auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

คุยกับผู้อ่าน : วัฒนธรรมแสวงหาความรู้ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 123 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2532)

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการไปประชุมเป็นกรรมการตัดสินโครงการสนับสนุนการวิจัยเขตร้อน ที่สำนักงานใหญ่ องค์การอนามัยโลก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ผู้เขียนกล่าวถึงความสำคัญของการศึกษาเรื่องโรคเขตร้อน ทั้งยังกล่าวถึงการแสวงหาความรู้ด้วยการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาในสังคมไทย รวมถึงการใช้ปัญญาในแง่ของพระพุทธศาสนาว่าเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เห็นความจริงและช่วยแก้ปัญหาได้

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# คุยกับผู้อ่าน ## วัฒนธรรมการแสวงหาความรู้ คุยกับผู้อ่านฉบับนี้เขียนที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผมไปประชุมกรรมการตัดสินโครงการสนับสนุน การวิจัยโรคเขตร้อนที่สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก โรคเขตร้อนเป็นปัญหาทับคนจำนวนมาก เป็นพันล้านคน เช่น โรคลาลาเรีย โรคเท้าช้าง โรคเรื้อน พยาธิปากขอ และพยาธิอื่นที่ไม่มีในบ้านเรา แต่มีมากในแอฟริกา ในอเมริกาใต้ และประเทศจีน เป็นต้น การที่จะควบคุมโรคเหล่านี้ได้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีความสามารถในการวิจัยที่จะให้ทราบว่ามีปัญหาอะไร ชนิดไหน เกิดจากอะไร มีอะไรเป็นพาหะ พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เป็นโรค จะใช้ยา วัคซีน การเปลี่ยนพฤติกรรม หรือวิธีอื่นใด จึงจะได้ผล องค์การอนามัยโลกร่วมกับองค์การพัฒนาประชากรของสหประชาชาติและธนาคารโลก ได้ตั้ง โครงการสนับสนุนการวิจัยเพื่อควบคุมโรคเขตร้อน ใช้เงินปีละ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท ทำมา ๑๐ กว่าปี แล้ว การส่งเสริมให้เกิดความสามารถในการวิจัยในประเทศกำลังพัฒนาทำได้ช้ามาก เพราะขาดคนที่มี ความรู้ ตลอดจนนักการเมือง และผู้บริหาร สาธารณสุข ขาดความเข้าใจถึงความสำคัญของการวิจัย ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งมีปัญหาสลับซับซ้อน ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ ต้องมีความรู้จริง จึงจะแก้ปัญหาให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขได้ การจะมีความรู้จริงต้องมีวัฒนธรรมการแสวงหาความรู้ มีวิธีแสวงหาความรู้ ซึ่งรวมถึงการวิจัยด้วย และการใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ มิใช่ทำไปตาม อารมณ์โดยไม่ใช้ความรู้ เรายังไม่ค่อยมีวัฒนธรรมในเรื่องความรู้และการส่งเสริมให้เกิดความรู้เท่าใด ต่างจากในยุโรป และในอเมริกา ซึ่งมีผู้บริจาคเพื่อการศึกษาวิจัยให้เกิดความรู้กันมาก มีมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ เต็มไปหมด เช่น มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ มูลนิธิฟอร์ด มูลนิธิเคลลอก เป็นต้น คนชื่อแมคอาเธอร์บริจาค ๘๗๐ ล้านดอลลาร์ หรือกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อส่งเสริมคนที่มีผลงานสร้างสรรค์ ในครั้งโบราณ ปัญหายังไม่มาก การสร้างโบสถ์หรือสร้างศาลา ก็เพียงพอที่ทำให้เกิดความ ร่มเย็นเป็นสุขได้ ในปัจจุบัน การสร้างแต่วัตถุไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขเสียแล้ว ต้องมีปัญญาจึงจะแก้ปัญหาได้ ที่จริงก็ไม่ใช่ของใหม่ พระพุทธองค์ทรงกล่าวมานานแล้วว่า นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา เพียงแต่ความจริงอันนี้เห็นชัดมากขึ้นและต้องการมากขึ้น ท่ามกลางยุคสมัยแห่งความสลับ ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว. ประเวศวะสี กรกฎาคม ๒๕๓๒ หมอชาวบ้าน ๓ คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี ## วัฒนธรรมการแสวงหาความรู้ คุยกับผู้อ่านฉบับนี้เขียนที่เจณีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผมไปประชุมกรรมการตัดสินโครงการสนับสนุนการวิจัยโรคเขตร้อนที่สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก โรคเขตร้อนเป็นปัญหากับคนจำนวนมากเป็นพันล้านคน เช่น โรคมาลาเรีย โรคเท้าช้าง โรคเรื้อน พยาธิปากขอ และพยาธิอื่นที่ไม่มีในบ้านเราแต่มีมากในแอฟริกา ในอเมริกาใต้ และประเทศจีน เป็นต้น การที่จะควบคุมโรคเหล่านี้ได้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีความสามารถในการวิจัยที่จะให้ทราบว่ามีปัญหาอะไร ชนิดไหน เกิดจากอะไร มีอะไรเป็นพาหะ พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เป็นโรค จะใช้ยา วัคซีน การเปลี่ยนพฤติกรรม หรือวิธีอื่นใด จึงจะได้ผล องค์การอนามัยโลกร่วมกับองค์การพัฒนาประชากรของสหประชาชาติและธนาคารโลก ได้ตั้งโครงการสนับสนุนการวิจัยเพื่อควบคุมโรคเขตร้อน ใช้เงินปีละ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาททำมา ๑๐ กว่าปีแล้ว การส่งเสริมให้เกิดความสามารถในการวิจัยในประเทศกำลังพัฒนาทำได้ช้ามาก เพราะขาดคนที่มีความรู้ ตลอดจนนักการเมือง และผู้บริหาร สาธารณสุขขาดความเข้าใจถึงความสำคัญของการวิจัย ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งมีปัญหาสลับซับซ้อน ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ ต้องมีความรู้จึงจะแก้ปัญหาให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขได้ การจะมีความรู้จริงต้องมีวัฒนธรรมการแสวงหาความรู้ มีวิธีแสวงหาความรู้ ซึ่งรวมถึงการวิจัยด้วย และการใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ มิใช่ทำไปตามอารมณ์โดยไม่ใช้ความรู้ เรายังไม่ค่อยมีวัฒนธรรมในเรื่องความรู้และการส่งเสริมให้เกิดความรู้เท่าใด ต่างจากในยุโรปและอเมริกา ซึ่งมีผู้บริจาคเพื่อการศึกษาวิจัยให้เกิดความรู้กันมาก มีมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้เต็มไปหมด เช่น มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ มูลนิธิฟอร์ด มูลนิธิเคลลอก เป็นต้น คนชื่อแมคอาเธอร์บริจาค ๘๗๐ ดอลลาร์กว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อส่งเสริมคนที่มีผลงานสร้างสรรค์ ในครั้งโบราณ ปัญหายังไม่มาก การสร้างโบสถ์หรือสร้างศาลา ก็เพียงพอที่ทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขได้ ในปัจจุบันการสร้างวัตถุไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขเสียแล้วต้องมีปัญญาจึงจะแก้ปัญหาได้ ที่จริงก็ไม่ใช่ของใหม่ พระพุทธองค์ทรงกล่าวมานานแล้วว่า นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา เพียงแต่ความจริงอันนี้เห็นชัดมากขึ้นและต้องการมากขึ้น ท่ามกลางยุคสมัยแห่งความสลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว. ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

การศึกษา

วัฒนธรรม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
36% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
29% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• เวชศาสตร์เขตร้อน

• วิจัย

• ปัญญา

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

การศึกษา

วัฒนธรรม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้