auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนุญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม

chrome_reader_modeคำอธิบาย

หนังสือเล่มนี้ กล่าวถึง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ที่เป็นกลไกที่จะช่วยให้คนไทยร่วมกันสร้างให้เป็นเครื่องมือที่พวกเราทุกคนจะใช้ขับเคลื่อนให้เกิดความถูกต้อง โดยการสร้างความรู้ ร่วมเรียรู้ โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาตินี้ คือ 1. สุขภาพไม่ใช่โรคและการรักษาโรคเท่านั้น (มาตรฐาน 3) 2.สุขภาพเป็นอุดมการณ์ของชาติ (มาตรา 6) 3.ระบบสุขภาพเป็นระบบสร้างนำซ่อม (มาตรา 6 วรรคสอง) 4.การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ (มาตรา 5, 8-25) 5. หน้าที่ของรัฐตามแนวนโยบายของรัฐในรัฐธรรมนุญ (มาตรา 27-32) 6. ความมั่นคงด้านสุขภาพ (มาตรา 33-34) 7.ระบบสุขภาพที่สมบูรณ์ 8.กลไกแบบใหม่ที่จะขับเคลื่อนสังคมไปสู่การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ (มาตรา 35-68)

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

จดหมาย ถึงเพื่อนคนไทย > ถ้าท่านมีทุกข์ > จะร่วมสร้างสุขภาวะ > ที่สมบูรณ์ได้อย่างไร? > > พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย > > เครื่องมือ > นวัตกรรมทางสังคม ศ.นพ.ประเวศ วะสี พฤษภาคม ๒๕๔๕ สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) "ยามทุกข์ กอดคอกันไว้ ไม่ทอดทิ้งกัน สร้างสรรค์ทางปัญญา หาทางออก ไปสู่การพันทุกข์ร่วมกัน ด้วยเครื่องมือที่แปลกใหม่และทรงพลังยิ่ง " พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๒ # พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ## สารบาญ ๑ ทุกขภาวะ ๔ ๒ การร่วมทุกข์ ๖ ๓ สุขภาวะที่สมบูรณ์ ๘ ๔ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ความแปลกใหม่ที่สร้างสรรค์ ๑๒ ๕ ประเด็นสำคัญใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ๑๔ ๖ แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป ๒๑ ๗ คำอำนวยพรเพื่อนคนไทยทุกคน ๒๒ ศ.นพ.ประเวศวะสี ๓ # เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ## ทุกขภาวะ ท่านมีทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้บ้างไหม ทุกข์เพราะความจน ความฝืดเคือง ไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ ตก งาน รายได้ต่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปัจจัย ๔ ไม่พอเพียง เป็นหนี้เป็นสิน ทุกข์เพราะสุขภาพไม่ดี มีโรค หรือความเจ็บไข้ได้ป่วย ในตัวเอง หรือญาติพี่น้อง เช่น เป็นมะเร็ง เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็น อัมพาต ฯลฯ ทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บไข้ พ่อ แม่ ลูก พี่น้อง ต้อง เจ็บตายไปก่อนวันอันสมควร คิดว่าได้รับบริการไม่ดีพอ ไม่มีเงินรักษาตัว ทุกข์เพราะลูกหรือพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน ตายเพราะอุบัติ- เหตุอย่างที่ไม่ควรตาย กลัวจะเกิดซ้ำอีก วิตกกังวลเวลาเดินทาง ทุกข์เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่น ป่าหมดไป น้ำแห้ง น้ำสกปรก อากาศเป็นพิษ โรงงานปล่อยกลิ่นเหม็น หรือสารพิษลงแม่น้ำลำคลอง การจราจรติดขัด ทุกข์เพราะจิตใจไม่ดีเลยเครียด หงุดหงิด รำคาญ ผิดหวัง ท้อ แท้ เกลียด โกรธ หมดอาลัยตายอยาก หมดหวัง จิตใจไม่สงบ ทุกข์เพราะครอบครัว ภรรยาหรือสามีทำไม่ถูกใจ เป็นห่วง อนาคตของลูก ลูกสอบเอ็นท์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ภรรยาหรือสามี นอกใจ ทะเลาะเบาะแว้งกับญาติ หรือทุกข์เพราะความพลัดพราก ทุกข์เพราะความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไม่ดี จะเป็นเพื่อนบ้าน คนในที่ทำงาน นาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน มีการอิจฉาริษยา ซุบซิบ นินทาให้ร้าย พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม หรือแม้ทุกข์ในสภาพของประเทศ เพราะคิดว่ามันเลวร้ายด้วย ประการต่าง ๆ รวมทั้งเกลียดนักการเมืองคอร์รัปชั่นเข้ากระดูกดำ! ฯลฯ ที่จาระในทุกข์ประเภทต่าง ๆ มาคงจะยังไม่หมด ท่านผู้ใดมีทุกข์ เพราะแม้เหตุใดอื่นอีกก็ช่วยกันเติมเพื่อรวบรวมทำ รายการทุกขภาวะที่ สมบูรณ์ แม้ความทุกข์จะเป็นธรรมดา แต่น้อย ๆ หน่อยแหละดี ท่านคง ไม่คิดฝันว่าจะเป็นไปได้ใช่ไหมว่าจะขจัดทุกข์ที่ท่านเผชิญอยู่ได้อย่างไร นั่นเป็นเพราะท่าน คิดคนเดียว ใช่ไหม หากเราร่วมกันล่ะ ถ้าท่านมีทุกข์ เราร่วมกันคิดหาวิธีที่จะสร้างความสุขที่สมบูรณ์ หรือสุขภาวะที่สมบูรณ์ กันจะดีไหม สิ่งที่คนเดียวแก้ไขไม่ได้ ถ้าเราร่วมกันคิดร่วมกันทำ อาจทำให้ สำเร็จก็ได้ เพื่อนคนไทยครับ ยามทุกข์เราต้องกอดคอกันไว้ เห็นอกเห็นใจ กัน ร่วมคิดร่วมทำ ทำปัญญาให้เกิด สร้างเครื่องมือ ที่เราจะใช้ร่วมกัน เพื่อขจัดทุกข์และสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ขึ้นมาในสังคมของเราให้ได้ จดหมายถึงเพื่อนคนไทยฉบับนี้ ว่าด้วยการร่วมสร้างเครื่องมือ เพื่อสุขภาวะที่สมบูรณ์ของเราและของลูกหลานของเราทุกคน ส.นพ.ประเวศ วะสี ๕ # ๒ การร่วมทุกข์ การร่วมทุกข์ทำให้ความทุกข์น้อยลงหรือหมดไป มักมีความเข้าใจผิดว่าการแก้ทุกข์เริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหา และเมื่อปัญหามันยาก แก้ไม่ได้ ก็เลยแก้ทุกข์ไม่ได้ จุดเริ่มต้นของการแก้ทุกข์คือการร่วมทุกข์ บางทีปัญหายังไม่ ทันแก้เลย แต่เมื่อมีคนมาร่วมทุกข์ ความทุกข์ลดลงฮวบเลย หรือถึง กับหมดไป ดังคนกรุงเทพฯ ฟัง จ.ส.๑๐๐ หรือร่วมด้วยช่วยกัน เวลาขับ รถ ช่วยให้ความทุกข์จากรถติดบรรเทาเบาบางเลย พอทนได้ เพราะมี เพื่อนร่วมทุกข์เยอะทีเดียว คนเป็นมะเร็ง ถ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะทุกข์มากทีเดียว แต่ เมื่อมีกลุ่มอาสาสมัครเพื่อคนเป็นมะเร็ง (Cancer Support Group) มา เป็นเพื่อน รับฟังความทุกข์ ให้กำลังใจ แนะนำเรื่องอาหาร แนะนำการ ทำสมาธิ ปรากฏว่ามีความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อน หลายคนหายจาก มะเร็งเลย คนที่ไปช่วยเหลือคนเป็นมะเร็งก็พลอยมีความสุขไปด้วย คือ มีความสุขจากการให้ การร่วมทุกข์หรือการสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ จะ ทำให้ความทุกข์ลดลงทั้งคู่ คือ ทั้งของผู้มีความทุกข์และของผู้ที่ไป สัมผัสความทุกข์ คนที่มีความทุกข์ส่วนใหญ่เกิดจาก "ความคิดเข้าตัว" การไปสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ทำให้ความคิดออกจากตัว ไปอยู่ที่ผู้อื่น เห็นเขาทุกข์ยิ่งกว่าเราอีก ความทุกข์ของตัวเองเลยหายไป "ยามใดที่คุณมีความทุกข์จนรู้สึกทนไม่ไหว" วจนะของท่าน มหาตมะคานธี "จงนึกถึงใบหน้าของคนที่จนและลำบากที่สุด แล้วทุกข์ ของคุณจะหายไป" การรวมทุกข์เป็นหลักที่สำคัญของพุทธศาสนาและของทุก ๆ ศาสนา ไม่มีศาสนาใดเลยที่สอนเรื่องการแย่งชิงและทอดทิ้งกัน ล้วนแต่ สอนให้ร่วมทุกข์ เมตตา รักเพื่อนมนุษย์ เอื้ออาทรต่อกัน แต่ในสังคม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๖ ปัจจุบันกลับนิยมลัทธิตัวใครตัวมัน หรือปัจเจกชนนิยมสุดโต่ง ถือลัทธิ ประโยชน์ส่วนตัวสูงสุด แย่งชิง และทอดทิ้งกัน "สังคมแย่งสุข" กับ "สังคมร่วมทุกข์" ไม่เหมือนกันเลย ทั่วทั้งโลกเป็นสังคมแย่งสุข จึงพากันทุกข์อย่างแสนสาหัส พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า "ขอให้เราพออยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อ กัน" ซึ่งเป็นคนละอย่างกับสังคมแย่งสุข หรือสังคมวัตถุนิยมบริโภคนิยม การสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ยังทำให้เกิดปัญญา เพราะสัมผัสความจริง การสัมผัสความจริงเป็นฐานให้เกิดปัญญา เจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อยังเสวยกามสุข ได้ทรงเล่าเรียนศิลปวิทยา หรือวิชาความรู้ที่มีอยู่ในสมัยนั้นจนจบสิ้น ทรงมีความรู้ แต่ไม่ทรงมี ปัญญา ต่อเมื่อทรงหนีออกจากกำแพงวังไปสัมผัสความจริงของชีวิต เช่น ความจน ความแก่ ความเจ็บ ความตาย จึงเริ่มต้นของกระบวนการทาง ปัญญาและทำให้บรรลุปัญญาในที่สุด ที่ช่วยให้พระองค์สิ้นทุกข์ และได้ ทรงช่วยให้มนุษย์เป็นอันมากพ้นทุกข์ การสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ทำให้เกิดปัญญา การที่เราจะเข้าใจทุกข์ และมีปัญญาแก้ทุกข์ได้จึงต้องเริ่มต้น ด้วยการร่วมทุกข์ หรือสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ เราต้อง ให้คุณค่าต่อสิ่งนี้ มีนโยบายส่งเสริมการเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม ให้ ผู้คนไปสัมผัสความทุกข์ยาก และช่วยเหลือกันและกัน การศึกษาต้อง ไม่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง แต่เอาการสัมผัสความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ เป็นตัวตั้ง เพื่อให้เกิด "ใจ" และเกิดปัญญา มิใช่ท่องบ่นตำราแล้วก็ไปแย่ง ชิง ทิ่มต่ำกัน "ศาสตร์" เลยกลายเป็น "ศาสตรา" มากกว่าเป็นปัญญา ระบบสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์จึงควรเริ่มต้นด้วยการส่งเสริม การร่วมทุกข์ ควรมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการร่วมทุกข์และช่วยเหลือเกื้อกูล เพื่อให้เกิดพลังทางใจ พลังทางสังคม และพลังทางปัญญา ที่จะร่วมกัน สร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ ต.นพ.ประเวศ วะสี ๗ # ๓ สุขภาวะที่สมบูรณ์ การที่จะร่วมกันสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ได้ก็ต้องเข้าใจเสียก่อน ว่าสุขภาวะที่สมบูรณ์คืออะไร ในที่นี้เน้นที่คำว่าสมบูรณ์ ที่แล้วมาเรามักไม่ค่อยนึกถึงความสมบูรณ์หรือความครบครัน ของเรื่องทั้งหมด หรือคิดเป็นส่วน ๆ เพียงบางส่วน แต่ไม่ครบ เช่น คิดแต่ความสุขของเรา แต่ไม่คิดถึงความสุขของเขา คิดแต่ความสุขทางวัตถุ แต่ไม่คิดถึงความสุขทางใจ และความ สุขทางสังคม หรือความสุขอันสูงยิ่ง คิดแต่ความสุขทางใจ แต่ไม่คิดถึงเรื่องความสุขทางวัตถุและ ทางสังคม คิดแต่เรื่องปัจเจกบุคคล แต่ไม่คิดถึงโครงสร้างของสังคม ฯลฯ มนุษย์เต็มไปด้วยการคิดแบบแยกส่วน จึงไม่สามารถสร้าง ความสุขที่สมบูรณ์ได้ ประดุจรถยนต์ที่เครื่องไม่ครบสมบูรณ์ย่อมวิ่งไป ไม่ได้ ฉะนั้น การที่จะร่วมกันสร้างความสุขที่สมบูรณ์ได้จะต้องคำนึง ถึงความสมบูรณ์ หรือความครบเครื่อง ทั้งองค์ประกอบ และเครื่องมือ ที่จะขับเคลื่อน ก็ลองหันมาดูคำนิยามของความสุขที่สมบูรณ์กันและพยายามดู หลายๆ สำนวน ในทางพุทธนั้นมองว่าความสุขคือการสิ้นไปของความทุกข์ หรือ ความบีบคั้น ความบีบคั้นอะไร ความบีบคั้นมี ๔ ประการด้วยกันคือ ๑. ความบีบคั้นทางกาย เช่น ความเจ็บไข้ การขาดแคลน ปัจจัย ๔ ๒. ความบีบคั้นทางใจ เช่น ขาดความรักความเมตตา ขาด ความตั้งมั่นทางจิต พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๓. ความบีบคั้นทางสังคม เช่น ขาดการอยู่ร่วมกันด้วยดี ๔. ความบีบคั้นทางปัญญา เช่น ความไม่รู้ ความมืดบอด การ ไม่รู้จักตนเอง การไม่สามารถเข้าถึงสิ่งสูงสุด หลักของศาสนาต่าง ๆ ก็ไม่น่าจะต่างไปจากนี้ แต่อาจใช้คำพูด หรือสำนวนต่างกันไป ตามความแตกต่างทางวัฒนธรรม องค์การอนามัยโลก ซึ่งมีคนมาร่วมคิดร่วมทำจากประเทศต่าง ๆ ให้คำนิยาม ความหมายของคำว่าสุขภาพว่า "Health is a stage of complete physical, mental, social and spiritual well-being, not merely absence of diseases and infirmity" ประเด็นสำคัญของคำจำกัดความของคำว่าสุขภาพขององค์การ อนามัยโลกก็คือว่า "ไม่ใช่แต่การไม่มีโรคเท่านั้น" แต่หมายถึง "สุขภาวะ ที่สมบูรณ์" นี่เป็นการปฏิรูปความคิดเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะเรามักคิดกัน ว่าสุขภาพกับโรคเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าไม่มีโรคก็แปลว่าสุขภาพดี ถ้า สุขภาพไม่ดีก็คือมีโรค นั่นคิดกันอย่างนั้น แต่ในความหมายใหม่หมาย ถึงว่า การไม่มีโรคก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดี และ แม้มีโรคก็สุขภาพดีได้ เพราะ สุขภาพ หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ หรือสุขภาวะที่สมบูรณ์ทุก ๆ ทางเชื่อม โยงกัน สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางกายหรือทางวัตถุ ย่อมหมายถึงการมี ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีเศรษฐกิจพอเพียง มีสิ่งแวดล้อมดี ไม่มี อุบัติภัย เป็นต้น สุขภาวะทางจิต หมายถึง จิตใจที่เป็นสุข หย่อนคลาย ไม่เครียด คล่องแคล่ว มีความเมตตา กรุณา มีสติ มีสมาธิ เป็นต้น ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๙ สุขภาวะทางสังคม หมายถึงการอยู่ร่วมกันด้วยดี ในครอบครัว ในชุมชน ในที่ทำงาน ในสังคม ในโลก ซึ่งรวมถึงการมีบริการทางสังคม ที่ดี และมีสันติภาพด้วย เป็นต้น สุขภาวะทางจิตวิญญาณ หมายถึงความสุขอันประณีตที่เกิดจาก การมีจิตใจสูง เข้าถึงความจริงทั้งหมด ลดละความเห็นแก่ตัว มุ่งเข้าถึง สิ่งสูงสุด ซึ่งหมายถึงพระนิพพาน หรือพระผู้เป็นเจ้า หรือความดีสูงสุด สุดแล้วแต่ความเชื่อที่แตกต่างกันของแต่ละคน ๆ คำว่าจิตวิญญาณซึ่งใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไปในเรื่องต่างๆ หมายถึง มิติ ทางคุณค่าที่สูงสุด เหนือไปจากโลกหรือภพภูมิทางวัตถุ การมีศรัทธา และมีการเข้าถึงคุณค่าที่สูงส่ง ทำให้เกิดความสุขอันประณีตลึกล้ำ ซึ่ง บางท่านเรียกว่าทิพยสุข สุขภาวะทางจิตวิญญาณมีผลกระทบต่อสุขภาวะทางกาย ทาง จิตและทางสังคม สุขภาวะทางจิตวิญญาณไม่อาจอธิบายให้รู้ได้ทาง ทฤษฎี (ทิฐิ) หรือทางวิชาการ แต่รู้ได้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์และ ไม่ได้เป็นเรื่องของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เข้าถึงกันได้ทุก คน ไม่ว่านับถือศาสนาใด ๆ หรือไม่นับถือศาสนาใด ๆ และทุกคนล้วนมี ประสบการณ์กันมาแล้ว กล่าวคือ เราไม่ได้เห็นแก่ตัวตลอดเวลา ยาม ใดที่เราไม่เห็นแก่ตัวเราจะมีความสุขอันประณีต ท่านอาจารย์พุทธทาส เรียกสภาพสุขนี้ว่านิพพานชิมลอง ส่วนใครจะเรียกว่า เป็นสุขภาวะทาง จิตวิญญาณ หรือไม่เรียก เรียกเป็นอย่างอื่นก็สามารถทำได้ ข้อสำคัญ อยู่ที่ผลซึ่งรู้ได้ด้วยตนเอง อย่าให้ "ทิฐิราคะ" เข้าครอบงำ ความรุนแรงทางศาสนาเกิดขึ้นเพราะ "ทิฐิราคะ" ถือเอาทิฐิหรือ ทฤษฎีเป็นตัวตั้ง แทนที่จะเอาตัวมนุษย์ในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์ ที่ควร จะมีความเมตตาต่อกัน ร่วมมือกันไปสู่การแก้ทุกข์และสร้างสุขภาวะที่ สมบูรณ์ เป็นที่ตั้ง ที่กล่าวมานี้ เป็นความพยายามที่จะอธิบายทรรศนะต่อความ สุขที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา หรือทาง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๑๐ จิตวิญญาณ ให้เชื่อมโยงกันทุกๆ มิติ ไม่คิดแบบแยกส่วนเอาแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นี้อาจจะเรียกว่า **โลกทัศน์และวิถีคิดแบบเชื่อมโยงเป็นบูรณาการ** ไม่ใช่โลกทัศน์และวิถีคิดแบบแยกส่วน อันนำไปสู่ความทุกข์ ถึงขั้นนี้ เราคงเข้าใจว่า "วิถีคิด" ของมนุษย์มีความสำคัญยิ่ง วิธีคิดแบบแยกส่วนนำไปสู่ความทุกข์ วิถีคิดแบบเชื่อมโยงเป็นบูรณาการให้สมบูรณ์ สร้างความสุขได้ ขอให้เราสนใจวิถีคิดกันเถิด และพยายามทำความเข้าใจสุขภาวะที่สมบูรณ์ จะได้ร่วมกันสร้างให้เกิดขึ้น ในการร่วมกันสร้าง เราต้องการเครื่องมือ เครื่องมือนั้นคืออะไร ส.นพ.ประเวศ วะสี ๑๑ # พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ความแปลกใหม่ที่สร้างสรรค์ ตามปรกติที่ผ่านมา เรามักเข้าใจพระราชบัญญัติว่าเป็นกฎหมายที่รัฐออก มาใช้บังคับ เอากับราษฎร โดยประชาชนไม่มีส่วนในการออกกฎหมาย และในการร่วมใช้ให้เป็นผลดีต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข นั้นเป็นเรื่องเก่าที่ล้าหลัง แต่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติที่กำลังยกร่างกันอยู่นี้ เป็นความแปลกใหม่ที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ ที่ทุกฝ่ายในสังคมร่วมกันสร้าง ไม่ใช่รัฐกำหนดขึ้นฝ่ายเดียว แปลกใหม่ ที่ในกระบวนการยกร่าง มีกระบวนการสร้างความรู้ (การวิจัย) และการร่วมเรียนรู้ ควบคู่ไปด้วยอย่างเข้มข้น หรือที่เรียกว่า มีฐานอยู่ในความรู้ หรือยิ่งกว่านั้น คือใช้ปัญญาเป็นฐาน แปลกใหม่ ที่ไม่ใช่กฎหมายที่บังคับตายตัว แล้วก็ไม่ได้ผลหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่เป็นกฎหมายที่มุ่งสร้างความเข้าใจที่สมบูรณ์ สร้างกลไกร่วมกันที่จะขับเคลื่อนต่อไป ทั้งภาคสังคม ภาควิชาการ และภาคการเมือง เพราะภาคใดภาคหนึ่งภาคเดียวจะทำให้สำเร็จไม่ได้ และกำหนดให้มีการสร้าง “สมอง” ของระบบ หรือระบบวิจัย เพื่อให้กระบวนการขับเคลื่อนทางสังคมเป็นกระบวนการที่ใช้ปัญญา แปลกใหม่ ที่กฎหมายนี้เน้นการทำวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ทำหลักการและกระบวนการมีส่วนร่วมเรียนรู้ในการปฏิบัติ ต่อเมื่อเรื่องใดชัดเจนหรือเห็นพ้องต้องกันที่จะกำหนดองค์กร จึงกำหนดองค์กรขึ้น ๑๒ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ไม่ใช้การกำหนดองค์กรเป็นตัวนำเหมือนการปฏิรูปบางอย่างที่กำลัง เกิดขึ้น อันนำไปสู่ความขัดแย้ง ความบาดหมาง และความเบี่ยงเบน ฉะนั้น พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ จึงเป็นนวัตกรรมทางสังคมอัน ทรงพลัง ที่ทำให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันอย่างเป็นอิสระ และสร้างสรรค์ อย่างเต็มที่ กระบวนการการยกร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ และการใช้ พ.ร.บ.นี้ในการขับเคลื่อนไปสู่การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ จึงเป็น กระบวนการถักทอ สังคมทั้งสังคม เข้ามาร่วมกันด้วยใจ ที่จะร่วมทุกข์ ร่วมสุข ไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมคิดร่วมทำ และมีเครื่องมือทางปัญญาหรือสมอง เป็นการกรีฑาทัพที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยที่จะทำสงครามกับ ความทุกข์ที่กัดกินคนไทยอย่างสลัดไม่ออก เพื่อเอาชนะและสร้างสุข ภาวะที่สมบูรณ์ให้จงได้ กองทัพของคนไทยคราวนี้ประกอบด้วยพลังหรือพละ ๓ ประ- การ คือ สังคมพละ คือ การร่วมกันทั้งสังคม ปัญญาพละ คือ กลไกทาง สมองในการเคลื่อนไหว และ เมตตาพละ คือจิตใจที่จะร่วมทุกข์ไม่ทอดทิ้ง กัน ร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าท่านยังไม่ได้มีส่วนร่วม โปรดเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดยการศึกษาร่างพระราชบัญญัติแห่งชาติที่แนบมาด้วยหรือไปขอมา ได้ ร่วมแก้ไขเพิ่มเติมตามที่ท่านคิดว่าควรจะเป็น ร่วมผลักดันให้ออกมาเป็นพระราชบัญญัติ และร่วมกันใช้พระ ราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาตินี้เป็นเครื่องมือในการสร้างสุขภาวะที่ สมบูรณ์ต่อไป ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๑๓ # 2 ประเด็นสำคัญใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ขอให้อ่านร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ตลอดจนเอกสารประกอบ ต่างๆ ว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือมีประเด็นสำคัญอะไรที่ตกหล่น ไป ควรเพิ่มเติม เพื่อง่ายต่อการพิจารณาของท่าน ขอดึงสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติขึ้นมาให้เห็นดังต่อไปนี้ ## ๑. สุขภาพไม่ใช่โรคและการรักษาโรคเท่านั้น (มาตรา ๓) แต่หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์เชื่อมโยงกันทุกด้าน ซึ่งเกี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจ จิตใจ ครอบครัว ชุมชน สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม พร้อมกันไป เพื่อให้การเคลื่อนไหวเรื่องสุขภาพเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่ ทุกด้าน เพื่อให้สามารถสร้างความสุขที่สมบูรณ์ถ้วนหน้าได้ ## ๒. สุขภาพเป็นอุดมการณ์ของชาติ (มาตรา ๖) เดิมทิศทางการพัฒนาเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง หรือมุ่งสร้างความ ร่ำรวย ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัวและทอดทิ้งกัน พ.ร.บ.นี้ต้องการสร้าง อุดมการณ์ของชาติ และทิศทางการพัฒนาขึ้นใหม่ ที่ถือเอาสุขภาวะที่ สมบูรณ์ของคนทั้งหมดร่วมกันเป็นสิ่งสูงสุด ไม่ใช่เอาเงินเป็นสิ่งสูงสุด นี่เป็นประเด็นใหญ่ที่สุด ที่จะใช้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ เป็น เครื่องขับเคลื่อนการปฏิรูปทิฐิและปฏิรูปสังคม ไปสู่การเป็นสังคมแห่ง ความเอื้ออาทร สังคมแห่งความสามัคคี และสังคมแห่งปัญญา ## ๓. ระบบสุขภาพเป็นระบบสร้างนำซ่อม (มาตรา ๖ วรรคสอง) แต่เดิมระบบสุขภาพเป็นระบบทั้งรับ คือรอให้ป่วยแล้วจึงค่อยมา ซ่อมกัน ทำให้ประชาชนเจ็บป่วยล้มตายพิการโดยไม่จำเป็น และสูญ เสียทางเศรษฐกิจจนวิกฤต พ.ร.บ.นี้ปรับระบบสุขภาพจากระบบตั้งรับ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๑๔ ความป่วย ไปเป็นระบบรุกสร้างสุขภาพดี โดยพยายามทุกวิถีทางให้ ประชาชนทั้งมวลดำรงอยู่ในความมีสุขภาพดีให้มากที่สุด ๔. การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ (มาตรา ๕, ๔-๒๕) การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์เป็นศีลธรรมพื้น ฐาน ถ้าปราศจากศีลธรรมพื้นฐาน สังคมจะเจริญไม่ได้ สังคมไทยเป็น สังคมรวมศูนย์อำนาจที่ไม่เคารพคนเล็กคนน้อยคนยากจน พ.ร.บ.นี้ กำหนดว่าสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และกำหนด สิทธิด้านสุขภาพไว้เป็นเอนกปริยาย ตั้งแต่มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ คนยากจนไม่ใช่ไปขอทานบริการ แต่เป็นสิทธิของเขาที่จะ ได้รับบริการ (มาตรา ๑๓) บุคคลมีสิทธิแม้ต้องการเลือกการตายอย่างสงบและมีศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ (มาตรา ๒๔) ๕. หน้าที่ของรัฐตามแนวนโยบายของรัฐในรัฐธรรมนูญ (มาตรา ๒๗-๓๒) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ หมวด ๕ ได้กำหนดแนวนโยบายพื้น ฐานของรัฐ ให้รัฐปฏิบัติเพื่อความผาสุกของปวงชน แต่ยังไม่มีการปฏิบัติ กันเท่าที่ควร พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติได้อนุวรรตตามรัฐธรรมนูญโดย กำหนดหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อการมีสุขภาวะที่สมบูรณ์ ของปวงชน ซึ่งรวมไปถึงนโยบายสาธารณะที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุข- ภาพของประชาชน (มาตรา ๒๘) การดูแลระบบบริการสาธารณสุขไม่ให้ เป็นไปเพื่อการค้ากำไรเชิงธุรกิจ (มาตรา ๓๑) การกระจายรายได้อย่าง เป็นธรรม จัดระบบการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และอื่น ๆ เพื่อแก้ไข ความยากจน (มาตรา ๓๒) เพราะความยากจนเป็นอุปสรรคต่อการมี สุขภาพดี ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๑๕ # ๖. ความมั่นคงด้านสุขภาพ (มาตรา ๓๓-๓๔) มาตรา ๓๓-๓๔ กำหนดความมั่นคงด้านสุขภาพไว้อย่างครอบ คลุมหนาแน่น ทั้งความมั่นคงทางสังคม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงทางทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ความมั่นคงทางการเมือง ความมั่นคงเกี่ยวกับความยุติธรรม ความมั่นคงเกี่ยวกับการวิจัย ความ มั่นคงเกี่ยวกับความเชื่อ ประเพณี ศาสนามาวัฒนธรรม ทั้งหมดก็เพื่อเป็นกรอบของเรื่องที่ประชาชนและรัฐจะต้องร่วม กันสร้างขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าสุขภาวะที่สมบูรณ์มีความมั่นคงยั่งยืน # ๗. ระบบสุขภาพที่สมบูรณ์ ระบบที่องค์ประกอบครบและทำงานเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ประดุจรถยนต์ที่เครื่องสมบูรณ์ จึงจะวิ่งไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ แล้วมาระบบสุขภาพขาดความสมบูรณ์ วิ่งไปก็ติดขัดและเข้าสู่สภาวะ วิกฤต พ.ร.บ.นี้พยายามชี้บ่งให้มีการสร้างระบบสุขภาพที่สมบูรณ์ดังนี้ (๑) ระบบสร้างเสริมสุขภาพ (มาตรา ๗๑-๗๓) ซึ่งรวมความตั้ง แต่นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ ความเข้มแข็งของชุมชน มาตรการด้านภาษีและอื่นๆ เพื่อ สร้างพฤติกรรมสุขภาพ ตลอดจนการปรับระบบบริการ สาธารณสุข (๒) ระบบป้องกันและควบคุมปัญหาที่คุกคามสุขภาพ (มาตรา ๗๔-๗๖) ดังที่เคยเรียกกันว่า การป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งมักหมายเฉพาะโรคติดต่อ แต่ไม่ว่าปัญหาที่คุกคามจะ เป็นเชื้อโรคหรือมิใช่ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง อุบัติเหตุ ยา เสพย์ติด จะต้องมีระบบที่ป้องกันและควบคุมที่ป้องกัน การเจ็บการตายของประชาชนโดยไม่จำเป็นให้ได้ดีที่สุด (๓) ระบบบริการสาธารณสุข (มาตรา ๗๗-๘๐) ระบบบริการ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๑๖ สาธารณสุขต้องมีอย่างพอเพียง เข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นการค้ากำไรเชิงธุรกิจ โดยมีครบครันทุกประเภท ตั้งแต่การดูแลรักษาตัว เอง การดูแลในครอบครัว การดูแลในชุมชน บริการฉุกเฉิน บริการระดับต้น บริการระดับสอง บริการระดับสาม บริการพิเศษ โดยมีระบบรับรองคุณภาพ และการตรวจสอบให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง (๔) ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (มาตรา ๘๑-๘๓) พ.ร.บ.นี้เห็นคุณค่าของการแพทย์ดั้งเดิม เช่น การแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ระบบหมอพื้นบ้าน และสนับสนุนให้ประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลายแผน ให้มีกลไกเฉพาะเพื่อทำงานพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง (๕) ระบบคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (มาตรา ๘๔-๘๖) ให้มีระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ให้จัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑ ของงบประมาณด้านสุขภาพทั้งของรัฐบาลและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนแก่องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคทั่วทุกพื้นที่ (๖) ระบบสมองของระบบสุขภาพ (มาตรา ๘๗-๘๙) ระบบใด ๆ ที่จะดำเนินไปได้ดี ต้องมีสมองหรือกลไกสมองที่รับรู้ความจริงได้ เอาความจริงมาวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นปัญญาที่สูงขึ้น เอาปัญญาไปใช้ ประเมินการใช้และผลการใช้เพื่อเอามาเรียนรู้ให้เป็นปัญญาที่สูงขึ้น แล้วเอาปัญญาที่สูงขึ้นไปใช้อีก เช่นนี้ให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ระบบต่างๆ มักไม่มีกลไกทางสมองที่ว่านี้ แต่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติกำหนดให้มีระบบสมอง คือ "องค์ความรู้ ส.นพ.ประเวศวะสี ๑๗ และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ" โดยให้มีการสร้างความรู้ และเอาความรู้ข้อมูลข่าวสารไปสื่อสารให้รู้ถึงกันทั้งระบบ กำหนดให้จัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓ ของงบประมาณด้านสุขภาพเพื่อการวิจัยด้านสุขภาพ และ ให้มีสำนักงานวิจัยสุขภาพแห่งชาติ ทำการส่งเสริมสนับ สนุนการวิจัยอย่างถูกต้องและพอเพียง (๗) ระบบกำลังคนด้านสาธารณสุข (มาตรา ๙๐-๙๒) กำลังคน ด้านสาธารณสุขมีความสำคัญยิ่ง ที่แล้วมาไม่มีระบบกำลัง คนที่ประสานนโยบายสุขภาพ ระบบบริการ การวางแผน กำลังคน การผลิตกำลังคน และการบริหารจัดการกำลังคน เข้ามาด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ ทำให้เกิดความสูญเสีย และไร้ประสิทธิภาพ พ.ร.บ.นี้กำหนดให้มีกลไกเฉพาะ ทำ งานพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนกำลังคนด้าน สาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง (๘) ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (มาตรา ๙๓-๙๕) ระบบ การเงินการคลังที่ดีสามารถทำให้เกิดระบบบริการที่ดีทุก ขั้นตอน เป็นหลักประกันว่าประชาชนทุกคนสามารถเข้า ถึงบริการที่จำเป็นอย่างเป็นธรรม ระบบทั้งหมดมีความ เป็นไปได้ทางการเงินอย่างยั่งยืน เป็นระบบที่ให้ผลคุ้ม ค่า (cost-effective) พ.ร.บ.นี้กำหนดให้มีกลไกดูแลการใช้ จ่ายเงินที่เป็นอิสระ โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ทั้ง ๘ องค์ประกอบนี้ คือความพยายามที่จะสร้างระบบสุขภาพที่ สมบูรณ์ ควรช่วยกันดูว่ายังขาดตกบกพร่องอย่างไรอีก ช่วยกันประ- กอบเครื่องของระบบสุขภาพให้สมบูรณ์ ให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทั้ง มวลอย่างแท้จริง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๑๘ # ๔. กลไกแบบใหม่ที่จะขับเคลื่อนสังคมไปสู่การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ (มาตรา ๓๕-๖๔) ทั้งหมดใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ คือความพยายามที่จะสร้าง "ระบบสุขภาพ" แบบใหม่ที่ครอบคลุมการพัฒนามนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยรอบด้าน เพื่อให้สามารถสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ หรือความผาสุกให้เกิดขึ้นกับมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง อันเป็นความพยายามที่ยิ่งใหญ่ กลไกเก่า ๆ ไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ เพราะเป็นกลไกที่ไม่ครบเครื่อง โดยมากเป็นกลไกที่เฉพาะนักการเมืองกับข้าราชการเท่านั้นเป็นผู้ทำ ขาดกลไกทางสมอง และกลไกทางสังคม กลไกแบบใหม่ที่บัญญัติใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย การเชื่อมโยงทั้ง ๓ ภาคเข้ามาทำงานร่วมกันคือ (๑) ภาคการสร้างความรู้ (วิจัย) (๒) ภาคสังคม (๓) ภาคการเมือง ตามยุทธศาสตร์ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ที่สามารถเขยื้อนสิ่งยากอันเคลื่อนไม่ได้ประดุจภูเขา ๑. การสร้างความรู้หรือการทำงานทางวิชาการ ๒. การเคลื่อนไหวของสังคม ๓. การเชื่อมโยงกับการเมือง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๑๙ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (มาตรา ๓๕-๔๖) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (มาตรา ๔๗-๖๓) สมัชชาสุขภาพ (มาตรา ๖๔-๖๘) คือ กลไก "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ที่ทั้งภาควิชาการ ภาค สังคม และภาคการเมือง เข้ามาร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่องให้เกิด ระบบสุขภาพที่ครบถ้วน อันก่อให้เกิดสุขภาวะที่สมบูรณ์แก่ประชาชน ทั้งหมดได้จริง ขอให้พิจารณากลไกที่กล่าวถึงนี้โดยสาระ เพราะ เป็นการออก แบบกลไกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย และสนองตอบเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นระบบแรก กลไกนี้เปิดให้คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบทั้งหมดไปสู่ความถูกต้อง เป็นกระบวน การทางศีลธรรม ถ้าสังเกตให้ดี กลไกขับเคลื่อนดังกล่าวอาศัยยุทธศาสตร์ "การ สร้างความรู้และร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติ" อันเป็นกระบวนการที่ทรงพลัง ยิ่ง เพราะอยู่บนความเป็นกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ขับเคลื่อนด้วย ความรัก ความรู้ และความสามัคคี (รู้รักสามัคคี) ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อใคร ยิ่งเคลื่อน ยิ่งมีคนเข้าร่วมมากขึ้นทุกที จนเป็นกระบวนการของคนไทย ทั้งหมดร่วมกัน เพื่อสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นในบ้านเมือง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม ๒๐ # ๖ แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป ร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติฉบับนี้ แม้มีคนจำนวนมากมีส่วนช่วยกันยกร่างขึ้น และพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ก็ต้องถือว่ายังเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจโดยทั่วถึง และไม่อาจถือได้ว่ามีความสมบูรณ์พร้อม ฉะนั้นจึงควรที่ทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะเข้ามาศึกษาโดยละเอียด และให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ช่วยกันผลักดันให้ออกเป็นพระราชบัญญัติภายในสิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๖ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการใช้ พ.ร.บ.นี้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งนี้โดย ๑. เผยแพร่เอกสารและสื่อในรูปอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง ๒. จัดประชุมระดมความคิดในพื้นที่ ๓. จัดประชุมเฉพาะกลุ่ม เช่น สื่อมวลชน ผู้นำทางศาสนา นักเขียน ศิลปิน ครู ดารา ผู้มีชื่อเสียงทางสังคม นักวิชาการ นักการเมือง นักธุรกิจ กองทัพ ฯลฯ ๔. ควรส่งเสริมให้มีการรวมตัวก่อตั้ง "ชมรมสร้างเสริมสุขภาพ" ในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ และทุกตำบล และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เป็นโครงสร้างประชาสังคมเพื่อสุขภาพเป็นพลังทางสังคมที่ปฏิบัติและผลักดันกระบวนการสร้างสุขภาพไปพร้อม ๆ กัน ถ้าท่านมีข้อคิดเห็นประการใดต่อร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาตินี้ โปรดส่งไปยัง สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) ชั้น ๒ อาคารด้านทิศเหนือสวนสุขภาพ (ถ.สาธารณสุข ๖) ภายในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ (๐๒) ๕๙๐-๒๓๐๔ โทรสาร (๐๒) ๕๙๐-๒๓๑๑ homepage: http://www.hsro.or.th ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๒๑ # ๗ คำอำนวยพรเพื่อนคนไทยทุกคน ผมอายุมากแล้ว อาจตายวันตายพรุ่ง จึงขอถือโอกาสนี้เขียน จดหมายถึงเพื่อนคนไทยทุกคนเพื่อเป็นการอวยพรให้ประสบความสุข สวัสดี แม้ประเทศเราและโลกจะมีปัญหาหนักหนาสาหัสมากเพียงใด ถ้าเรากอดคอกันไว้ ไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมกันสร้างจินตนาการใหญ่ ประ ดุจพระพุทธองค์ พระเยซูคริสต์ และศาสดามูหะหมัดว่า "มนุษย์พัน ทุกข์ได้" มนุษย์มีศักยภาพทางปัญญา และทางความดีที่จะค้นให้พบ ระบบการอยู่ร่วมกันด้วยดี เพื่อความผาสุกของคนทั้งมวล หรือ "คนทั้ง มวลพ้นทุกข์ร่วมกันได้" พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ เป็นกลไกที่คนไทยร่วมกันสร้างให้เป็น เครื่องมือที่พวกเราทุกคนจะใช้ขับเคลื่อนให้เกิดความถูกต้องทุก ๆ ประการ โดยการสร้างความรู้ ร่วมเรียนรู้ ด้วยความรัก ความปรารถนา ดีต่อกัน และความสามารถคิด นี้เป็นสันติวบที่จะนำเราใกล้จุดมุ่งหมาย แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์เป็นลำดับ ๆ ไป เราเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที ขอให้ใช้ศักยภาพแห่งความเป็น มนุษย์ให้เต็มที่ ความเป็นมนุษย์อยู่ที่การมีจิตใจสูง และมีปัญญา ขอให้ ใช้ศักยภาพความเป็นมนุษย์สร้างการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทั้งระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ ขอให้ท่านทั้งหลายมีความเมตตาแก่กันและกัน และประสบ สันติสุขชั่วนิรันดร ## ประเวศ วะลี ### ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ๒๒ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ : ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย เครื่องมือนวัตกรรมทางสังคม สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) ชั้น ๒ อาคารด้านทิศเหนือสวนสุขภาพ (ถ.สาธารณสุข ๖) ภายในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ (๐๒) ๕๙๐-๒๓๐๔ โทรสาร (๐๒) ๕๙๐-๒๓๑๑ หรือ ตู้ ปณ. ๙ ปณฝ.ตลาดขวัญ นนทบุรี ๑๑๐๐๒ E-mail address : hsro@hsro.or.th homepage : www.hsro.or.th ส.นพ.ประเวศ วะสี ๒๓ " พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ จึงเป็น นวัตกรรมทางสังคมอันทรงพลัง ที่ ทำให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันอย่างเป็น อิสระและสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ กระบวนการการยกร่าง พ.ร.บ.สุขภาพ แห่งชาติ และการใช้ พ.ร.บ.นี้ในการขับ เคลื่อนไปสู่การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ จึงเป็นกระบวนการถักทอลังคมทั้ง สังคมเข้ามาร่วมกันด้วยใจ ที่จะร่วม ทุกข์ร่วมสุข ไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมคิด ร่วมทำ และมีเครื่องมือทางปัญญา หรือสมอง เป็นการกรีฑาทัพที่ใหญ่ที่สุดของคน ไทยที่จะทำสงคราม กับความทุกข์ที่ กัดกินคนไทยอย่างสลัดไม่ออก เพื่อ เอาชนะและสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ ให้จงได้ "

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
22% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
20% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สุขภาพ

• กฎหมายสาธารณสุข

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้