auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ยุทธศาสตร์แก้ความยากจนอย่างบูรณาการ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้กล่าวถึง ยุทธศาสตร์ 8 ประการที่จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน ได้แก้ 1.ยุทธศาสตร์ชุมชนเข้มแข็งและเศรษฐกิจพอเพียง 2.ยุทธศาสตร์สิทธิมนุษยชนในการจัดการทรัพยากร 3.ยุทธศาสตร์คืนสิทธิและส่งเสริมความสามารถในการทำมาหากินของชุมชน 4.ยุทธศาสตณ์เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคให้เกื้อกูลกัน 5.ยุทธศาสตร์ประสานการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพลิกฟื้นประเทศ 6.ยุทธศาสตร์อุดมศึกษากับการวิจัยที่เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง 7.ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกฎหมายเพื่อคนจน 8.ยุทธศาสตร์ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารชุมชน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ยุทธศาสตร์แก้ความยากจน อย่างบูรณาการ ## หน้าต่างแห่งโอกาส ในการแก้ปัญหาที่ยาก ๆ "หน้าต่างแห่งโอกาส" มักจะเปิด คือทำไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสทำ นาน ๆ "หน้าต่างแห่งโอกาส" จึงจะเปิดให้ทำได้สักครั้งหนึ่ง คือเป็นจังหวะแห่งความถึงพร้อม เรื่องการแก้ปัญหาความยากจนเป็นเรื่องยากสุด ๆ สำหรับทุกประเทศ ในโลก และ "หน้าต่างแห่งโอกาส" มักเปิดตาย ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้ แต่บัดนี้ "หน้าต่างแห่งโอกาส" ที่จะแก้ความยากจนได้เปิดขึ้นแล้วสำหรับประเทศไทย เพราะความถึงพร้อมแห่งเหตุปัจจัยที่เอื้ออำนวย เช่น รัฐธรรมนูญ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาล และที่สำคัญคือ การวิจัยขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่คนไทยโดยทั่วไปอาจจะไม่ทราบ ว่าเป็นการวิจัย นั่นคือการวิจัยโดยประชาชนเป็นหมื่น ๆ คน ในช่วง ๒๐-๓๐ ปี ที่ผ่านมา เป็นการวิจัยด้วยวิถีชีวิตการทำมาหากินซึ่งพิสูจน์ให้เห็น "ทิศทาง" การดำรงชีวิตที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน อันควรจะนำมาเป็น ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ "ทิศทางประเทศไทย" ได้ รวมทั้งมีองค์กรที่มีทักษะในการจัดการความรู้ขึ้น แล้ว ความยากจนเป็นปัญหาทางศีลธรรมที่บั่นทอนโอกาสทุก ๆ ทาง ควร ที่คนไทยจะร่วมกันใช้โอกาสคราวนี้ที่จะแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ ถ้าแก้ ปัญหาความยากจนได้จะแก้ปัญหาอื่น ๆ ไปพร้อมกันเกือบทั้งหมด รัฐบาลควรตั้งใจเรียนรู้ให้เข้าใจเรื่องนี้จริง ๆ อย่าผลีผลามวู่วามทำ เป็นการหาเสียง และอย่าคิดว่ามีอำนาจแล้วจะแก้ได้ อำนาจอย่างเดียวแก้ ความยากจนไม่ได้ดอก ถ้ามีความตั้งใจจริงและนอบน้อมถ่อมตัว ก็จะ ทำการใหญ่ครั้งนี้สำเร็จ เกิดประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม นโยบายที่ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการจัดการที่ดี ฉะนั้นจึงควรสนใจ การบริหารยุทธศาสตร์เป็นพิเศษ ## ๒ ### ยุทธศาสตร์ ๘ ประการ แก้ปัญหาความยากจน ยุทธศาสตร์ทั้ง ๘ ประการนี้ จะสัมพันธ์กันเป็นบูรณาการ ควร ทำความเข้าใจอย่างเชื่อมโยง #### ๑. ยุทธศาสตร์ชุมชนเข้มแข็งและเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนเข้มแข็งเกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำของกลุ่มคน ชุมชน เข้มแข็งจะแก้ปัญหาทุกอย่างพร้อมกันไป ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ จิตใจ ครอบครัว สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ขณะนี้มีองค์กรต่าง ๆ ที่ส่งเสริม สนับสนุนเรื่องชุมชนเข้มแข็ง เช่น กรมพัฒนาชุมชน ธกส. กองทุนเพื่อ สังคม (SIF) พอช. มูลนิธิหมู่บ้าน สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา มูลนิธิพัฒนา ไท โครงการธนาคารหมู่บ้าน เครดิตยูเนียนของชาวคาทอลิก เครือข่ายสัจจะ ออมทรัพย์ ฯลฯ ๒ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ชุมชนเข้มแข็งเป็น "ทุนทางสังคม" ที่สร้างไม่ได้ด้วยอำนาจและเงิน แต่ ด้วยธรรมะแห่งการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (interactive learning through action) รัฐต้องรีบทำความเข้าใจเรื่องนี้ มิฉะนั้นรัฐเองโดยการใช้ อำนาจและเงินจะทำลาย "ทุนทางสังคม" นี้ การบริหารยุทธศาสตร์นี้ควรทำ โดยส่งเสริมสนับสนุนองค์กรที่ทำได้ผลดีอยู่แล้ว ให้ขยายผลส่งเสริมให้มี ชุมชนเข้มแข็งเพิ่มขึ้นจนเต็มประเทศ ## ๒. ยุทธศาสตร์สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร ถ้าชุมชนมีสิทธิในการใช้ทรัพยากรคือที่ดิน แหล่งน้ำ และป่าไม้ อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ก็จะหายจน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้บัญญัติเรื่องสิทธิ ชุมชนในการจัดการทรัพยากร ซึ่งเข้าใจว่าไม่มีรัฐธรรมนูญของประเทศใด ๆ รับรองสิทธิชุมชนในทำนองนี้ รัฐบาล สภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ นักวิชาการ และนักพัฒนา ควรศึกษาทำความเข้าใจเรื่องสิทธิชุมชน ในการจัดการทรัพยากร ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่าง ยั่งยืน จะได้ทั้งความเป็นป่า แหล่งต้นน้ำลำธาร วิถีชีวิตชุมชน และการแก้ ความยากจนพร้อมกันไป เป็นการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน ## ๓. ยุทธศาสตร์คืนสิทธิและส่งเสริมความสามารถในการทำมา หากินของชุมชน ควรสำรวจดูว่า เดิมชุมชนมีสิทธิในการทำมาหากินอะไรบ้างที่รัฐไปรับ มาให้คนส่วนน้อยผูกขาด เช่น การต้มเหล้า ในต่างประเทศเขาปล่อยให้ ชุมชนทำจนมี local brands ที่หลากหลายแข่งกัน มีผู้คำนวณว่า ถ้ารัฐ คืนการผลิตเหล้าไปให้ชุมชน จะเป็นการคืนรายได้ไปให้ชุมชนประมาณปีละ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐควรดูแลเรื่องคุณภาพและการเก็บภาษีอากร "ถ้าคืนสิทธิในการทำมาหากินให้ชาวบ้าน ชาวบ้านจะไม่จน" ๓ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ รัฐเผด็จการไปริบของคนส่วนใหญ่มาให้คนส่วนน้อย รัฐประชาธิปไตยต้องคืนสิทธิต่าง ๆ ให้ประชาชนและชุมชน ดังที่มีผู้กล่าวว่า "ประชาธิปไตยต้องกินได้" คือมีประชาธิปไตยจริงต้องหายจนด้วย ไม่ใช่สักแต่มีพิธีกรรมการเลือกตั้ง ทุกชุมชนควรจะได้รับการฝึกวิชาช่างทุกแขนง ไม่ว่าช่างซ่อมจักรยานยนต์ ช่างซ่อมรถยนต์ ช่างวิทยุ ช่างไฟฟ้า ช่างพัดลม ช่างก่อสร้าง เช่น สร้างสะพาน สร้างและซ่อมถนน ฯลฯ ต่อไปถนนที่ผ่านตำบลใด ตำบบนั้นรับผิดชอบในการสร้างและซ่อมให้อยู่ในสภาพดี รายได้จะเข้าสู่ตำบลมากที่เดียว ตำบลจะหายจน รถยนต์ไปเสียในตำบลใด ตำบบนั้นมีช่างซ่อมให้และดูแลให้ปลอดภัย เมื่อมีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ความปลอดภัยจะตามมา คนไทยจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนได้ทุกแห่งหนในแผ่นดินของเราด้วยความปลอดภัย เรามีคณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาลัยช่างเทคนิคมากมาย รวมทั้งวิชาช่างในกองทัพอีกมหาวิทยาลัยเพียงพอที่จะสอนวิชาช่างให้คนในทุกตำบลถ้ามียุทธศาสตร์นี้ ## ๔. ยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคให้เกื้อกูลกัน ที่แล้วมาเศรษฐกิจมหภาคไม่เกื้อกูล หรือทำลายเศรษฐกิจชุมชน ในที่สุดแย่ทั้งคู่ ต้องมียุทธศาสตร์ที่ทำให้เศรษฐกิจทั้งสองภาคเชื่อมโยงเชิงเกื้อกูลกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความไพบูลย์และยั่งยืนโดยทั่วตลอด ## ๕. ยุทธศาสตร์ประสานการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพลิกฟื้นประเทศ ขณะนี้รัฐบาลลงทุนเรื่องชุมชนเป็นตัวเงินมากอย่างมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชุมชน โครงการหมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการตำบลละ ๑ ล้านบาท อีก ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอบรมบัณฑิตให้เป็นเลขานุการ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ กองทุนหมู่บ้านประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน อีกประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ นับว่ามีปลัด อบต. ที่เป็นบัณฑิตหนุ่มสาว ซึ่งมีอยู่แล้วประมาณ ๗,๐๐๐ คน และโครงการอื่น ๆ เช่น โดย ธกส. SIF พอช. มูลนิธิหมู่บ้าน ฯลฯ ทั้งหมด ยังเป็นลักษณะเบี้ยหัวแตกกระจัดกระจาย แท้ที่จริงถ้ามีการจัดการที่ดี ให้ ส่วนทั้งหมดเชื่อมโยงประสานไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน จะเป็นการเรียนรู้ ครั้งใหญ่ของคนไทยทั้งแผ่นดินเพื่อพลิกฟื้นประเทศ เป็นการปฏิรูปหรือ ปฏิวัติการศึกษาของคนไทยทีเดียว คือ "การเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพลิกฟื้นประ- เทศ" โอกาสนี้อยู่ต่อหน้าเราแล้ว แต่ต้องการคณะทำงานสักคณะหนึ่งซึ่ง เข้าใจเรื่องทั้งหมด ส่งเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน ประสานการเรียนรู้เพื่อ ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ## ๖. ยุทธศาสตร์อุดมศึกษากับการวิจัยที่เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เรามีโครงสร้างของการศึกษาทุก ๆ ระดับครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่การ ศึกษาเกือบทั้งหมดเอา "วิชา" เป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง จึงไม่รู้ร้อนรู้ หนาวร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคมและร่วมแก้ปัญหาสังคม การศึกษาของเราจึง อ่อนแอทั้งระบบ และแก้ความยากจนไม่ได้ ยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้คือรัฐบาลจัดงบประมาณให้ สกว. ให้มากพอ อย่างต่อเนื่องเป็นโครงการสัก ๑๐ ปี ให้ สกว. ไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยให้ ทำการวิจัยพื้นที่ โดยให้มีความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดใน พื้นที่ ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ ที่เรียกว่าวิจัยโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งนั้น รวมการวิจัยทุกด้านเกี่ยวกับพื้นที่ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ความ หลากหลายทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้ง สนับสนุนให้ตำบลสามารถทำ "การวิจัยของตำบล โดยตำบล และเพื่อตำบล" ตำบลที่ทำการวิจัยของตำบล โดยตำบล และเพื่อตำบลได้ จะหายจน การวิจัยพื้นที่นี้จะสร้างมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตขึ้นมาจำนวน มาก และนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งประเทศ เพราะจะเปลี่ยนฐานการ เรียนรู้จากการเอา "วิชา" เป็นตัวตั้งมาเป็นเอา "ความจริง" เป็นตัวตั้ง ๕ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ นี้จะเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง ทำให้การศึกษาสามารถแก้ ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดิน และผลิตคนที่รู้จริงขึ้นมาเต็มไป หมด ทำให้ประเทศเข้มแข็งทางปัญญา ## ๗. ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกฎหมายเพื่อคนจน กฎหมายไทยมีอคติต่อคนจน เป็นโครงสร้างทางสังคมอย่างหนึ่งที่ทำให้ คนจนจน และไม่หายจน เรื่องนี้ควรให้สถาบันพระปกเกล้าทำการวิจัยว่ามี กฎหมายอะไรบ้างที่มีอคติต่อคนจน และเสนอการแก้ไขกฎหมาย รวมทั้ง การบัญญัติกฎหมายใหม่อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิด ความยากจน ## ๘. ยุทธศาสตร์ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารชุมชน การรู้ความจริงถึงกัน และมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จะทำให้ เกิดพลังทางสังคมและพลังทางปัญญาที่จะแก้ปัญหาได้ เรื่องนี้จะรวมถึง วิทยุชุมชน และอินเตอร์เนตชุมชน ที่ชุมชนจะใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันด้วย ที่กล่าวมาทั้ง ๘ ประการนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นบูรณาการ เพื่อส่งเสริมความสามารถของชุมชนและระบบที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นพลัง ทางปัญญาและพลังทางศีลธรรม ที่จะแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาสิ่งแวด- ล้อม และปัญหาสังคมพร้อมกันไป ## ๓ การบริหารยุทธศาสตร์ การบริหารยุทธศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าไม่เข้าใจ ถึงแม้มีนโยบาย ที่ดี เรื่องทั้งหมดก็จะไปสู่ความล้มเหลว ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าปัญหาความยากจนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก แก้ ไม่ได้ด้วยกระบวนการทางอำนาจ รัฐบาลทุกรัฐบาลทั่วโลกล้วนต้องการแก้ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ปัญหาความยากจนทั้งสิ้น แต่แก้ไม่สำเร็จ เพราะคุ้นเคยอยู่แต่กระบวนการใช้อำนาจในการแก้ไข รัฐบาลจะไปสั่งอย่างไร ๆ ก็แก้ไม่ได้ ฝรั่งเองก็พูดว่า "Power is less and less effective" (อำนาจได้ผลน้อยลง ๆ) รัฐบาลจะต้องตระหนักตรงนี้ให้ดี เรื่องที่ซับซ้อนต้องใช้ "กระบวนการสร้างความรู้และร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติ" การสร้างความรู้คือการวิจัย การปฏิบัติคือการพัฒนา นั่นคือ ใช้การวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือดึงผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงชุมชน มาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง วิธีการที่กล่าวนี้มีผู้เข้าใจน้อย องค์กรที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุดคือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพราะได้เป็น "หน่วยจัดการความรู้ที่เป็นอิสระ" ทำงานมา ๙ ปี ทำให้มีประสบการณ์ รู้จักบุคคล และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการ "กระบวนการสร้างความรู้และร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติ" สูงกว่าองค์กรอื่น รัฐบาลควรทำดังนี้ ๑. ทำความตกลงกับ สกว. เป็นโครงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างบูรณาการ โดยรัฐบาลจัดงบประมาณให้มากพอสมควรต่อเนื่องเป็นระยะยาว โดย สกว. มีอิสระที่จะดำเนินการ รัฐบาลร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติ ๒. แต่งตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจนตามข้อเสนอของ สกว. (อย่าตั้งเอง เพราะจะกลายเป็นกระบวนการทางอำนาจ) รัฐบาลเอื้ออำนวยการทำงานของคณะทำงานนี้ คณะทำงานยุทธศาสตร์ทำหน้าที่เชื่อมโยง "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" คือ (๑) การสร้างความรู้ (๒) การเคลื่อนไหวทางสังคม (๓) การเชื่อมโยงทางการเมือง ให้ยุทธศาสตร์การแก้ความยากจนทั้ง ๘ ประการ ดำเนินไปได้ดีและประสานกันเป็นเอกภาพ แก้ความยากจนได้อย่างเป็นบูรณาการและยั่งยืน ถ้ารัฐบาลและสังคมไทยทำความเข้าใจข้อเสนอข้างต้นทั้งหมด โดยเฉพาะการไม่ใช้กระบวนการทางอำนาจ แต่ใช้การบริหารยุทธศาสตร์ที่เป็น ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ กระบวนการสร้างความรู้และร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติ "หน้าต่างแห่งโอกาส" ได้เปิดขึ้นแล้วสำหรับประเทศไทยที่จะแก้ความยากจนได้จริงอย่างบูรณาการ และยั่งยืน และเป็นฐานรองรับการพัฒนาอย่างอื่นเพื่อความเจริญอย่างแท้จริง เกิดประโยชน์สุขต่อคนไทยทั้งประเทศ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ PCET ยุทธศาสตร์แก้ความยากจน อย่างบูรณาการ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
27% Match
กลไกสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา
27% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
25% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

history_eduหัวเรื่อง

• ความจน--การป้องกัน

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้