auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

คุยกับผู้อ่าน : พฤติกรรมการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภค (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 127 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2532)

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงสถานการณฺ์เรื่องสิทธิบัตรยาจากสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย ผู้เขียนกล่าวถึงเรื่องการผูกขาดยาและพฤติกรรมการใช้ยาเกินจำเป็นในประเทศไทย ทั้งยังกล่าวว่ารัฐบาลควรให้การสนับสนุนสมาคมคุ้มครองผู้บริโภค

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

คุยกับผู้อ่าน # พฤติกรรมการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภค สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังประสบภาวะขาดดุลทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ได้พยายามใช้มาตรการหลายอย่างในการบีบบังคับประเทศน้อยใหญ่ให้ยินยอมปรับปรุงในเรื่องการค้าขายที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ทางการเงินแก่สหรัฐอเมริกา มากขึ้น เช่น ให้ยอมให้บุหรี่สหรัฐอเมริกาเข้ามาขายในประเทศไทย และสิทธิบัตรยา ในเรื่องสิทธิบัตรยา สหรัฐอเมริกาต้องการให้ไทยแก้กฎหมายที่จะยอมให้บริษัทยาของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นยาใหม่ ผูกขาดการขายยานั้นในประเทศไทยช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ยอมให้บริษัทอื่น ๆ ซึ่งผลิตยาตัวเดียวกัน มีสิทธิเข้ามาขายในประเทศไทย หรือจะใช้มาตรการทางการขึ้นทะเบียนยาเพื่อให้บังเกิดผลต่อการผูกขาดดังกล่าว ผลของการผูกขาดยาใหม่จะทำให้ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องยามากขึ้น และมีผลกระทบต่อบริการ การแพทย์ต่อคนจน จะไม่พูดถึงความถูกผิด หรือการเจรจาต่อรองในเรื่องนี้ของรัฐบาล แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึง คือ ในสถานการณ์ที่บีบบังคับเราเช่นนี้ เราควรถือโอกาสรับปรับปรุงตัวเราเองในเรื่องของยาให้มีความถูกต้องยิ่งขึ้น เช่น นโยบาย การขึ้นทะเบียนตำรับยา วิชาการ การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับยา เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยา คนไทยนิยมการใช้ยาเกินความจำเป็น เพราะมีความเชื่อว่ายากับโรคเป็นของคู่กัน เป็นโรคก็ต้องใช้ยา เป็นหมอก็ต้องจ่ายยา ดังจะเห็นได้ว่า หมอจะคิดค่าตรวจไม่ได้ แต่คิดค่ายาได้ เหล่านี้ล้วนสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับยา และพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ยา ที่จริงโรคหายเพราะเหตุอื่น ๆ นอกเหนือจากยาอีกมาก เช่น ๑. หายเอง โรคจำนวนมากหายเองได้ ถ้าเข้าใจก็ไม่ต้องใช้ยา ๒. หายเพราะพอใจผู้รักษา เช่น พูดเพราะ มีน้ำใจช่วยเหลือ ๓. หายเพราะคิดว่าเป็นยา แต่ที่จริงเป็นยาหลอก หรือสิ่งที่ไม่ได้มีฤทธิ์โดยตรงต่อโรค เช่น รากไม้ น้ำมนต์ ยาต่าง ๆ ที่แพทย์ให้ ๔. หายเพราะการนวด ๕. หายเพราะสมาธิและการมีจิตใจที่ดี ๖. หายเพราะการสนับสนุนทางจิตใจ จากครอบครัว จากเพื่อนฝูง จากชุมชน จากกลุ่มอาสาสมัคร ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนก่อน ความจริงข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ในการรักษาโรคควรใช้ยาน้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น เพราะยามีพิษได้ และเป็นการเสียเศรษฐกิจ กระทรวงสาธารณสุขน่าจะให้การศึกษาประชาชนมากกว่านี้ เพราะประชาชนที่มีความรู้ย่อมมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และคุ้มครองตนเองได้ระดับหนึ่ง แต่เรื่องยาเป็นเรื่องยากและสลับซับซ้อน รัฐบาลควรให้การสนับสนุนสมาคมคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีกำลังเข้มแข็ง มีความเชี่ยวชาญ ที่จะทำการรณรงค์ให้เกิดความถูกต้องในการบริโภคยายิ่งขึ้น ประเวศวะสี พฤศจิกายน ๒๕๓๒ หมอชาวบ้าน ๓ คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี # พฤติกรรมการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภค สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังประสบภาวะขาดดุลทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ได้พยายามใช้มาตรการหลายอย่างในการบีบ บังคับประเทศน้อยใหญ่ให้ยินยอมปรับปรุงในเรื่องการค้าขายที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ทางการเงินแก่สหรัฐอเมริกามากขึ้น เช่น ให้ ยอมให้บุหรี่สหรัฐอเมริกาเข้ามาขายในประเทศไทย และสิทธิบัตรยา ในเรื่องสิทธิบัตรยา สหรัฐอเมริกาต้องการให้ไทยแก้กฎหมายที่จะยอมให้บริษัทยาของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์ คิดค้นยาใหม่ ผูกขาดการขายยานั้นในประเทศไทยช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ยอมให้บริษัทอื่น ๆ ซึ่งผลิตยาตัวเดียวกัน มีสิทธิ์เข้ามา ขายในประเทศไทย หรือจะใช้มาตรการทางการขึ้นทะเบียนยาเพื่อให้บังเกิดผลต่อการผูกขาดดังกล่าว ผลของการผูกขาดยาใหม่จะทำให้ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องยามากขึ้น และมีผลกระทบต่อบริการการแพทย์ ต่อคนจน จะไม่พูดถึงความถูกผิด หรือการเจรจาต่อรองในเรื่องนี้ของรัฐบาล แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึง คือ ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเรา เช่นนี้ เราควรถือโอกาสปรับปรุงตัวเราเองในเรื่องของยาให้มีความถูกต้องยิ่งขึ้น เช่น นโยบายการขึ้นทะเบียนตำรับยา วิชาการ การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับยา เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยา คนไทยนิยมการใช้ยาเกินความจำเป็น เพราะมีความเชื่อว่ายากับโรคเป็นของคู่กัน เป็นโรคก็ ต้องกินยา เป็นหมอก็ต้องจ่ายยา ดังจะเห็นได้ว่า หมอจะคิดค่าตรวจไม่ได้ แต่คิดค่ายาได้ เหล่านี้ล้วนสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับยา และพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ยา ที่จริงโรคหายเพราะเหตุอื่นอื่นนอกเหนือจากยาอีกมากมายเช่น ๑. หายเอง โรคจำนวนมากหายเองได้ถ้าเข้าใจก็ไม่ต้องใช้ยา ๒. หายเพราะพอใจผู้รักษา เช่น พูดเพราะ มีน้ำใจช่วยเหลือ ๓. หายเพราะคิดว่าเป็นยา แต่ที่จริงเป็นยาหลอก หรือสิ่งที่ไม่มีฤทธิ์โดยตรงต่อโรค เช่น รากไม้ น้ำมนต์ ยาต่าง ๆ ที่ แพทย์ให้ ๔. หายเพราะการนวด ๕. หายเพราะสมาธิและการมีจิตใจที่ดี ๖. หายเพราะการสนับสนุนทางจิตใจ จากครอบครัว จากเพื่อนฝูง จากชุมชน จากกลุ่มอาสาสมัครดังได้กล่าวไว้ในตอน ก่อน ความจริงข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ในการรักษาโรคควรใช้ยาน้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น เพราะยามีพิษได้ และเป็นการเสียเศรษฐกิจ กระทรวงสาธารณสุขน่าจะ ให้การศึกษาประชาชนมากกว่านี้ เพราะประชาชนที่มีความรู้ย่อมมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและคุ้มครองตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องยาเป็นเรื่องยากและสลับซับซ้อน รัฐบาลควรให้การสนับสนุนสมาคมคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีกำลังเข้มแข็ง-มีความ เชี่ยวชาญ ที่จะทำการรณรงค์ให้เกิดความถูกต้องในการบริโภคยายิ่งขึ้น ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
36% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
32% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
22% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การใช้ยา

• สิทธิบัตรยา

• การคุ้มครองผู้บริโภค

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้