auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

กลไกการทำงาน ประสานศักยภาพองค์กร 8 ส. ในการเปลี่ยนแปลงทุกขภาวะให้เป็นสุขภาวะของประเทศ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับ การสร้างความสุขของประเทศ การสร้างองค์กรอิสระในหลายรูปแบบ เพื่อการพัฒนาโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยองค์กร 8 ส. โดยนำเสนอ 6 หัวข้อ ได้แก่ 1. ทุกขภาวะของประเทศ 2. อำนาจแก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ 3. พลังงานทางสังคมต้องนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพื้นฐานในตัวตน (Transformation) 4. องค์กร 8 ส. เพื่อสุขภาวะ 5. สร้างระเบียบวาระร่วม (Common Agenda) 6. กลไกลขับเคลื่อนกลางสถาบันส่งเสริมยุทธศาสตร์การพัฒนา ซึ่งเขียนโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

กลไกการทำงาน ประสานศักยภาพองค์กร 8 ส. ในการเปลี่ยน ทุกขภาวะให้เป็นสุขภาวะของประเทศ ประเวศ วะสี เอกสารประกอบการประชุม รวม ส. ที่จังหวัดเชียงราย 6 - 8 สิงหาคม 2547 ในขณะที่ประเทศมีทุกขภาวะอย่างมากจากปัญหาที่ยากและซับซ้อนกับความอ่อนแอเชิงสถาบันของสังคมไทย อย่างมองไม่เห็นทางออก ในภาคสุขภาพได้มีการสร้างองค์กรแบบใหม่ขึ้นมาหลายองค์กร ที่เรียกว่า 8 ส. และมีบุคคลที่มีความตั้งใจจริงและมีความสามารถสูง ประกอบกับในปัจจุบันได้นิยามคำว่าสุขภาพคือสุขภาวะทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา ซึ่งกินความครอบคลุมการพัฒนาทั้งหมด โจทย์ของเรา คือ จะมีวิธีทำงานอย่างไร ที่จะใช้ศักยภาพขององค์กร 8 ส. ไปเปลี่ยนทุกขภาวะให้เป็นสุขภาวะของประเทศ ## ๑. ทุกขภาวะของประเทศ ทุกขภาวะของประเทศโดยสรุปคือ มีปัญหาที่ยากและซับซ้อน แต่เครื่องมือแก้ปัญหามีสมรรถนะต่ำ รูปที่ ๑. สรุปทุกขภาวะของประเทศ บุคคล * ทรรศนะ + วิธีคิด * พฤติกรรม สังคมซับซ้อนและยาก ทุกขภาวะของประเทศ องค์กร * เป็นองค์กรอำนาจมากกว่าองค์กรเรียนรู้ ความอ่อนแอเชิงสถาบัน * การศึกษา * ธุรกิจ * การเมือง * ศาสนา * ราชการ รูปที่ ๑. ทุกขภาวะของประเทศ เกิดจากปัญหายากและซับซ้อน แต่เครื่องมือแก้ปัญหามีสมรรถนะต่ำ - ๒ - สังคมสมัยใหม่ เป็นสังคมที่เชื่อมโยงซับซ้อนหลายมิติ เป็นระบบซับซ้อน (Complex System) ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการเข้าใจและการแก้ไข รวมทั้งเกิดสภาพโกลาหล (chaos) ได้ง่าย แม้ด้วยเพียงเล็กน้อยทั้งจากภายในและภายนอก อย่างควบคุมไม่ได้ เครื่องมือเก่าในการแก้ปัญหาล้าสมัยหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคคล องค์กร หรือสถาบัน เพราะความที่เป็นสังคมรวมศูนย์อำนาจมาช้านาน ที่หล่อหลอมวิธีคิดและพฤติกรรมของบุคคล องค์กร สถาบัน ซึ่งเป็นเชิงอำนาจมากกว่าเชิงเรียนรู้ ทำให้ขาดปัญญาและการปรับตัวได้อย่างทันการ ซึ่งทำให้ไม่สามารถรักษาดุลยภาพไว้ได้ ทั้งภายในตัวเองและกับภายนอก ๒. อำนาจแก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ ตามความเคยชินดึกดำบรรพ์ เมื่อมีปัญหาก็ใช้อำนาจในการแก้ปัญหา ซึ่งใช้ได้สำหรับปัญหาแบบโบราณที่ตรงและเดี่ยว เช่น เสือกัดหรือคนต่างเผ่ายกมาโจมตี แต่ปัญหาที่ซับซ้อนและยากในสังคมปัจจุบัน การใช้อำนาจ ไม่ว่าอำนาจอาวุธหรืออำนาจเงิน แก้ปัญหาไม่ได้ เช่น ความไม่เป็นธรรมทางสังคม จะใช้อำนาจรัฐหรืออำนาจเงินอย่างไร ๆ ก็แก้ไม่ได้ เพราะอำนาจรัฐและอำนาจเงินนั้นแหละเป็นต้นตอแห่งความไม่เป็นธรรมทางสังคม ในสภาพแห่งความยากของปัญหาเช่นนี้ แก้ไม่ได้ด้วยการแย่งชิงอำนาจกันเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะโดยกองทัพหรือโดยพรรคการเมืองพรรคแล้วพรรคเล่า การแก้ปัญหาสมัยใหม่ ต้องการกระบวนทรรศน์ใหม่ ในปัญหาสังคมที่ยากและซับซ้อนมีแต่พลังงานทางสังคม (social energy) เท่านั้นที่จะมีกำลังพอที่จะแก้ได้ พลังงานทางสังคมเกิดจากการเรียนรู้ร่วมกันในปฏิบัติ (Interactive learning through action) และการจัดการความรู้ ๓. พลังงานทางสังคมต้องนำไปสู่ การปรับเปลี่ยนพื้นฐานในตัวตน (Transformation) - ๓ - ในประวัติศาสตร์จีน ประชาชนที่ถูกรัฐใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม แล้วเกิดความทุกข์ยาก แสนสาหัส บางครั้งบางคราวจะรวมตัวกันต่อสู้กับรัฐ ส่วนใหญ่จะถูกรัฐปราบ บางครั้งประชาชน ชนะล้มอำนาจจักรพรรดิได้แต่ปกครองไม่ได้ จะถูกขุนศึกยกมาปราบแล้วตั้งราชวงศ์ขึ้นใหม่ ใน สังคมสมัยใหม่ในเวลาที่ผ่านมาเมื่อบ้านเมืองติดขัด ก็มักจะเกิดปฏิวัติรัฐประหารโดยกองทัพ แต่ กองทัพก็ปกครองหรือแก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ การยึดอำนาจไม่ยาก แต่การปกครองหลังยึด อำนาจยาก เช่นเดียวกับที่กำลังเกิดกับสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปยึดและปกครองอิรัด ฉะนั้น จะคิดเพียงล้ม ยึด หรือเปลี่ยนแปลงอำนาจเท่านั้นไม่ได้ แต่ต้องคิดถึงการ สร้างสมรรถนะของประเทศ ที่จะปกครองตัวเอง หรือมีกลไกทำงานอย่างได้ผล กระบวนการสังคมเข้มแข็ง ผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ จะต้องนำไปสู่การ ปรับเปลี่ยนพื้นฐานในตัวตน (Transformation) ทั้งในระดับ * บุคคล (Personal transformation) * องค์กร (Organizational transformation) * สถาบัน (Institutional transformation) * สังคม (Social transformation) โดยการปรับเปลี่ยนพื้นฐานในตัวตนทุก ๆ ระดับเท่านั้น สังคมจึงจะมีพลังพอที่จะหลุดจากสภาวะ วิกฤตอันยากยิ่ง ไปสู่การมีสุขภาวะที่แท้จริงอย่างทั่วถึงได้ แนวทางการทำงานคือส่งเสริมกระบวนการสังคมเข้มแข็ง โดยการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ในทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และทุกเรื่อง ถึงขั้นนำไปสู่ Transformation ทำให้เอาชนะอุปสรรคที่ยากไปสู่ กระบวนการ Transformation เอาชนะอุปสรรค ความร่วมเย็น สังคมเข้มแข็ง ที่ยาก เป็นสุข * การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติและการจัดการความรู้ * บุคคล * องค์กร * สถาบัน * สังคม รูปที่ ๒ แนวทางการทำงานส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันในทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และ ทุกเรื่อง อย่างนำไปสู่ Transformation ความร่วมเย็นเป็นสุข (รูปที่ ๒) ภาระอันใหญ่หลวงขององค์กร 8 ส. คือ ทำให้เกิด transformation ทุกระดับ - ๔ - # องค์กร 8 ส. เพื่อสุขภาวะ ในขณะที่งานในภาคต่าง ๆ ใช้กลไกภาครัฐเกือบจะล้วน ๆ และประสบความติดขัดหมด เช่น ภาคการศึกษา ในภาคสุขภาพได้มีการสร้างองค์กรอิสระในหลายรูปแบบ เพื่อการพัฒนาโดย ใช้การเรียนรู้ องค์กรเหล่านี้และที่สัมพันธ์กัน ๘ องค์กร ( 8 ส. ) มีดังในรูปที่ ๓ สกว. สปสช. สปรส. สศส. สทพ. มสช. รูปที่ ๓ องค์กร 8 ส. เพื่อสุขภาวะ สวรร. = สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สกว. = สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สปรส. = สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ สสส. = สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สปสช. = สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สคส. = สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม มสช. = มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สทพ. = สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา องค์กรเหล่านี้มีความเป็นอิสระ มีงบประมาณหรือหาเงินงบประมาณสนับสนุนการทำงาน ได้พอสมควร และที่สำคัญที่สุดทุกองค์กรมีนักบริหารจัดการการพัฒนาที่มีความรู้ความชำนาญ ประดุจมีขุนพลที่ชำนาญศึก - ๕ - การมีองค์กร มีอิสรภาพ มีงบประมาณ และมีขุนพล อยู่ถึง ๘ กองทัพ ที่สามารถ ประสานกันเข้าดี เป็นกำลังอันเกรียงไกรที่จะทำสงครามเพื่อเอาชนะสิ่งยากที่เป็นอุปสรรคต่อการ พัฒนาประเทศ คำถามคือวิธีการทำงานที่จะใช้กำลังของกองทัพทั้ง ๘ ประสานกันให้มีศักยภาพมากที่สุด ## สร้างระเบียบวาระร่วม ### (Common Agenda) องค์กรทั้ง ๘ (8 ส.) ต่างกำลังทำงานของตนอยู่แล้ว ซึ่งมีผลต่อระบบสุขภาพ ไม่ทางใดก็ ทางหนึ่ง แต่ละองค์กรอาจมีงานยุ่งมาก จนไม่รู้งานขององค์กรพึ่งองค์กรน้อง การที่จะให้ทั้ง ๘ มี กำลังผสาน (Synergy) น่าจะทำดังนี้ ๑. สร้างระบบข้อมูลให้เป็นระบบเดียวกัน ๒. ทุกองค์กรเห็นระบบสุขภาพทั้งหมดอย่างเดียวกัน อาจเรียกว่า วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) หรือทำทิฐิให้เสมอกัน และนิยามระเบียบวาระร่วม (Common Agenda) ๓. สร้างกลไกขับเคลื่อนกลาง ## ๑. การรู้ถึงกัน ในองค์กรทางดิ่ง ส่วนต่าง ๆ ขององค์กรจะไม่รู้ข้อมูลถึงกัน ทำให้ขาด synergy และความฉับไวในการตอบโต้ปัญหาหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่คาดหมาย เพราะฉะนั้นองค์กร 8 ส. น่าจะจัดระบบให้รู้ถึงกัน ซึ่งหมายถึงมีระบบข้อมูลร่วม และการพบปะแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำ ## ๒. วิสัยทัศน์ร่วม และระเบียบวาระร่วม แต่ละองค์กรอาจทำงานในบางด้านหรือบางองค์ประกอบ ของระบบสุขภาพ ไม่ได้เห็นทั้งหมดของระบบสุขภาพ การเห็นทั้งหมดร่วมกันจะทำให้มีจิตร่วม การเห็นคุณค่า และการรู้ที่จะทำงานเสริมกัน ทุกองค์กรจึงควรเห็นระบบสุขภาพทั้งหมดร่วมกัน โดยที่ระบบสุขภาพครอบคลุมทุกด้านของการพัฒนา และการพัฒนาหลายด้านยังอ่อนแอ ไม่มีกลไกแบบ 8 ส. ฉะนั้น การทำระเบียบวาระร่วม (Common Agenda) ควรจะมองให้กว้างไปถึง ภาคอื่น ๆ ซึ่งถ้าอ่อนแอก็กระทบระบบสุขภาพ ข้างล่างคือตัวอย่างของระเบียบวาระร่วม "กระจก ๖ ด้านเพื่อสุขภาวะของประเทศ" หรือ Healthy Thailand ดังรูปที่ ๔ คือ - 6 - <figure> The image displays a hexagonal diagram titled "สุขภาวะของประเทศ Healthy Thailand" (Health Status of the Country Healthy Thailand). The hexagon is divided into six segments, each representing a component of health. These segments are labeled with numbers and corresponding Thai text: 1. **ระบบสุขภาพที่ดี (Good Healthcare System):** This segment points towards the center of the hexagon, suggesting it is a core element. 2. **นวัตกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (Innovations in Learning and Knowledge Management):** This segment is located at the top right, indicating its role in supporting learning. 3. **นวัตกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ (Innovations in Learning and Knowledge Management):** This segment is also at the top left, reinforcing the idea of learning and knowledge management. 4. **ความเป็นธรรมทางสังคม (Social Equity):** This segment is at the bottom right, addressing social justice. 5. **กระบวนการนโยบายสาธารณะสังคมเข้มแข็ง (Strong Social Policy Process):** This segment is at the bottom left, focusing on policy-making. 6. **ชุมชนเข้มแข็งเศรษฐกิจพอเพียง (Strong Community Economy):** This segment is at the bottom center, emphasizing a sufficiency economy. The diagram illustrates a holistic approach to achieving healthy development in Thailand, integrating healthcare, education, social policy, and community economy. </figure> รูปที่ ๔ "กระจก ๖ ด้านเพื่อสุขภาวะของประเทศ" ๑. ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเกิดขึ้นเต็มประเทศจะเป็นรากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข หลายฝ่ายกำลังทำงานเรื่องนี้ แต่ยังขาดความเข้มแข็งระดับนโยบาย มีความต้องการทำงานในเรื่องนี้ให้เป็นระบบมากขึ้น ๒. การรักษาฐานทรัพยากร เป็นปัจจัยสำคัญของความพอเพียง ดุลยภาพ และความยั่งยืน งานในด้านนี้ยังอ่อนแอ ๓. นวัตกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือที่จะทำให้สังคมมีพลังเพื่อรักษาดุลยภาพไว้ได้ การเรียนรู้แบบเก่า ๆ ไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำให้ประเทศเอาชนะสิ่งยาก ซึ่งถ้าไม่มีนวัตกรรมการเรียนรู้ ประเทศไม่มีทางหลุดพ้นจากวิกฤต และทุกขภาวะ นวัตกรรมการเรียนรู้มีขอบเขตกว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชุมชน Brain-Based Learning การเรียนรู้ผ่านศิลปะ Contemplative Education การเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ การส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ ถ้านำเรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ซึ่งนำเอาความรู้ที่อยู่ในตัวตนและความรู้ที่เกิดจากความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างแพร่หลาย จะเกิดการเปลี่ยนแปลงถึงรากฐาน (Transformation) ทั้งในระดับบุคคล องค์กร สถาบัน และสังคม ขณะนี้ การปฏิรูปการศึกษาในเชิงปฏิบัติด่อนข้างติดตันอยู่ในระบบที่เป็นทางการ ควรมีการก่อตัวเป็นภาคีส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ มาเป็นเครื่องมือส่งเสริม ถ้ามีการจัดการที่ดี มีทางที่จะนำศักยภาพของระบบการศึกษาทั้งหมดมาเป็นเครื่องมือของการพัฒนาทุกด้าน ๔. ระบบสุขภาพ เป็นระบบที่มีทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องทั้งหมดของสุขภาวะ องค์ประกอบที่ ๑ - ๓ ที่กล่าวไปแล้ว และที่ ๕ - ๖ ที่จะกล่าวต่อไป - ๗ - ล้วนอยู่ในระบบสุขภาพทั้งสิ้น ควรทำความเข้าใจภาพรวมให้ตรงกัน และตกลงกันระหว่างองค์กร 8 ส. ว่าองค์ใดจะเป็นผู้ประสานหลักในส่วนใดของระบบสุขภาพ ๕. ความเป็นธรรมทางสังคม ความเป็นธรรมทางสังคมคือบ่อเกิดแห่งความสุขอัน ยิ่งใหญ่ของสังคม ความเป็นธรรมทางสังคมควรประกอบด้วยอย่างน้อย ดังนี้ * การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะของคนเล็กคนน้อยคนยากจน * สิทธิชุมชน * สิทธิในการสื่อสาร * ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ * ความเป็นธรรมทางกฎหมาย * ความเป็นธรรมทางการศึกษา * ความเป็นธรรมทางบริการสุขภาพ เหล่านี้เป็นต้น งานเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมยังอ่อนแอมาก ๖. กระบวนการนโยบายสาธารณะและสังคมเข้มแข็ง นโยบายสาธารณะมี ผลกระทบทุกองคาพยของสังคม ทั้งทางลบและทางบวก ควรเป็นกระบวนการทางปัญญา กระบวนการทางสังคม และกระบวนการทางศีลธรรม ในความเป็นจริงนโยบายสาธารณะมักเป็น อกุศล คือไม่ได้ใช้ความรู้ กำหนดโดยคนส่วนน้อยหรือคนคนเดียว ขาดความถูกต้องเป็นธรรม เป็น ประโยชน์ต่อหมู่พวก ไม่ตรงกับพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อ ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม" ควรมีการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายสาธารณะอย่างมีส่วน ร่วม (Participatory Public Policy Process = PPPP = P4) เป็นกระบวนการที่ทำให้สังคมเข้มแข็ง สังคมควรจะเข้ามาทำอะไร ๆ ด้วยตนเองให้มากที่สุด รวมทั้งขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ สังคม เข้มแข็ง เป็นประชาธิปไตยโดยตรง (Direct Democracy) ประชาธิปไตยทางอ้อมหรือโดยการ เลือกตั้งตัวแทน (Represented Democracy) นั้นล้าสมัย และไม่เป็นประชาธิปไตยเมื่อทุนขนาด ใหญ่เข้ามาสู่การเมือง ธนาธิปไตยจะทำลายสุขภาวะของประเทศ หากประชาธิปไตยโดยตรง กับประชาธิปไตยโดยอ้อม เข้ามาเชื่อมโยงหนุนเสริมกัน จะเกิด ระบอบประชาธิปไตยที่แท้ ระบอบประชาธิปไตยทำให้เกิดสุขภาวะ "กระจก ๖ ด้าน" นี้เป็นเพียงตัวอย่าง ที่ประชุมควรแสวงหาระเบียบวาระใหญ่ ๆ ที่ตกลง ร่วมกัน และทำความชัดเจนถึงขั้นลงมือทำงานได้ ถ้ามีการขับเคลื่อนระเบียบวาระร่วมที่ตกลงกันไว้ อย่างได้ผล จะส่งผลให้เกิดสุขภาวะของประเทศ หรือ Healthy Thailand ที่แปลกันว่า "ประเทศไทย แข็งแรง" ๓. กลไก ขับเคลื่อนกลาง เมื่อมีระเบียบวาระร่วมแล้ว ต้องมีกลไกขับเคลื่อนกลาง ให้มีพลังใน การขับเคลื่อนดังจะได้กล่าวในตอนต่อไป - ๘ - # ๖. กลไกลขับเคลื่อนกลาง สถาบันส่งเสริมยุทธศาสตร์การพัฒนา เนื่องจากแต่ละองค์กรก็จะมีระเบียบวาระของตนเอง และมีธุระยุ่งมากอยู่กับตัวเอง ไม่มีเวลาจะมาทำอะไรร่วมกัน จึงควรสร้างกลไกขับเคลื่อนกลาง อาจเรียกว่า สถาบันส่งเสริมยุทธศาสตร์การพัฒนา (สยพ.) หรือ Institute for Development Strategies (IDS) สยพ. มีขนาดเล็กที่เกือบเป็น Virtual Institute แต่มีสมรรถนะสูงในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา ต้องประกอบด้วยคนทำงานที่มีประสบการณ์สูง มองใหญ่ มีความสามารถในการจัดการเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์สูง และค่อนข้างลอยตัวจากงานประจำ คนที่ควรจะมาเป็นแกนใน สยพ. คือ ๑. นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ๒. นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ ๓. นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ สยพ. ควรช่วยองค์กร 8 ส. ในการขับเคลื่อนระเบียบวาระขององค์กรนั้น ๆ ตามที่องค์กรต้องการให้ช่วย และขับเคลื่อนระเบียบวาระร่วมตามที่ตกลงกันไว้ รวมทั้งช่วยผลักดันงานของกระทรวงต่าง ๆ ที่มีส่วนส่งเสริมระบบสุขภาพ สยพ. ควรช่วยกันขับเคลื่อนโครงการ Healthy Thailand ที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังพัฒนาโครงการอยู่ เป็นต้น ที่จริงโครงการ Healthy Thailand ถ้ามองให้ถึงแก่นก็เป็นอันเดียวกับการปฏิรูประบบสุขภาพ แต่ Healthy Thailand เป็นผล ขณะที่การปฏิรูประบบสุขภาพเป็นเหตุ ในเมื่อกระทรวงสาธารณสุขมีฉันทะที่จะผลักดัน Healthy Thailand โครงการปฏิรูประบบสุขภาพก็ควรหนุนช่วย สยพ. ควรได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. สปสช. และ สวรส. รวมทั้งแสวงหางบประมาณสนับสนุนจากแหล่งนานาชาติ เช่น มูลนิธิรอดกี้เฟลเลอร์ องค์การอนามัยโลก มูลนิธิบิลล์เกตส์ เป็นต้น ในอนาคตหาก พรบ. สุขภาพแห่งชาติ มีผลบังคับใช้ และมีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สกสช.) ซึ่งจะทำงานในลักษณะเดียวกับ สยพ. สยพ. กับ สกสช. ก็ทำงานเชื่อมโยงหนุนเสริมกันได้ ขอให้ช่วยกันคิดกลไกขับเคลื่อนกลางให้ดี ๆ - ๙ - PQET กลไกการทำงาน ประสานศักยภาพองค์กร 8 ส. ในการเปลี่ยนแปลงทุกขภาวะให้เป็นเรื่องสุขภาวะ ของประเทศ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
26% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
26% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
21% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้