกษาผู้ใหญ่ระดับอุดมศึกษา (/ เพโยทธ มีช่น0ลน่อท /เแลท๐อ-/เ15/) ทีเมืองโมบิล มลรัฐอลาบาม่า ประเทศสหรัฐอเ แต่ละคน เรียนแล้ว ร ร รอ เล ยองผู้เรียน ในท้องถิ่นของ ทั้งดอีวิตส่วนสัว ครอบครัว และบุมบนส้องเปลี่ยนแปลง ๒ ซ่สี่ ฮ่,' ) มองนท 1 ตุลาคม 2551 ทผ่าน มา | อาจารย์สุรเชษฐ์ เวชชพิทักษ์ ในฐานะ ตัวแทนโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ของมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ได้ เดินทางไปร่วมประชุมประจําปีแนวร่วมการ ศึกษาผู้ใหญ่ ระดับอุดมศึกษา (/เฉ่น111ฯ[ยก6 ถีผ่น- 0ลบอท แสท๐๑-#1ฯธิ) ทีเมืองโมบิล มลรัฐ อลาบาม่า ประเทศสหรัฐอเมริกา คห6 มีสมาชิกประเภทสถาบันการ ศึกษาและสมาชิกประเภทบุคคล สถาบันการ ร ซ่ ๕ 2๑. ๑ซ่..2. ศึกษาทีเป็นสมาชิกคือสถาบันทีมีหลักสูตร สําหรับผู้ใหญ่ที่ทํางานแล้วกลับสู่ระบบการ =' * ๑ ซ ๑๑” ๑ ร3 ศึกษา ทังในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ส่วนสมาชิกบุคคลซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ สถาบันอุดมศึกษาทังของรัฐและเอกชนที ผู้แทน 6"64 กล่าวต้อนรับผู้ประชุม เกี่ยวข้องกับการศึกษาผู้ใหญ่ จเหญุ โดยสถาบันอุดมศึกษาทิรับเป็นเจ้า ภาพจัดการประชุมในปีนี้คือ มหาวิทยาลัย เซาท์อลาบกาม่า มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา70 คน ที่มาจากต่างประเทศมีอังกฤษ 2 คน และไทย 1 คน การประชุมมีทั้งการบรรยายรวมและ การนําเสนองานวิจัยและประสบการณ์จาก การปฏิบัติงานจัดการศึกษาสําหรับผู้ใหญ่ใน ระดับอุดมศึกษาที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถ เลือกเข้าร่วม 5955|0ก ต่างๆ .ได้ตามสนใจ ตั้ง แต่หลักศูตร วิธีจัดการเรียนการสอน และการ ประเมินผลและได้มีการเลือกกรรมการและ ประธาน 157 คนใหม่ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกคือ ดร.เอเลียต เลาเดอเดล (ย|๐0 |.ลนสู่ธฝล|ธ) จากสาขาวิชาสหวิทยาการศึกษา (|กเอกณ่|500|- ทลพ/ 8ในต์เอร) มหาวิทยาลัยเซาท์อลาบาม่า หลังรับฟังการบรรยายและได้เข้าร่วม บางหัวข้อแล้ว ทําให้เข้าใจว่า โครงการมหา วิทยาลัยชีวิตที่ สสวช.ทําร่วมกับมหาวิทยาลัย 8 แห่งในบ้านเราใช้แนวคิดเดียวกันกับทิีอื่นเขา ทํากันในบ้านเมืองอื่น นันคือ แนวคิดทีเชือว่าผู้ 0 ซ เซ ซ เรียนผู้ใหญ่มีความรู้และประสบการณ์ทังชีวิต ร 0 0 0 | และงานที่ผู้สอนต้องให้ความเคารพต่อ «ซ้ มษซ ย จ่ เว ฆ ประสบการณ์นี่ของผู้เรียน หน้าทีของผู้สอนคือ ง ทําอย่างไรให้เขาสามารถตังคําถามและค้นพบ คําตอบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นอิทธิพลความคิดของ ๑” ซฆ เจ = ๕ เจ การจัดการเรียนรู้ตามแนกวคิดให้ผู้เรียน สร้าง ความรู้ใหม่ (0๐ก5หนอ๐น์งรท) ดั้วยตนเอง ไม่ใช่ แนวคิดการถ่ายทอดความรู้(หลกรถอ6 0 กองต- อยย6) ของผู้สอน ที่ต่างกับของเราก็ตรงทิของ ซ่ ว ท เขาเป็นระบบทีผู้เรียนต้องมาเรียนในมหา ณ์ , 1 สฆ่= ๕๓ฆ วิทยาลัย แต่ของเราเป็นระบบที่มีศูนย์เรียนรู้ใน ท้องถิน โดยในการให้ห้องสัมมนาย่อยได้นํา เสนอในหัวข้อ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต : กรณี ศึกษาจากประเทศไทย ในจันทีสามของการ ! : สัมมนาด้วย เป็นเวลา 1 ชัวโมง การนําเสนอนี เป็นรายการทีไม่ได้อยู่ในกําหนดการสัมมนา เซ้ อมาก แต่เพิมขึื้นมาหลังจากที่ได้เล่าเรืองโครงการ มหาวิทยาลัยให้กรรมการคนหนึ่งฟัง คือ ดร.คอร์เนล ไรน์ฮาร์ท (00ก6| ศิตกกล0) จาก / อาจาวย์สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์ มหาวิทยชาลัยชีวิตญู , ฒิ โครงการ ปกเงอธร[แท ปเป่าอน1 เฟล|| ซ่ ร่.! เขาเห็น ว่าเป็นเรืองทีน่าสนใจ จึงจัด 7, เซ เวลาและห้องให้ ดร.ไรน์ฮาร์ทบอกว่า ประ " 5 หลาดใจมาก ทีมีการพูดกันมากใน จงการนี้เรืองทฤษฎีการจัดการศึกษา เล๑ภรือ 3 " 1 ผู้ใหญ่ระดับอุดมศึกษาทีเอาซีวิตเป็น ย ๑ ๑ ง ตัวตังแต่ไม่ค่อยได้เห็นการปฏิบัติจริง ซี=>ะรซ = ทีมีผู้เรียนมากถึง 7-8 พันคน อยู่ใน ประเทศแถบเอเชีย ซึงทําให้เขาอยากฟังประสบการณ์นี่ ในการนําเสนอได้ขอให้ผู้ที่สนใจมาเข้าร่วมจัดห้องใหม่โดยเอา ม ' ๕ ผู โต๊ะชิดผนังแล้วเอาเฉพาะเก้าอิมานังล้อมเป็นวงกลม แล้วก็นําทํา สมาธิแบบตามลมหายใจในท่านังหลังตรงบนเก้าอิ เพราะคิดว่าเขาคง ไม่สะดวกที่จะนังขัดสมาธิ ใช้เวลาเพียง 3 นาที จากนันก็ชวนทํา [6ก็6๐- ล ซ ง 2/ 6 ๕ณขย=% 1 - นอท บางคนก็บอกว่าแม้ใช้เวลาสันๆ กรู้สึกผ่อนคลายมากบางคนบอก การประชุมกลุ่มย่อย ด ฆ้ . 0 ' ว่าเป็น 3 นาทิ ทินานมาก บางคนบอกว่ารู้สึกได้อยู่กับปัจจุบันขณะมาก (06 เธรอทป ะ ๕ะ๑ ช่ " " " - จากนันก็จัดกิจกรรมสีทิศ โดยได้แปลการจําแนกคนเป็นสีแบบ คือหมี หนูจินทรี กระทิง (หรือธาตุ 4 คือ ดิน นํา ลม ไฟ) จากเว็บไซต์เยาวชนจิตอาสา มาถ่ายเอกสารให้แต่ละคนอ่านเพื่อวิเคราะห์ตัวเอง ก่อนวิเคราะห์ตัวเองก็ให้ทํา กิจกรรมกระต่ายกระแตก่อน ให้จับคู่หันหน้าเข้าหากัน สมมุติคนหนึ่งเป็นกระต่าย ส9 ๕ ร ซ่ ขย %= เว 1 ฆ่ คนหนึ่งเป็นกระแต ทังสองคนยกฝ่ามือมาไว้ใกล้ๆ กัน หากร้องว่ากระต่าย คนที เป็นกระต่ายเป็นฝ่ายใช้ฝ่ามือตีฝามือของคนที่เป็นกระแต คนที่เป็นกระแตต้องยก ฝ่ามือหลบให้ทัน หลังจากเล่นกันพอสมควรแล้วก็ให้แสดงความรู้สึกอีก ทุกคนบอก ว่าสนุกพร้อมๆ ไปกับการที่ต้องใช้สมาธิ บางคนก็บอกว่าได้สัมผัสกับความรู้สึกใน รัยเด็ก * ๕๑ูชะ ! วร่= ม ซฆ ขุูซู เข , จากนันก็ให้ทุกคนอ่านเอกสารสีทิศ (หน้าเดียว) แล้วก็อยู่กับตัวเองสักครู่ เพื่อวิเคราะห์ตัวเองแล้วผมก็ให้แสดงท่าทางที่สัมพันธ์กับทิศ(หรือธาตุ)ของแต่ละ คน(ที่ประยุกต์จากทฤษฎีทางจิตวิทยาของนักครอบครัวบําบัดชือ เวอร์จิเนีย ซา ด สรลัธ์ภัย 4 เ ล เทียร์ โดยกระทิงก็ให้เท้าสะเอวซีนิว หนูก็ให้ทําท่าคุกเข่ายกมือขึ่นขอความกรุณา ฆณ๑ุูษฆ % = 9 เว - เว 1 หมีก็ให้ยืนเท้าชิดกัมหน้ามือกอดหน้าอกแน่น = ๒ 2 ง 1 = = ข ๕ณ๑ดุูขษ๑4” 1 ๕” อินทรีก็ให้ทําท่าบินไปบินมา แล้วก็ให้จับคู่กัน เว | ซ่หเด! 1 ขุู๕ = 4๕ ทําท่าอื่นๆ ทีไม่ใช่ของตัวเอง แล้วก็ลองคิดถึง น ต . สมาชิกทีบ้านหรือทีทํางานในความคิดของเรา จ่ามีใครเป็นประเภทไหนในความคิดของเราบ้าง แล้วก็ขออาสาสมัครมาแสดงบทบาทสมมุติ(6๐0๐ เล) ย จากนันก็ทํา 1อ6!อ๐บอก กันอีก ทุกคน บ ร ล ซี . บอกว่าเขาได้เห็นภาพตัวเองชัดขึ้น พร้อมกับ ก ว คิดว่าคนอื่นก็คงเห็นตัวเขาแบบนันโดยเขาไม่ ณ = - 2 1 6 1 เซ ทันคิด ผมก็สรุปว่า เราล้วนเป็นทุกอย่าง แต่มี บางอย่างที่เราแสดงออกอย่างอัตโนมัติบ่อย ซู [ | . ที่สุด แต่เราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้โดยเริมจากการสังเกตตัวเอง (พยายามมีสติ ดหรา 1 วา อยู่กับเนื้อกับตัวทุกขณะ) ค่อยๆ ทํา ค่อยๆ ไป ม 0 ป จากนันได้บอกว่ากิจกรรมที่ทํากันนี้ เป็นตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ในกลุ่ม วิชาการจัดการซีวิตในหลักสูตรมหาวิทยาลัย “2 0ไเ ซีวิตที่ผมทําอยู่ ซึงเราเน้นการเรียนจากการ ปฏิบัติจริง การเรียนโดยไม่ได้ลงมือทําไม่ ก 2 เร ก ทําให้ใครรู้จริง และสิงทีทํานันก็เกียวเนื่อง สัมพันธ์กับชีวิตจริงของผู้เรียน ในท้องถินของ ย แต่ละคน เรียนแล้วทังชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และซุมชนต้องเปลี่ยนแปลงดีขึ้นในขณะเรียนเลย (ไม่ใช่เรียนจบแล้วค่อยนําความรู้ไปใช้) อัน เป็นการนําเข้าสู่การบรรยายประกอบสไลด์ โดยส่วนใหญ่ก็ให้ดูภาพกิจกรรมการจัด น กระบวนการเรียนรู้ทังในกลุ่มวิชาการจัดการ ซีวิตและกลุ่มวิชาการจัดการชุมชน แล้วก็จบ (อรรด ด้วยการ ถาม-ตอบ ระหว่างพักเทียง มีหลาย คนเดินมาทีโต๊ะที่ผมนังรับประทานอาหารและ บอกว่าเขาไม่ได้เข้าร่วม 5655[0ก ทินําเสนอ เพราะไปร่วม 565ธ80ก อื่น แต่เพื่อนมาเล่า ว่า น่าสนใจมาก บางคนก็มาบอกว่าอยากฝึกการ ทําสมาธิแบบพุทธ บางคนก็บอกจ่าอยากมาดู งานบ้านเรา - ย ความคิดหนึ่งที่เกิดขีนจากการไปร่วม แม้ล ฒณณฆ ม ฆ | งานนีคือ อยากให้มีการสร้างเครือข่ายแลก ฉ่ ซ ยข่ ๓” ๑ ' เปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการจัดการศึกษาผู้ใหญ่ใน ศศ ล ระดับอุดมศึกษาขึ้นในบ้านเรา เพราะขณะนี่มี 8 ะ- ล่ ฬ ก สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นภาคีความร่วมมือใน โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต มีศูนย์เรียนรู้เกิดขึ้น - เณน. 6 ๑. 6 ๑/ ๑7 แล้ว กว่าร้อยศูนย์ และมีอาจารย์ผู้จัด รซ ขณฆ่ฆ= ๓ กระบวนการเรียนรู้ทีมีประสบการณ์จากการ ลงมือปฏิบัติจริงอยู่กว่า 1.000 คน ประสบ ล 0 . การณ์เหล่านี่มีคุณค่ายิง น่าจะมีการจัดตัง >. 1 ๓๑” ขยณฆ = กรรมการของเครื่อข่ายจัดให้มีการประชุมวิชา การประจําปีแบบที 6 ทํา เพื่อเป็นเวทีให้ สมาชิกได้นําเสนอประสบการณ์และแลก เพล - เปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน โดยผมจะเป็น ตัวกลางประสานให้เกิดเครือข่ายนี้ก่อนในระยะ เริมต้น [ สทย ฮ่ [ ต่อจากนันเมื่อได้กรรมการทีมาจากผู้ สนใจเรืองนี้แล้วกรรมการก็จะร่วมกันทําหน้าที่ ต่อไปก็คิดว่าจะเชิญตัวแทน 8 มหาวิทยาลัย 6 ซ 4 6 9/ ๕” ๒. ษณ ศูนย์เรียนรู้ อาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ที สนใจมาประชุมราวจกลางเดือน ธ.ค.51 นี่ หาก ย 1 เห็นร่วมกันก็ตังกรรมการเพื่อเดินหน้าต่อ แล้ว ค่อยขยายวงไปสู่สถาบันอื่นที่ทําหรือสนใจ เรืองการศึกษาผู้ใหญ่ระดับอุดมศึกษาต่อไป (2 มหาวิทยาลัยชีวิตญู , รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ กล่าวบรรยายสรุปผลการดําเนินการตามโครงการสรุปผลโครงการพัฒนาให้เกิด ระบบเศรษฐกิจท้องถินทีพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ผู้ร่วมประชุมรับทราบ ากการที่มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจ ชุมชน (สสวช.) ร่วมกับกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น(สถ.)จัดทําโครงการพัฒนา อปท.ให้เกิดระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง ตาม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการ สนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ(สสส.)ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมถึง พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมานั่นมีผลสรุปดังต่อไปนี้ ง๕ มหาวิทยชาลัยชีวิต (1 ) การฝึกอบรม “ผู้นิเทศ” กําหนดจัดฝึกอบรม : 22-24 สิงหาคม 2551 สถานที่จัดฝึกอบรม : - โรงแรมแม็กซ์ กรุงเทพฯ ๐ ญ % (๑” ร| จํานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม : - จิทยากรประจําพืนทิเป้าหมาย 30 คน ชั ๊ รูปแบบและเนื่อหาการฝึกอบรม : - การบรรยายหลักปรัชญาและแนวปฏิบัติด้าน เศรษฐกิจพอเพียง และการแลกเปลี่ยนแนว ทางดําเนินงานตามเป้าหมายของโครงการ เป้าหมายการฝึกอบรม : - ให้ผู้นิเทศมี ซ ซ้ ความเข้าใจในรูปแบบ เนื่อหา และ กระบวนการพัฒนา อบต./เทศบาล ให้เกิด ระบบเศรษฐกิจท้องถินทีพึ่งตนเอง ตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถปฏิบัติ [ 0 , หน้าที่นิเทศติดตามผลการดําเนินการในพื้นที่ ของ อบต./เทศบาล ทีเข้าร่วมโครงการ โดย . "2 ศา กําหนดให้ผู้นิเทศมีบทบาทหน้าที ดังต่อไปนี่ (1.1) เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร “ผู้ นิเทศ” ของโครงการ (1.2| เป็นวิทยากรกระบวนการในเวที่ ของชุมชน (1.3) เป็นผู้รับผิดชอบเซือมประสาน ภายใน อบต./เทศบาล ที่ได้รับมอบหมายให้รับ ผิดชอบประมาณ 5.6 แห่ง เพื่อให้เกิดนวัตกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นพึ่งตนเอง (1.4 ) ติดตาม ประเมินผล รวมทั้งให้การ สนับสนุนด้านวิชาการแก่ อปท.ที่รับผิดชอบ (2 ) การฝึกอบรม “ผู้นําการเปลี่ยนแปลง” ครั้งที่ 1 จัดฝึกอบรมใน 5 ภาค ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม ถึง พฤศจิกายน 2551 (2.1)ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ (6-9 ตุลาคม 2551) ประกอบด้วย อบต./เทศบาล ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา (2.2 ) ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช (13- 16 ตุลาคม 2551) ประกอบด้วย อบต./เทศบาล ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช (2.3) ภาคอีสานใต้ จ.สุรินทร์ ( 20-22 ตุลาคม 2551) ประกอบด้วย อบต./เทศบาล ในพื้นที่ จ.สู่รินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และมหาสารคาม (2.4) ภาคกลาง จ.อยุธยา (27-30 ตุลาคม 2551) ประกอบด้วย อบต./เทศบาล ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี และสมุทร สงคราม (2.5) ภาคอีสานเหนือ จ.สกลนคร (3- 6 พฤศจิกายน 2551) ประกอบด้วย อบต./เทศบาล ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.นครพนม (3 ) กิจกรรมการฝึกอบรม “ผู้นําการเปลี่ยน แปลง” ครั้งที่ 1 (3.1) การละลายพฤติกรรมของผู้เข้ารับ การฝึกอบรม เพื่อความสัมพันธ์อันดี ความ สมานสามัคคี และความร่วมมือในการทํางาน ร่วมกัน (3.2) การปรับกระบวนทัศน์ เพื่อให้ เข้าใจความสําคัญของการเรียนรู้การรู้จักตนเอง รู้จักสังคม รู้จักโลก เข้าใจความเปลี่ยนแปลง ” เ% อ าลัยษีวิ บงจ@ ปหาวิทยาลัยชีวิต ในยุคโลกาภิวัฒน์ การคิดอย่างเป็นระบบ การ รู้จักวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ และเพื่อ ให้มีความเชื่อมั่นในการพัฒนาซุมชนท้องถิ่นไป สู่การพึ่งตนเอง (3.3) สร้างความรู้ความเข้าใจในหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดและแนว ปฏิบัติในการพัฒนาให้เกิดระบบเศรษฐกิจ ท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง โดยอาศัยทุนความรู้ ภูมิปัญญาและ ทรัพยากรในชุมชน (3.4) การนําเสนอแนวคิด แนวทาง และประสบการณ์ ในการจัดทําประชาพิจัย เพื่อจัดทําแผนแม่บทชุมชนและยุทธศาสตร์ ชุมชน การใช้แผนแม่บทชุมชนเป็นเครื่องมือใน การสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น อันจะนําไปสู่ การพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีซุมชน และตอบ สนองต่อความต้องการของซุมชน (3.5) การนําเสนอกรณีศึกษาที่สะท้อน ความสําเร็จ จากการใช้แผนแม่บทชุมชนเป็น เครื่องมือในการพัฒนา บนฐาน คิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยศึกษา [ ๑” =ะ 1 ฆ้ ซ่ภ่ จากกรณีตัวอย่างในพื้นทีทีจัด - ฝึกอบรม (3.6)ผู้เข้ารับการอบรม ประเมินข้อเท็จจริง เกียวกับ สภาพเศรษฐกิจพอเพียงของ ชุมชนท้องถินของตนเอง ใน ๑ อ๐รรื่ ๑-. ฆ ระดับหนึ่งระดับใด คือ “รอด”, ซ ซ์ 4 “พอเพียง หรือ ยังยื่น” ตาม แบบประเมินที่โครงการได้จัด ทําให้ (3.7) การจัดกลุ่มย่อยเพื่อการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ปัญหาพื้นฐานในการ พัฒนา ทั้งในด้านความคิด ความเชื่อ ความนิยม ฯลฯ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพและการอี๋ อื่นๆ ของสังคมชุมชน และร่วมกันทดลองจัดทํา แผนแม่บทชุมชนและยุทธศาสตร์ชุมชน (3.8) การฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการ เพื่อให้ผู้เข้าวับการอบรมสามารถปฏิบัติหน้าที่ ฐิทยากรกระบวนการ ในเวทีจัดทําแผนแม่บท ซุมชนและยุทธศาสตร์ชุมชน ซึ่งเป็นเวทีร่วมของ อบต./เทศบาล กับชุมชน โดยให้จัดกลุ่มย่อย แลกเปลี่ยนและนําเสนอความเห็นเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ทักษะ และการปฏิบัติหน้าที่ของ วจิทยากรกระบวนการ รวมทั้งการจัดการใน กรณีศึกษาดูงาน (2 การจัดตั้ง “คณะ กรรมการเครือข่ายระดับ ภาค” ที่ประชุมผู้เข้ารับการ อบรมทุกกลุ่มจังหวัดใน ระดับภาค เห็นชอบให้จัดตั้ง “คณะกรรมการเครื่อข่าย ระดับภาค” ในแต่ละกลุ่ม จังหวัด ด้วยวัตถุประสงค์ดัง ต่อไปนี้ | (4.1) ม % ๑, ความก้าวหน้าในการขับ เพื่อประสาน เคลื่อนกิจกรรมในแต่ละตําบล (2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกัน แก้ไขปัญหาในการดําเนินงาน (6.9เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีระหว่าง อบต./เทศบาล (5) ภาระกิจต่อเนื่องของผู้เข้ารับการ อบรม (5.1) จัดให้มี “คณะทํางานประชาพิจัย” และกําหนดแผนดําเนินโครงการของ อบต./ เทศบาล ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ในระยะ 3 เดือน นับแต่เสร็จสิ้นการฝึกอบรมครั้งที่ 1 (5.2) จัดทําปฏิทินงานตามแผนดําเนิน โครงการ (5.3) ประสานงานกับผู้นิเทศโครงการ ในพื้นที่เพื่อดําเนินงานร่วมกัน (5.4) นําเสนอแผนยุทธศาสตร์และผล การดําเนินงาน ในการฝึกอบรมครั้งที่ 2 (5.5) ผนวกแผนแม่บทชุมชนกับแผน มหาวิทยาลัยษีวิตญู , งานของ อบต./เทศบาล ในปี 2552 = ไง ๕ มฆ (6) ผลระยะเริมต้นจากการ์ฝึกอบรมครังที 1 ต์ (6.1) ผู้เข้ารับการอบรมบางพื้นที่ เช่น ย | ฆ้ ซ่ ฐ์3 กลุ่ม อบต. 4 แห่ง ในพื่นที อ.โพธิศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ได้ปรับเปลี่ยนความคิดตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง และริเริมปลูกพืชผักกินเอง รวมทังลด ละ เลิก อบายมุขบางอย่าง (6.2 มีการสนับสนุนให้จัดเก็บข้อมูล ม รรบรทวีวีอาจารอรย์ว ๕: ด้านเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อทําประชาพิจัย ใน หลายชุมชน/ตําบล เช่น อ.แม่วาง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่, อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช, อ.เมือง จ.สุรินทร์, อ.โพธิศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ, อ.พุทไธสง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์, 15 อบต. จ.พระนครศรีอยุธยา, 4 อบต.จ.สมุทรสงคราม, อ.ลานสัก,อ.หนองอาง จ.อุทัยธานี (6.3) มีการจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน เ = ซู..ซ่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทีประสบครวาม สําเร็จด้วยงบประมาณของ อบต./เทศบาล เช่น อ.ลานสัก อ.หนองอาง จ.อุทัยธานี, อ.เมือง อ.พุทไธสง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ @ มหาวิทยาลัยชีวิต (7.) ปัญหาและอุปสรรค (7.11 อบต./เทศบาล หลายแห่ง ยังให้ความ สําคัญค่อนข้างน้อยกับงาน พัฒนาเศรษฐกิจและลสังคม ชุมชน รวมทั้งยังไม่ชัดเจน ในความเชื่อมโยงของ เศรษฐกิจพอเพียง กับการ . สร้างความมันคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจท้องถิน (7.2) บุคลากรทีเข้ารับการอบรมบาง สฆ่สข่หข่ บ ส่วนเป็นเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานแผน และนโยบาย . (7.3) บุคลากรทฑีเข้ารับการอบรมบาง ส่วน ไม่ตังใจเข้ารับการอบรมเต็มเวลา (7.)) อบต./เทศบาล แต่ละแห่ง ต่างก็มี ภาระต้องดําเนินงานตามแผนงานของตนเอง และมักจะมีกิจกรรมทิเกี่ยวข้องกับองค์กรต่างๆ ในหลายโครงการ ทําให้ไม่สามารถจัดส่ง บุคลากรเข้ารับการอบรมครบจํานวน 4 คน . ตามที่กําหนดไว้ได้ (7.5) การคัดเลือก อบต./เทศบาล เป็นกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อผลใน การสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะเครือข่าย ไม่ สามารถทําได้ตามเป้าหมายในบางพื้นที่ เนื่องจาก อบต./เทศบาล บางแห่งไม่มีความ พร้อมเข้าร่วมโครงการ (9 0] พฒิต2ง ห นึ่งท ศวรรษรางวัล บรรยากาศการจัดงานหนึ่งทศวรรษลูกโลกสีเขียว มื่อวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2551 เ คณะกรรมการรางจัลลูกโลกสีเขียวภาย ใต้การสนับสนุนของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้จัดงานแจกรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 10 ให้กับบุคคล ชุมชน กลุ่มเยาวชน งานเขียนและสื่อมวลชนที่มีผลงานด้านการ สร้างสรรค์ อนุรักษ์ธรรมชาติทรัพยากรป่า และ นํา ที่ผ่านการพิจารณาจากทางคณะกรรมการ นายอานันท์ ปันยารซุน อดีตนายกรัฐมนตรีใน ฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน โดยในปีนีใช้ซื่องานว่า “หนึ่งทศวรรษฐรางวัล : ลูกโลกสีเขียว” นิทรรศการดิน นํา ป่าและตลาด นัดภูมิปัญญาท้องถิน ณ อาคารสํานักงานใหญ่ บริษัท ปตท.จํากัด (มหาชน) และบริเวณสวน จซิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) สําหรับการประกวดรางวัลลูกโลกสี " ม! ' ' เขียวในครังนี้ได้น้อมนําแนวพระราชดําริใน เรื่องความพอเพียงมากําหนดเป็นหัวข้อการ ” ธ ๑ ๑.ชี้ ประกวด “วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน นํา ป่า” โดยมีผลงานส่งเข้าประกวดทัง 478 ผลงาน บ ได้รับรางวัลทังสิน 49 รางวัล แบ่งเป็นประเภท ชุมชน 12 รางจัล,ประเภทบุคคล 9 รางวัล, ประเภทกลุ่มเยาวชน5 รางวัล ,ประเภทงานเขียน โอมหน้าผู้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวประเภทต่างๆ ง๓๑@ ปหาวิทยาลัยชีวิต 6 รางวัล, ประเภทความเรียงเยาวชน 13 รางวัล, ประเภทสือมวลชน3 รางวัล และผลงาน “รางวัล สิปปนนท์ เกตุทัต5 ปี แห่งความยังยืน” เพื่อ เป็นอนุสรณ์และเป็นการระลึกถึงการจากไปของ ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ผู้ให้กําเนิดรางวัล ต ลูกโลกสีเขียว รายเื่อผู้ได้รับรางวัลดูกโลกสีเขียวครั้งที่ 10 ประจําปี 2551 ประเภทชุมชน: 12 รางวัล * ชุมชนบ้านโปง จ.เชียงใหม่ % ชุมชนบ้านสามขา จ.ลําปาง % ชุมชนบ้านปี้ จ.พะเยา %* ชุมชนบ้านคลองยา จ.สุราษฎร์ % ชุมชนตําบลวังตะกอ จ.ชุมพร *% เครือข่ายชุมชนบ้านเขาราวเทียน ทอง จ.ชัยนาท % ชุมชนบ้านบ่อหิน จ.ระยอง ** ชุมชนบ้านช่องแคบ จ.กาญจนบุรี % กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน บ้านพัฒนวรพงษ์ จ.เพชรบูรณ์ % ชุมชนตําบลเซิน จ.ศรีสะเกษ ** ชุมชนบ้านเขวาโคก- บ้านเขวาพัฒนา จ.ร้อยเอ็ด มะชุมชนป่าดงกระแสน จ.นครพนม ประเภทบุคคล: 9 รางวัล %% นางภาคี วรรณสัก จ.ลําพูน % หลวงพ่อผาด อติพโล จ.กระบี่ % นางคฉลวย กะเหว่า นาค จ.ปทุมธานี * นายสมยศ มณีโชติ จ.เพชรบูรณ์ มะนางลัดดาวัลย์ เผ่าวิบูล กรุงเทพฯ *ะ พระครูถาวรพัฒนกิจ จ.ขอนแก่น %% นางสวิงทอง และนายหมอก กุดวงค์แก้ว จ.สกลนคร ** นางสี สานาผา จ.นครพนม % พระประจักษ์ ธัมมปทีโป จ.หนองคาย ประเภทกลุ่มเยาวชน: 5 รางวัล มก่อญอโพพิทักษ์สายน้า จ.เชียงราย #ชมรมดอกหญ้าอาสา พาณิชยการเชียงราย จ.เชียงราย %*ะ กลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าบาลา โรง เรียนเทพประทาน เบ้านเจ๊ะเด็ง) จ.นราธิวาส ม กลุ่มเยาวชนรักษ์บ้านเรา โรงเรียน คีรสตรือนุสรณ์ จ.ภูเก็ต * กลุ่มเยาวชนโรงเรียนเทศบาลคุ้ม หนองคู จ.ขอนแก่น ประเภทงานเขียน: 6 รางวัล รางวัลดีเด่น 3 รางวัล ม สารคดี “ผองชีวิตในป่าทาม: ป่า ชายเลนน้าจืดของแผ่นดินอีสาน” โดย นาย จี่ระศักดิ์ จันทร์ล่งแสง กรุงเทพฯ ซะ *ะ สารคดี “โลกร้อนสุดขัว วิกฤติ อนาคตประเทศไทย”โดย รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารู พงษ์สกุล กรุงเทพฯ มะ วรรณกรรมเยาวชน “หางบ่วง: เจ้า หญิงแห่งบึงหญ้า” โดย นายมงคล แท้สูงเนิน จ.พิษณุโลก รางจัลชมเชย 3 รางวัล %* วรรณกรรมเยาวชน “เด็กชายกับ ใบโพธิ์” โดย นายวิจิตร อภิชาติเกรียงไกร กรุงเทพฯ มะ วรรณกรรมเยาวชน “แปดขาหัวใจ มนุษย์” โดย นายชัยกร หาญไฟฟ้า กรุงเทพฯ ** ความเรียง “เพราะคิดถึง” โดย น.ส.สร้อยแก้ว คํามาลา จ.เชียงใหม่ ประเภทความเรียงเยาวชน: 13 ราง วัล รางวัลดีเด่น 4 รางวัล %ะ “ความสุขที่แบ่งปัน” โดย ด.ญ. อันชรี่ สานันต์ จ.ขอนแก่น *: “ชีวิต คือพอเพียง” โดย น.ส. คือพอ สวงค์ จ.ราชบุรี %: “บ้านในฝัน” โดย ด.ญ.ณหทัย อิ้งเจริญสุข จ.ประจวบคีรีขันธ์ * “วัฏจักรแห่งชีวิต” โดย น.ส. ณัฐกานต์ นําศรีสกุลรัตน์ กรุงเทพฯ รางวัลชมเชย 9 รางวัล ม: “การจากไปของกุหลาบดอกหนึ่ง” โดย นายเสภฐวุฒิ อุดาการ จ.เชียงใหม่ มะ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสอด แทรกเศรษฐกิจพอเพียง” โดย สามเณรคํา เ 1: จักรยานปั๊มนํ้าในนวัตกรรมทดแทนพลังงาน สะหวาด พิลาวง จ.เชียงใหม่ มะ “แค่ขยับเท่ากับพิทักษ์โลก” โดย น.ส.ปัณฑารีย์ มีมาก จ.อุบลราชธานี ม“ครอบครัวเข้มแข็งผูกพันธรรม ะ ชาติสู่ก้าวแรกแห่งเส้นทางรณรงค์รวักษ์ดิน นํา ป่า”โดย น.ส.ศุภณ์ฏจฐ์ วงษ์กุหลาบ กรุงเทพฯ ม “ชุมชนปกาเกอญอรักป่าคือชีวิต” โดย นายทวี คําหมื่น จ.เชียงใหม่ ม “แม้สายลมจะเปลี่ยนทิศ แต่จิต อนุรักษ์มิแปรเปลี่ยน” โดย นายแก้วก้าว ถนอมจ๑งค์ จ.ระยอง * “วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้้า ป่า” โดย ด.ชรีบูวัน ยูโซะ จ.ยะลา ! ซ่ ซ= ซี «๑«๑ ๑๑@ซ ซชวตทพอเพยง กบวถ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) กําลังทดลอง การสีข้าวด้วยเครื่องสีแบบโบราณ จัฒนธรรมชาวไทยภูเขาคลองลาน” โดย นาย เศรษฐชัย ปานศรี จ.พิจิตร มะ “หยาดน้าตาของสายฝน” โดย น.ส.จารุจันทร์ บัวภา จ.นครราชสีมา ประเภทสื่อมวลชน: 3 รางวัล *ะ คดลัมน์“คติชน” ในหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน *ะ รายการ “ทุ่งแสงตะวัน” โดย บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จํากัด กรุงเทพฯ %: วารศารเกษตรกรรมธรรมชาติ กรุงเทพฯ ประเภทรางวัลสิปปนนท์ เกตุทัต 5 ปี แห่งความยั่งยืน : 1 รางวัล ม เครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดน่าน ๐ว กระบวนการเจีขนธิ การมหาวิทยาลัยโวิตมูลนิธิสทาบันสงเสริมวิสาหกิวทุมบน ในโครงการมหาวิทยาลัยฉีวิศ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ทีมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาห = ๐ กิจซุมชนดําเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 8 แห่ง มุ่งให้ผู้เรียน = ซอ ชี่ =2 2 ซ 01' ซ เด เกดการเรยนวูเพอชวงต เรยนแล้วชงวตต้องดขนขณะเรยนเลย ไม่ใช่ ฆจซี ๐<.ซ จะดขนหลงเรยนจบ =. (0ั0 ' 2 มหาวิทยาลัยชีวิตมิติใหม่แห่งการเรียนรู้ เซ ณี ฟี การเรียนในสิงทีเกียว ม «๑ ซิ ซ : ๓ซ่ ข้องกับชีวิตและเรียนในสิงที ๕ "ล เกิดมรรค เกิดผลทันทีนีคือ หัวใจสําคัญของการจัดการ ซ ข ๐ เค 1 ร เรียนรู้สําหรับผู้ใหญ่ เราจึง อ เรียกโครงการนี่ว่า “มหา วิทยาลัยชีวิต” = 6 ๐ มีอาจารย์ประจํา 6 ซ เจ 1 ศูนย์เรียนรู้บางท่านปรารภ ข่ "ล กับผมว่า นักศึกษาในศูนย์ของท่านมาเรียนบ้างไม่มาบ้างทังๆ ทีการจัดระบบการ ป) เรียนการสอนให้เป็นแบบศูนย์เรียนรู้ในท้องถิน ไม่ต้องไปเรียนทีมหาวิทยาลัย ผ่ ไม่ต้องเดินทางไกล ผมก็ตังคําถามว่า เราจะทําอย่างไรให้เขาอยากมาเรียน ให้ 59, จะพบกันเป็นวันแห่งการ รอคอยของผู้เรียนทีเป็นผู้ใหญ่ ซึงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย %. - น ก 9/, 6 2 6 ซึ่งท้าทายอาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตมาก แต่เราก็มีศูนย์ ฝี ซ่...%ลซ่ ณาย ด เรียนรู้ที่ประสบความสําเร็จในเรืองนี่อยู่หลายศูนย์ ฆ่ ซ่ ข ฆ่= ว ๕ซู่ยซข «๑7 ' เมื่อเทอมที่แล้ว ผมไปสอนทีเชียงใหม่ ศูนย์เรียนรู้เชียงดาวกับศูนย์ เรียนรู้พร้าวจัดการเรียนการสอนร่วมกันทีวิหารของจัดแห่งหนึ่ง นักศึกษารวมกัน 2 ศูนย์ทังหมด 98 คน ปรากฏว่ามา ข ฆ่ททยู = เรียน 97 คน คนทีไม่ได้มาติด ภาร กิจไปต่างประเทศซึงก็ถือว่าเป็นเรื่อง ย ว น่ายินดีของศูนย์ทังสอง สิงทีผม สนใจก็คือเขาทําอย่างไรให้การมา เซ ซู,,ข่ ซ่ะ @ พบกลุ่มเรียนเป็นเรื่องทีผู้เรียน อยากมาร่วม เป็นวันทีเขารอคอย 1 ฉ่ ' ' ก่อนที่จะกล่าวต่อไปถึง กระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ข@= ๑ ข่= ชีวิต จะขอสรูปวิชาที่เรียนในโครง การมหาวิทยาลัยชีวิตก่อนเพื่อปูพิ่น วิชาทีเรียนทังหมดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 2 รชะ ณ์ เปิดกจ้างสําหรับผู้คนทุกอาชีพ กลุ่มแรก เราเรียกว่า กลุ่ม มหาวิทยธาลัสซีวิต, , วิชาศึกษาทัวไป วิชาในกลุ่มนี่เกี่ยวกับภาษา ข่ วด ' ฆ และการสื่อสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาพื้นฐานทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เช่น ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร การสืบค้นสารสนเทศ วิชาใน กลุ่มนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยกําหนดกันเองว่าผู้ที่ จะจบเป็นบัณฑิตต้องมีความรู้ทั่วไปในเรื่อง อะไรบ้าง วิชาในกลุ่มนี้มีทั้งหมดประมาณ 10 คิชา กลุ่มที่สอง เราเรียกว่า กลุ่มวิชาการ จัดการซีวิต มี 4 วิชา คือ การจัดการความรู้ การ จางเป้าหมายและแผนชีวิต สร้างเสริม ประสบการณ์ชีวิตและงาน 1 สปช.1 สปช.2 และ สปช.3 เรียนเรียงกันไปเลยตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 สรุปแล้วทั้ง 3 ปี เรียนทุกปีเลย ปีแรกเทอมแรก เรียนวิชาการจัดการความรู้ การวางเป้าหมาย และแผนชีวิต เทอมที่ 2 เรียนวิชาสปช.1 เทอม แรกเริ่มที่จะวางเป้าหมายเพื่อการเจริญเติบโต ของชีวิตทางกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม พอเทอมที่ 2 เริ่มทําโครงงานต่างๆ ที่ลงราย ละเอียดให้ลึกซึ้งขึ้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ผู้เรียน แต่ละคนเลือกเอง ประสบการณ์ที่นักศึกษาได้ .@ วิทยาลัยษีวิ พลลให้ ปท้าวทยาลยษาต ในวิชา สปช.1 มี 2 อัน คือ = ขะ๑ซู๐ เต หนึ่งนักศึกษาได้รู้วิธีทําโครงงานพัฒนา ตนเองอย่างเป็นระบบ สอง ได้ประสบการณ์ตรงกับเรื่องทีผู้ ซ ฆ ณ์ 2 เรียนเลือกเป็นหัวข้อของโครงงานของเขา โครง ลั กก งานนีต้องเป็นเรืองทีเกียวกับชีวิตเขาเอง เรา «๕ 5 ยฆ่ 2 9 6 | จึงกําหนดให้ซือโครงงานต้องมีคําว่า “ของ ข้าพเจ้า” ต่อท้ายอยู่ด้วยเสมอ ว า พอขึ้นปี 2 เรียน สปช.2 ก็เริมให้ทบทวน ให้พิจารณาซีวิตด้านในของตัวเองเพื่อการรู้จัก ตัวเอง แล้วก็ทําโครงงานพัฒนาบุคลิกภาพของ ตัวเอง ปีที่3 เรียน สปซ.3 ก็นําเอาประสบ การณ์ในวิชาการจัดการครามรู้ การวางเป้า หมายและแผนชีวิต วิชา สปซ.1 และ สปช.2 มาพัฒนาการงานอาชีพทิตนเองทําอยู่ ความ จริงก็ให้ใช้ความรู้และประสบการณ์จากทุกวิชา ซ่# เซ ฆ ะ ซีอ๓4 ทีเรียนมาทัง 3 ปี ด้วย เรียกว่า บูรณาการ ทุก วิชา ! ซ่ 4! 1 7 กลุ่มทีสาม เรียกว่ากลุ่มวิชาจัดการ ซุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด มี มี 20 กว่ารายวิชา สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นก็ต้อง เรียนเกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่น วิชาในกลุ่มจัดการ ชุมชนนี้แบ่งออกเป็น 7 กลุ่มวิชาย่อย ในแต่ละ ซ่ 2 บ = ! กลุ่มมี 3 หรือ 4 วิชาที่นักศึกษาต้องเรียน เช่น ในกลุ่มแผนแม่บทชุมชน ก็มีวิชาการเป็น จิทยากรกระบวนการ วิชาการทําแผนแม่บท ชุมชน วิชาสัมมนาแผนแม่บทชุมชน 1 และ จิชาสัมมนาแผนแม่บทชุมชน 2 ส่วนวิชาใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็มี 3 วิชา กลุ่มเกษตรและ สิงแวดล้อมก็มี 3 วิชา กลุ่มกองทุนและ สวัสดิการชุมชน กลุ่มสุขภาพชุมชน และอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ๑” ซ การจัดกระบวนการเรียนรู้ในโครงการ - «๓ ขี๑ ฆ ซ่ อ่ะ ๐ ๑ ฆ่ มหาวิทยาลัยชีวิตมีหลายเรืองทิต้องคํานึง ในที ฆ้ งว ด์ ส ฆ่ ซ=ฆ่๐ «๕ งซ้ นีจะกล่าวถึงเพียง 3 เรืองทีสําคัญ ดังนี่ ฆ่ เรืองแรก กระบวนการเรียนรู้ มีหลาย 0 0 ป็ส0 ! ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องนี่ แต่ในทินีจะขอกล่าว ซ ๕ จ่ 6 5 ณ ฆ ๐ เพียงประเด็นทีผมคิดว่าสําคัญ นันคือ จะทํา อย่างไรที่จะจัดกระบวนการเรียนรู้ทีผู้เรียน เอา ซู «๑ ๕ «๓ ฆุูฆ๑ บยข ย ฆ้ ชีวิตเป็นตัวตัง นันคือชีวิตผู้เรียนจะต้องดีขึนใน ขณะเรียนเลย อาจารย์แต่ละคนจะจัด มฆ่ ษ ๑ ผู กระบวนการเรียนรู้ทิสอดคล้องกับแนวคิดที สําคัญของมหาวิทยาลัยชีวิตข้อนี่ในแต่ละวิชา ทิรับผิดชอบอย่างไร เวลาผมออกข้อสอบในวิชาการวางเป้า ฆ= % ๑” ๐ ฆ่ หมายและแผนชีวิต ผมให้นักศึกษาทําเครื่อง หมายถูกหรือผิดหน้าข้อความเพื่อตรวจสอบ แนวคิดของเขาหลายข้อ มีข้อหนึ่ง มีข้อความว่า นักศึกษาในโครงการมหาลัยชีวิตจะนําความ รู้ในขณะเรียนไปปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นหลัง เ ฆ' 4 จบการศึกษาแล้ว ผมดีใจที่นักศึกษาส่วนมาก ทําเครื่องหมายผิดหน้าข้อความนี้ เพราะเขา ทราบว่าข้อความนีมันไม่จริงสําหรับมหาวิทยา ณ์” สซู=. ณซ= . ๑๕ ซฆ ลัยชีวิต เพราะชีวิตเขาจะต้องดีขึ้นในขณะเรียน ไม่ใช่หลังจากจบการศึกษาแล้วค่อยดี ๑2 = ทนทเลย ๒0๐ น ปรัชญาของเราที่ท่านอาจารย์เสรี พงศ์ ณ์ 6 6เ ร39. ,ซ ม ๓ ๕ พิศ ยําอยู่ตลอดเวลาก็คือ เรียนแล้วต้องได้ทัง ปริญญาบัตรและปริญญาชีวิต หากก่อนมา ซ่ ๑4 =- ณ์” ฆ เรียนเป็นโรคความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง ญฆ ซ 2 หรือมีปัญหาสุขภาพใดๆ มาเรียนแล้ว สุขภาพ ต้องดีขึ้น เท่าที่ติดตามมา 2-3 ปี นักศึกษา หลายร้อยคนความดันโลหิตลดลง ไขมันใน ม ! ญะ ๕ เลือดลดลง ปวดเข่าปวดข้อน้อยลง บางคนก็ หร หายไปเลย หล่อขึนสวยขึ้น หุ่นดีขึ้น แล้วก็ไม่ บ = ฆ ฆ 6 ต้องกินยาอะไรอีกหรือหมอสังลดยาเขาลง เพราะเขาแข็งแรงขึ้น เศรษฐกิจครัวเรือนก็เช่น ซ ๓๑” ข - 9 ฆ ๑ ฆ เดียวกัน ต้องดีขึ้น ต้องมีการออม ต้องมีความ ย " ุ มันคงทางการเงินขึ้น ความสัมพันธ์ที่เขามีกับ ตัวเอง กับคนอื่นๆ ในครอบครัว ในชุมชน ต้อง ฒณซี้ ๓ ม ๓7 4 (0 ดีขึ้น มีความมันใจในตัวเองขึน เพราะคําขวัญ อันหนึ่งของเรา คือ เรียนแล้วต้องสามารถอยู่ อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถินต่อไปได้ ปลายปีนี่เราจะมีพิธิมอบรางวัล เรียกว่า ๑” ณซ= 9” ๑4 ๑ ร 4 รางจัลปริญญาชีวิต ให้กับนักศึกษาจากทัง 118 ศูนย์โดยให้ผล.ศูนย์เรี่ยนรู้แต่ละแห่งคัดเลือกมา โดยกําหนดว่าต้องเป็นนักศึกษาชันปี 2 และ ปี ผง ซู ฮู้ เล้ 3 เท่านั้น จะมีทุนการศึกษา ให้จํานวนหนึ่งและมี @” | ร. ๕” ๕ซฆ == จ รางวัลชมเซยเป็นประกาศนียบัตร สรุปก็คือชีวิตต้อง ฆร๕ ซ่ ฆ่ ๑= บุ๕ย ม5 ดีขึ้นในขณะเรียนและเมือเรียนแล้วก็ต้องได้ทัง ปริญญาชีวิตและปริญญาบัตร ในกลุ่มวิชาการจัดการชุมชน นักศึกษา ซ ขฆ ๕ 9 ง ฉ๑” "6 ๐ ๕ เรียนแล้วก็สอบได้คะแนนแต่ตัวชีวัดความสําเร็จ ของการเรียนที่สําคัญหาใช่การสอบอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของชุมชนก็สําคัญเพราะโครง การมหาวิทยาลัยชีวิตดําเนินการอยู่บนฐานคิด ฆ่ข เ ๑7 ซ| ทีต้องการให้การศึกษาและการพัฒนาเป็น กระบวนการเดียวกันผมจึงพูดกับผู้อํานวยการ ศูนย์เรียนรู้ และอาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียน รู้ในกลุ่มวิชาการจัดการชุมชนอยู่เสมอว่า เมื่อ นักศึกษามาเรียนในโครงการนี้ ชุมชนที่เขา รมว อาศัยอยู่ต้องดีขึ้น งานที่มอบหมายในการเรียน ทั้งงานเดี่ยวงานกลุ่มให้ใช้ปัญญาของชุมชน เป็นหัวข้อกิจกรรม รายงาน หรือโครงงาน เพราะมันสัมพันธ์กับชีวิตเขว เวลาทําโครงงาน ไม่ต้องไปทําชุมชนอื่น การไปทําชุมชนของคน อื่นมีประโยชน์ในแง่ได้ทําแบบฝึกหัด ที่ควรเป็น ก็คือใครอยู่ชุมชนไหนก็จับกลุ่มกันทําในชุมชน นั้นเลย เมื่อทําแล้วก็จะมีความหมายกับชี่วิต ของผู้เรียนด้วย เพราะถ้าชุมชนแก้ปัญหาบาง อย่างได้ ชุมชนปลอดยาเสพติด ชุมชนปลอด แหล่งอบายมุข ชุมชนมีสุขภาวะ มันก็สะท้อน กลับมาสู่ครอบ ครัวสู่ลูกหลานของผู้เรียนเอง ทําเช่นนี้แล้ว ทุกคนจะอยากมาเรียน มี 50 คน ก็มา 50 คน เพราะมันเป็นเรื่องของเขาเอง สําหรับผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ถ้าเรา บรรยายครามรู้เป็นหลักอย่างในการเรียนการ มขด สอนกระแสหลัก ที่อาจารย์มีฐานะเป็นผู้รู้ผู้ ัข์ย์ข่ อฉ่ = ซอ6๐75 ๕ เชยวงชาญ ไปถึงศูนย์เรียนรู้ก็บรรยายทังวัน ข่ เสาร์จันอาทิตย์ ผู้เรียนฟังตลอดทุกเสาร์- = 2.5๕ ฆ่ ม มซ ๕ ฆ่ อาทิตย์ก็เบื่อ ถ้าผมเป็นผู้เรียนผมก็เบือ ฝาก อ๑ห มอะท ๒ พลกระวัด เพื่อนอัดเทปไว้ก็ได้ มหาวิทยาลัยชีวิตเรา พยายามให้มีการเรียนการเรียนด้วยตนเองมากๆ อย่างทิเราพูดกันอยู่เสมอว่า “สอนน้อย เรียน มาก” แต่การสอนแบบไม่บรรยายหรือบรรยาย , ซ ' ! น้อยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะเพียงแค่บอกว่า อาจารย์มาพบกลุ่มนักศึกษาแล้วอย่าบรรยายนะ ให้จัดกระบวนการให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ คนไม่เคยทําก็จะงง เราจึงต้องมีการสัมมนากัน ก่อนเปิดภาคเรียนทุกภาค เพื่อมาออกแบบการ ๑” ซ ๑ 9/ ซ่ % ฆ จัดกระบวนการเรียนรู้โดยผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติในเรื่องทีเกี่ยวข้องกับชีวิต ครอบครัว และชุมชนของเขาเอง ง มหาวิทสาลัยชีวิต = «๑ ซ= เจ % ๑ มหาวิทยาลัยชีวิตเน้นให้นักศึกษา ฒซ ว ตีรรรวร เหยุตรมดจล เรียนผ่านการปฏิบัติในทุกวิชา ปฏิบัติในชีวิต ส่วนตัว ในครอบครัว และในชุมชนของเขาเอง ทุกวิชาให้ลงชุมชนเดิมของตนเองอย่างต่อเนื่อง ะ ย ตลอดทัง 3 ปี เพราะตัวซีวัดที่สําคัญสําหรับ มหาวิทยาลัยชีวิตไม่ใช่คะแนน แต่ดูกันทีผล = ๑๕ ซ -= ซ= ข ู ซ= ของการปฏิบัติจริง เรียนวิชาชีวิตแล้วชีวิตเขา ต้องดีขึ้น เรียนวิชาการจัดการชุมชนแล้ว ชุมชน ๕ขุู จส - 10 ฉ่ เขาก็ต้องดีขึ้น ก็ดูกันว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรบ้างใน 3 ปีทิได้ทําอะไรหลายอย่างใน วิชาต่างๆ การเรียนที่ไม่ได้ผ่านการปฏิบัติไม่ได้ = ๐ 1 ฆ มษณ่ ฆข = 1 เฒ ลงมือทําหาใช่การเรียนรู้ทีแท้จริงไม่ ไม่มี ใครรู้จริงโดยไม่เคยลงมือทํา เช่น ท่องตําราขัน ตอนการว่ายนําท่าผีเลือแล้วมาตอบมาเขียนให้ ครุดูได้ ได้คะแนนสอบ แต่ยังไม่เคยลงไปว่าย ๕ ๑” เซฆ 1 1 | ก็ยังไม่ถือว่าว่ายเป็น ร ซ่ .ข เรืองที่สอง คุณสมบัติผู้จัดกระบวน =ฆ 1 5 การเรียนรู้ ทีลําคัญข้อหนึ่งคืออาจารย์ต้อง เจ เฑ ขมย ขยข ฆ ๐ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนได้ มีคํา ๐ ข่คุบมบฒู «๓ ๐9.4 ฆ ๑7 สองคําทีใกล้เคียงกัน คําหนึ่งคือ แรงบันดาลใจ กละ มก ก5 อีกคําหนึ่งคือ แรงจูงใจ ในภาษาฝรั่งเขาใช้คํา แยกกันชัดเจน แรงบันดาลใจตรงกับคํา |กร0โล- บ้อก ส่วนแรงจุงใจตรงกับ |๐นยู่อย์0ก ซึงแรง จูงใจมักเกิดจากสิงเจ้าภายนอก เช่น เงิน คะแนน ปริญญาบัตร แต่แรงบันดาลใจมีคําว่า [ก นํา ย ซฆ - . , ฆ่ หน้า คือ มันต้องออกมาจากข้างใน อย่าง ที ในหลวงท่านบอกว่า ระเบิดจากข้างใน แต่ว่าอาจารย์จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ ฆ 1 ณฆ=ซ ๑ ซ เล เรียนอย่างไร จะมีวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ อย่างไรให้ผู้เรียนรู้สึกอยากจะมา นีเป็นเรื่อง สําคัญ แรงบันดาลใจจึงไม่ใช่แค่การใช้คะแนน ล่อ อย่างไรก็ตาม ทีพวกเราปฏิบัติกันอยู่เรา จําเป็นใช้ทังสองอย่าง คือทังแรงจุงใจและแรง บันดาลใจ ท่านปัญญานันทภิกขุเคยเทศน์ออก อากาศจันหนึ่งท่านบอกว่า การทําตัวเป็น 7 พ ล ตัวอย่างนันแหละคือคําสอนทิดีทีสุด ซึงก็ตรง กับที่อัลเบิร์ต ชไวเนอร์ นายแพทย์ชาวฝรั่งเศส ทีได้รางวัลโนเบิลไพรส์ในปี 1952 ท่านเป็น แพทย์อุทิศตัวเพื่อรักษาคนในแอฟริกา ท่าน เชือว่า มีแต่ตัวอย่างเท่านันที่สร้างแรงบันดาล ใจให้ผู้คนได้ ไม่มือย่างอื่น ผมยกคําของท่าน เหล่านีมาเพื่อบอกว่า การดําเนินชีวิตของ 0 ด , ชะซี อาจารย์นันแหละเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน 'ได้ดีที่สุด นอกจากนี่เรายังกระตุ้นให้มีการดูงาน การไปพบประกับผู้ที่ประสบความสําเร็จในชีวิต ในวิชาต่างๆ อยู่เสมอ การดูงานเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการเรียนรู้ที่สําคัญของโครง การ มหาวิทยาลัยชีวิต ง ช้ ๓ - ด้วยเหตุนีการเป็นอาจารย์ผู้จัด จ เว = กระบวนการเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต ทํา อย่างไรให้การดําเนินชีวิตของเราเป็นแรง บันดาลใจให้ผู้เรียน ข้อคิดที่ผมมีก็คือ การ พยายายามให้การกระทําต่างๆ ในชีวิตของเรา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งที่เวาพูดเราสอน อย่างที่ฝรั่งเรียกว่ามี [กเอยกัญ ลองคิดดูว่า หาก เราพาร่างกายที่นําหนักตัวเกินขนาดมากๆ หรือน้ําหนักตัวน้อยกว่าขนาดที่ไม่สมดุลกับ ส่วน สูงประเภทลมพัดก็เซแล้วไปจัดกระบวน การเรียนรู้ให้คนอื่นหันมาให้ความสนใจดูแล สุขภาพตัวเอง ก็ยากที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ ใครได้ อย่างไรก็ตาม เราทุกคนไม่มีใคร สมบูรณ์พร้อม แต่เราก็สามารถทําให้เขาเห็นว่า เราก็อยู่ในกระแสแห่งการพัฒนาตัวเดงอยู่เช่นกัน เช่นมีอาจารย์ของเราคนหนึ่ง ซือ อาจารย์รุ่งนภา ซ้ เฮ่ บ การบุญ ตอนนี่เปลี่ยนนามสกุลไปแล้ว ท่าน เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้วิชาการวางเป้า หมายและแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตศูนย์เรียนรู้ เชียงดาว ท่านเป็นภูมิแพ้ทังผิวหนัง ทังใน ระบบทางเดินหายใจ จามแล้วจามอีกทุกเช้าที่ ฆ ข่ ๕ ซ่ , ' ๑ ลืมตาตืนขึ้นมา เมื่อท่านให้ผู้เรียนทําโครงงาน สุขภาพ ท่านก็ทําของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย ทั้งการกิน การอยู่ การออกกําลัง ทําอย่างตั้งใจ ตอนนี้ท่านไม่มีอาการอะไรอีกแล้ว แข็งแรงขึ้น เมือสุขภาพแข็งแรงมีความมันใจในตัวเอง หลัง ใบ จากนันท่านก็แต่งงานและมีลูก ท่านได้ใช้การ ดําเนินชีวิตของท่านนันแหละเป็นแรงบันดาลใจ ให้ผู้เรียน ผมไม่คิดว่าการกล่าวเช่นนี่ไม่ได้ ว ก เกล เป็นการเรียกร้องอาจารย์ในโครงการนีมากเกิน ไป เพราะอาจารย์จํานวนมากก็เป็นแบบอย่าง ซ่@ู่ บู. .่ เว ฆ่ ๓ ทีดีอยู่แล้วก่อนที่จะเข้ามา และเมื่อเข้ามาแล้ว ๕=@๐ ซ่== ฉ่ เว 5 ก็มีจํานวนมากที่ชีวิตเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับนัก 3 ลด ) ห ๕ ศึกษา ผมเชือว่า เราไม่อาจให้อะไรกับใครใน “ท ,ฒท ย สิงทิเราไม่มีได้ ฆ่ , 43 ข่ เรืองสุดท้าย บูรณาการเราพูดถึงเรือง บูรณาการกันเยอะ ผมก็เลยตังคําถามกับตัว เองว่าเราบูรณาการอะไรกันบ้าง และจะทํา อย่างไรให้การเรียนการสอนมีบูรณาการกับ ซีวิตและงานของผู้เรียนทังชีวิตส่วนตัวครอบครัว และชุมชนของเขา โดยมีการบูรณาการกัน ะหว่างวิชาต่างๆ ด้วย การบูรณาการการเรียนกับชีวิตของผู้ เรียน ในกลุ่มวิชาการจัดการซีวิตทัง 4 วิชา ต้องบูรณาการอยู่แล้ว เพราะเป็นเรืองของชีวิต ตรงๆ ในวิชาเหล่านี่ในวันสุดท้ายของการพบ กลุ่มเรียน ผู้เรียนต้องมานําเสนอผลการปฏิบัติ โครงงานพัฒนาชีวิตตัวเองกัน เราก็ขอให้ผู้เรียน เชิญสามี เชิญภรรยา ลูก พ่อแม่ ญาติมิตร มา ฟังรายงานการเปลี่ยนแปลงทีเกิดขึนกับชีวิต ของเขา มาร่วมแสดงความยินดี วิชาในกลุ่ม การจัดการชุมชนก็เหมือนกัน เช่นทําแผน แม่บทชุมชน มีสัมมนาแผนก็เชิญชาวบ้านมา ร่วมฟังด้วย ว่าได้เรืองได้ราวอย่างไรบ้าง ให้ พวกเขาได้เข้ามาร่วมวิพากษ์วิจารณ์สิงที่ผู้ =. ขม9, ๆ เรียนได้ค้นพบด้วย ทีเราต้องบูรณาการกันระหว่างวิชาต่างๆ : ลพาร์ซี ชารตร ธรร นัน เพราะซีวิตคนเกียวข้องกับหลายเรือง คือ เป็นองค์รวม ไม่ได้แยกส่วนหรือลดทอนลงเป็น จฐิชาๆ อย่างที่เงาแยกศึกษากัน ชีวิตครอบครัว ซีวิตของชุมชนก็เช่นเดียวกัน มันมีหลายเรือง . ษ และทุกเรืองก็สัมพันธ์กันไปหมด ดังนันเราจึง ขอให้อาจารย์ทังหลายที่นอกจากจะรับผิดชอบ ลิ๓๓ซี่ ม๓ สๆ๕ | โอ วิชาทิตนสอนแล้ว ก็ให้ความสนใจว่าในเทอมนี่ รซ่. , ซ . เทอมที่ผ่านมา เทอมต่อไปเขาเรียน อะไรกันบ้าง คด ร ว ๑๓ เขามีกิจกรรม มีงาน มีโครงงานอะไรทิต้องทํา เวลาลงไปชุมชนก็ให้เขาเก็บข้อมูลทีเดียวได้ทุก จิชาเลยได้ไหม เวลาทํารายงานชินเดียจส่งได้ หลายวิชาได้ไหม เพียงแต่ให้มีส่วนทิใช้แนวคิด [0 9ข ใช้มุมมองของแต่ละวิชาให้ตรงกับเรื่องนันๆด้วย ว การทําเช่นนีจะช่วยลดเวลาของผู้เรียนลงด้วย เขาจะได้ไม่บ่นว่าเรียนมหาวิทยาลัยชีวิตแล้ว ต้องทํางานส่งอาจารย์เยอะเหลือเกิน การบูร ง มหาวิทยาลัยชีวิต - ล.ซี -' ณาการระหว่างรายวิชาจะเกิดขึนได้ในชีวิตใน ฒ จ่ ๓ ๑ '“ 0ฝไ ชุมชน เงิมจากการที่อาจารย์ประจําศูนย์เรียนรู้ แต่ละศูนย์ต้องหันหน้าเข้ามาคุย มาเล่าให้กัน ฟังว่าเนื้อหาสาระ มวลประสบการณ์ทิจะเกิดกับ ร เสรรา ' < ผู้เรียนในแต่ละวิชามีอะไรบ้าง ประสบการณ์ ัข่ เว นันจะเกิดขึนจากงานเดียว-งานกลุ่มกีชิน จะทํา ร่วมกันไปได้อย่างไรบ้าง ซ่ ผู เล ซ ทีกล่าวมาทั้งหมดเป็นประสบ การณ์ทีเกิดจากการปฏิบัติงานการจัด กระบวนการเรียนรู้ในโครงการมหาวิทยา ลัยชีวิตของผู้เกียวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งความ คิดความเห็นทินักศึกษาสะท้อนกลับมา ผม ซฆ ๑ ๑ ๑๑= ๕% ๕ เพียงบันทึกความรู้จากการปฏิบัตินันขึ้นมา ซ่ เ 9 ฆ่ =ฆ 9 เพื่อให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก การปฏิบัติจริงกันต่อไป (9) ๑ « ซฉูยบ 4 ม =ฆ รัชญาของมหาวิทยาลัยชีวิตข้อหนึ่งคือ “ชีวิตต้องดี ป =% ง ฆ ๒ 1 ส สหมอ0 ม๑ ฆ้ ขึ้นระหว่างเรียน” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า ชีวิตดีขึ้น ระหว่างเรียนได้จริงคือชีวิตของ “จรัญ เทพพิทักษ์” 4 0 1 4 หนึ่งในนักศึกษาทีมีอยู่ทัวทุกภาคของเมืองไทย “จรัญ” เคยเป็นลูกจ้างทํางานอยู่ในกรุงเทพกว่า 20 ปี แต่เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ จึง ๐ ด๑ู% เว ฆ่ เซ ๐ ซ๑ู๑๕ทูเข ฆจ ทําให้เขาต้องตกงาน เมื่อไม่มีงานทํา ชีวิตก็ไม่มีอะไรดีขึน 0 0 เก ศั ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับไปทํามาหากินทีบ้านใน อําเภอสติก จังหวัดบุรีรัมย์ และคิดหาทางออกให้กับชีวิต ของตัวเอง ด้วยการนําสร้อยคอทองคําของภรรยา ะ- ส่ส ศพ หนัก 1 บาท ซึ้งเป็น สมบัติมีค่าชินสุดท้ายทีพอจะ ฆ ฆ (2 ข = ฒ” มีเหลือในเวลานันไปขายได้เงินมา 8 พันบาท ซาณาบม ก่อนทีจะไปซือรถเข็น เก้าอี หม้อ ไห จาน ชาม ซ่ ๐ ส - ๕ทูห ซ่ เพื่อมาขาย สัมตํา ซึงการค้าขายก็ไม่ได้ราบรืน อย่างทีคิด ต้องพบกับอุปสรรคหลายอย่าง บ่อย ฑา ! ครังที่โดนเจ้าของร้านทีเข็นรถไปจอดขายตะโกนไล่ หาว่าเกะกะ สกปรก กีดขวางทาง แต่ก็ต้องทนสู้ ซุรล ขายส้มตําอยู่อย่างนี้หลายปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น ห ฮ่ จะธรธี ญู 1ร แต่ชีวิตไม่สินก็ต้องดินกันไป ในที่สุด “จรัญ” ได้มาขายส้มตําใน ฆ่ฆ , เว ง จข่ ๐9 ๓ ข 1 สถานที่ทีเทศบาลจัดไว้ให้ ก่อนที่จะทํากับข้าวอีสานมาขายในตอนเช้า ข่ ๓ ซ่ ฆ ย ๑ ฆ้ ' ๐ ๑ย หทข๐ เพื่อหวังที่จะมีรายได้เพิมขิ่น และจากการ ค้าขาย ทําให้เขาได้กําไร ศรน! “" ซีวิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งนันคือ รู้จักผู้คนมากมาย และจากการทิรู้จัก ญิ เท 5ตข่ห ระ 5 ซู เหรมด ผู้คนมากมายนีเอง ทําให้ได้รับการชักชวนให้มาลองเรียนที่ มหาวิทยาลัยชีวิต เพราะคิดว่า หากเขาได้เรียนเพิ่มเติม ชีวิตน่าจะดีขึน ฝ กว่านี เมื่อได้เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยชีวิต และได้ฟังอาจารย์เสรี พงศ์พิศ บรรยายทีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่มีข้อความตอนหนึ่ง กินลึกเข้าไปในหัวใจว่า “ชีวิตของคนเรา ถ้าปล่อยไป มันก็จะไปตามลม คือ ใครลากไปไหนก็ไป” ทําให้เขาเก็บมาคิด และเมื่อได้เรียน “วิชาการ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและงาน” ของ อาจารย์สุรเซษฐ เวชช พิทักษ์ จึงได้มีโอกาสทําโครงงาน “ออมเงิน” - ถู็ สศสสญ์ 2 " “จรัญ” เล่าให้ฟังว่า แรกๆ ก็ทําไปเพียงเพื่อหวังจะได้คะแนนเพื่อ พกณา ละ หู ให้สอบผ่านเท่านัน แต่เมื่อทําไป ทํามา ก็ได้เรียนรู๊หลักการออมเงิน ได้ ๐ ซฆซู ขา ะซุซู ๆจอ่ = ง ซ= ข๑ 29. มาทําแบบฝึกหัด ได้อ่านหนังสือเรียนที่มหาวิทยาลัยชีวิตแจกให้กับนัก ศึกษา ได้ดูวีซีดีประกอบการเรียนการสอน จนเมื่อเวลาผ่าน ไป “จรัญ” ได้ดูสมุดบัญชีทีเก็บออมตามโครงงานที่ทํา ปรากฏว่ามีเงินค่อนข้างมาก ซฆ เซฒซู ร๑ ข ซ่ ๕ ทย๐ ส๕ ๑ หทย ฆ่ข เรียกว่าเป็นเงินก้อนแรกที่เก็บได้จํานวนมาก จึงคิดได้ว่า จากการที่ต้อง " ! รนต จ ฒิลิญี่ ออมเงินเพื่อทําโครงงานส่งอาจารย์ให้สําเร็จ ทําให้เขาเลิกดีมเหล้า ๑ จ่ ซ่ ยฆ๑ ร43% ๐ ๑ย% ฆ๑รุ ่๕.ทะ เลิกเทียว เพื่อจะได้มีเงินออมไปฝากธนาคาร จึงทําให้เขามีเงินเก็บได้ - ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ | ซ้ ๐๑ข๑๑ ู ฒฆ๐ « ซ= ' 1 ซู = มากขนาดนี ทําให้เริมมีกําลังใจในชีวิตมากขึน อิกทังการเรียนวิชา พ ล อ ม7 เกษตรกรรมยังยืน ทําให้ได้ไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ ได้ไปพบกับ ปราชญ์ซาวบ้านหลายท่าน เช่น พ่อคําเดือง ภาษี, ครูบาสุทธินันท์, พ่อ ผาย, พ่อสมศรี ทองหล่อ ซึ่งทุกท่านต่างก็ให้บรรทัดฐานเดียวกันคือ “เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน” ซึ่งก็สอดคล้องกับที่เขากําลังเรียนอยู่ทีมหาวิทยาลัย ชีวิต ' ) ครอบครัวของ “จรัญ” ทํานามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่นาทีทํา 2 ! "ว ซ่ - 0 =ซฆ นัน ต้องเช่าคนอื่น ดังนัน ความฝันทีเขาฝันมาตลอดชีวิตคือ “การมีที่นา เป็นของตนเอง” และจากเงินที่ทําโครงงานออมเงินวันละ 250 บาท เมื่อ ศศล | สามกมด เลิกดีมเหล้า เลิกเทียวเตร่ก็ยิงทําให้มีเงินเก็บออมมากขืนอีกเป็นวันละ700 - ฆ ซ่| ! ซส่ ทะ . บาท ความฝันของเขาจึงดูเหมือนจะเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อได้พบกับเจ้าของ ที่นา 13 ไร่ เสนอขายไร่ละ 35,000 บาท และจากความช่วยเหลือของ ญาติพีน้องที่ช่วยเจรจาต่อรองกับเจ้าของที และจากความมุ่งมันของเขา เจ้าของที่จึงเห็นใจและยอมลดราคา ทําให้สามารถซือทีนาทังหมด 13 ไร่นี้ได้ด้วยเงิน 320,000 บาท และได้วางแผนแล้วว่าจะใช้ประโยชน์อะไร เว ร่. .=. ฆ้ ๑” ๑ ซี2 , เ ฆ ซ= บ้างจากที่นาผืนนี จะจัดการกับชีวิตอย่างไรให้พอเพียงและมีความสุข ในที่สุดจรัญก็สามารถทําตามความฝันของตนเองได้สําเร็จ มี ๑ร. ๕ ฆอ่ ฆ , ๓ ๕ ๐ ๕ 3 เงินเก็บออม มีที่นาเป็นของตนเอง อีกไม่นาน จรัญก็จะสําเร็จการศึกษา 7๑” ณ” 1 ฆ้ ๑ ขม ฆ อ๐. ๕ซ 9 6๕ ค ได้รับปริญญาบัตร แต่ ณ เวลานี จรัญได้เรียนลําเร็จแล้ว และได้รับ ปริญญาทีไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทําได้ นันคือ “ปริญญาชีวิต” นันเอง ซช ถารฉัตการความรู้ การวางเป้าหมายชีวิต ประกอบไปด้วย 3 รู้ คือ รู้สัวเอง รู้ปัญหา รู้ทรัพยากร 5 จัตการ คือ ผ้าว อาหาร สมุนไพร ยองใช้ ปุ๋ย และ 3 แพน คือ แพผนนีวิต แพนนษุมเน แพนทรัพยากร )@๑๑๑๑๑๑๑๐๑๑๑๑๐๑๐๑๑๐๑๐๑๐๐๑๐๑๑๑. 0๑๑๐๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๐๑๐๑๐๑๐๑๐๐๑๐๑๐๐๐๐๑๐๐๐๐๐๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๐! ถีวิศที่เคยติตสบของ ศาบสํารวจเธาวฤทธิ์ สุคนธา ๐ = ๓ ๐ าบตํารวจเซาวฤทธิ์ สูคนธา” ปัจจุบันทํางานใน ตําแหน่งเจ้าหน้าทิการเงิน กองร้อย ตชด. 326 อ.เชียงคํา จ.พะเยา บอกเล่าเรื่องราวในสมัยเด็กๆ ให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่เรียนจบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้บวชเณร แต่หลวงพ่อที่วัดกีดกันไม่ให้ เรียนทางโลก พยายามจะให้ เรียนทางธรรม แต่ดาบเซาวฤทธิ์ ไม่คิดเช่นนั้น ได้แอบหลวงพ่อ ทีเศรณ ซั ซ์ ไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน ะ ม ฆเซ่ จนจบชันมัธยมศึกษาปิที 3 ๕ , เว ดาบเชาวฤทธิ์เล่าให้ฟัง ต่อว่า จากนันได้ลาสิกขาบท ฆ่ ซฆ เซ่ ซ ๓ ๐ ๐ เพื่อไปเรียนต่อทิ่โรงเรียนมัธยมประจําอําเภอ [ : จนกระทังเรียนจนถึงชัน ม.5 อายุประมาณ 18 ฆ| ขซเ เด เณ” ฒณ ซ ๐ ง ปี ได้ข่าวการรับสมัครเป็นนักเรียนตํารวจจึง ฆ่ ฆ่= ๓” ๕% . ชวนเพื่อนทีเรียนด้วยกัน 12 คน ขึ้นรถตู้ไป สมัครสอบเข้าเป็นตํารวจ แต่เมือประกาศผล สอบออกมา ปรากฏว่า ดาบเชาวฤทธิ สอบติด เซ ฆ ส บ = % อยู่เพี่ยงคนเดียว ซึงสร้างความภาคภูมิใจให้ กับตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคนเดียวใน สฆ่หเทยซ ๓” , กลุ่มเพื่อนๆ ทีไม่ได้เรียนมาในสายสามัญแต่ สามารถสอบติด ดาบเชาวฤทธิ์ ได้เริมรับราชการตํารวจ ล +ฒ| ๑ ' ม ฆ่ = ตังแต่ปี 2532 ในตําแหน่งเจ้าหน้าทิการเงิน น 55 ฯง และเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยชีวิตเมือปี 2548 ฆ่ ทๆยย ซ ษฆู ๑ « ๑7 เมื่อได้เข้ามาเรียน ได้เรียนวิชา “การจัดการ มอ ๓ ท ความรู้”, “การวางเป้าหมายชีวิต” ชีวิตก็เริม ห ๑ ญ่อ 1 ดีขึ้นเป็นลําดับ ทิจําได้แม่นคือ สูตร 353 ของผู้ ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ทีประกอบไปด้วย 3 รู้ คือ ชู เว ชีก ๓ ฆ= ๕, รตวเอง รู้ปัญหา รูทรพยากร 5 จัดการ คอ ข้าว อาหาร สมุนไพร ของใช้ ปุ๋ย และ 3 แผน คือ แผนชีวิต แผนชุมชน แผนทรัพยากร ดาบเชาวฤทธิ์ เล่าให้ฟังก่อนที่จะเข้า มาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตว่า เมื่อก่อน ชีวิตติดลบ เป็นหนี้เป็นสินธุงรัง ทั้งค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ จิปาถะ รวมแล้ว นับแสน จนเคยคิดจะส่งภรรยาไปทํางานที่ กรุงเทพ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังลังเลเป็นห่วงไม่ อยากให้ไป และหลังจากที่ได้เรียนวิชาการวาง เป้าหมายชีวิต จึงทําให้คิดได้ว่า ชีวิตของตัว เองมีอะไรเป็นเป้าหมาย “เงิน” หรือว่า “ความ สุข” ถ้าเป้าหมายชีวิตคือ “เงิน” ก็คงต้องวิงตาม เงินตลอด และชีวิตจะไม่มีความสุขเลย ด้านการจัดการ “ข้าว” ดาบเซาวฤทธิ์ ได้คิดดูว่า ทุกวัน ที่บ้านจะหุงข้าววันละ 1 ลิตร ราคาซื้อที่ตลาดลิตรละ 15 บาท ต่อเดือนก็จะ ต้องใช้เงินซื้อข้าวเกือบ 4.500 บาท ดังนั้น จึง คิดลดรายจ่ายด้วยการปลูกข้าว กินเอง ปีละ 2 ไร่ เสียค่าใช้จ่ายทํานาแค่ ปีละ 2.000 บาท ซึ่งคํานวณแล้วว่าพอ กินใน 1 ปี จึงดําเนินการปลูกข้าว ด้วยตัวเอง และสามารถลดราย จ่ายค่าข้าวได้ปีละ 2.500 บาท นอกจากลดรายจ่ายค่าข้าว แล้ว ดาบเชาวฤทธิ์ ยังได้ลดค่าใช้ จ่ายด้านอื่นๆ อีก เช่น ทําน้้ายา ล้างจานไก้ใช้เอง ต้นทุนเพียง 207 บาท ทําใส่แกลลอนไว้ใช้ได้ 1 ปี แทนที่จะซื้อที่ตลาดขวดละ 30 บาท ม ส่วนเศษวัชพืช ก็เอามาหมักทําปุ๋ย ทํานําหมัก ธะ ไจ้ใช้เอง ปลูกผักไว้รับประทานเลงที่ จ =. ย ซ่ บริเวณหลังบ้าน โดยปรับปรุงสนามหญ้าเพื่อ ใช้ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร นอกจากนี่ ดาบเชา๑ฤทธิ์ ยังได้นําบิล ค่าไฟฟ้า มาโชว์ให้ดู ซึงแต่เดิมค่าไฟฟ้าจะอยู่ที ประมาณ 700 กว่าบาท และลดลงมาเรือยๆ ทุกเดือน จนปัจจุบัน ดาบเชาวฤทธิจ่ายค่า ไฟฟ้าไม่เกิน 350 บาท ต่อเดือน ส่วนสาเหตุที่ ย ทําให้ค่าไฟฟ้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด นัน ดาบ เชาวฤทธิ์เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านัน ไม่เคยถอด ปลักเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็น ที่วี วิทยุ พัดลม กาต้มนําไฟฟ้า หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ เรรรีไทโตรกัไร สรี ผู แต่ปัจจุบันเมื่อใช้เสร็จจะถอดปลักออกหมด พยายามปิดไฟที่ไม่ใช้เวลานอนจะไม่เปิดพัดลม เพราะอากาศทีบ้านค่อนข้างเย็นสบาย ทําให้ ค่าไฟฟ้าลดลง และคิดว่าหากในชุมชนได้ทํา ฆ้ ณ๓ ซฆ ซ ซ เณ” * แบบนี่ทุกครัวเรื่อนก็คงจะดี และปัจจุบันนียัง ม พล ล ง ได้ลดรายจ่ายค่านํามันทิต้องเสียทุกเดือน ๆ ละประมาณ 1,500 บาท โดยการปันจักรยาน ไปทํางานทุกวัน วันละประมาณ 6 กิโลเมตร ขณะที่สุขภาพร่างกายของดาบ เชาว ฤทธิ์นั้น แต่ก่อน เคยมีโรคประจําตัวหลายโรค มีกรดยูริคสูง .ไขมันในเส้นเลือดสูง คลอเรสเตอ รอลสูง และนําหนักเกิน พยายามลดน้าหนัก ด้วยวิธีต่างๆ ทั้งกินยาลดความอ้วนกระทั่งเกิด ลรั อาร อาการแพ้จนผื่นขึ้น จนวันหนึ่งได้เข้าไปใน เว็บไซต์ของ ดร.เสรี พงศ์พิศ ได้อ่านเจอเรือง การลดความอ้วนทีไม่ใช่เรืองยาก จึงลองทํา ปงค#@ บหาวิทยาลัย ฮษีวิต ร ด. ควร («4 เกิดเมื่อวันที่1 9 จนบ ศาว 1 น โครงกันวิน * |๑2 สถานที่เกิด โรงทตายาลเชียงค 244 ตมู่ศี่ 4 เด็ก ต.หด่วน อ.เชียงตฯ จ.ผะเย ที่เทิศ [2 เป็นนุ จี่ 1 ผู้ทําคลอค แพกกแผยถึงจุกิน ๑ 6 เพิ่มชื่อ บียนท้านเลขที่ อย่างจริงจัง โดยลดแป้ง ลดไขมัน รับประทาน ร ผักและผลไม้เยอะขึ้น เพียงระยะเวลาไม่เกิน 2 "ห ศา เดือน ก็สามารถลดนําหนักได้ 8 กิโลกรัม ดาบเชาวฤทธิขมวดปมสุดท้ายของ ข่ %, ! «๑.ฆ้ๆ.เ@ ๑.ฆ่ ) เรืองราวให้ฟังว่า ทุกวันนี่ไม่มีความคิดที่จะส่ง ภรรยาไปทํางานที่กรุงเทพอีกแล้ว ไม่เคยปล่อย ผู เวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่หายใจทิง พยายามปฏิบัติตนตามแนวปรัชญาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องเศรษฐกิจ ซ % ๕ 4 9 พอเพียง เพราะได้เห็นแล้วว่า หากใช้ชีวิตแบบ ซ 1 ฆ้ ๕ =ซ= เท 2»“ 4 พอเพียงอย่างนี่ ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ ย เดือดร้อน หนี่สินลดลง รายจ่ายลดลง มีเงิน ๕ ฆ ฆ่= บ 6 ๓ เก็บออม มีสุขภาพที่ดีเพราะได้ออกกําลังกาย ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่มีสารเคมี ๓ = ฟ "- 0 จนปัจจุบันมีสมาชิกใหม่ในครอบครัวเพิมอีก 1 ทาย ณี ด คน และได้ตังขือให้ว่า “ด.ญ.พอเพียง สูคนธา สยภาพสิ 1 ซ่ 7 ๑ ใหญ่ปกรณ์ เสงี่ยมสุนทร” เป็นนักศึกษาโครงการมหาวิทยาลัย @= ” ฆ่ฆซ่ ะ ฆ 5% ๓ ๕๕ ชีวิต จังหวัดสมุทรสงคราม เมือปีทีแล้ว เขามีนําหนักตัวถึง 95 กิโลกรัม ปัจจุบันลดลงเหลือเพี่ยง 84 กิโลกรัม อะไรเป็นสาเหตุให้ เขาหันมาจริงจังกับการลดนําหนักเพื่อสุขภาพ และเขาทําได้อย่างไร เมื่อกลางปี 2550 ที่ผ่านมา ขณะ อ | ศศศาด = ที่ผู้ใหญ่ปกรณ์กําลังนังเรียนอยู่ เขาเกิด อาการหน้ามืด เหงือท่วมตัว คล้ายคน ๐ « ส@= ทะ ย ฆ่ ซ่= กําลังจะเป็นลม จึงได้ขอให้เพื่อนทีเรียน ด้วยกันช่วยพามาส่งทีรถ ในใจคิดว่าจะ ณ”. ๑ 97 «๕ ซ ข= 1 ขับรถกลับบ้านทันที เพราะรู้สึกไม่ไหว แต่ในระหว่างที่เดินลงบันได เขาก็เกิด อาการวูบ จนกระทังเพื่อนๆ ช่วยกันพา ไปส่งโรงพยาบาล ฆ่ =: ฆ เมือถึงโรงพยาบาล คุณหมอได้ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด แล้วพบว่า มหาวิทยาลัยชีวิต ,. , สาเหตุที่เขาเกิดอาการวูบ มาจากภาวะไขมัน ในเส้นเลือดสูง คลอเลสเตอรอลสูง ทําให้เงิมมี ภาวะความดันโลหิตสูง แต่ยังไม่ถึงขันอันตราย คุณหมอได้แนะนําวิธีรับประทานอาหารทิถูก หลักโภชนาการ เพื่อลดไขมัน และคลอเรส » เตอรอล ประกอบกับเวลานัน ผู้ใหญ่ปกรณ์ กําลังเรียนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ร ส ทยธี 6 และต้องทําโครงงาน จึงได้คิดที่จะทําโครงงาน " ะ ซ่=ๆูชะ- ลดนําหนัก” เพื่อสร้างสุขภาพทีดีให้กับตนเอง โดยไม่อดอาหาร ใช้วิธีปรับเปลี่ยนวิธีการรับ ประทานอาหารและออกกําลังกายทดแทน ผู้ใหญ่ปกรณ์ เล่าให้ฟังว่า ตอนทีได้ เป็นผู้ใหญ่บ้านใหม่ๆ ถูกส่งไปเรียนที่วิทยา ลัยการปกครอง โดยมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดว่า จะต้องตืนมาออกกําลังกายทุกวันตอนตี 5 โดย ฆ เซฆซ่ฆ ง ' ส่ มี 10 ท่า ทีเรียกว่า “10 ท่าพญายม” ซึ่งจะเป็น เซฆ่อะฆ ยขย ฆ 4 6 เจ เม ท่าทิใช้ยืดเส้นยืดสายทัวร่างกาย จากนันจะวิง 1 «๓ = ๑ ทยง " 6 เหยาะๆ ผู้ใหญ่ปกรณ์จึงเริมคิดได้ว่า น่าจะนํา สิงที่ได้จากวิทยาลัยการปกครอง มาปรับใช้ใน ซีวิตประจําวันของตัวเอง ควบคู่ไปกับการรับ ประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ตามทิได้ รับคําแนะนําจากคุณหมอ เพราะจะทําให้การ ว: ๓ เซ ลดนําหนักมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้อง อด อาหารและไม่ทําให้สุขภาพแย่ลง จากการทิได้ออกกําลังกายเกือบทุกวัน เมื่อมีโอกาส ทําให้อาการปวดขา ปวดเข่า ที ๓ ซี้ มะ ๑๓ ซ่ แค เม เคยเป็นเรือรังมานานหายไปทันที่ จนทุกวันนี่ 9% ' เฒ ซ่ ฆ ผู้ใหญ่ปกรณ์ไม่มีอาการแบบที่ผ่านมาอีกเลย % ถี นําหนักก็เริมลดลง พุงหายไป โดยเขาบอกว่า ฆ เว ซ 7 สามารถยืนตรงและก้มหน้ามองเห็นปลายเท้า ตัวเองได้ แล้ววิธีออกกําลังกายที่เขาทําเป็น ประจํา คือ ยืดเส้นยืดสาย ประมาณ 15-30 นาที . [ และจากนันก็จะวิงโดยรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 ชัวโมงต่อวัน ในส่วนของการรับประทานอาหาร ผู้ใหญ่ปกรณ์จะลดการรับประทานอาหาร ประเภทแป้ง เครื่องใน กุ้งใหญ่ ไข่แดง แกงกะทิ และอาหารประเภททอดและมัน ทุกชนิด หัน มารับประทานปลาเป็นหลัก เวลารับประทาน อาหารเย็นก็จะรับประทานไม่เกิน 18.00 น. หากมีอาการหิว หลังจากหกโมงเย็น ก็จะดิมนํา และรับประทานผลไม้แทน ผู้ใหญ่ปกรณ์เล่าให้ฟังว่า ตอนทีทํา มายท ว โครงงาน “ลดนําหนัก” ได้ตังเป้าไว้ว่า จะลดนํา หนักให้ได้จาก 95 กิโลกรัม ให้เหลือ 85 กิโลกรัม ส่ 4 «จ่ ลค ว ๓ ยข แต่เมื่อถึงวันที่สรุปจบโครงงาน ซังนําหนักแล้ว ฆ " = เหลือ ประมาณ 84 กิโลกรัม เมือเห็นว่าทําโครง | ๑ ๕ 4 ณ” ๑ฆ๕ งานนีแล้วได้ผล เห็นว่าตัวเองสุขภาพดีขึ้น หาย ฆ ๕” 1 สร ๑ 0 ง(” | เวี่ยนหัว หายปวดเข่า จึงได้ออกกําลังกายเป็น , 5 ประจําเรือยมาจนทุกวันนี่ บทสรูปส่งท้าย ผู้ใหญ่ปกรณ์ ยังให้ข้อ = ซ ซู! ซ่ ย ' คิดดีๆ อีกว่า สาเหตุที่คนอ้วนหลายๆ คนไม่ ยอมลดความอ้วนอาจคิดเหมือนเขาในสมัยก่อน ฆูข |, เฒ เ=- ว ! ณ คืออ้างว่าไม่มีเวลา แต่จริงๆ แล้ว แค่เราเดินขึ้น . ต ขากาโซ บันได แทนการขึนลิฟท์ หรือลุกขึ้นมาขยับแข้ง ล ๒: ตู น 5 ๕2 ขยับขา ยืดเส้นยืดสายทุกวันในที่ทํางาน ก็ถือ เป็นการออกกําลังกายแล้ว แค่สละเวลาวันละ 30 ซ ฆ ๕ เซ ๕ ๐ ๑๑ นาที หรือ 1 ชัวโมง เท่านี่ ก็จะสามารถทําให้ ะ สุขภาพของทุกคนแข็งแรงดีขึ้นได้ 6 เปิดบ้าน น | บ้านหนอบงบัวแปะ - 50 ที่ทําการวิสาหกิจชุมชน บ้าน หนองบัวแปะ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ม้จะอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ถนนหน ทางเออะแคฉะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เป็น อุปสรรคต่อการเดินทางของทีมงานบันทึก เทปนักศึกษาโครงการมหาวิทยาลัยชี่วิต ที่มีจุดหมาย ปลายทางอยู่ที่บ้านหนอง บัวแปะ อ.ยางสีสุราช ๒ จ.มหาสารคาม = 2 การเดินทางในครังนี่ ได้ข้อมูลมาจาก 6 ๕ ๑ฉ๑” . 0 อาจารย์สุรเซษฐ เวชชพิทักษ์ว่า ทีนีมีนักศึกษา มหาวิทยาลัยชีวิตกลุ่มหนึ่ง ร่วมกันทําวิสาหกิจ ชุมชน ผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด โดยใช้หลักวิชาต่างๆ ทิได้ รําเรียนมาเพื่อปรับใช้พัฒนาต่อยอดวิสาหกิจชุมชน มหาวิทยาลัยชีวิตญู , ) 1 : ที่ทําอยู่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมมากขึ้น และได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชน ดีเด่นระดับ ประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2551 จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ะ ขอ่ = = , ๕ ทันทีที่การเดินทางถึงจุดมุ่งหมาย ก็ ได้พบกับผู้นํากลุ่ม วิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ย ชีวภาพจอัดเม็ด ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ชีวิต จํานวน 3 คน คือ คุณสายทอง พันธุวร แกนนําในการทําวิสาหกิจชุมชนปุ๋ยชีวภาพอัด ๕ = ๐ ๑7 เม็ด คุณบุญฤทธิ์ ทํามีด และ คุณจันทร์เพ็ญ ย 4 ซ..- 3 ดวงแก้ว ซึงนอกจากจะเป็นนักศึกษามหา ป จฐิทยาลัยชีวิตด้วยกันแล้ว ทัง 3 คน ยังมีความ ด สธากิโค้ เกียวดองเป็นญาติกันอีกด้วย คุณสายทอง เล่าให้ฟังว่า เมือก่อน ทํางานอยู่ทีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นหัวหน้างานฝ่ายบุคคล แต่เพราะมีใจรักท้อง ถินเป็นทุนเดิม และคิดว่าน่าจะใช้วิชาความรู๊ทิ ได้รําเรียนมาพัฒนาท้องถินของตัวเองได้ พอ เกิดวิกฤติฟองสบู่แตก เมื่อช่วงปี 2542 จึงได้ ย้ายครอบครัวกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวร มา เป็นผู้ประสานงานของโครงการแพลน ซึงเข้า มาสนับสนุนเรืองสถาบันการเงินชุมชน (พัฒนา มาเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนียนในปัจจุบัน) [ ย ส่วนเหตุผลทีคิดจัดตังกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนผลิตปุ๋ยชีวภาพนัน คุณสายทองเล่าต่อว่า เกิดจากการที่โครงการแพลน ได้เคยมาอบรม ๕ เต กทาล" ห ห การผลิตปุ๋ยชีวภาพให้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2543 โดยให้แต่ละชุมชนคัดเลือกตัวแทนชุมชน ๆ ละ 4 ครัวเรือนไปอบรม ครอบครัวของตนก็เป็น ส มญ่ทุมะ ข บบย «๑ หนึ่งในครอบครัวทิได้คัดเลือก ให้เข้าอบรม 5 วัน ย 8 โดยเริมจากการทํานําหมักชีวภาพการทําปุ๋ยแห้ง และหลังจากที่อบรมแล้วจึงกลับมาชวนญาติพี่ น้องลงมือทํา จํานวน 14 ครอบครัว แต่มี ห้นะโซ แช. ววัวั อุปสรรคตรงทีไม่มีเงินทุนมากนัก จึงคิดว่า ใคร ฆมฆ้ะ ๕ ๑ซ่ ร ล ฮฤไะ1 มีขีวัวก็เอามา เงินที่ลงขันก็เอาไปซือรํา ช่วยกัน ทําปุ๋ยกลางถนนในหมู่บ้าน โดยมีวิทยากรของ โครงการแพลนคอยให้คําแนะนํา หลังจากที่ทํา เสร็จแล้วก็จะแบ่งกันไปใส่แปลงนา ซึงก็ได้ผล ๓ฑ..ร่.! มู ซ่ทหะ ง เป็นที่น่าพอใจ แรกๆ ชาวบ้านที่ไม่ได้รวมกลุ่ม ข 1 ฮ่ ง ๓ ด้วยไม่ค่อยเชื่อว่าจะใช้ได้ดี และพูดว่า “มันเป็น สายทอง พันธุวร ๒ : มหาวิทยชาลัยชีวิต จันทร์เพ็ญ ดวงแก้ว ไปไม่ได้หรอก ไม่งันปุ๋ยเคมีเค้าก็เจ็งกันหมด” แต่เมื่อในกลุ่มใช้ไปเรื่อยๆ ชาวบ้านที่ไม่ได้รวม เศถา กลุ่มก็ค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลง โดยสังเกตุ ได้จากแตงที่นิยมปลูกกัน จะมีผลโตและ รสชาติดีกว่าเดิม จนวิทยากรของแพลนได้บอก ให้ลองเขียนไปขอการสนับสนุนงบประมาณ จากโครงการแพลน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุน ด้านการจัดซื้อเครื่องจักรต่าง ๆ ในการผลิตปุ๋ย ส่วนโรงเงื่อนผลิตปุ๋ยได้ขอบริจาคไม้จากวัดบ้าง จากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกบ้าง ซื้อบ้าง จน สร้างเสร็จได้ภายใน 2 วัน ถึงแม้ระหว่างการดําเนินการจะมีการ ทะเลาะเบาะแจ้งกันบ้างในหมู่ชาวบ้านด้วยกัน แต่ในท้ายที่สุด เมื่อทุกอย่างเห็นออกมาเป็นรูป เป็นร่าง ทุกคนก็ให้ความเชื่อถือไว้วางใจและ ให้การยอมรับในที่สุด แต่การทํางานสังคม ต้องอาศัยคนที่มีจิตสาธารณะจริงๆ หลายๆ ครอบครัวที่มาทํางานตรงนี้ มีปัญหาเมื่อสามี มาทํางาน ภรรยาไม่เข้าใจ จึงต้องเอาภรรยามา อบรมด้วย เมื่อมีการจัดอบรม สําหรับครอบ ฒ” เฆ ม ครัวของคุณสายทองเอง ไม่มีปัญหา เพราะได้ อ ล ซ่ ม ทําความเข้าใจกับสามีและลูก เรืองภายในบ้าน ก็ไม่ให้ขาด คุณสายทองบอกว่า เป็นคนโชคดี | ย ที่มีลูก 2 คน และลูกทังสองก็เป็นคนว่านอน สอนง่าย ไม่นอกลุ่นอกทาง คุณสายทองนัน ยังมีอาชีพทํานาด้วย เซฆ่ ฆูยบข่ = ฆ ๕ท เ= แต่เมื่อมาเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ไม่คิด ที่จะทํานาให้มากเกินกําลัง ทําตามศักยภาพ คิดว่าทําได้ 4 ไร่ ก็ทําแค่นัน เพราะต้องให้เวลา กับชุมชน จึงต้องมีการวางแผนชีวิตว่าจะ 4 , , ฆ่= , เด % จัดการอย่างไรกับเวลาทีมีอยู่โดยไม่ให้ขาดตก บกพร่องทังเรื่องงานและเรืองครอบครัว บาง ะ ครั้งในการไปอบรมสัมมนาถ้าไปไม่ได้ ก็จะ ส่งตัวแทนไป 2 0 นอกจากนี่ในเรื่องผู้สูงอายุในชุมชน คุณสายทองบอกว่า แรกๆ ไม่ได้มองถึง ศักยภาพของผู้สูงอายุในหมู่บ้านเลย จนได้เข้า -. = «๓ ซ= ซ = มาเรียนรู้ในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนถึง ความสัมพันธ์ของคนสามวัย เพราะเมือก่อน เคยประสบปัญหาว่า เมื่อไปอบรมด้านการ บุญฤทธิ์ ทํามืด กระบวนการผลิตปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพ มหาวิทยาลัยธีวิต , เกษตรมา หลายครอบครัว ภรรยา หรือว่าพ่อ แม่ เดม ๐ ๓” ไรซ ซ่ ฆฯ จะไม่ให้ทํา หลังจากนัน เมือมีการอบรมอะไร ะ : แต่ละครั้ง จะให้ผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจ ของแต่ละครอบครัวไปอบรม เช่นถ้าเป็นด้าน การเกษตรก็ให้คนที่มีสามารถตัดสินใจเรื่อง ะ การเกษตรในครอบครัวนันไปอบรมแทน เรงิม เอาคนแก่เข้าไปรับการอบรม จนในที่สุดได้เกิด โครงการบํานาญชาวนา โครงการเกษตรพอเพียง เพราะคนแก่มีภูมิปัญญาด้านการเกษตรหลาย ซม 2 วห.ช์ อตร๐5 ด้าน เช่น ด้านการเพาะพันธุ์ไม้ เป็นต้น " คุณสายทองยังบอกอีกว่า ก่อนนัน ไม่ เข้าใจว่า วิสาหกิจชุมชนคืออะไร จนเมื่อปี 2549 ได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิต ได้เรียนวิชา การบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน วิชาหลัก ฐิสาหกิจชุมชน ถึงได้เข้าใจว่า วิสาหกิจชุมชน ข่ มู2 ระด ร์ตรทร เป็นเรืองของการจัดการชีวิต เป็นเรืองของการ ง มหาวิทยาลัยชชีวิต เป็นเรืองของตัวเอง - ฮ่ อ วิสาหกิจชุมชนเป็นการเชซือมโยงคน เชซือมโยง จัดการทุนในชุมชน ความรู้ เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน กิจกรรมทุกอย่างที่ทํา ต้องเกื้อกูลเกื้อหนุนซึ่ง กันและกัน ถึงจะเรียกว่าเป็น “วิสาหกิจชุมชน” หลังจากที่ทั้งคุณสายทอง คุณบุญฤทธิ์ และคุณจันทร์เพ็ญ ได้เรียนในโครงการมหา วิทยาลัยชีวิตมาสักระยะหนึ่ง ผู้คนรอบข้างเริ่ม เห็นการเปลี่ยนแปลงของทั้ง 3 คน เริ่มรู้จักการ จัดการความคิด การพัฒนาตนเอง ซึ่ง ในตอน ท้ายของการสนทนา คุณบุญฤทธิ์ บอกว่า “ได้ ทําโครงงานในวิชาสปซ.2 ทําให้รู้จักวิเคราะห์ ตัวเอง และปรับปรุงแก้ไขจุดด้อย ของตัวเอง รู้จักฝึกฝนตนเอง คิดว่าสิงที่ได้เรียนมาใน โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ทําให้รู้จักคุณค่า ของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทําให้รู้ว่า สองนักศึกษามหาวิทยาลัย ชีวิตทําหน้าที่บรรยายให้ ความรู้กับบุคคลที่สนใจ สังคมยังต้องการกําลังเสริมในการช่วยขับ เคลื่อน คิดว่ามหาวิทยาลัยชีวิตเป็นที่พึ่ง สุดท้ายในการทํางานเพื่อสังคม ในการที่จะเอา ความคิดของครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ได้แนว คิดของการพัฒนาแบบยังยืน ไม่ใช่คิดแบบแก้ ปัญหาไปวันๆ เป็นการวางรูปแบบ การวางราก ฐานชีวิตของตนเอง ไม่เป็นไปตามกระแสโลก ทุนนิยม ทุนนิยมไม่ใช่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อมากกว่า การที่ได้มา เรียนทําให้รู้จักตัวเอง รู้จักวิเคราะห์ว่าสิงไหน ถูกสิ่งไหนผิด จากการจิเคราะห์แล้วมาลอง ปุ๋ย ชีวภาพ อะ» : โธ ปฏิบัติดู ทําให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เกิดคุณ ค่า เพราะการจะทําอะไรก็ตามหากทําด้วยความ ๕1 1..%2 ๐ ซ่ ๑ชู ซ่ ทซู..เ5. ตั้งใจมุ่งมัน ทําเพื่อให้คนอืนได้เรียนรู้กับเวา ซ 9/ ซ ๑ ซ 2/, 9 เราก็ต้องเตรียมตัวเอง เตรียมข้อมูลแล้ว พยายามเอาแนวคิดพูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ พ่อๆ มันก็จะเกิดคุณค่าในการสนทนา พูดคุยในทาง ย ม ชั ไดซื้อกรรักเคหมประ สร้างสรร ทุกจันนีคิดว่า ถึงแม้ว่าไม่ได้รํารวย แต่ก็สามารถอยู่รอดในสังคมได้ ไม่ว่าโลกจะ ม ฆา ” ธารร เปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ทังหมดได้แนวคิดมา จากวิชาการพัฒนาที่ยังยืน เพราะว่ามีตัวซีวัด 1๐!. ร รวั 1,๕วี. ' อยู่อย่างหนึ่งคือหนี้สินไม่เพิม และสามารถอยู่ ๑4 ซั๑ 9 ล ซ ๑ 4จ . ง กับหนีสินได้อย่างมีความสุข ทําให้รู้ว่าก่อนจะ ๐ 2/ 2๐๑ =@ = ส 9 ซ ซ ทําอะไรต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ก่อน ต้องมีเหตุมี ผลเสมอไม่ว่าจะทําอะไรก็ตาม” (@) มหาวิทยาลัชชีวิต “% ๕มยูซ่ « ๕ ฆ ๕ ใ ครๆก็คุ้นซื้อ ประยงค์ รณรงค์ หรือ “ลุงยงค์” เพราะผู้ใหญ่ใจดีคนนี่เคยได้รับราง วัลแมกไซไซ สออ . ลง เมื่อปี 2547 สาขาผู้นําชุมชนเป็น รางวัลของคน ทํางานด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ ลุงยงค์นําชุมชนไม้ เรียงจากชนบทที่แทบจะล่มสลายกลายมาเป็นชุมชนที เพ ๑๕ซี่ เร = ส.๑«เม้ๆ ย เข้มแข็ง แต่กว่าที่ชุมชนไม้เรียงจะเดินทางมาถึงวันนีได้ ลุงยงค์ บอกว่าต้องผ่านการลองผิดลองถูกภายใต้จํากัด วี่อ๑ «ซี ท ว ความที่ว่า “เรียนในสิงทีต้องทําและทําใน สิงทีต้อง มน| มัเรียง. ๑๑(ไปแบบวิสาหถิงเมเน ประยงค์ รณรงค์ เรียน” และพัฒนาปรับเปลี่ยนเป็น “เรียนในสิง "ง0 งอี่๓๓๑ ที่ต้องรู้และเรียนในสิงที่ควรรู้” จนกลายมา เป็นปรัชญาทีชุมชนยืดถือและนํามากําหนด ซ่ ญ่ ะ ล ซ๊ เป็นแนวทางทิ่ถูกต้องในการสร้างความเข้มแข็ง เซ ๑ูช<. ขซ ๑6 ซ้ อย่างยังยื่นให้กับชุมชนของไม้เรียงได้ในทุกวันนี่ งู่ ๕ |! ฆ่ “ผมเชซือมันว่าเราสามารถที่จะเรียนรู้ ได้ตลอดทั้งชีวิต รู้ได้ทุกเรื่องทีอยากรู้ ฆ่ =ฆ ' เพราะมีทิให้เราได้เรียนรู้ได้เยอะแยขะไม่ จําเพาะเจาะจงลงไปแค่ในสถาบันการศึกษา พูดง่ายๆ ก็คือการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ชีวิต นันเองและผมคิดว่าชาวบ้านทัว ประเทศถ้ารู้เพียงแคบๆ หรือลึกลงไปใน ฆ่ ฆ่ =% =ฆ 1 ฆ ฆ 1 เรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียวบางทีก็ไม่ สามารถเอาตัวรอดได้” ที่ผ่านมาได้เรียนรู้นอกระบบผ่านการ 2 ทดสอบมาแล้วในหลายเรื่อง พบว่าในบางเรื่อง ยางพาราผลผลิตที่สําคัญของชาวไม้เรียง แม้ไม่เข้าไปศึกษาในสถาบันก็สามารถเรียนวู้ได้ ดีพอสมควรหากมีการวิเคราะห์จดบันทึกและนํามาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและขยายผลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะล้มเหลงหรือประสบความสําเร็จบทสรุปของมันก็คือ “ความรู้” ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง “แผนแม่บทการพัฒนายางพารา” ที่ตนและพรรคพรกช่วยกันทํา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 จนกลายเป็นนโยบายรัฐบาลได้นั้นก็ผ่านการเรียนรู้ การทดลอง ผ่าน ความล้ม เหลวมาแล้ว กว่าจะประสบความสําเร็จในวันนี้ นอกจากนั้นลุงยงค์ยังได้นําประสบการณ์ที่ตัวเอง เคยผ่านมาจัดตั้งเป็น “ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนไม้เรียง”เพื่อให้ซาวบ้านทุกคนได้รู้ในสิ่งที่เขาต้องการ จะรู้และต้องการให้รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา แต่เป็นสถานที่ให้ทุก คนมาเรียนรู้ในเรื่องที่อยากรู้ ไม่จํากัดว่าจะต้องเป็นความรู้แบบไหน ทั้งในส่วนของวิชาการ ความ รู้พื้นบ้าน ความรู้จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอื่นๆ อีกมากมายสารพัดอัน เป็นที่มาของคําว่า “แผนแม่บทชุมชน” การรณรงค์และเผยแพร่แนวความคิดวิสาหกิจชุมชน ของลุงยงค์ทีพร้อมให้ความรู้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ลุงยงค์ขยายความ แผนแม่บทชุมชน ให้ฟังว่าแผนแม่บทชุมชนไม่ได้เป็นอะไรงที่เป็น รูปแบบเฉพาะตายตัวว่าต้องทําอย่างนั้น อย่าง นี้ก่อนตามลําดับ แท้ที่จริงมันเป็นเพียงแค่ เครื่องมืออย่างหนึ่งหรือแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ รวบรวมและดิงดูดให้คนในชุมชนมาร่วมกันคิด ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นใน ชุมชนของตัวเองด้วยกัน เพราะอยู่ๆ จะไปบอก จ่าให้ทุกคนมาเรียนอันนั้น มาเรียนอันนี้ด้วยกัน เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครมาหรอกเพราะทุกคนต่าง คิดว่าตัวเองรู้ ตัวเองเก่งอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ราคายางตกต่า จะทําอย่างไรให้อยู่รอด บางคนก็เสนอทางออก ให้ บางคนก็นั่งฟัง เมื่อการพูดคุยแลกเปลี่ยน ดําเนินการไปจนถึงระดับหนึ่งข้อสรุปก็จะออก มาเลงว่า เมื่อราคายางตกตําเราจะทนฝากซี่วิต ไว้กับยางพาราอย่างไรมันต้องทําอย่างอื่น ประกอบกันไปด้วยไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเป็ด มั ง ฆ้ ฆ ฆ่ ซ่ เลียงไก่ เลี้ยงปลา ปลูกพีชผลอื่นๆ ที่สามารถ : นํามากินมาใช้หรือถ้าเหลือหน่อยก็เอาไปขาย | นําเงินมาทดแทนต้นทุนที่มันหายไปจากราคา ยางทีตกตํา “หัวใจของการทําแผนแม่บทชุมชน ก็คือการร่วมกันคิดร่วมกันทํา ร่วมกัน @ มหาวิทชาลัยชีวิต = ฆ่ 7 วิเคราะห์ปัญหาในทุกๆ เรืองโดยตัวของชาว เติ ' ง ว ซ 9 บ้านในแต่ละชุมชนเอง ซึ่งตรงนีจะเห็น ได้ ว่าแผนแม่บทชุมชนแต่ละแห่งจะออกมา ไม่เหมือนกันเพราะแต่ละชุมชนจะมีปัญหา ฆ่ท! ฆ 7 ที่ไม่เหมือนกัน” สําหรับวิธีการทําแผนแม่บทดังกล่าว ทางชุมชนไม้เรียงของเราได้ใช้เป็นเครื่องมือใน การแก้ไขปัญหาต่างๆ มาอย่างยาวนานนับตัง แต่ปี 2535 เป็นต้นมา ในตอนแรกชาวบ้าน ยัง ไม่เห็นประโยชน์ของการพูดคุย แต่เมื่อผ่านการ อ คุยกันหลายครังได้ข้อสรุปหลายอย่างแนะนํา ร ต ไปสู่การปฏิบัติจริงซึ่งมีทังที่ได้ผลและไม่ได้ผล แอทอ๓ารรทันโป้อหลซีคซีอายชีอติอลอโรอต รชี่ อันไหนทียังไม่ได้ผลก็มาเริมทําใหม่ซําๆ เปลี่ยน รูปแบบไปเรือยๆ ในทิสุดปัญหาต่างๆ ก็จะหมด ไปเอง 9 ฆ่ฆ 1! “ผมและชาวบ้านที่นี่เชื่อว่าทุก ปัญหามันมีทางแก้ไข เพียงแต่ว่าเราจะสู้ จรว้า ว ๓ สธะ | กับมันมากน้อยแค่ไหน จะมีวิธีการอย่างไร ฆํ่ ๕7 ในการที่จะเรียนรู้และเอาชนะมันให้ได้และ เชื่อว่าแผนแม่บทชุมชนจะเป็นทางออกใน หนังสือเผยแพร่แนวความคิดการดําเนินการของ วิสาหกิจชุมชนไม้เรียงที่เป็นต้นแบบให้กับชุมชนอีก หลายแห่งทัวประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนต่างๆ ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี” จพ ลุงยงค์บอกว่าถือเป็นเรืองทีดีที่ในที่สุด ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ ให้การยอมรับและเชือมันเหมือนกับชาวบ้านไม้ เรียงทุกคนว่าการทําแผนแม่บทชุมชนคือการ ะ ซะ กาน์ต นั ซู 2 สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง ส5 @ ๑ เว ข่ ย จนถึงขันมีการกําหนดให้มีการระดมเครื่องไม้ ซ่ ฆ , ว เว เว ' เครื่องมือมาร่วมสนับสนุนให้ชาวบ้าน ในแต่ละ ชุมชนจัดทําแผนแม่บทชุมชนของตัวเองออกมา เซ ให้เสร็จภายใน 3 ปี เรืองตังแต่ปี 2546-2548 ภายหลังจากที่แต่ละชุมชนมีแผนแม่บทกันแล้ว เลอน ตรงนีเป็นเสมือนเข็มทิศชีนํา แค่นันยังไม่พอสิงที่จะเข้ามาช่วยเสริม ให้แผนแม่บทชุมชนดังกล่าวเกิดความเข้มแข็ง และนําไปสู่ความยังยื่นอย่างแท้จริงได้ แผนดัง กล่าวจะต้องสอดรับกับการจัดทําแผน “วิสาห กิจชุมชน” ฟังดูอาจจะงงแต่ความจริงแล้วเป็น "ลา อ ' เรืองที่ชาวบ้านทุกคนต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี น เพราะเนื่อแท้ของคําว่าวิสาหกิจชุมชนคือการ เรียนรู้ การพึงตนเอง และการจัดการทรัพยากร ที่ตัวเองมือยู่ ให้เป็นระบบ มีเป้าหมายไม่ใช่กิน ไปใช้ไปโดยไม่คิดอะไรแบบที่ผ่านมา ๑, ร3 ซฆ 1 เราต้องศึกษาลงไปในรายละเอียดว่า ๑7 ซ่= , ย =ฆซ่ ร ทรัพยากรที่มือยู่ประกอบไปด้วยอะไร มีพีชอยู่ กีชนิด อะไรที่กินได้ อะไรที่กินไม่ได้ จะใช้ ประโยชน์จากตรงไหนได้ ในแต่ละเดือนเอาเงิน ไปซืออะไรมาบ้างแล้วมันจําเป็นแค่ไหน จาก พ ซ้ "“ นันก็มาดูว่าไอ้พวกที่ซื้อๆ มานีเราสามารถทํากิน อ ทําเองได้ไหม จําพวกยาสีฟัน ยาสระผม นํายา ล้างจาน หรืออะไรอืนๆ อีกมากมายสารพัด ลุงยงค์บอกต่ออีกว่าจากนันก็มาดูว่า 0 กกลย ร ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่เราสามารถนํามาแปรรูป เป็นสินค้าเพื่อใช้อยู่ใช้กินได้มากน้อยแค่ไหน และก็มาซึงขบวนการผลิตที่อาจจะมาจากการ ทดลองทํา ทดลองประดิษฐ์ เลียนแบบหรือไม่ก็ ๑= บย ' ฆ่ ทะ ข ๕๐ คิดค้นสูตรใหม่ๆ ออกมา เมื่อได้มาแล้วก็นํามา ใช้กัน หากเหลือกินเหลือใช้ก็นําไปขาย “ตรงนีสําคัญมากเพราะหากเราคิด @ ต ๑ .เญ่ ๑ ซ| ' ง เต่ต้นว่าจะผลิตเพื่อขายมันก็จะเป็นแค่ แ รกิจชุมชนไม่ใช่วิสาหกิจชุมชน หัวใจของ ๐๑5 โ%@ คําว่าวิสาหกิจชุมชนมันอยู่ตรงนี้แหละไม่ใช่ เป็นการทําธุรกิจเพื่อกําไรสูงสุดแล้วนํามา แบ่งปันกัน แต่เป็นการเชื่อมโยงทุกส่วนใน ชุมชนมาจัดการร่วมกันเพื่อให้เกิดการพึ่ง พาอาศัยและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ป้อง กันปัญหาในอนาคตและร่วมกันพัฒนาใน สิ่งดีๆที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ประโยชน์ร่วม กัน” นั้นคือแนวคิดของ ลุงยงค์ กับการนํา ชุมชนไม้เรียงสู่วิสาหกิจชุมชน วันนี้ที่นั่นพี่น้อง ประชาชนเขาลืมตาอ้าปากได้ สังคมเขาเข้มแข็ง ถือเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ขึ้นชั้นต้นแบบของ ประเทศได้สบายๆ (9 มหาวิทยาลัยชีวิต, , ข้อมูลศูนย์เรียนธิ เป็นภาพศูนย์เรียนรู้ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช (ใช้อาคารเรียนเก่า) ายเื่อและสถานที่ติตต่อผู้ประสานงานรังหวัดและพผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพือการพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตวารินชําราบ เลขที่ 208 ถ.อุปราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบล ราชธานี 34000 เบอร์โทรศัพท์ 045-283-883 ผู้อํานวยการศูนย์นายประวี วะลิวงศ์ 089-948-5084 ผู้ประสานงานจังหวัดนายสู่ริยา ธิศาเวช 089-849-8089 จํานวนนักศึกษา 45 คน 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแหลมงอบ สถานีตํารวจภูธรบ้านท่าเลือน ต.ชําราก อ.เมือง จ.ตราด 23000 ผู้อํานวยการศูนย์ พ.ต.ท.สมยา ด้วงเล็ก 086-511-8966 ผู้ประสานงานจังหวัด พ.ต.ท.สมยา ด้วงเล็ก จํานวนนักศึกษา 63 คน 3).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองสมุทรสงคราม ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด สมุทรสงคราม ม.1 ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เบอร์โทรศัพท์ 034-715-485 ผู้อํานวย การศูนย์ นายนิธิพงศ์ ดวงมุกสิก 081-921-0176 ผู้ประสานงานจังหวัด คุณอุษา เทียนทอง 081- 806-8846 จํานวนนักศึกษา 74 คน 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองสุราษฎร์ธานี ตึกอบจ.สุราษฎร์ธานี ถ.ดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 เบอร์โทรศัพท์ 077-204-174 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสมพร คงทอง กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม 081-607-0696 ผู้ประสานงานจังหวัด คุณธีรวัฒน์ รัตนกุล 089-729-3498 จํานวนนักศึกษา 63 คน 5).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสันติสุข วัดโป่งคํา อ.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน 55210 ผู้อํานวย การศูนย์พระครูสุจิณนันทกิจ(สมคิด จรณธมโม) 081-750-1484 ผู้ประสานงานจังหวัด คุณมนตรี สามไชย 081-386-8091 จํานวนนักศึกษา 56 คน ๕ซ ฆ = ๑ ฆ= ฆ= ฆ ' ' ๑” ซ่ เซ 6).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโรงเรียนบ้านทุ่งสามแท่นลานสัก เลขที่ 53 ม.9 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 61160 ผู้อํานวยการศูนย์ นายจิณณาวัฒน์ โคมบัว 081-886-8964 ผู้ประสาน งานจังหวัด นายจิณณาวัฒน์ โคมบัว จํานวนนักศึกษา 48 คน 7).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพญาเม็งราย องค์การบริหารส่วนตําบลเม็งราย 247 ม.1 ต.เม็ง ราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย 57290 เบอร์โทรศัพท์ 053-799-004 ผู้อํานวยการศูนย์ นางสุนีย์ โซติธรรมธารา 081-950-4581 ผู้ประสานงานจังหวัด คุณณัฐวุฒิ สักทอง 081-885-1994 จํานวน นักศึกษา 46 คน 8).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตอําเภอเมือง โรงเรียนสิทธิชนคอมพิวเตอร์ เลขที่27|25 ถ.มีโซคชัย ต. ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000เบอร์โทรศัพท์043-511-199 ผู้อํานวยการศูนย์ นายถวิล คงศรี รอด 081-661-9761 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณสมคิด วงศ์พิพันธุ์ 081-873-5908 จํานวนนักศึกษา 15 คน 9).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเสลภูมิ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอเสลภูมิ ม.11 ต.ขวัญเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45120 เบอร์โทรศัพท์ 043-533-176 ผู้อํานวยการศูนย์ นายนิคม บูระพันธ์ 084-428-9561 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณสมคิด วงศ์พิพันธุ์ 081-873-5908 จํานวนนัก ศึกษา 36 คน 10).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปทุมรัตต์ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอปทุมรัตต์ ม.9 ต.บัวแดง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด 45190 เบอร์โทรศัพท์ 043.587-124 ผู้อํานวยการศูนย์นาย ภูมิสิทธิ์ ใโพธิ์แสง 085-750-7891 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณสมคิด วงศ์พิพันธุ์ 081-873-5908 จํานวน นักศึกษา 67 คน 11).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจังหาร เลขที่ 56 ม.5 ต.จังหาร อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด 45270 ผู้ อํานวยการศูนย์ นายสุพรรณ พรรณเกตุ 083-385-0533 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณสมคิด จงศ์พิ พันธุ์ 081-873-5908 จํานวนนักศึกษา 41 คน 12.ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจตุพักตรฯ-เกษตรพิสัย ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อําเภอจตุพักตรพิมาน อ.จตุพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด 45180 ผู้อํานวยการศูนย์ อ.สุรัตน์ จิภักดิ์ 081-954-4848 ผู้ประสานงานจังหวัด คุณสมคิด วงศ์พิพันธุ์ 081-873-5908 จํานวนนักศึกษา 63 คน 19). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตธวัชบุรี ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอธวัชบุรี ขิ: ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด 45170 เบอร์โทรศัพท์ 043-569-100 ผู้อํานวยการศูนย์ นางสมพิศ ตลับนาค ผู้ประสานงานจังหวัด คุณสมคิด วงศ์พิพันธุ์ 081-873-5908 จํานวนนักศึกษา 62 คน 14).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตดอยสะเก็ด โรงเรียนบ้านร่องขุ่นเดิม ม.10 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ 50130 เบอร์โทรศัพท์ 053.868-157 ผู้อํานวยการศูนย์ นายณรงค์ สมณะ 089-850-6091 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณศรีเพ็ญ ชัยอกรรจ์ 081-960-1743 จํานวนนักศึกษา 89 คน 15) ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแม่ออน เลขที่ 123 ม.9 ต.ออนกลาง กิ่งอ. แม่ออน จ.เชียงใหม่ 50130 เบอร์โทรศัพท์ 053-859-9494 ผู้อํานวยการศูนย์ นายหทนัน ภิวงศ์งาม 089-835-0813 ผู้ประสาน งานจังหวัด คุณศรีเพ็ญ ชัยอกรรจ์ 081-960-1743 จํานวนนักศึกษา 47 คน 16).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเชียงดาว องค์การบริหารส่วนตําบลปิงโค้ง ม.5 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50170 เบอร์โทรศัพท์ 053-455-763 ผู้อํานวยการศูนย์ นายบุญเลิศ พงศ์ ปรง 081-386-9963 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณศรีเพ็ญ ชัยฉกรรจ์ 081-960-1743 จํานวนนักศึกษา 54 คน 17). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพร้าว องค์การบริหารส่วนตําบลแม่แวน ต.แม่แวน อ.พร้าว ๆ. เชียงใหม่ 50190 เบอร์โทรศัพท์ 053-474-295 ผู้อํานวยการศูนย์นายมานพ จันจรมานิตย์ 081- 951-5304 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณศรีเพ็ญ ชัยอกรรจ์ 081-960-1743 จํานวนนักศึกษา 47 คน 18). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแม่วาง เลขที่ 57 ม.5 ต.แม่กวาด อ.แม่วาง จ. เชียงใหม่ 50360 ผู้อํานวยการศูนย์ ฆ์ นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล 081-882-6864 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณศรีเพ็ญ ชัยฉกรรจ์ 081-960-1743 จํานวนนักศึกษา 25 คน 19).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเชียงคํา-ภูซาง เลขที่ 215 ถ.พิศาล .ต.เชียงแรง กิงอ.ภูซาง จ.พะเยา 56110 เบอร์โทรศัพท์ 054-401-216 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวีรพงศ์ รวมสุข 081-984-2719 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณมุกดา อินต๊ะสาร 081-883-1844 จํานวนนักศึกษา 43 คน 20). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตดอกคําใต้-ศรีวิราช โรงเรียนศรีวิราชพณิชยการเทคโนโลยี เลข ที่ 175 ม.3 ถ.พะเยา-เชียงคํา ต.ดอกคําใต้ อ.เชียงคํา จ.พะเยา 56120 เบอร์โทรศัพท์ 054-491-081 ผู้อํานวยการศูนย์ นายอุทิศ วิไลแก้ว 081-881-3054 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณมุกดา อินต๊ะสาร 081-883-1844 จํานวนนักศึกษา 39 คน ซ= ม = ๑7 ๐ เว 1 ฆ ๐9 ๑% 21).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตดอกคําใต้-รวมน่าใจ เลขที 182 ม.5 ต.บ้านปืน อ.ดอกคําใต้ จ.พะเยา 56120 เบอร์โทรศัพท์ 054-457-095 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสังวร อินต๊ะสาร 081-881-5599 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณมุกดา อินต๊ะสาร 081-883-1844 จํานวนนักศึกษา 40 คน 22).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปง เทศบาลตําบลจงิม อ.ปง จ.พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ 054-448-319 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสมบูรณ์วิชัย 054.448.319 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณมุกดา อินต๊ะสาร 081-883-1844 จํานวนนักศึกษา 46 คน 23).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปากพนัง ที่อยู่ 175/1 บ้านบางทวด ต.ปากพนังฝังตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 80140 เบอร์โทรศัพท์ 075-370-816 ผู้อํานวยการศูนย์ นายดํารง โยธารัตน์ ผู้ประสานงานจังหวัดคุณเบญจรัตน์ ศรีเทพ 081-790-5145 จํานวนนักศึกษา 82 คน 22).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมือง โรงเรียนขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา 30280 ผู้อํานวยการศูนย์ นายประเส่ริฐ ศิลปะ 081-790-5145 ผู้ประสานงานจังหวัด นายประเสวิฐ ศิลปะ 081-790-5145 จํานวนนักศึกษา 82 คน 25).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตขามทะเลสอ โรงเรียนขามทะเลสอ อ.ทะเลสอ จ.นคร ราชสีมา 30280 เบอร์โทรศัพท์ 044-333-489 ,044-397-229 ผู้อํานวยการศูนย์ นางสุดสวาท สนจุ มภะ 081-879-8848 ผู้ประสานงานจังหวัด นายประเสริฐ ศิลปะ 081-790-5145 จํานวนนักศึกษา 82 คน 26).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตประทาย โรงเรียนประทาย เลขที่ 230 ม.13 ต.ประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา 30190 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ประศาสตร์ เสาไธสง 081-876-2810 ผู้ประสานงานจังหวัด นายประเสริฐ ศิลปะ 081-790-5145 จํานวนนักศึกษา 128 คน 27).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยโชคชัย เลขที่ 262 ม.3 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นคร ราชสีมา 30190 ผู้อํานวยการศูนย์นายศักดา คืมกระโทก 081-074-5972 ผู้ประสานงานจังหวัด นายประเสริฐ ศิลปะ 081-790-5145 จํานวนนักศึกษา 198 คน 28).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองลําปาง เลขที่ 145 ม.2 บ้านฟ่อน ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลําปาง 52100 ผู้อํานวยการศูนย์นายกล้าหาญ ไชยบัว แก้ว 089-999-4041 ผู้ประสานงานจังหวัดนาย สุพรรณ อินผูก 081-724-3895 จํานวนนักศึกษา 75 คน 29).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโคก ศรีสุพรรณ โรงเรียนบ้านเหล่าโพนค้อเหล่า วขน7 “" ภาพศูนย์เรียนรู้วัดโป่งคํา อ.สันติสุข จ.น่าน (เรียนที่ศาลาวัด) ราษฎร์วิทยา อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร 47280 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวินิจ พรหมสาขา ณ สกลนคร 081-262-9313 ผู้ประสานงานจังหวัด นาย ฆ่ สุพัฒน์ 1 ไพใหล 086.223-6077 จํานวนนักศึกษา 98 คน 30).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองสกลนคร โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล อ.เมือง จ.สกล นคร 47000 เบอร์โทรศัพท์ 042:711-788 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวีระชาติ ภิญโญทรัพย์ 087-955- 7672 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสุพัฒน์ ไพใหล 086-223-6077 จํานวนนักศึกษา 50 คน 31).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโพนนาแก้ว โรง เรียนบ้านแป้นสามัคคีราษฎร์บํารุง ต.บ้านแป้น อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร 47230 เบอร์โทรศัพท์ 042-756-336 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสํารอง เภา โพธิ์ 086-244-2280 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสุพัฒน์ 1 ไพใหล 086.223-6077 จํานวนนักศึกษา 51 คน เค 32).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสว่างดินแดน โรงเรียนอนุบาลสว่างแดนดิน เลขที่ 1010 ม.11 ระ ถ.ภูมิภักดี ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 47110 ผู้อํานวยการศูนย์นายบรรจง ไชย เชษฐ์ เบอร์โทรศัพท์ 042-721-080 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสุพัฒน์ 1ไพใหล 086-223-6077 จํานวน นักศึกษา 60 คน 33) ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตภูพาน ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอภูพาน เลข ที่ 279 ม.15 อ.ภูพาน จ.สกลนคร 47180 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสมบูรณ์ มีระหงษ์ 081-053-3990 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสุพัฒน์ 1 ไพใหล 086223-6077 จํานวนนักศึกษา 50 คน 34).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตอากาศอํานวย ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอ อากาศอํานวย อ.อากาศอํานวย จ.สกลนคร 47170 ผู้อํานวยการศูนย์นายสุรศักดิ์ นาคุดม 081- 380-2594 ผู้ประสานงานจังหวัดนายสุพัฒน์ ไพใหล 086.223-6077 จํานวนนักศึกษา 53 คน 35). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนองเรือ โรงเรียนสาวะถีพิทยาสรรพ์ ติ. สาวะภี อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 ผู้อํานวยการศูนย์นายราชิต จงษ์ชมพู 087-220-1031 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสงคราม เมืองมนตรี 081-873-1731 จํานวนนักศึกษา 44 คน 36)» ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตกระ นวน โรงเรียนชุมชนกระนวน ถ.กระนจน-ยางตลาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น 40170 ผู้อํานวยการศูนย์นายสมคิด โพธิ์ศรี 086-861-2714 ผู้ประสานงาน จังหวัด นายสงคราม เมืองมนตรี 081-873-1731 จํานวนนักศึกษา 84 คน 870 ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตภูเวียง โรงเรียนบ้านมคร่นุ่น ติ. กุดขอนแก่น อ. ภูเวียง จ.ขอนแก่น 10150 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสํารอง คํามี 089-622-4116 ผู้ประสานงานจังหวัด นายสงคราม เมืองมนตรี 081-873-1731 จํานวนนักศึกษา 54 คน 38).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแวงน้อย เลขที่ 166 ม.1 ต.ก้านเหลือง อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น 40230 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ประพจน์ ตรีเนตร 081-954-7002 ผู้ประสานงานจังหวัด นาย สงคราม เมืองมนตรี 081-873-1731 จํานวนนักศึกษา 46 คน 39).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตทรายมูล โรงเรียนทรายมูลวิทยา อ.ทรายมูล จ.ยโสธร 35170 เบอร์โทรศัพท์ 045-787-014 ผู้อํานวยการศูนย์ นายชัชวาล แก้วแสน 081-064-5426 ผู้ประสาน งานจังหวัดนายมงคล แสงพล 086-878-6962 จํานวนนักศึกษา 38 คน 40). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตคําเขื่อนแก้ว โรงเรียนอนุบาลลุมพุก (วันครู 2503) ฏ. แจ้งสนิท อ.คําเขือนแก้ว จ.ยโสธร 35110 เบอร์โทรศัพท์ 045-790-074 ผู้อํานวยการศูนย์นายสมเพศ คาม ใส 081-878-2063 ผู้ประสานงานจังหวัดนายมงคล แสงพล 086-878-6962 'จํานวนนักศึกษา 33 คน 41).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตมหาชนะชัย โรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม ถ.มหา- พนมไพร ต. ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร 35130 เบอร์โทรศัพท์ 045-799-097 ผู้อํานวยการศูนย์นาย พงษ์ศักดิ์ ศรีอักษร 086-812-8099 ผู้ประสานงานจังหวัดนายมงคล แสงพล 086-878-6962 จํานวน นักศึกษา 51 คน 42). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตค้อวัง โรงเรียนกุดน้้าใส บ้ บ้านยกน้อย อ.ค้อวัง จ.ยโสธร 35150 เบอร์โทรศัพท์ 045-738-356 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสมบูรณ์ หล้าแหล่ง 086-264-4031 ผู้ประสาน งานจังหวัดนายมงคล แสงพล 086-878-6962 จํานวนนักศึกษา 32 คน 43).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตป่าติ้ว โรงเรียนบ้านโพธิ์ไทนโพธิ์ศรี ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร 35150 เบอร์โทรศัพท์ 045-795-064 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวรชัย บุตรสิงห์ 081-725-9797,081- 790-7116 ผู้ประสานงานจังหวัดนายมงคล แสงพล 086-878-6962 จํานวนนักศึกษา 36 คน 40).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตภูเรือ โรงเรียนบ้านร่องจิก ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย 42160 ผู้ อํานวยการศูนย์นายประเสริฐ เชือบุญมี 089-279-3493 ผู้ประสานงานจังหวัดนายมนูญ ชัยพันธ์ 081-872-0438 จํานวนนักศึกษา 39 คน ๑, 45). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตนาแห้ว โรงเรียนบ้านหนองหวาย ต. นาพึง อ.นาแห้ว จ.เลย 42170 เบอร์โทรศัพท์ 045-870-258 ผู้อํานวยการศูนย์นายเชษฐา แสงรัตน์ 089-621-0907 ผู้ประสาน งานจังหวัดนายมนูญ ชัยพันธ์ 081-872-0438 จํานวนนักศึกษา 35 คน ๕ ฆฒ 2 ณ= ณ” เ= แซ == ๑ ซ % ซี ๑ ณ์”, == 46). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพยัคฆภูมิ พิสัย โรงเรียนบ้านเม็กดํา อ. พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม 44110 เบอร์โทรศัพท์ 043-791-562 ผู้อํานวยการศูนย์นายพยงค์ การิเทพ 087-775- 9202 ผู้ประสานงานจังหวัดนายศักดิ์พงศ์ หอมหวน จํานวนนักเรียน 147 คน 47).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตห้วยเม็ก เลขที่ 92 ม.2 ต. พิบูล อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ 46170 ผู้อํานวยการศูนย์นายคําเติม นระศรี 086-237-7540 ผู้ประสานงานจังหวัดนายธวัชชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวนนักศึกษา 43 คน 48).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตกุฉินารายณ์ เลขที่ 125/1 ม.5 ต.กุดค้าว อ.กุจินารายณ์ จ. กาฬสินธุ์ 46100 เบอร์โทรศัพท์ 043-851-054 ผู้อํานวยการศูนย์นายนําใจ ดุทรักษ์ 081-392-3808 ผู้ประสานงานจังหวัดนายธวัชชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวนนักศึกษา 43 คน 49).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเขาวง โรงพยาบาล อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ 46160 ผู้อํานวยการ ศูนย์ อาจารย์ปรียาวรรณ การวิทย์ 084-260-7848 ,086-863-4692 ผู้ประสานงานจังหวัดนายธวัช ชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวนนักศึกษา 44 คน 50). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตยางตลาด โรงเรียนนา เชือกวิทยาสรรพ์ ต.นาเชือก อ.ยางตลาด ฟุ, กาฬสินธุ์ 46120 ผู้อํานวยการศูนย์ นายคะนึงพร ฏศักดิ์ 081-768-7826 ผู้ประสานงานจังหวัด นายธวัชชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวนนักศึกษา 33 คน 51).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสมเด็จ อาคารกองการศึกษา บริเวณที่ว่าการอําเภอสมเด็จ (เทศบาลเก่า) อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ 46150 เบอร์โทรศัพท์ 043-823-113 ผู้อํานวยการศูนย์นาย ประเสวิฐ เคนโพธิ์ 087-950-8847 ผู้ประสานงานจังหวัดนายธวัชชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวน นักศึกษา 57 คน 52).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตฆ้องชัย ต.เหล่ากลาง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ 46130 ผู้อํานวย การศูนย์อาจารย์ปัญญา รัตนวัน 081-574-4419,085-011-4209 ผู้ประสานงานจังหวัดนายธวัช ชัย ไตรทิพย์ 087-983-6267 จํานวนนักศึกษา 40 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานจังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาเพือการพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหา วิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปราสาท (โซคนาสาม) การศึกษานอกโรงเรียนปราสาท อ.ปรา สาทจ.สุ่รินทร์ 32140 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสุทิตย์ ขิมทอง 087-126-2464 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 203 คน " 0ไ ' 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปราสาท (เชื้อเพลิง) การศึกษานอกโรงเรียนปราสาท อ.ปราสาท จ.สู่รินทร์ 32140 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวิบูลย์ เปรมผล 089-583-8495 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 3). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปราสาท (ตาเบา) การศึกษานอกโรงเรียนปราสาท อ.ปราสาท ฬ: สุรินทร์ 32140 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสรรพสิทธิ์ สามพิมพา ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์ จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเทศบาล1 เลขที่ 543 ถ.ธนสาร ต.ในเมือง ค.เมือง จ.สู่รินทร์ 32000 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ประภาส สกุลดี 085-858-6363 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์ จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 41 คน 5).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเทศบาล 2 เลขที่ 9 ถ.สูริยกาตน์ ต.ในเมือง จ.สรินทร์ 32000 ผู้ อํานวยการศูนย์ อาจารย์สุรนาท นิยมทอง 085-437-4877 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์ จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 38 คน 6).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเทศบาล 3 เลขที่ 9 ถ.สุริยกานต์ ต.ในเมือง จ.สุรินทร์ 32000 ผู้ อํานวยการศูนย์ อาจารย์วชิรา แก้วบุตรดี 085-437-4878 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์ จุรินทร์ สานเล็ก089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 34 คน 7).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสําโรงทาบ โรงเรียนสําโรงทาบ อ.สําโรงทาบ จ.สุรินทร์ 32170 ผู้อํานวยการศูนย์ ผอ.สมบูรณ์ สุวรรณฝ่าย 081-632-7880 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จูรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 54 คน (ละ- 7 ณฒ ณฉ” เ= ณฆ ง ๓ = 8 ฒ”. รง ล 8).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองสุรินทร์ สาขาสหวิทยาการฯมหาลัยราชภัฏสู่รินทร์ ต.นอก เมือง จ.สุรินทร์ 32000 ผู้อํานวยการศูนย์ นายศรายุทธ บูรณ์เจริญ 085-768-3741 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 32 คน 9).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตการศึกษานอกโรงเรียนบุรีรัมย์ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน บุรีรัมย์ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 31000 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์สุนันท์ สิทธิสารท 081-383-0787 ผู้ ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 54 คน 10).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนศรีขรภูมิ ศูนย์การศึกษานอก โรงเรียนศรีขรภูมิ ต.ระแงง อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ 32160 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์วิเชียร เทียร ขาว 081-879-6096 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนัก ศึกษา 92 คน 11).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสตึก ม.10 ต.สตึก อ.สติ๊ก จ.บุรีรัมย์ 31150 ผู้อํานวย การศูนย์ นายฉัตร ทีรมวณิช 086-720-3766 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 32 คน 12| ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพุทไธสง เลขที่ 519/1 ถ.พระเลิศ ต. พุทไธสง อ.พุทไธสง จบบุรีรัมย์ 31120 ผู้อํานวยการศูนย์ นางทองเจียว วงศ์สวาสดิ์ 081-264-6010 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 151 คน 13). ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนขุขันธ์ ศูนย์การศึกษานอก โรงเรี่ยนขุขันธ์ ขะ ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140 ผู้อํานวยการศูนย์ นายเบญจพล พาลี 089-946- 4456 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 43 คน 14. ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนองสูง โรงเรียนหนองสูง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร 491 60 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ปิติ แสนโคตร 083-417-2518 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 27 คน 15): ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตตระการพีชผล โรงเรียนบ้านดอนงัว ฑิ ตระการพีชผล จ, อุบลราชธานี 34130 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์สมบัติ เอือทาน 081-760-8278 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์จรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 25 คน 16). ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิ ตหนองผือ องค์การบริหารส่วนตําบลหนองผี่ ผอ อ.ตระการพืชผล จ. อุบลราชธานี 34130 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ทนงศักดิ์ ต้นวงศ์ 086-875- 3940 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์จุรินทร์ สานเล็ก 089-629-0097 จํานวนนักศึกษา 37 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อผู้ประสานงานฉังหวัดและพผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยนีวิต หลักศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อภารพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยราษภัฏชัยภูมิ 1 ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองชัยภูมิ องค์การบริหารส่วนตําบลโพนทอง อ. เมือง ซิ, ชัยภูมิ 36000 ผู้อํานวยการศูนย์ นายปัญญา ทะนารี 086-125-1207 ผู้ประ สานงานจังหวัด คุณ ชาญชัย 044815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 116 คน 2. ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตบ้าน แท่น องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านแท่นอ. บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ 36190 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวิชัย อินทนะ 081-760-3167 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณ ข่ ไวด ชาญชัย 044-815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 93 คน เอ 9). ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเทพสถิต โรงเรียนบ้านนาประชาสัมพันธ์ ต.ยางกลัก อ.เทพสถิต จ. ชัยภูมิ ผู้ ผู้อํานวยการศูนย์วิชัย อินทนะ 081-760-3167 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณ ชาญชัย 044-815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 92 คน 4). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนองบัวระเหว สํานักงานเทศบาลตําบลหนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ. ชัยภูมิ 36250 ผู้อํานวยการศูนย์นายสมเกียรติ คงกรพี้ 083-129-8596 ผู้ประสาน งานจังหวัดคุณชาญชัย 044-815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 92 คน ๕ ฆฒ 97 ณุ ณ๑” = 9 7 ซ 7 ขุู= 1 9 เจ 5).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแก้งคร้อ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา ต.ชซ่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150 ผู้อํานวยการศูนย์นายจารุวัฒน์ ศรีโอม ผู้ประสานงานจังหวัดคุณชาญชัย 044- 815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 116 คน 6). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตคอนสวรรค์ โรงเรียนคอนสวรรค์ @. คอนสวรรค์ จ .ชัยภูมิ 36140 ผู้อํานวยการศูนย์นายสมศักดิ์ อาจประจันทร์ 089-845-0054 ผู้ประสานงานจังหวัดคุณชาญชัย 044-815-111 ต่อ 147 จํานวนนักศึกษา 62 คน 7).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนอง บัวแดง โรงเรียนหนองบัวแดงวจิทยา อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ 36210 ผู้อํานวยการศูนย์นายพิสิฐ สืบนุการวัฒนา 081-878-1170 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์พรทิพย์ 044872-827 จํานวนนักศึกษา 56 คน 6 4 ๆ ๒ ฉ% ฆ 7 6 - %”. = 9 4 เซ/, 6 4 8).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตบ้านเขว้า ศูนย์ส่งเสริมผ้าไหมชัยภูมิ ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ 36170 ผู้อํานวยการศูนย์นางสุนทรี ละแมนชัย 081-547-4581 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์พรทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 47 คน 9).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพญาแล โรงเรียนพญาแลวิทยา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000 ผู้อํานวยการศูนย์ น.ส.ชุติการญจน์ เลาหะนาคีวงศ์ ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044- 872-827 จํานวนนักศึกษา 58 คน 10).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจัตุรัส โรงเรียนจัตุรัสวิทยาคาร อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ 36130 อํานวยการศูนย์ นายสมพงษ์ เสนซัย 086-256-7447 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 04 872-827 จํานวนนักศึกษา 63 คน ผู้ ป 11).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพระฤทธิฤาชัย สํานักงานมูลนิธิพระฤทธิฤาชัย จ.ชัยภูมิ ผู้ อํานวยการศูนย์ ดร.สิริกร 085-768-3194 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044-872827 จํานวนนักศึกษา 56 คน 12).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเนินสง่า โรงเรียนบ้านหนองจิม (สิงห์จันบํารูง) ต.หนองอิม อ.เนิน สง่า จ.ซัยภูมิ 36130 ผู้อํานวยการศูนย์นายวิชัย โชคชัย 081-067-1904 ผู้ประสานงานจังหวัด ดอาจารย์พรทิพย์ 044-872827 จํานวนนักศึกษา 45 คน 13).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตภูเขียว โรงเรียนภูมิวิทยา อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ 36110 ผู้ อํานวยการศูนย์นายพินิจ เชื่อสามารถ 085-739-5500 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044- 872.827 จํานวนนักศึกษา 50 คน 14).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเกษตรสมบูรณ์ โรงเรียนโนนกอกวิทยา อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ซัยภูมิ 36120 ผู้อํานวยการศูนย์นายสุรัตน์ ธรรมประกอบ 081-725-2485 ผู้ประสานงานจังหวัด ดาจารย์พรทิพย์ 044872827 จํานวนนักศึกษา 47 คน 15).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตชุมแพ วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ อ.ซุมแพ จ.ขอนแก่น 40130 ผู้อํานวยการศูนย์ นายลือชัย ใจซือ 089-577-3822 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044- 872-827 จํานวนนักศึกษา 45 คน ะ 16).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตบ้านไผ่ วิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ 113 ม.2 ต.หนองนําใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 40110 ผู้อํานวยการศูนย์ น.ส.ปราณี ราชแสนเมือง 081-661-5087 ผู้ประสาน งานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 64 คน 17).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสีชมพู โรงเรียนชุมชนวังเพิม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น 40220 ผู้ อํานวยการศูนย์ นายอเนก คํายัง 081-975-0579 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044872- 827 จํานวนนักศึกษา 50 คน 18).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตชุมแพวิทยายน โรงเรียนชุมแพวิทยายน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 40130 ผู้อํานวยการศูนย์ นายกิตติภูมิ ดีนาง 086-860-2155 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พร ทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 38 คน 19).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแวงน้อย โรงเรียนแวงน้อยศึกษา ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น 43230 ผู้อํานวยการศูนย์ นายภูวดล หมื่นสีพรม ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พร ทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 44 คน 20).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนองบุญมาก โรงเรียนหัวแรด ต.แหลมทอง อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา 30140 ผู้อํานวยการศูนย์ นางจันทราวดี พหลเวช 081-790-0025 ผู้ประสานงาน จังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 30 คน 21).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเสิงสาง โรงเรียนไพบูลย์วิริยะวิทยา ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา 30270 ผู้อํานวยการศูนย์ นายบํารุง อยู่เริญ 081-967-1582 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์พรทิพย์ 044-872827 จํานวนนักศึกษา 43 คน 22).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโนนสูง ศูนย์วิจัยข้าวโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา 36160 ผู้อํานวยการศูนย์ นายชะลอ แยกโคกสูง 089-846-8567 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พรทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 32 คน 23).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตคง สหกรณ์การเกษตรคงสามัคคี อ.คง จ.นครราชสีมา 30260 ผู้อํานวยการศูนย์ นายโสฐพล บนภัทรวรรษ 084-429-7944 ผู้ประสานงานจังหวัดอาจารย์พร ทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 46 คน 24).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตชนแดน โรงเรียนชนแดนวิทยาคม ต.ชนแดน อ.ชซนแดน จ.เพชรบูรณ์ ผู้อํานวยการศูนย์ นางนันท์นภัส สีสม 086-204-9886 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจาวย์ พรทิพย์ 044-872-827 จํานวนนักศึกษา 40 คน 25).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตภูกระดึง องค์การบริหารส่วนตําบลผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย 42180 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสมชาย ดีนาง ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์พรทิพย์ 044872- 827 จํานวนนักศึกษา 53 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานจังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยราธภัฏศรีสะเกษ 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเทศบาลเมือง โรงเรียนเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ผู้อํานวยการศูนย์ นายชนะชัย ผลาพงษ์ 081-876-2477 เบอร์โทรศัพท์ 045-643-600-6 ต่อ 137 ผู้ - ประสานงานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 44 คน 2 ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโนนคูณ ห้องประชุมการศึกษานอกโรงเรียน อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ 33250 ผู้อํานวยการศูนย์ นายชัยวัฒน์ ศรีสุธรรม 086-257-9869 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 58 คน 8) ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตศรีรัตนะ ห้องประชุมการศึกษานอกโรงเรียน อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ 33240 ผู้อํานวยการศูนย์ นางนงคราญ แก้วจันทร์ 081-966-2790 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูจา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 49 คน 4). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิ ตกันทรลักษณ์ ห้องประชุมการศึกษานอกโรงเรียน อ.กันทร ลักษณ์ จ. ศรีสะเกษ 33110 ผู้อํานวยการศูนย์ นายบว? พุทธวัจนะ 086-879-2335 ผู้ประสานงาน จังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูวจา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 47 คน 5). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตสวนกล้วย องค์การบริหารส่วนตําบลสวนกล้วย จ. ศรีสะเกษ 33110 ผู้อํานวยการศูนย์ นายยศวัฒน์ จริยาวัฒนชัยกุล 081-760-6776 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 35 คน 6). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตบักดอง อาคารสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอขุนหาญ ต.บัก ดอง อ.ขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ 33150 ผู้อํานวยการศูนย์ นายดํารง สารราช 089-628-5436 ผู้ประสาน งานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูจา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 41 คน 7). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตขุขันธ์ ห้องประชุมการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ 33110 ผู้อํานวยการศูนย์ นายเบญจพล พาลี 081-879-7879 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูจวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 72 คน 8).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโสน องค์การบริหารส่วนตําบลโสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140 ผู้อํานวยการศูนย์ นางปรียา กุมรีจิตร 089-355-1036 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสน ภูวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 39 คน 9). ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปรางค์ถู่ .โรงเรียนบ้านพอก ม.9 ต. กู่ เว ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 33170 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์วิชัย เพิ่มพร 089-720-8242 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์ เอมอร แสนภูวา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 88 คน 10). ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโคกหล่าม ห้องประชุมการศึกษานอกโรงเรียน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 ผู้อํานวยการศูนย์ นายบุญ โลนุช 081-877-0199 ผู้ประสานงานจังหวัด อาจารย์เอมอร แสนภูจา 086-253-9234 จํานวนนักศึกษา 58 คน รายชื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานจังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยราษภัฏนครปฐม 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตนครปฐม โรงพยาบาลสนามจันทร์ อ.เมื่อง จ.นครปฐม 73000 ผู้อํานวยการศูนย์ นพ.ทรงชัย ศรีโรจนกุล 081-914-0782 ผู้ประสานงานจังหวัด นพ.ทรงชัย ศรี โรจนกุล 081-914-0782 จํานวนนักศึกษา 43 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานจังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพือพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยราชภัฏกภาญนบุรี 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตพนมทวน องค์การบริหารส่วนตําบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี 71140 ผู้อํานวยการศูนย์ คุณศิวโรจน์ จิตนิยม 081-763-7341 ผู้ประสานงานจังหวัด นพ.ทรงชัยศรีโรจนกุล จํานวนนักศึกษา 10 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานฉังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยฉีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพฟื่อพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหา วิทยาลัยราษภัฏนครสวรรค์ 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตลานสัก เลขที่ 53 ม.9 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 61160 ผู้อํานวยการศูนย์ นายจิณณาวัฒน์ โคมบัว 081-886-8964 ผู้ประสานงานจังหวัด นายจิณณาวัฒน์ โคมบัว 081-886-8964 จํานวนนักศึกษา 20 คน 6๐: 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตคลองขลุง โรงเรียนคลองขลุงราษฎร์รังสรรค์ อ.คลองขลุง จ.กําแพงเพชร 62120 ผู้อํานวยการศูนย์ คุณประหยัด สิริกรรณะ 055-781-587 ผู้ประสานงาน จังหวัด คุณประหยัด สิริกรรณะ 055-781-587 จํานวนนักศึกษา 30 คน รายเื่อและสถานที่ติตต่อประสานงานงังหวัดและผู้อํานวยการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยธีวิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพือพัฒนาท้องถิน ปีการศึกษา 2549 มหา วิทยาลัยราภัฏหมู่บ้านจอมบึง 1).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปากช่อง เลขที 49/1 ม.13 ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์วุฒิชัย สุคนธ์ 087-246-4242 จํานวนนักศึกษา 85 คน ซฆ = 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตปักธงชัย โรงเรียนสมเด็จพระธีรญานมุนี ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ลัดดา ขุนครบุรี 084-427-0904 จํานวนนัก ศึกษา 76 คน 3).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตด่านขุนทด โรงเงียนบ้านหาญ 128 ม.8 ต.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด 30120 ผู้อํานวยการศูนย์ นายวนสัณห์ คชสาร จํานวนนักศึกษา 28 คน ๕ ต = 7 =- ฆ ง = ๑ เซ ฆ 2).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองนครราชสีมา โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์ยงยศ เล็กกลาง 087-956-8302 จํานวนนัก ศึกษา 31 คน 5).ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตชุมพวง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา 30270 ผู้อํานวยการศูนย์ ผอ.บุญส่ง เพชรแท้ จํานวนนักศึกษา 43 คน 2 8810 2 0 1 6).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตวังนําเขียว โรงเรียนวังนําเขียว อ.วังนําเขียว จ.นครราชสีมา 30370 ผู้อํานวยการศูนย์ นายสาร มรกฎ 085-775-3755 จํานวนนักศึกษา 46 คน 7).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตโคกสวาย สํานักงานเทศบาลโคกสจราย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา 30220 ผู้อํานวยการศูนย์ นายกฤษฎา จุฑาจินดาเขต จํานวนนักศึกษา 46 คน 8).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตประทาย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประทาย 13 ต.ประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา 30180 ผู้อํานวยการศูนย์ นายเขียว สมพานนอก จํานวน นักศึกษา 47 คน 9).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตแก่งคอย โรงเรียนเทศบาลบ้านม่วง ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 18110 ผู้อํานวยการศูนย์ ผอ.สุภาภรณ์ เผ่าพงษ์ 081-373-9020 จํานวนนักศึกษา 52 คน ไอ = ม = ๑7 จ่ ซ ฆ่ «ซี 10).ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตหนองกี โรงเรียนหนองกีประชาสามัคคีต.เทศบาลเจ้าพ่อขุน ศรี อ.หนองกี จ.บุรีรัมย์ 31210 ผู้อํานวยการศูนย์ อาจารย์สุรพล สนทนาสัมพันธ์ จํานวนนักศึกษา 47 คน มหาวิทยาลัยนิวิต | | (โครงการบชาวิทชาลัยหีวิต ย่างพอเทียง 1).บัณฑิสรุ่นแรกของ โครงการมหาวิทยาลัยธีวิต สาขา สหวิทยาการเพื่อการพัตฒนาท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ธัยภูมิ 2).กิจกรรมการจัตแข่งขันกีฬา สหวิทยาการล้านนาเกมส์ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยฉีวิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพระนคร (เขตภาคเหนือตอนบน) 3).นักศึกษามหาลัยธีวิตจากจังหวัดภาพฬสินธุ์เยี่ยมหมและ พบปะพูตคุยกับเพื่อนนักศึกษาที่ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัย ซีวิตฉังหวัดภาพสินธุ์ 4).บรรยากาศการสัมมนาที่จังหวัดสระบุรีของนักศึกษา มหาวิทยาลัยชีวิสงฉังหวัดสุราษฎร์ธานี 5).เห็นภาพนี้แล้ว...ภูมิไจกับพี่น้องศูนย์ษัยภูมิจริงๆ..อีก ไม่นานเกินรอคงจะได้ธมภาพที่น่าสีใจภูมิใจนี้จากศูนย์อื่นๆ อีกนะคะ. 6).การทําบุญทอดพ้าป่าเพื่อการศึกษาของนักศึกษาศูนย์ เรียนรู้มหาวิทยาลัยธีวิต อ.กระนวน จ.ขอนแก่น 7-9). บรรยากาศการเรียนการสอนของนักศึกษาในโครง การมหาวิทยาลัยชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ศูนย์ สอยสะเก็ส จ.เชียงใหม่ 10).นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธีวิต ที่ศูนย์เรียนรู้ฉังหวัด สกลนคร เตรียมพร้อมอกกําลังกายในเวลาเธ้าตรู่ก่อน เต้าห้องเรียน 11).บรรยากาศการฝีกอบรมที่ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัย ษีวิตจังหวัดสกลนคร 12).5ศ.ศ5ร.เสรี พงศ์พิศ นํานักศึกษาในโครงการมหาวิทยา ลัยธฉีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เยี่ยมชมการเรียน การสอนยองนักศึกษามหาวิทยาลัยฉีวิตศูนย์ตอยสะเก็ต 1 3).เพื่อนนักศึกษาศูนย์ตอยสะเก็ตของแสดตงความเสียใจ ต่อการจากไปของคุณสํารวย ติษบงค์ (สวมเสื้อเขียว)ที่ ธากไปด้วยโรคมะเร็ง 14-16).“กลุ่มชุมชนลีเด็นําเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์” อําเภอพุนพิน จฉังหวัดสุราษฎร์ธานี โตยกลุ่มทอง และคณะอาจารย์ประจําศูนย์สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2551 17).เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมาทาง ศูนย์การเรียนรู้ได้จัตภิจกรรมของรายวิธาอบงค์กร และเครือข่ายชุมมนบรรยากาศเป็นไปด้วยตีและขอ ขอบพระคุณท่านอาจารย์นภพร เรื้อขํา เป็นอย่ายยิ่ง 18).พิธีไหว้ครูของนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตศูนย์ เรียนรู้โหคธัย ฉังหวัดนครราชสีมา 19).บรรยากาศการเข้าค่ายทํากิงกรรมขอบง นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิสที่ศูนย์พญาเม็ง ราย จังหวัดเงียงราย 20-21).พิธีการไหว้ครูของนักศึกษา มหาวิทยาลัยชีวิตศูนย์ตอยสะเก็ต จังหวัด เชียงใหม่ 22-25).บรรยากาศการเรียนการสอนวิชา สปษ.2 โตยอ.สุรเชษฐ์ที่ศูนย์การเรียนรู้มหา วิทยาลัยฉีวิตตอยสะเก็ต ์ฏพระนดร ” เชียงใหม่ 26-30).กิจกรรมโครงการการค่ายพลังพัฒนาของ นักศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยธีวิส มหา วิทยาลัยราชภัฏพระนครที่มาจากศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยธีวิตธังหวัสุราษฎร์ธานี,สมุทรสงคราม, แวง น้อย (ขอนแก่น), และโหคษัย (นครราชสีมา) ที่มาร่วมกันทํากิจกรรมที่ค่ายนวพล อ.มวกเหล็ก อ.สระบุรี 31-34). บรรยากาศการแย่งขันกีฬาภายในศูนย์เรียนรู้รังหวัดสกลนคร มีนักศึกษาเต้าร่วมทั้งหมด 5 ศูนย์ คือศูนย์เรียนรู้ภูพาน ศูนย์เรียนรู้อากาศอํานวย ศูนย์เรียนรู้สว่างแตนติน และศูนย์เรียนรู้โคกสีสุพรรณ 35).5ศ.ศร.เสรี พงศ์พิศ เยี่ยมหมสวนเศรษฐ์กิจพอเพียงของคุณมนูญ เทศนํา นักศึกษามหาวิทยาลัยธิวิต ศูนย์ตอยสะเก็ต 36).บรรยากาศการเรียนกภารสอนศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยเีวิตแม่วาง ไบสมัครสมาชิกวารสาร “มหาวิทยาลัยชีวิต” ฆ่ 5ฝภฝภ1ป0ง1+111ืขนทัทป ซ่ วฆ่ เซ่ เล1 ฏโ213!( @ฝ0 รหัสไปรษณีย์ ..... เนน 0 [ ฏ213+0- [..] สมัครใหม่ โ. ต่ออายุ สมัครเป็นสมาชิก วารสาร “มหาวิทยาลัยชีวิต” (อบับละ 100 บาท / ค่าจัดส่งไปรษณีย์ทัวประเทศ ฟรี) %% 1 ปี (4 อบับ) เป็นเงิน 400 บาท เฉ0 ท11โ60 ม ? ปี (8 อบับ) เป็นเงิน 800 บาท จํานวน " ฉบับ * 3 ปี (12 อบับ) เป็นเงิน 1,200 บาท เฉล): 3โ' ฉบับ โอนเงินชําระค่าสมาชิก จํานวน .. . บาท เข้าบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขานางเลิง เลขที่บัญชี ออมทรัพย์ : 000-2-38040-0 ชื่อบัญชี สสวช. (วารสาร มหาวิทยาลัยชีวิต) ส่งสําเนาสลิปการโอนงิน พร้อมใบสมัครมาที่ : มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เลขที่ 469 ถ.นครสวรรค์ แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม. 10300 โทรศัพท์ 0-2280-0180 ต่อ 3315-9 โทรสาร 0-2281-8810 เว็ปไซต์ กแอ//เหพพพม.ไห์ธไทลแลทผ่.ทธ1 ฉิ-ทาล[| : 06| ฝ่าล1@หลท0๐0.0๐0ทา สําหรับผู้ที่ได้รับส่วนลด 20%กรุณาจัดส่ง สําเนาบัตรประจําตัว นักศึกษา/สําเนาบัตรประจําตัวอาจารย์/สําเนาบัตรข้าราชการ สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรอื่นๆแล้วแต่กรณี จารสารมหาวิทยาลัยชีวิต จะพิจารณาให้ส่วนลด อัตราร้อยละ 20 แก่ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ มหาวิทยาลัยชีวิต เช่นนักศึกษา, อาจารย์, คณะกรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงานประจําศูนย์การเรียนรู้ อ โดยกรุณากรอกรายละเอียดดังต่อไปนี่ สถาน/ศูนย์เรียนรู้........... .จังหวัด.... 0 %, 9๑๕๑๑รักว

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2009

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
17% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
14% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
13% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การศึกษา

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2009

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้