auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

สสส. ยามดียามร้ายของนายกรัฐมนตรี

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับ ภารกิจของ สสส. (สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ที่เป็นภาระกิจอันยิ่งใหญ่ เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยทั้งประเทศ อันได้แก่ 1. ลดการบริโภคยาสูบ 2. ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ 3.ลดการตายจากอุบัติเหตุ 4. มีสุขภาพจิตดี ลดความเครียด 5. อาหารปลอดภัย 6. สิ่งแวดล้อมดี ไม่เป็นแผ่นดินอาบยาพิษเยี่ยงปัจจุบัน 7. มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 8. ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจพอเพียง 9. เมืองทุกเมืองเป็นเมืองที่น่าอยู่ 10. มีระบบบริการที่ดี 11. มีสันติวิธีและสันติภาพ 12. มีนโยบายสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ซึ่งเขียนโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

สสส. ยามดียามร้ายของนายกรัฐมนตรี ประเวศ วะสี ย้อนหลังไปกว่า ๑๐ ปี ชมรมแพทย์ชนบทจัดการวิ่งรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จากทุกภาคของ ประเทศ เข้ามาสู่กรุงเทพ รวบรวมรายชื่อประชาชนที่เห็นด้วยกับการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ กว่า ๕ ล้านชื่อ อาจารย์เสม พริ้งพวงแก้ว เป็นผู้แทนมอบรายชื่อทั้งหมดให้แก่ประธานสภาผู้แทนราษฎรสมัยนั้น คือ นาย ชวน หลีกภัย มีโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่เกิดขึ้น มีหมอ ๓ คนที่ลงแรงอย่างมาก คือ นาย แพทย์หทัย ชิตานนท์ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ และนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ มี นส.บังอร ฤทธิ- ภักดี เป็นผู้ประสานงาน โดยที่ตระหนักว่าการสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเจ็บและความตาย ให้ประชาชนมากที่สุด นายแพทย์หทัยกับนายแพทย์ประกิตนั้นทุ่มเทต่อสู้กับอิทธิพลและผลประโยชน์ทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ ที่จะนำความตายมาสู่คนไทย ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะให้คนไทยสูบบุหรี่มาก ขึ้น โดยเฉพาะเด็กและสตรี ในฐานะคนไทยต้องขอขอบคุณคนเหล่านี้ ที่พยายามแทบเลือดตากระเด็นใน การที่จะยับยั้งการทำลายชีวิตคนไทย คนทั่วไปรวมทั้งรัฐบาลด้วย อาจไม่รู้ว่าระบบบริการสุขภาพวิ่งเข้าสู่สภาวะวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปีอย่างต่อเนื่อง จุดวิกฤตคือเงินหมด แต่ทิ้ง ปัญหาไว้ คือความเจ็บ ความตาย ในขณะที่ระบบบริการสุขภาพก็ไม่สามารถรับมือได้ทั้งนี้ เพราะระบบ บริการสุขภาพเป็นระบบ “ตั้งรับ” คือรอให้เจ็บป่วยเสียก่อนแล้วจึงค่อย “ซ่อม” ในขณะที่ความเจ็บไข้ ได้ป่วยและความตายประมาณร้อยละ ๙๐ เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น ถ้าเรามีระบบ “สร้างสุขภาพ” นำ ที่ เรียกว่า “สร้างนำซ่อม” เพราะวิกฤตระบบบริการสุขภาพ คนสาธารณสุขจำนวนหนึ่งจึงคิดเรื่อง “ปฏิรูประบบสุขภาพ” มากว่า ๑๐ ปี โดยหวังว่าจะมีระบบสุขภาพ ที่สร้างสุขภาวะให้คนไทยทั้งประเทศอย่าให้เจ็บป่วยล้มตายโดยไม่ จำเป็น มี อายุ วัณโณ สุขัง พลัง และถ้าเจ็บป่วยแล้วก็ให้มีระบบบริการที่ดีที่สุด การจะปฏิรูป “ระบบ” เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง และทำไม่ได้ถ้าไม่มีความรู้เชิงระบบ ฉะนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงมีการออก พรบ. ตั้ง “สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข” (สวรส.) เป็นเครื่องมือสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ “ระบบ” เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบสุขภาพ สวรส. ได้พยายามสร้างความรู้หลายอย่างเกี่ยวกับระบบสุขภาพ ระหว่างที่นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นผู้อำนวยการ สวรส. มีนายแพทย์สุภกร บัวสาย ทำงานอยู่ด้วย หมอสุขภรพยามคิดค้น เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” ว่าทำอย่างไรจะพลิกทุกขภาวะของคนไทยให้เป็นสุขภาวะให้ได้ มี นาย แพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ซึ่งมีประสบการณ์จากการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่มาอย่างโชกโชน 1 สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง หมอสุภกรเพียรพยายามอยู่เป็นแรมปี โดยทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง จนกระทั่งกระทรวงการคลังเห็นด้วย ที่จะออกพระราชบัญญัติเก็บภาษีเหล้าและบุหรี่ร้อยละ ๒ มาเข้า กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ภารกิจของ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่แต่ยาก เพราะคำว่าสุขภาพหรือสุขภาวะนั้น หมายถึงสุขภาวะทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม ทางจิต วิญญาณหรือทางปัญญา ซึ่งหมายถึงการพัฒนามนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม ทั้งหมดที่เดียว ผมลอง ยกตัวอย่างงานใหญ่ ๆ สัก ๑๐ กว่าเรื่อง เพื่อให้เกิดมโนภาพ ว่าถ้าทำได้จริง คนไทยจะมีสุขภาวะ และ ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร คือ ๑. ลดการบริโภคยาสูบ ๒. ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ ๓. ลดการตายจากอุบัติเหตุ ๔. มีสุขภาพจิตดี ลดความเครียด ๕. อาหารปลอดภัย ๖. สิ่งแวดล้อมดี ไม่เป็นแผ่นดินอาบยาพิษเยี่ยงปัจจุบัน ๗. มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ๘. ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจพอเพียง ๙. เมืองทุกเมืองเป็นเมืองที่น่าอยู่ ๑๐. มีระบบบริการที่ดี ๑๑. มีสันติวิธีและสันติภาพ ๑๒. มีนโยบายสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ทั้ง ๑๒ ข้อนี้ ถ้าเกิดขึ้นได้จริง คนไทยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นสักเพียงใด คำถามก็คือว่า เรามีกระทรวงทบวงกรมที่ใช้เงินงบประมาณปีละประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ทำไม จึงสร้างสุขภาวะดัง ๑๒ ข้อให้สำเร็จไม่ได้ คำตอบก็คือ ทำไม ถ้าไม่ต้องมี สสส. เพราะยากจึงต้องมี สสส. ยกตัวอย่างความยาก เรื่องอุบัติเหตุจราจร คนไทยตายเพราะอุบัติเหตุจราจรประมาณปีละ ๒๐, ๐๐๐ คน บาดเจ็บประมาณ ๑ ล้านคน เสียหายทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำ อย่างไร ๆ ก็ไม่ลด นายแพทย์ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล แห่งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พยายามทำงานหาความรู้ในเรื่องนี้มากว่า ๑๐ ปี ว่าสภาพการณ์เป็นอย่างไร สาเหตุจากอะไร ในโลกนี้เขา มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง ไปพบบุคคลและองค์กรต่าง ๆ เพื่อเสนอความเห็น แต่ทำอย่างไร ๆ อุบัติเหตุ จราจรก็ไม่ลด หมอสุภกรผู้จัดการ สสส. เห็นความอุทิศตัวของหมอไพบูลย์ ก็อยากสนับสนุนให้การลด อุบัติเหตุประสบผลสำเร็จ ทั้งสองคนเขาขอร้องให้ผมรับเป็นประธานโครงการนี้ ผมไม่รับ เพราะมีงาน 2 เยอะอยู่แล้ว หมอไพบูลย์เขาน้อยใจว่าผมไม่ช่วยเขา ทั้งสองคนเจรจากับหมอประกิตให้ช่วยรับเป็น ประธาน หมอประกิตปฏิเสธเพราะเขาติดพันอยู่กับเรื่องบุหรี่ซึ่งยังต้องทำอีกมาก แต่ในที่สุดทนอ้อนวอน ไม่ได้จึงรับเป็น โครงการที่ สสส. สนับสนุนจะต้องมีนิติบุคคลรองรับ จะเป็นทางราชการหรือมูลนิธิก็ได้ เดิมหมอไพบูลย์ติดต่อจะให้โครงการนี้อยู่ในร่มมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ แต่ในที่สุดหมอสุภกรขอให้ไป อยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี อันเป็นต้นสังกัดของหมอไพบูลย์ ดังที่เราทราบว่าในทางการเมือง มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี กับ นายนิกร จำนง รมช.คมนาคม ที่เอาจริงเอาจังกับการลดอุบัติเหตุจราจร โดยได้รับการสนับสนุนในด้านความรู้จากหมอ ไพบูลย์และหมอประกิต แต่อุบัติเหตุจราจรก็ยังหาดลงไม่ ดังในวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา จำนวนคน ตายจากอุบัติเหตุจราจรกลับเพิ่มขึ้นไปอีก ที่เล่ามา พอเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นความยากลำบากของการที่จะสร้างเสริมสุขภาพให้ได้ผล ผู้บริหาร สสส. เหนื่อยยากสุดประมาณ ใช่จะแจกจ่ายเงินไปใช้เงินกันง่าย ๆ แต่ต้องแสวงหาบุคคลและ องค์กรต่าง ๆ ที่จะสามารถทำงานสร้างความรู้และโยงความรู้ไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผล บุคคลและองค์กร ดังกล่าวมีไม่มากนัก เป็นเรื่อง "คุณประโยชน์" ไม่ใช่ผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด ภารกิจในการสร้างเสริมสุขภาวะของคนทั้งประเทศเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ อยากให้คนไทยระลึกถึง พระปฐมบรมราชโองการเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม" นี่คือ ทิศทางที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยและของประเทศไทย แผ่นดินจะต้องมีธรรมครอง และเกิดประโยชน์สุขต่อมหาชน "ประโยชน์สุข" ก็คือ สุขภาวะ คนไทยและกลไกทั้งหมดของประเทศ จะต้องมุ่งไปสร้างประโยชน์สุขหรือสุขภาวะของมหาชน สสส. เป็นกลไกอย่างหนึ่งที่จะสนับสนุนการสร้างประโยชน์สุขของมหาชน ดังกล่าวนั้น ภารกิจใหญ่โตกับข้อกล่าวหาจี๊บจ๊อย เรื่องว่าทำไมโครงการนี้มาขึ้นกับมูลนิธิโรงพยาบาล รามาธิบดี ไม่ขึ้นกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดูจะขาดสาระเต็มที มันไม่ดับเบิลสแตนดาร์ดไปหน่อยหรือ ถ้า เทียบกับเรื่อง "บกพร่องโดยสุจริต" อันโด่งดัง นายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้ง แบบแผ่นเสียงตกร่องว่า "ไม่โปร่งใส เอาเงินไปแจกกัน แล้วก็มาด่า รัฐบาล" ปุถุชนย่อมมี "ยามดี" และ "ยามร้าย" นายกรัฐมนตรีก็คงเช่นเดียวกันคนเรา "ยามร้าย" นั้น แม้สิ่งที่ไม่จริงก็เชื่อว่าจริงได้ การให้ร้ายองค์กรและบุคคลที่เขาทำประโยชน์แก่ประเทศชาตินั้นเป็นบาป อย่างยิ่ง คนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่ถ้ารู้ตัวแล้วแก้ไขเสียก็เรียกว่าทำดี ขอให้ท่านมี "ยามดี" มากๆ เถิด ประโยชน์จะเกิดแก่ตนเองและประเทศชาติ 3 การไปว่าองค์กรเขาไม่โปร่งใส ๆ นั้น ต้องระวังจะถูกฟ้องศาลปกครองได้ เพราะเป็นการให้ร้าย องค์กร สสส. เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายและมีระบบตรวจสอบอยู่แล้วตามกฎหมาย แต่ถ้าสงสัยก็ สามารถตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางขึ้นมาตรวจสอบ แล้วรายงานต่อสาธารณะได้ ไม่ใช่เที่ยวพูดว่อน ๆ ไปโดยไม่มีหลักฐาน อย่าลืมว่าแผ่นดินนี้ต้องมีธรรมครอง "ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” นั้นสำคัญอย่างยิ่งยวด พระมหากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของชาติ เมื่อมีพระบรมราชโองการอันสำคัญยิ่งเช่นนั้น ควรที่คน ไทยทั้งชาติจะร่วมกันปฏิบัติให้เป็นจริง ให้แผ่นดินนี้ธรรมครอง เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม เราต้องร่วมกันสร้างประโยชน์สุขของมหาชนทั้งประเทศ มากกว่ามัวไปทะเลาะกันด้วยเรื่องที่ไม่ เป็นเรื่อง ---------------------------------------- 4 PQET สสส. ยามดียามร้ายของนายกรัฐมนตรี ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
31% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
25% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
22% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• สุขภาวะ

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้