auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

คุยกับผู้อ่าน : พิษภัยจากยาฆ่าแมลงกับการใช้สะเดา (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 131 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2533)

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการใช้ยาฆ่าแมลงจากสะเดาในบทบาทที่ช่วยพัฒนาการเกษตรในชนบทไทย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# คุยกับผู้อ่าน ## พิษภัยจากยาฆ่าแมลงกับการใช้สะเดา เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ เวทีทิศทางไทย ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาได้พาไปดูงานการเกษตรที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยความเอื้อเฟื้อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยไปดูโครงการชุมชนเกษตรกรรมของ ธ.ก.ส. ที่อำเภอสามชุก และโครงการใช้สมุนไพรเพื่อการขจัดแมลงของคุณเดชา ศิริภัทร แห่งศูนย์เทคโนโลยีเพื่อสังคม ที่อำเภอบางปลาม้า ในการพัฒนาเพื่อความทันสมัย ประเทศไทยได้นำเอายาฆ่าแมลงมาใช้ในการปราบศัตรูพืชกันเต็มประเทศไปหมด เช่น เอามาพ่นผักผลไม้ พ่นในนาข้าว ในการทำไร่ยาสูบ ในการทำไร่ฝ้าย ฯลฯ ยาม่าแมลงนี้ออกจากฆ่าแมลงแล้วยังฆ่าอย่างอื่น ๆ รวมทั้งฆ่าคนด้วย ยาม่าแมลงฆ่าจุลชีพและฆ่าไส้เดือนในดิน ทำให้วงจรธรรมชาติในการสร้างปุ๋ย และบำรุงคุณภาพดินเสียไป เมื่อยาฆ่าแมลงลงไปในน้ำทำให้ปลาเป็นแผลหรือตาย สัตว์และคนที่มากินปลาก็ได้รับยาม่าแมลงเข้าไปในตัว เกษตรกรที่พ่นยาม่าแมลงก็ได้รับพิษภัย บางคนตาย บางคนผมร่วง บางคนได้รับผลร้ายเรื้อรังอย่างอื่น เช่น ต่อระบบสมอง ในการพัฒนาแบบเอาเงินหรือความโลภเป็นตัวตั้ง มีการคิดถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตของคนอื่นน้อย สมควรที่ประชาชนทั่วไปจะต้องตื่นตัวและมีความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากการพัฒนาที่ไม่ถูกต้องเกิดการทำลาย และพิษภัยจากสิ่งแวดล้อมด้วยประการต่าง ๆ ปัญหาของแมลงกับพืชนั้นเกิดจากเกษตรกรรมผิดธรรม (ชาติ) ในธรรมชาติไม่มีใครต้องไปใส่ปุ๋ยให้ป่าซึ่งต้นไม้ขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ เพราะป่าสร้างปุ๋ยได้ และไม่มีแมลงอะไรที่ทำลายป่าได้ เพราะในระบบของป่าธรรมชาติควบคุมกันเอง ต้นไม้ที่ขึ้นคละปะปนกันบางชนิดก็ขับแมลงได้ ถ้าเราเข้าใจธรรม (ชาติ) ชีวิตก็จะไม่เหนื่อยยาก และมีอันตรายมาก ต้นสะเดามีฤทธิ์ขับแมลง ไม่ว่าจะเป็นเปลือก ก้าน ใบ ลูก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อสังคมกำลังทำการทดลองให้เกษตรกรเอาใบสะเดามาตำแล้วคั้นเอาน้ำไปพ่นฆ่าแมลง โดยจะใส่ฆ่าและตะไคร้หอมด้วยหรือไม่ก็ได้ เพราะลำพังสะเดาก็ขับแมลงได้กว่า ๑๐๐ ชนิด เพิ่มฆ่าและตะไคร้หอมก็ขับได้มากชนิดขึ้นอีก ปรากฏว่าได้ผลดี ทำง่าย ประหยัดเงิน และไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ นี่แหละครับ การที่จะมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตจะต้องเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ช่วยกันสร้างกฎเกณฑ์ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ที่จะทะนุบำรุงสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพที่เกื้อกูลต่อการดำรงคงอยู่ของสรรพชีวิตทั้งมวล มิใช่โคนต้นไม้ทำลายป่า ใช้ยาม่าแมลงทุกชนิดเพื่อความร่ำรวยของคนไม่กี่คน คนอื่นและสรรพชีวิตทั้งหลายจะพินาศไปอย่างไรก็ไม่สนใจ รัฐบาลควรจะต้องรู้ว่าอะไรคือธรรมะ อะไรคืออธรรม และอย่าไปเป็นอธรรมเสียเอง ประเวศวะสี มีนาคม ๒๕๓๓ หมอชาวบ้าน ๓ คุยกับผู้อ่าน | นพ.ประเวศ วะสี # พิษภัยจากยาฆ่าแมลงกับการใช้สะเดา เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ เวทีทิศทางไทย ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาได้พาไปดูงานการเกษตรที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยความเอื้อเฟื้อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยไปดูโครงการชุมชนเกษตรกรรมของ ธ.ก.ส. ที่อำเภอสามชุก และโครงการใช้สมุนไพรเพื่อขจัดแมลงของคุณเดชา ศิริภัทร แห่งศูนย์เทคโนโลยีเพื่อสังคม ที่อำเภอบางปลาม้า ในการพัฒนาเพื่อความทันสมัย ประเทศไทยได้นำเอายาฆ่าแมลงมาใช้ในการปราบศัตรูพืชกันเต็มประเทศไปหมด เช่น เอามาพ่นผักผลไม้ พ่นในนาข้าว ในการทำไร่ยาสูบ ในการทำไร่ฝ้าย ฯลฯ ยาฆ่าแมลงนี้นอกจากฆ่าแมลงแล้วยังฆ่าอย่างอื่น ๆ รวมทั้งฆ่าคนด้วย ยาฆ่าแมลงฆ่าจุลชีพและฆ่าไส้เดือนในดิน ทำให้วงจรธรรมชาติในการสร้างปุ๋ย และบำรุงคุณภาพดินเสียไป เมื่อยาฆ่าแมลงลงไปในน้ำ ทำให้ปลาเป็นแผลหรือตาย สัตว์และคนที่มากินปลาก็ได้รับยาฆ่าแมลงเข้าไปในตัว เกษตรกรที่พ่นยาฆ่าแมลงก็ได้รับพิษภัย บางคนตาย บางคนผมร่วง บางคนได้รับผลร้ายเรื้อรังอย่างอื่น เช่น ต่อระบบสมอง ในการพัฒนาแบบเอาเงินหรือความโลภเป็นตัวตั้ง มีการคิดถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตคนอื่นน้อย สมควรที่ประชาชนทั่วไปจะต้องตื่นตัวและมีความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากการพัฒนาที่ไม่ถูกต้องเกิดการทำลาย และพิษภัยจากสิ่งแวดล้อมด้วยประการต่างๆ ปัญหาของแมลงกับพืชนั้นเกิดจากเกษตรกรรมผิดธรรม(ชาติ) ในธรรมชาติไม่มีใครต้องไปใส่ปุ๋ยให้ป่าซึ่งต้นไม้ขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ เพราะป่าสร้างปุ๋ยได้ และไม่มีแมลงอะไรที่ทำลายป่าได้เพราะในระบบของป่าธรรมชาติควบคุมกันเอง ต้นไม้ที่ขึ้นคละปะปนกันบางชนิดก็ขับแมลงได้ ถ้าเราเข้าใจธรรม(ชาติ) ชีวิตก็จะไม่เหนื่อยยาก และมีอันตรายมาก ต้นสะเดามีฤทธิ์ขับแมลง ไม่ว่าจะเป็นเปลือก ก้าน ใบ ลูก ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อสังคมกำลังทำการทดลองให้เกษตรกรเอาใบสะเดามาตำแล้วคั้นเอาน้ำไปพ่นฆ่าแมลง โดยจะใส่ข่าและตะไคร้หอมด้วยหรือไม่ก็ได้ เพราะลำพังสะเดาก็ขับแมลงได้กว่า ๑๐๐ ชนิด เพิ่มข่าและตะไคร้หอมก็ขับได้มากชนิดขึ้นอีก ปรากฏว่าได้ผลดี ทำง่าย ประหยัดเงิน และไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ นี่แหละครับ การที่จะมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตจะต้องเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ช่วยกันสร้างกฎเกณฑ์ วัฒนธรรมและเทคโนโลยี ที่จะทะนุบำรุงสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพที่เกื้อกูลต่อการดำรงคงอยู่ของสรรพชีวิตทั้งมวล มิใช่โคนต้นไม้ทำลายป่า ใช้ยาฆ่าแมลงทุกชนิดเพื่อความร่ำรวยของคนไม่กี่คน คนอื่นและสรรพชีวิตทั้งหลายจะพินาศไปอย่างไรก็ไม่สนใจ รัฐบาลควรจะต้องรู้ว่าอะไรคือธรรมะ อะไรคืออธรรม และอย่าไปเป็นอธรรมเสียเอง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
38% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
35% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
34% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ยาฆ่าแมลงจากสะเดา

• ยาฆ่าแมลง

• การพัฒนาการเกษตร

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้