auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับหากทำให้คนไทยหายจนได้ จะทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจก็จะคล่องตัวมากขึ้น
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
ทำให้ ๗,๐๐๐ ตำบล หายจน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ ทำให้ ๗,๐๐๐ ตำบล+ทายจน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ ทำให้ประชาชนทั้ง ๗,๐๐๐ ตำบล หายจนโดยไม่ยาก! ถ้าเข้าใจ ๒ เรื่องให้ดี ถ้าประชาชนทั้ง ๗,๐๐๐ ตำบล หายจน จะมีอำนาจซื้อมาก ทำให้ เศรษฐกิจข้างบนเจริญและมีความมั่นคง ไม่วูบวาบเกินไปเช่นปัจจุบัน อะไรที่ฐานแข็งแรงก็จะมั่นคง การพัฒนาที่แล้วมาของเราเป็น "การพัฒนาแบบทุบฐาน" ให้อ่อนแอทุกทาง ทั้งฐานทางสังคม ฐานทางเศรษฐกิจ ฐานทางวัฒนธรรมฐานทางสิ่งแวดล้อม และฐานทางการเมือง เมื่อฐานอ่อนแอ สังคมทั้งหมดก็ทรุดตัวลง และพังทลาย ที่จริงเรื่องการทำให้ฐานล่างเข้มแข็งเป็นเรื่องไม่ยาก ถ้าเข้าใจ แต่การที่คนข้างบนไม่เข้าใจ ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ผล เพราะระบบรัฐ และระบบการศึกษาไทยรวมทั้งมหาวิทยาลัย ได้ทิ้งฐานล่างไปเป็นเวลาเนิ่นนาน การจะทำอะไรให้ได้ผลต้องใช้ความจริง การไม่ใช้ความจริง ทำเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่ได้ผล ต่อไปนี้คือความจริง ๒ ประการ ซึ่งถ้าเข้าใจจะแก้ไขให้หายจนโดยไม่ยาก ๑ ทำให้ ๗๐๐๐ ตำบล หายงูน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ ๑. ทุนทางสังคมเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจดี ที่แล้วมาเราไปใช้แนวทางว่าทำเศรษฐกิจให้ดีแล้วสังคมจะดี ซึ่งสวนทางกับความจริง แล้วผลเป็นอย่างไร ก็เห็น ๆ กันอยู่ ทุนทางสังคม (social capital) เป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี โรเบิร์ท พุทนั่ม ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไปทำวิจัยที่อิตาลี อิตาลีเหมือนมี ๒ ประเทศในประเทศเดียวกัน คือตอนเหนือแถวมิลาน ทอรีโน เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี แต่ตอนใต้ เช่นแถบซิซิลีนั้นยากจน ฉ้อฉล คอร์รัปชัน มีมาเฟีย ฆ่าหัวคะแนน ฯลฯ คำถามคืออะไรทำให้สังคมตอนเหนือกับตอนใต้แตกต่างกันถึงปานนั้น ทั้ง ๆ ที่อยู่ในประเทศเดียวกัน และใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน เป็นเพราะเศรษฐกิจดีนำมาก่อน แล้วจึงทำให้การเมืองดี ศีลธรรมดี หรือเป็นตัวอื่นนำ เมื่อตั้งคำถามแล้วก็เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าคำตอบคืออะไร คำตอบที่ได้ชัดเจนมากคือ Civic tradition นำมาก่อนแล้วเศรษฐกิจจึงดี พุทนั่มได้เขียนผลการวิจัยเรื่องนี้เป็นหนังสือขายดีมากเล่มหนึ่งชื่อ Making Democracy Work : Civic Traditions in Modern Italy คือประชาธิปไตยที่จะได้ผลนั้นต้องเป็น "ประชาธิปไตยทางราบ" ไม่ใช่ “ประชาธิปไตยทางดิ่ง" Civic tradition หมายถึงการที่ประชาชนมีวัฒนธรรมรวมตัวกัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมาก ที่เรียกว่า มีความเป็นประชาสังคม (civil society) หรือสังคมเข้มแข็ง หรือการมีทุนทางสังคม ตรงกันข้าม สังคม ที่มีความสัมพันธ์กันด้วยอำนาจ เช่น นายกับไพร่ ผู้อุปถัมภ์กับผู้อยู่ใต้อุปถัมภ์ เรียกว่ามีความสัมพันธ์ทางดิ่ง ทวีปอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้มีทรัพยากรธรรมชาติพอ ๆ กัน หรือใต้มากกว่าเหนือ แต่อเมริกาเหนือคือสหรัฐอเมริกากับแคนาดา มีทุนทางสังคมมากกว่าอเมริกาใต้ เศรษฐกิจจึงดีกว่า ๒ ทำให้ ๗๐๐๐ ตำบล หายจน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ รูปธรรมของทุนทางสังคมคือความเป็นประชาคมในระดับต่าง ๆ ประชาคมตำบล คือการสร้างทุนทางสังคมที่ทำให้หายจน ในแต่ละตำบลมีประมาณ ๑๐ หมู่บ้าน มีโรงเรียน ๕ แห่ง วัด ๕ วัด สถานีอนามัย ๑ หรือ ๒ แห่ง มีพัฒนากร มีเกษตรตำบล มีสภาตำบล มี องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถ้าคนในตำบลมีตัวกันเป็นกลุ่มทำ กิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ จะหายจน เช่น มีกลุ่มทำเกษตรผสมผสาน กลุ่มหัตถกรรม กลุ่มธรรมะ กลุ่มผู้สูง อายุ กลุ่มสตรี กลุ่มแปรรูปอาหาร กลุ่มผลิตข้าวปลอดสารพิษ กลุ่มการ แพทย์แผนไทย และสมุนไพร กลุ่มศึกษาประวัติศาสตร์ตำบล กลุ่มจัดทำ พิพิธภัณฑ์ตำบล กลุ่มทำธุรกิจชุมชน เช่น เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันขนาด เล็ก ตั้งร้านค้าชุมชน จัดการท่องเที่ยวชุมชน มีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์หรือ กองทุนชุมชน ฯลฯ การมีกลุ่มร่วมคิดร่วมทำกิจกรรมเต็มไปหมดทั้งตำบลเช่นนี้จะทำให้ หายจน พร้อม ๆ กับความเป็นป่ากลับคืนมา เพราะมีการปลูกต้นไม้เป็น ร้อย ๆ ชนิดในการเกษตรผสมผสาน ซึ่งรวมถึงสมุนไพรด้วย การศึกษาประวัติศาสตร์ตำบล และการสร้างพิพิธภัณฑ์ตำบลทำได้ไม่ ยาก เพราะมีครู มีพระ มีปราชญ์ชาวบ้านอยู่แล้ว ควรสร้างพิพิธภัณฑ์ตำบล ทุกตำบล โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐเลย คือตกลงกันว่าจะใช้วัดไหน เป็นที่ตั้ง แล้วรับบริจาคของเก่า เอามาวิจัยและจัดระบบการศึกษาประวัติ- ศาสตร์ และมีพิพิธภัณฑ์ตำบล จะทำให้เกิดพลังทางจิตวิญญาณอย่างมหา- ศาล และเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น จัดการท่องเที่ยวชุมชน ก็ต้อง มองเรื่องสังคม วัฒนธรรม กับเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกัน กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หรือกองทุนชุมชน หรือธนาคารหมู่บ้าน เกิด จากชาวบ้านถือสัจจะว่าจะออมทรัพย์ แล้วเอามารวมตัวกันเป็นกองทุน ชุมชน หรือธนาคารหมู่บ้าน โดยมีชาวบ้านเองเป็นผู้จัดการ กองทุนนี้ให้ สมาชิกก็ไปประกอบอาชีพ ผลประโยชน์ที่ได้จากการให้กู้ ครึ่งหนึ่งเอามา ๓ ทำให้ ๗๐๐๐ ตำบล หายจน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อค จัดสวัสดิการให้สมาชิก เช่น การศึกษา การเจ็บป่วย การตาย เมื่อมีกองทุน ชุมชนชาวบ้านจะเข้มแข็ง และมีความสุขมาก ขณะนี้มีกองทุนทำนองนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่จังหวัดสงขลา กลุ่มครูชบ ยอดแก้ว และคุณอัมพร ด้วงปาน มี ๒๕๐ กว่ากองทุน มีเงินหมุนเวียน ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เฉพาะกองทุนที่ตำบลคลองเปรียะอำเภอจะนะ กองทุนเดียวก็มี ๕๕ ล้านบาท และเพิ่มขึ้น ๑ ล้านบาททุกเดือน ที่ จังหวัดตราดที่พระสุบิน ปณีโต ส่งเสริม มีกว่า ๑๐๐ กองทุน ธนาคาร หมู่บ้านโดยอาจารย์จำนง สมประสงค์ และคุณวิโรจน์ ศิริอัฐ ส่งเสริม มี ประมาณ ๘๐๐ แห่ง มีเงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท มีกองทุนแบบเครดิต ยูเนี่ยน ที่บาดหลวงคาทอลิกส่งเสริมอีกเป็นร้อยแห่ง ฯลฯ กองทุนชุมชน เป็นกระบวนการทางสังคม ซึ่งต่างจากธนาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่ ธ.ก.ส. เพราะการจัดการมีคุณภาพสูงกว่า และค่าจัดการต่ำ มาก รวมทั้งสร้างสวัสดิการสังคมไปในตัว รัฐไม่มีเงินจะมา จัดสวัสดิการ สังคมได้ทั่วถึง แต่โดยมีชุมชนเข้มแข็งขึ้นเต็มประเทศ สวัสดิการชุมชน ก็จะมีขึ้นทั้งประเทศโดยรัฐไม่ต้องออกเงิน ที่เล่ามานี้เป็นอย่างย่นย่อที่สุด เพื่ออธิบายว่าทุนทางสังคมนั้นทำให้ หายจนได้อย่างไร ถ้าคนข้างบนทำความเข้าใจเรื่องนี้ จะทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่ยาก กำลังที่เรามีอยู่ทั้งภาครัฐและเอกชนนั้นเกินพอที่จะทำให้ทั้ง ๗,๐๐๐ ตำบล หายจนได้ทั้งหมด หมายเหตุ ถ้าอยากกินมะม่วง แล้วสนใจแต่ลูกมะม่วงเท่านั้น โดยไม่สนใจต้น มะม่วง หรือโค่นต้นเอาลูกเลย จะกินได้ครั้งเดียวแล้วก็ไม่มีกินอีก ลูก มะม่วงคือเศรษฐกิจ ต้นมะม่วงคือทุนทางสังคม ถ้าปลูกต้นมะม่วงแล้ว ลูกมะม่วงมันก็ออกมาเอง มีกินเรื่อยไป ๔ ทำให้ ๗๐๐๐ ตำบล หายงน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ ## ๒. คนจนใช้หนี้ได้ มักมีความเข้าใจผิดว่าคนจนใช้หนี้ไม่ได้ เพราะเห็นคนข้างบนเบี้ยว กันจนเคย คนจนก็จนจนจนตรอก จะเอาอะไรมาใช้หนี้ ดังที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. เป็นต้น แต่ถ้าไปดูกองทุนชุมชนดังที่เล่ามาข้างต้น หรือกองทุนพัฒนาชุมชน เมือง (พ.ช.ม.) จะทราบว่าคนจนใช้หนี้ได้ ๙๙.๙% หรือ ๑๐๐% ธนาคาร คนจนซื้อธนาคารกรมีนอันมีชื่อเสียงของบังกลาเทศ ก็พบเช่นเดียวกัน ใน กระบวนการทางสังคม ญาติพี่น้อง เพื่อนสมาชิกกลุ่ม จะดูแลควบคุมกัน เองให้มีการใช้หนี้ มิฉะนั้นจะเสียหน้า และกระทบผลประโยชน์ของส่วน รวม ### การให้กู้ผ้านกระบวนการทางเศรษฐกิจจะมีหนี้สูญมาก ### การให้กู้ผ้านกระบวนการทางสังคมเกือบไม่มีหนี้สูญหาย นี้ก็เป็นอานิสงส์ของทุนทางสังคม ถ้าทราบว่าคนจนใช้หนี้ได้ จะเปิดทางออกให้มากมาย โดยอาจจะมี กองทุนของรัฐ หรือเอกชน ไปให้คนจนกู้ผ่านกระบวนการทางสังคม เงิน ก็ไม่สูญ แต่กลับเพิ่มพูนขึ้น พร้อม ๆ กับทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ทั้งทางสังคม และเศรษฐกิจ เช่น รัฐบาลอาจปรับให้ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และธนาคารเพื่ออาคาร- สงเคราะห์ ซึ่งมีสินทรัพย์รวมกันประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ธนาคารเพื่อสังคม ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งในเมืองและ ชนบท ได้ทั้งประเทศ หรือประชาชนจำนวนมากอาจจะรวมตัวกันออกเงินคนละไม่มาก จะ ได้เงินก้อนใหญ่ ตั้งบริษัทชุมชน เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และ ให้ชุมชนเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ เช่นผู้แสดงเจตจำนงซื้อหุ้นบางจาก อาจรวมตัวกันทำ ทำนองนี้ ๕ ทำให้ ๗๐๐๐ ตำบล หายงูน เศรษฐกิจข้างบนสบายบร็อ เรื่องสร้างทุนทางสังคมเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจนี้ ผมเขียนไว้ที่อื่น ยาวกว่านี้ เช่น ในปาฐกถา ป่วย อึ้งภากรณ์ เมื่อ ๙ มีนาคม ๒๕๔๑ เรื่อง "ยุทธศาสตร์ชาติ" หรือในหนังสือชื่อ "ประชาคมตำบล : ยุทธศาสตร์ เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ศีลธรรม และสุขภาพ" ที่นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เป็นบรรณาธิการ พิมพ์ที่สำนักพิมพ์มติชน ขอให้เพื่อนคนไทยพยายามทำความเข้าใจเรื่องทุนทางสังคม ในฐานะ เป็นปัจจัยทำให้เศรษฐกิจดี แล้วช่วยกันปลูกต้นมะม่วงหรือสร้างทุนทาง สังคม แล้วเราก็จะได้ลูกมะม่วง หรือเศรษฐกิจมาเอง และถ้าคณะกรรมการ นโยบายสังคมที่รัฐบาลกำลังจะตั้งขึ้นมา ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ สังคมไทยก็จะหายจนเร็วขึ้น ๖ PQET ทำให้ 7,000 ตำบลหายจน เศรษฐกิจข้างบนสบายบรื๋อ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2003
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• เศรษฐกิจ
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2003
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้