auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

พลังน้ำใจอันยิ่งใหญ่กับการสร้างสรรค์สังคมไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับ การสร้างพลังน้ำใจในสังคมไทย ในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นความทุกข์ต่างๆ โดยนำเสนอ 8 หัวข้อ ได่แก่ 1. พลังน้ำใจอันมหาศาล – ความงามที่ประดับแผ่นดิน 2. คลื่นความทุกข์ของมวลมนุษย์ใหญ่กว่าคลื่นสึนามิ 3. ความหมกมุ่นนมัวเมาในกามสุขทําให้เกิดความประมาทและประสาทชาต่อการรับรู้ความจริง 4. ความเข้าใจว่าความสุขคืออะไรเป็นเครื่องกําหนดทิศทางการพัฒนา 5. สังคมศานติสุข 6. สร้างสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครให้เต็มแผ่นดิน 7. เราพ้นทุกข์ร่วมกันได้ด้วยการเป็นสังคมที่ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท 8. เรามาประชุมใหญ่เพื่อระดมพลังน้ำใจไทยกันดีไหม ซึ่งเขียนโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# พลังน้ำใจอันยิ่งใหญ่ กับการสร้างสรรค์สังคมไทย ประเวศ วะสี ## พลังน้ำใจอันมหาศาล - ความงามที่ประดับแผ่นดิน ภัยพิบัติ เมื่อ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ กระทบจิตใจของมนุษย์ทั้งโลก ความตายของเพื่อนมนุษย์เรือนแสนในชั่วพริบตาเดียวได้ไปสู่การรับรู้ของคนทั้งโลกพร้อมกัน ความตายได้กระชากลูกไปจากแม่ กระชากพ่อแม่ไปจากลูก กระชากผัวไปจากเมีย กระชากเมียไปจากผัว ความพลัดพรากจากของรักเป็นทุกข์อย่างยิ่ง มหาวิปโยคแห่งอันดามันหลังคริสตมาสเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ที่โลกเศร้าสลดที่สุดในชะตากรรมของเพื่อนร่วมโลก **ความทุกข์ทำให้เกิดความโทมนัสอุปายาสา** แต่ความทุกข์ก็ไปกระตุ้นความกรุณาปรานีให้หลั่งออกมา คลื่นพลังน้ำใจได้ไหลบ่าท่วมโลก ใหญ่กว่าคลื่นสึนามิ ความรู้สึกเมตตา ความกรุณาปรานี อยากช่วยผ่อนคลายความทุกข์ยากด้วยประการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ คลื่นพลังน้ำใจที่หลั่งไหลออกมาสามารถสัมผัสกันได้ทั่วโลก ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นอย่างปลาด เป็นความอบอุ่น เป็นความปิติ เป็นทิพยสัมผัสที่กลบลบความแตกต่างขัดแย้งทุกชนิด ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง ยากดีมีจน ความแตกต่างขัดแย้งกลายเป็นเรื่องเล็ก **พลังน้ำใจ นั้นสูงใหญ่เลยพ้นสภาพจิตเล็ก พลังน้ำใจเป็นสภาพจิตใหญ่** มนุษย์ตกอยู่ในสภาพครอบงำของความมีจิตเล็กเสียจนเคยชิน จนหลงลืมไปว่าในเบื้องลึกของจิตใจของมนุษย์แต่ละคนมีเมล็ดพันธ์แห่งความดี ที่ในสภาวะที่เหมาะสามารถถงอกและผลิดอกออกช่อเป็นจิตใหญ่ ที่ไปพ้นความเป็นจิตเล็ก สภาพจิตใหญ่นั้นมีความกรุณาปรานีเข้ามาแทนที่ความเห็นแก่ตัวอันคับแคบ ความกรุณาปรานีก่อให้เกิดความปิติอิ่มเอิบซาบซ่าน และเป็น "กำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น" ดังที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ มีพระราชนิพนธ์ไว้ว่า "อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน เป็นสิ่งดีสองชั้นพลันปลื้มใจ แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล เป็นกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น ... " ๑ พลังน้ำใจหรือพลังแห่งความกรุณาปรานีที่หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ ก่อให้ความอิ่ม ใจความปลื้มใจอย่างที่มนุษย์ไม่รู้สึกมาก่อน ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยโลภจริตอันก่อให้เกิดความตึง เครียดด้วยการแก่งแย่งทอดทิ้งกันและการทำลาย มนุษย์ได้สัมผัสแห่งความกรุณาปรานีว่าเป็น "กำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น" ในเมื่อพลังน้ำใจเป็นกำลังที่เลิศพลังอื่นๆ คำถามก็คือว่าทำอย่างไรจะทำให้พลังน้ำใจไม่ดับ รูปไป แต่ดำรงคงอยู่เป็นเวลานานหรือเพิ่มพูนขึ้น ก่อให้เกิดความปลื้มใจและเป็นพลังขับเคลื่อนการ พัฒนา แทนที่การขับเคลื่อนด้วยโลภจริต โลกที่ขับเคลื่อนด้วยโลภจริตนั้นตึงเครียด แตกแยก และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์ต้องการพลังขับเคลื่อนใหม่ที่เป็นพลังสมาน เพื่อลดความตึงเครียด ลดความ แตกแยก และความรุนแรง เหตุการณ์มหาวิปโยคแห่งอันดามันได้แสดงให้มนุษย์ตระหนักรู้ว่าพลังน้ำใจมีได้จริง มีอยู่ ในตัวมนุษย์ที่ว่าหนาแน่นด้วยกิเลสนี่แหละ มนุษย์มีกิเลสจริง แต่กิเลสมิได้เป็นธรรมชาติด้านเดียว ของมนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจของตน ซึ่งสามารถหลั่งไหลออกมาเป็น พลังน้ำใจอันมหาศาล เป็นพลังสมานที่สามารถเยียวยาโลกที่ป่วยเจ็บได้ มนุษย์ได้สัมผัสและตระหนักรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ในตนนี้แล้ว ขอให้เรามาร่วมกันค้นคว้าหาวิธีที่จะทำให้พลังน้ำใจนี้ท่วมฟ้าท่วมแผ่นดิน ปลดปล่อย มนุษย์ออกจากกรงเล็บของความทุกข์ยากเถิด ## คลื่นความทุกข์ของมวลมนุษย์ใหญ่กว่าคลื่นสึนามิ พลังน้ำใจที่ไหลหลั่งออกมาในกรณีมหาวิปโยคอันดามันเกิดจากการได้รับรู้ความทุกข์อัน มหาศาลของเพื่อนมนุษย์ในภาพรวมอย่างทันทีทันใด ผัสสะหรือการรับรู้ทำให้เกิดเวทนา อันที่จริง ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในมนุษย์ทั้งหมดเป็นประจำตลอดเวลา รวมกันนั้นเป็นคลื่นความ ทุกข์ที่ใหญ่กว่าความวิปโยคจากคลื่นสึนามิมาก แต่มันไม่กระตุ้นให้เกิดพลังแห่งความกรุณาปรานีที่ มนุษย์พึงมีต่อกัน ทั้งนี้ขึ้นกับการไม่รับรู้ ถ้ามนุษย์รับรู้ความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ อย่างที่รับรู้มหาวิปโยคจากสึนามิ ก็จะกระตุ้น การหลั่งไหลของพลังน้ำใจได้เช่นเดียวกัน แต่ตามปรกติมนุษย์คงจะขาดการรับรู้ความทุกข์ยากของ เพื่อนมนุษย์ ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าทำไมมนุษย์ไม่รับรู้ความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ที่มีอยู่เป็นปรกติ วิสัย อย่างหนึ่ง เป็นเพราะสื่อ ในสมัยโบราณ มนุษย์ก็ประสบภัยพิบัติขนาดใหญ่ แต่ก็รู้กันเฉพาะที่ ไม่รู้ทั่วโลก แต่เป็น เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันที่สามารถสื่อให้มนุษย์ทั้งโลกรับรู้เรื่องเดียวกันเกือบจะพร้อมกัน ทันทีทั้งโลก ภาพของคนตายจากคลื่นสึนามินำไปสู่การรับรู้ของคนทั้งโลก จึงทำให้พลังน้ำใจ หลั่งไหลจากทั่วทุกมุมโลก ๒ คำถามก็คือว่า จะมีการสื่อสารอย่างไรที่จะทำให้มนุษย์รับรู้ความทุกข์อันท่วมท้นของเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก แต่มิใช่เพียงเท่านั้น มนุษย์จะรับรู้หรือไม่รับรู้อะไรยังขึ้นกับว่า ขณะนั้นหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอะไร คนที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์บางอย่างอาจไม่รับรู้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น คนที่กำลังหมกมุ่นอยู่ในความคิดขณะเดินข้ามถนน แล้วไม่รับรู้ความจริงในปัจจุบันคือรถที่กำลังวิ่งมาชนมนุษย์ต้องออกจากความหมกมุ่นและรับรู้ความจริงได้ ## ความหมกมุ่นมัวเมาในกามสุขทำให้เกิดความประมาท และประสาทชาต่อการรับรู้ความจริง &gt; "ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม" นั่นเป็นปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดา เมื่อตรัสดังนั้นแล้วก็ไม่มีพระวจนะอย่างใดอีก แสดงว่าความประมาทเป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ เพราะเมื่อประมาทเสียแล้วก็ไม่ตื่นตัว ไม่รับรู้ความจริง เมื่อไม่รู้ความจริงก็อันตราย ### สังคมไทยตั้งอยู่ในความประมาท ถ้าไม่ตั้งอยู่ในความประมาท คนจะไม่ล้มตายจากคลื่นสึนามิถึงปานนี้ เพราะประมาทเราจึงไม่สนใจว่ามีอันตรายอย่างใดเกิดขึ้นได้บ้าง ทั้งๆ ที่มีความรู้เกี่ยวกับสึนามิ เพราะตั้งอยู่ในความประมาทเราจึงไม่สนใจความรู้นั้นๆ ทั้งๆ ที่แผ่นดินไหว ๒ ชั่วโมงก่อนที่คลื่นยักษ์จะมาถึงฝั่งไทย ถ้าเรารู้กันก็สามารถหนีให้พ้นความตายได้ แต่เพราะตั้งอยู่ในความประมาทเราจึงไม่ได้รับ "สาร" ที่มีการสื่อเกี่ยวกับคลื่นสึนามิ ดังที่สถานีโทรทัศน์ก็ยังมั่วกับการเล่นเกมและความรื่นเริงบันเทิงใจต่างๆ ความหมกมุ่นมัวเมาในกามสุข ทำให้เกิดความประมาท และอันตรายยิ่งนัก ทิศทางการพัฒนาของประเทศทำให้คนหมกมุ่นมัวเมาในกามสุข เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงทำให้สังคมทั้งหมดตั้งอยู่ในความประมาท และอันตรายยิ่งนัก อันตรายไม่ได้มีแต่คลื่นสึนามิ แต่มีอื่นๆ อีกมากมายรอบตัว เช่น ตึกพัง รถไฟใต้ดินชนกันฯ ### เมื่อตั้งอยู่ในความประมาทจึงอันตรายยิ่งนัก สังคมที่หมกมุ่นมัวเมาอยู่ในกามสุขย่อมไม่สนใจต่อความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ จึงขาดพลังน้ำใจที่ควรจะเป็นพลังที่เยียวยาความเจ็บป่วยของสังคม เราจะเป็นสังคมที่ไม่ตั้งอยู่ในความประมาทได้อย่างไร ## ความเข้าใจว่าความสุขคืออะไรเป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนา ๓ ความสุขคือการสิ้นไปของความทุกข์ เช่น เมื่อหิวข้าวเรามีความทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อได้กินข้าวธรรมดา ๆ แล้วความหิวหายไป เรามีความสุขอย่างยิ่ง เมื่อเจ็บป่วยไม่สบายเรามีความทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อความเจ็บป่วยทุเลาลงความทุกข์หายไป เรามีความสุขอย่างยิ่ง ความสุขจากการ "สร้างสุข" กับจากการ “ขจัดทุกข์" มีทิฏฐิ การปฏิบัติและผลจากการปฏิบัติไม่เหมือนกัน การ "สร้างสุข" นำไปสู่ความโลภ การเสพสุข ความหมกมุ่นมัวเมาในกามสุข ความตึงเครียด ความแตกแยก และความรุนแรง การขจัดทุกข์ต้องอาศัยสติ ปัญญา ความไม่ประมาท ความร่วมทุกข์ และความกรุณาปรานี เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ถ้าเราพัฒนาตามกระแสวัตถุนิยมบริโภคอันขับเคลื่อนด้วยโลภจริต เราจะเป็นสังคมที่ตั้งอยู่ในความประมาท และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หมดโอกาสที่จะเป็นสังคมศานติสุข แต่ถ้าเรารู้เท่าทัน เป็นสังคมที่ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ใช้พลังน้ำใจเป็นเครื่องขับเคลื่อนการพัฒนา การเป็นสังคมศานติสุขก็อยู่แค่เอื้อม สังคมศานติสุข ถ้าเราเข้าใจประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นตินแดนแห่งศานติสุขเพราะเหตุใด ประเทศไทยมีทุนอันประเสริฐที่สามารถเป็นยิ่งกว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นสังคมศานติสุข เพราะเหตุปัจจัย ๔ ประการคือ ๑. มีธรรมชาติสวยงาม ๒. มีการอยู่ร่วมกันด้วยสันติระหว่างคนต่างเชื้อชาติ ๓. มีเศรษฐกิจพอเพียง สามารถผลิตอาหารได้พอเพียงต่อการบริโภค ๔. มีสันติภาพ ไม่มีสงคราม เมื่อเป็นดังนั้นก็ทำให้คนอยากมาเที่ยว เป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินที่คนทั่วโลกอยากเอาเงินมาฝาก เป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศ และเป็นที่ใช้เจรจาระหว่างประเทศ ซึ่งเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้สวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้นไปอีก ประเทศไทยสามารถทำเหตุปัจจัยทั้ง ๔ ของสวิตเซอร์แลนด์ และบวกอีก ๒ จึงเป็นสังคมศานติสุขยิ่งกว่าสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวคือ ๑. เราต้องรักษาธรรมชาติแวดล้อมให้สวยงาม ไม่ทำลายเยี่ยงปัจจุบัน ๒. เราเคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนต่างเชื้อชาติ ซึ่งเราต้องทำให้ได้ ๓. เราผลิตอาหารเหลือกิน เรามีเศรษฐกิจพอเพียงได้ ๔. เราเคยมีสันติภาพ เราต้องรักษาสันติภาพให้ได้ ส่วนบวกอีก ๒ ประการ คือ ๑. น้ำใจของคนไทย อันมีอยู่เป็นพื้นฐานซึ่งสูงมาก ๔ ๒. มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และมีศาสนานอื่นๆ เช่น คริสต์ อิสลาม ฮินดู สิกข์ ศาสนาเป็นภูมิปัญญาสูงสุดของมนุษยชาติเพื่อความกรุณาปรานีและเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถ้าเราส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติตามหลักศาสนธรรม จิตใจก็จะสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก เราต้องมีจินตนาการใหม่และวิถีคิดใหม่เกี่ยวกับสังคมไทยที่ร่มเย็นเป็นสุข ว่าเราเป็นยิ่งกว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียได้ และช่วยกันสร้างเหตุปัจจัยเหล่านั้น อันขับเคลื่อนด้วยพลังน้ำใจอันมหาศาลของคนไทย สร้างสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครให้เต็มแผ่นดิน ในอันดามันวิปโยค เราได้เห็นสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครเพื่อเพื่อนมนุษย์อันเกิดขึ้นเอง มีผู้คนทุกสาขาอาชีพอาสาที่จะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เช่น เคลื่อนย้ายศพ ช่วยคนเจ็บ ช่วยหาอาหาร ช่วยหาที่พัก ช่วยตามหาญาติ ให้เงินให้ทอง ฯลฯ เป็นภาพที่งามจับใจ นี่แหละความงามของความเป็นมนุษย์ การเป็นอาสาสมัครเพื่อเพื่อนมนุษย์คือรูปธรรมของความเมตตาและความกรุณา การเป็นอาสาสมัครเป็นการต่อเชื่อมความเป็นมนุษย์เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดสิ่งดีงามขึ้นมากมาย เช่น ทำให้ความทุกข์น้อยลง ทำให้มีการเรียนรู้เรื่องทุกข์ซึ่งจะนำไปสู่การหาทางออกจากทุกข์ร่วมกัน เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ฉะนั้น ทางหนึ่งที่จะเพิ่มพูนพลังน้ำใจในสังคมคือการส่งเสริมให้มีอาสาสมัครเพื่อสังคมมากๆ จนเต็มแผ่นดิน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ควรมีเวลาไปเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน พนักงานและเจ้าของธุรกิจ ควรใช้เวลาส่วนหนึ่งไปเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม เช่นนี้เป็นต้น เมื่อมีสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคมเต็มแผ่นดิน สังคมจะเย็นลง และเรียนรู้ถึงกันมากขึ้น และในที่สุดพ้นทุกข์ร่วมกันได้ เราพ้นทุกข์ร่วมกันได้ด้วยการเป็นสังคม ที่ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ถ้าเราเป็นสังคมที่ตั้งอยู่ในความประมาทจะมีภยันตรายต่างๆ มากขึ้นเรื่อยอย่างที่เห็น ทิศทางการพัฒนาของเราต้องไม่ทำให้ประชาชนหมกมุ่นมัวเมาอยู่ในกามสุข หรือกามสุขลิการนุโยค เยี่ยงในปัจจุบัน แต่การพัฒนาทั้งหลายทั้งปวงต้องเป็นไปเพื่อการไม่ตั้งอยู่ในความประมาท การศึกษาอบรมผู้คนควรจะปรับเปลี่ยน การสื่อสารควรจะปรับเปลี่ยน วัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาควรจะ ๕ ปรับเปลี่ยน แทนที่จะวัดและคลั่งกันแต่จีดีพีฯ ควรจะใช้ดรรชนีวัดการเป็นสังคมศานติสุข วัดพลังน้ำใจ วัดสปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครกันจะไม่ดีกว่าหรือ เราต้องการจินตนาการใหม่ และวิถีคิดใหม่ เพื่อการพันทุกข์ร่วมกัน ด้วยการเป็นสังคมที่ไม่ ตั้งอยู่ในความประมาท และขับเคลื่อนด้วยพลังน้ำใจอันมหาศาลของคนไทย เรามาประชุมใหญ่เพื่อระดมพลังน้ำใจไทยกันดีไหม ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงส่วนน้อย คนไทยมากหลายพันทุกภาคส่วนของสังคม ได้มีส่วนในคลื่นพลังน้ำใจไทยในครั้งนี้ คงจะมีความรู้สึกนึกคิดและข้อเสนอที่ดีๆ อีกมาก จะเป็น การดีไหมถ้าฝ่ายต่าง ๆ จะรวมตัวกันจัดการประชุมใหญ่เรื่องพลังน้ำใจอันยิ่งใหญ่กับการสร้างสรรค์ สังคมศานติสุข เพื่อเป็นการเห็นคุณค่าและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงให้เห็นและปลุก จิตสำนึกของสังคมว่าพลังน้ำใจนั้นมีจริง และเป็น "กำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น" สามารถนำมา ขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความดีงามได้ การประชุมนี้ไม่ใช่การเมือง เพราะคลื่นพลังน้ำใจนั้นสูงใหญ่พ้นความขัดแย้งต่าง ๆ สังคมไทยต้องการพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและทอนกำลัง พลังน้ำใจนั้นยิ่งใหญ่ ประดับแผ่นดินให้งดงาม และทำให้แผ่นดินมีพลังสร้างสรรค์ เพื่อการ เป็นสังคมศานติสุข เราเป็นยิ่งกว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียได้ --- <page_number>๖</page_number> PQET พลังน้ำใจอันยิ่งใหญ่กับ การสร้างสรรค์สังคมไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
29% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
26% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
23% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้