auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ความสุขปีใหม่ : มุมมองใหม่ ชีวิตใหม่ ปัญญาใหม่

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ. ได้กล่าวทักทายผู้อ่านเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2553 ให้ผู้อ่านและครอบครัวประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรือง หากในปีที่ผ่านมามีความทุกข์ใดๆ มากลำ้กรายก็ขอให้มลายไปพร้อมกับปีเก่า ขอให้เรามาตั้งต้นปีใหม่ ชีวิตใหม่ด้วยมุมมองใหม่

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ความสุขปีใหม่ มุมมองใหม่ ชีวิตใหม่ ปัญญาใหม่ ## ประเวศ วะสี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๓ ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ตลอดจนครอบครัวประสบความสุข ความเจริญ หากในปีที่ผ่านมามีความทุกข์ใดๆ มากล้ำกรายก็ขอให้มลายไปพร้อมกับปีเก่า ขอให้เรามาตั้งต้น ปีใหม่ ชีวิตใหม่ด้วยมุมมองใหม่ ## มุมมองใหม่จะทำให้เกิดชีวิตใหม่ มุมมองทางบวกจะลดทุกข์ สร้างสุข ธรรมชาติของสมองจะจำเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี เรื่องดีๆ มีมากกว่า แต่สมองจะเลือกจำเรื่องร้าย แล้วส่งเรื่องร้าย แล้วส่งเรื่องร้ายไปสู่ศูนย์อารมณ์ ทำให้เกิดอารมณ์ทางลบ อารมณ์ทางลบจะรบกวน ความสุข ความจำเก็บไว้ในสมองที่เรียกว่า ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ส่วนศูนย์อารมณ์นี้อยู่ที่ส่วนของ สมองที่เรียกว่า อมีกดาลา (Amygdala) เจ้าฮิปโปกับอมีกดาลานี้มันอยู่ติดกัน เป็นคู่หูที่ส่งกระแส ความจำทางลบ อารมณ์ทางลบขึ้นมารบกวนจิตใจเป็นปรกติวิสัย อารมณ์ทางลบจะทำให้รับรู้ผิดๆ ยิ่งทำให้ ตกอยู่ในวังวนความทุกข์สลัดไม่ออก เรียกว่าตกบ่วงอมีกดาลา (อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์จิตวิวัฒน์ ใน มติชนฉบับวันเสาร์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๓) ความสนใจทางลบที่จะไปดึงให้สื่อ สื่อเรื่องทางลบมากกว่าเรื่องทางบวก สังคมทั้งหมดก็ตกบ่วง อมีกดาลา มีความทุกข์และเห็นอะไรเป็นลบไปหมด ประเทศจึงหมดกำลังลง ถ้าถามว่าอะไรจะให้พลังชีวิต และพลังสังคมในขณะนี้ ผมคิดว่าสิ่งนั้นคือ พลังแห่งการมองทางบวก ในชีวิตและในประเทศมีสิ่งดีๆ มากมาย แต่เราไม่เห็นและไม่เอามาสื่อกัน เราต้องทวนกระแสลบของฮิปโป-อมีกดาลา ทุกวันหัดทบทวน ความจำถึงเรื่องดีๆ ที่ใครทำเราและที่เราทำให้ใคร หรือหาสมุดมาบันทึกความทรงจำเรื่องดีๆ พอไปฝืน กระแสความจำทางลบมาเป็นความทรงจำทางบวก สถานการณ์จะพลิกทันทีจากทุกข์เป็นสุข ถ้าท่านอยาก ทดลองให้เกิด ความสุขฉับพลัน (Instant Happiness) ก็ลองดูเถิดครับ จับเรื่องดีๆ ขึ้นมาคิดจะเกิด ความสุขฉับพลันทันที 1 # การเปลี่ยนมุมมองใหม่ จะทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดใหม่ หรือชีวิตใหม่ เริ่มที่คนใกล้ชิด มองให้เห็นด้านบวกของสามี ของภรรยา ของพ่อ ของแม่ ของลูก ของญาติ ของเพื่อนร่วมงาน ของเจ้านาย ของลูกน้อง ขององค์กร เมื่อหันมามองทางบวกก็จะเกิดความปิติ ความอิ่มใจ ความซาบซึ้ง การเห็นคุณค่า เกิดความสุข เกิดศรัทธา เกิดวิริยะ เกิดสติ เกิดสมาธิ เกิดปัญญา เป็นพลัง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เมื่อผนึกกันเข้ามาท่านเรียกว่า อินทรีย์ ๕ การผนึกของทั้ง ๕ เข้ามา เกิดพลังเรียกว่า พละ ๕ การมองทางบวกจึงทำให้เกิดพลังมหาศาลได้ เรามักจะพูดกันว่า การทำอะไรๆ ต้องเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง เรื่องเคยมีมาแล้ว คณะกรรมการวิชาการคณะหนึ่งเมื่อเริ่มประชุมประธานก็ถามว่า "ใครคิดว่ามี ปัญหาอะไรบ้าง" กรรมการคนแล้วคนเล่ก็พูดถึงปัญหาๆๆ หนักเข้าปัญหามันท่วมทับจนหมดแรงไป คณะกรรมการคณะนี้เลยหมดสภาพไป หลายปีมาแล้วผมไปร่วมประชุมกับประชาคมขอนแก่นในเรื่อง การศึกษา มีสมาชิกผู้หนึ่งไปได้ทุนวิจัยมา จะวิจัยเรื่อง "ทำไมประชาคมขอนแก่นจึงไม่ค่อยเกิด" ผมแนะนำ ว่าอย่าไปตั้งคำถามแบบนั้นเลย เพราะเมื่อวิจัยไปด้วยคำถามแบบนี้จะทอนกำลัง เพราะเมื่อไปหาข้อมูลเพื่อ จะตอบคำถามนี้ก็จะมีคนชี้นิ้วว่าเป็นเพราะคนนั้นคนนี้ไม่ดี จะเกิดความบาดหมางและทอนกำลัง ควรจะตั้ง โจทย์ใหม่ว่า "ในขอนแก่นมีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นบ้าง" เมื่อวิจัยไปๆ เราก็จะเจอเรื่องดีๆ ที่ทำให้เกิดความ ชื่นชม ความปิติยินดี และเกิดพลังร่วม ผู้ที่มีประสบการณ์เรื่ององค์กรมามากจะแนะนำวิธีการที่เรียกว่า Appreciative Inquiry หรือถามหา ความชื่นชม แทนที่จะไปถามว่าองค์กรนี้มีปัญหาอะไรบ้าง แต่ไปถามว่าองค์กรนี้มีความสำเร็จอะไรเป็นที่ น่าชื่นชม เมื่อมีการตอบปัญหาเชิงบวกเช่นนี้ ก็จะเกิดความปิติยินดี และความอิ่มเอิบในจิตใจเพิ่มขึ้นๆ มีการ รวมตัวกันมากขึ้น มีความรักกันมากขึ้น มีความรักองค์กรมากขึ้น มีความเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust) มากขึ้น ความเชื่อถือไว้วางใจกันเป็นทุนที่มีค่ามหาศาลต่อความสุขและความสำเร็จ ทุนชนิดนี้เงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ ซื้อไม่ได้ แต่เกิดจากความสุจริตและการมีน้ำใสใจจริงต่อกัน ถ้าลงไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจะพบคนทำดีและการทำดีๆ ในเรื่องต่างๆมากมาย อาจเป็นครู เป็นพระ เป็นหมออนามัย เป็นพยาบาล เป็นแพทย์ เป็นศิลปินชาวบ้าน เป็นผู้นำชุมชน เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ นายก อบต. ที่เก่งๆ เขาเก่งกว่ารัฐมนตรีเสียอีก ในหมู่บ้านมีผู้นำตามธรรมชาติเป็นสิบๆ คน ผู้นำตาม 2 ธรรมชาติเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน แล้วคนร่วมงานเขารู้กันว่ามีคุณสมบัติ ๕ อย่าง ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม (๒) เป็นคนสุจริต (๓) เป็นคนฉลาด (๔) เป็นคนที่ติดต่อสื่อสารเก่ง พูดจาอะไรผู้คนเข้าใจง่าย (๕) เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป จะเห็นว่าผู้นำตามธรรมชาติมีคุณสมบัติมากกว่าผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีคุณสมบัติครบทั้ง ๕ อย่างหรือไม่ ถ้าแต่ละหมู่บ้านมีผู้นำตามธรรมชาติ ๕๐ คน เรามีหมู่บ้านทั้งหมดประมาณ ๗๖,๐๐๐ หรือ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ก็จะมีผู้นำตามธรรมชาติประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน เห็นไหมครับว่าเรามีผู้นำที่เป็นคนเก่งคนดีอยู่ที่ฐานของสังคมอยู่ถึง ๔ล้านคน ที่จริงมีมากกว่านี้อีก แต่เราไม่เห็นความดีเหล่านี้ เพราะเราชอบ "มองขึ้น" แต่ไม่ชอบ "มองลง" ข้างบนมีคนไม่ดีมาก ก็เห็นสังคมในทางลบไปหมด ต้องหัด "มองลง" แล้วเราจะเห็นสิ่งดีๆ เยอะ เห็นพลังความดีของประเทศ และเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้หมดหวัง ตรงกันข้าม ขณะนี้คนไทยเป็นหมื่นๆ คนแล้วที่เรียนรู้วิถีชีวิตที่ได้ดุลยภาพ อันนำมาซึ่งสุขภาวะทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม ทางสิ่งแวดล้อม และทางปัญญา ถ้าสังคมไทยมองลงข้างล่าง และเรียนรู้จากคนเหล่านี้ ต่อไปเราก็จะมีการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ สร้างสังคมสันติสุขของเราเอง และเป็นตัวอย่างให้ชาวโลกได้ด้วย เพราะวิกฤตการณ์ของโลกคือ วิกฤตการณ์ของการเสียดุลยภาพทุกๆ ด้าน รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เช่นเรื่องโลกร้อน ที่กำลังคุกคามความอยู่รอดของสรรพชีวิตทั้งโลก เรามีตัวอย่างของหมู่บ้านและตำบลที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ เรื่อง เชื่อมโยงกันคือ เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย ชุมชนและท้องถิ่นเหล่านี้เป็นสังคมสันติสุขประดุจสวรรค์บนดิน จากการมีต้นแบบสวรรค์บนดินเหล่านี้ ไม่เป็นการยากเลยที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเกิดสวรรค์บนดินทั้ง ๗๖,๐๐๐ หมู่บ้าน ๗,๖๐๐ ตำบลทั่วประเทศ ชุมชนท้องถิ่นเป็นประดุจฐานพระเจดีย์ของสังคม ฐานพระเจดีย์ที่แข็งแรงจะรองรับพระเจดีย์ทั้งองค์ให้มั่นคงและสง่างาม ไม่มีพระเจดีย์องค์ใดสร้างได้สำเร็จจากยอด ฉันใด การสร้างประเทศก็ฉันนั้นที่ต้องสร้างจากฐานการพัฒนาแบบเจริญลง (มาจากยอด) นั้นไม่สำเร็จ ต้องพัฒนาแบบเจริญขึ้น (มาจากฐานข้างล่าง) ถ้ามองลงล่างจะเห็นสิ่งดีๆ ที่ทำให้มีความสุขและปัญญา ถ้ามองข้างบนจะเห็นความหมดหวัง แต่ถ้ามองข้างล่างจะเห็นความหวัง ประเทศไทยไม่ได้หมดหวังหรอกครับ เรามีทุนและทรัพยากรต่างๆ มากมาย รวมทั้งทุนความดีมากเกินพอที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นสวรรค์บนพื้นพิภพ 3 ขอให้ปีใหม่ ๒๕๕๓ เป็นปีที่คนไทยจะมองลงข้างล่าง เห็นสิ่งดีๆ มีความสุข และเกิดปัญญา ว่าการพัฒนาจากฐานพระเจดีย์เป็นอย่างไร ร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ปีใหม่ มุมมองใหม่ ชีวิตใหม่ ปัญญาใหม่ ไทยเป็นสุข 4 PCET ความสุขปีใหม่: มุมมองใหม่ ชีวิตใหม่ ปัญญาใหม่ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
32% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
27% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การดำเนินชีวิต

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้