auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ส.ค.ส. 2547 ความสุขฉับพลัน (Instant Happiness)

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับความสุขเกิดจากการเข้าถึงความจริง อันได้แก่ ความจริงข้อ 1 : ธรรมชาติทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความจริงข้อ 2 : ความเป็นเช่นนั้นเอง ความสุขฉับพลัน จากการเข้าถึงความจริง และช่วยกันพัฒนาสังคม ประเทศชาติอย่างแท้จริง ซึ่งเขียนโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

ส.ค.ส. ๒๕๔๗ ความสุขฉับพลัน (Instant Happiness) ประเวศ วะลี สมัยนี้เขามีอินสแตนท์คอฟฟี่ อินสแตนท์มะตูม อินสแตนท์ต้มยำ และอินสแตนท์อื่น ๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสุขก็เกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันเหมือนกัน ทุกคนล้วนต้องการ ความสุข แต่มักได้ความทุกข์ เพราะไม่รู้ว่าความสุขเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้ารู้ก็ทำให้เกิด ความสุขฉับพลันได้ จึงอยากให้ทำความเข้าใจเรื่องนี้กันมาก ๆ จะได้สร้างความสุขให้ตัวเอง และช่วยให้เพื่อนมนุษย์ได้ค้นพบความสุข **ความสุขเกิดจากการเข้าถึงความจริง** ถ้าเข้าถึงความจริงเมื่อไรมีความสุขทันที เข้าถึงความจริงชั่วคราวก็สุขชั่วคราว เข้าถึง ความจริงถาวรก็สุขถาวร แล้ว "ความจริง" ที่ว่านี้คืออะไร เข้าถึงได้อย่างไร **ความจริงข้อ ๑ : ธรรมชาติทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน** นั่นคือ ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งจักรวาล ดวงอาทิตย์ ดวงดาวทั้งหมด สสาร พลังงาน พืช สัตว์ มนุษย์ ทั้งหมดรวมทั้งตัวเราเองด้วย มีความเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นทั้งหมดหนึ่งเดียวนี้ จึงใหญ่สุดประมาณ ถ้าเข้าถึงความเป็นทั้งหมด จิตจะหลุดจากความคับแคบในตัวเอง ไปสู่ ความเป็นจิตใหญ่สุดประมาณ ทำให้มีความเป็นอิสระและความสุขอันไพศาล ตามปรกติจิตจะติดอยู่กับความคับแคบในตัวเอง เมื่อคับแคบก็ขัดแย้งและบีบคั้น ความบีบคั้นคือทุกขตา การแยกส่วนอยู่ในตัวเอง โดยเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางก็ไม่จริง ความจริงคือธรรมชาติทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อตัวเองหรือ "ตัวถูก-ของถูก" ขัดแย้งกับ ความจริงที่ไม่ใช่ตัวถูกของถูก จึงบีบคั้นและเกิดความทุกข์ มนุษย์อวกาศคนหนึ่งชื่อ เอ็ดการ์ มิทเซลส์ ยืนอยู่บนดวงจันทร์มองมาเห็นโลกทั้งใบ เป็นหนึ่งเดียวกัน จิตของเขาเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง รักเพื่อนมนุษย์ทั้งหมด รักธรรมชาติทั้งหมด เพราะทั้งโลกมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาได้ตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิตสำนึกที่ 1 แคลิฟอร์เนียเพื่อวิจัยและสอนเกี่ยวกับการเข้าถึงการมีจิตสำนึกใหม่ ให้มนุษย์หลุดพ้นจาก ความบีบคั้นในจิตที่คับแคบไปสู่อิสรภาพ ความรัก และความสุขจากการมีจิตสำนึกใหญ่ ทุกคนสามารถฝึกให้เข้าถึงความจริงตามธรรมชาตินี้ และเกิดความสุขฉับพลัน ได้ เราสัมผัสธรรมชาติรอบตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นอากาศ ท้องฟ้า สายลม แสงแดด ดวงอาทิตย์ ดวงดาว น้ำ ต้นไม้ ลมหายใจของเราเอง หัดให้รู้ตัวว่าธรรมชาติที่เราสัมผัสนี้ เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งจักรวาล เราหายใจเข้าหายใจออกก็เชื่อมโยงกับจักรวาลทั้ง จักรวาล เราหายใจเข้าจักรวาลทั้งจักรวาลก็เข้ามาสู่ตัวเรา เราหายใจออกก็ออกไปเชื่อมกับ จักรวาลทั้งหมด เรากับจักรวาลเป็นหนึ่งเดียวกัน พอรู้ว่าเราเป็นอันเดียวกับธรรมชาติทั้งหมด เมื่อใดก็มีความสุขทันที **ความจริงข้อ ๒ : ความเป็นเช่นนั้นเอง** นี้คือกฎของธรรมชาติ ธรรมชาติล้วนเป็นกระแสของเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่องในทุกมิติ อะไรที่เกิดขึ้นก็เพราะมีกระแสของเหตุปัจจัยให้มันเกิด อะไรที่ไม่เกิดขึ้นก็เพราะไม่มีเหตุ ปัจจัยให้มันเกิด ธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่เป็นไปตามใจเราที่อยากให้อะไรเกิดหรือไม่ เกิด เรามักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยอารมณ์ไม่ใช่ด้วยปัญญา แล้วก็เกิด ความทุกข์ เช่น เด็กทำตุ๊กตาตกแตกแล้วร้องไห้ ร้องไห้เพราะอยากให้มันไม่แตก แต่ที่แตก เพราะมีเหตุปัจจัยที่จะทำให้มันแตก มันเป็นเช่นนั้นเอง ความเป็นเช่นนั้นเองคือ **ตถตา** ถ้าเราฝึกให้เห็นความเป็นเช่นนั้นเอง หรือ **ตถตาไว้เสมอ ๆ** เราก็จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยปัญญามากขึ้น คือปัญญารู้ความเป็นธรรมดาตามกฎของธรรมชาติ หรือ อิทัปปัจยตา เมื่อมีปัญญาก็ไม่ทุกข์ ถ้าขาดปัญญาไม่รู้เท่าทันความเป็นธรรมชาติธรรมดาก็ เกิดทุกข์ **แท้ที่จริงที่กล่าวมาทั้ง ๒ ข้อ** คือ การมีปัญญาเข้าถึงธรรมชาติ (**ความจริงข้อ ๑**) และ กฎของธรรมชาติ (**ความจริงข้อ ๒**) จึงกล่าวว่า ปัญญาทำให้พันทุกข์ การขาดปัญญาหรือ อวิชชาหรือการติดอยู่โมหภูมิทำให้ทุกข์ ความรู้ไม่ทำให้พันทุกข์ ต้องเลยความรู้ไปถึงปัญญา 2 ที่เข้าถึงธรรมชาติและกฎของธรรมชาติจึงทำให้พันทุกข์และพบอิสรภาพได้อิสรภาพ คือการ หลุดพ้นจากความบีบคั้นของความไม่รู้ เมื่ออิสระก็สุข อุปสรรคของการเกิดปัญญา คือการติดอยู่ในตัวเอง และในความคิดของตัวเองทำให้ ไม่สามารถสัมผัสธรรมชาติตามความเป็นจริงได้ ฉะนั้น การจะเกิดความสุขฉบับพลัน ต้อง ขจัดอุปสรรคที่ทำให้เข้าถึงธรรมชาติไม่ได้ด้วย ในที่นี้จะกล่าวถึง ๒ ประการคือ ๑. ความเมตตากรุณา ความรักหรือมิตรภาพอันไพศาลต่อผู้อื่นทำให้เป็นสุข เมตตาคือมิตตะ ถ้าเรารักเพื่อนมนุษย์ทั้งหมด รักธรรมชาติทั้งหมด เรียกว่ามีมิตรภาพ อันไพศาล ทำให้มีความสุขอย่างยิ่ง ความกรุณาคือการอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ การนึกถึงผู้อื่น การเอื้ออาทรการร่วมทุกข์ ร่วมสุข การช่วยเหลือ ความกรุณาทำให้ผู้อื่นก็มีความสุขและเราเองก็มีความสุข ความกรุณา นำให้เข้าถึงธรรม เพราะจิตออกจากตัวเองไปอยู่ที่คนอื่น ถ้าเราตั้งคำถามว่า "ฉันจะทำอะไรให้ใครได้บ้าง" จึงเป็นปัญญา แต่ตรงข้ามถ้าถามว่า "ฉันจะเอาอะไรจากใครได้บ้าง" เป็นอวิชชาหรือความโง่ ทุกวันนี้สอนกันแต่ประการหลัง ผู้คนจึงเข้าไปสู่อวิชชาและความทุกข์ ที่จริงมนุษย์เห็นแก่ตัวก็จริง แต่ไม่ใช่ธรรมชาติด้านเดียว บางครั้งเราก็ไม่ได้เห็นแก่ตัว ยามที่เราไม่เห็นแก่ตัวเราจะมีความสุขอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเรียกสิ่งนี้ว่า นิพพาน ชิมลอง นิพพานชิมลองหมายถึงความสงบเย็นเป็นสุขชั่วคราวที่เกิดยามไม่เห็นแก่ตัว ทุกคน มีธรรมชาตินี้อยู่ในตัว ซึ่งบางทีเรียกว่าเรามีธรรมชาติแห่งพุทธะ หรือ เมล็ดแห่งโพธิอยู่ใน ตัว ถ้าเราหมั่นรดน้ำพรวนดิน เมล็ดแห่งโพธิที่ซ่อนอยู่ในตัวก็จะงอกงามแผ่ไพศาลให้ความ ร่มเย็นเป็นสุข เรื่องนี้ทำเป็นนโยบายได้ด้วย คือรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดสปิริตแห่งการเป็น อาสาสมัครเพื่อสังคมให้เต็มประเทศ การเป็นอาสาสมัครไปสัมผัสความทุกข์ยากและ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จะทำให้เมล็ดแห่งโพธิในตัวมนุษย์งอกงามแผ่ไพศาลมาบรรจบกัน เป็นสังคมที่ร่มเย็น แทนที่จะเร่าร้อนอยู่แต่กับ "ของกูๆๆ" "เงิน เงิน เงิน" 3 # ๒. การเจริญสติ การเจริญสติทำให้ใจเป็นกลาง เมื่อเป็นกลางก็สัมผัสความจริงตามธรรมชาติ ปรกติ มนุษย์ไม่สามารถสัมผัสความจริงตามธรรมชาติได้ เพราะเอาตัวเองเป็นใหญ่ ติดอยู่ใน ความคิดของตัวเอง เมื่อจิตเป็นกลางจึงสัมผัสธรรมชาติตามความเป็นจริงได้ ฉะนั้นเมื่อเจริญ สติจึงสงบจากความคิด หลุดพ้นจากความบีบคั้นเป็นอิสระ มีความสุขอย่างยิ่ง เป็นความสุขที่ ไม่เคยเจอมา ก่อนประสบความงามอยู่ทั่วไป เพราะในความจริงมีความงาม ถ้าเข้าถึงความ จริงย่อมประสบความงาม ถ้ายังไม่ประสบความงาม แสดงว่ายังเข้าไม่ถึงความจริง ความสงบจากการเจริญสติและสมาธิทำให้เกิดดุลยภาพ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ สุขภาพ ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นทำให้ไม่ค่อยเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ รวมทั้งโรคติดเชื้อและมะเร็ง การเจริญสติเจริญสมาธิจึงทำให้เกิดความสุขราคาถูก (Happiness at Low Cost) หรือความสุขที่ไม่ต้องเสียอะไรเลย (Happiness at No Cost) เป็น ความสุขที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ความสุขนิดนี้จึงเป็นไปเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ## การเจริญกรรมฐานจึงควรเป็นวิถีชีวิตของทุกคน จะเห็นได้ว่าเรื่องความสุขฉับพลันที่คุยกับมานี้ นอกจากจะเป็นไปได้สำหรับทุกคน แล้ว ถ้าพากันทำให้มากยังเป็นทิศทางการพัฒนาประเทศด้วย เพราะถ้าประชาชนพากัน เข้าถึงความสุขด้วยการมีปัญญาเข้าถึงธรรมชาติและกฎของธรรมชาติแล้ว บ้านเมืองย่อม เจริญไปบนฐานของกุศลมูล ซึ่งเป็นความเจริญอย่างแท้จริง ไม่ใช่อยู่บนอกุศลมูล ติดอยู่ใน โมหภูมิและมีความเจริญแต่เนื้อหนังมังสาเงิน ๆ ทอง ๆ เท่านั้น ซึ่งจะตกต่ำและวิกฤต ต่อไป ฉะนั้นการวัดความเจริญไม่ควรจะวัดแต่จีดีพีเท่านั้น แต่ควรวัดจีดีเอ็ช (GDP = Gross Domestic Happiness) หรือดรรชนีวัดความสุขด้วย ในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้ จึงขออวยพรให้เพื่อนคนไทยทุกคนเกิดความสุขฉับพลัน จาก การเข้าถึงความจริง และช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองไปบนเส้นทางแห่งกุศลมูล เพื่อความ เจริญอย่างแท้จริง สืบต่อไป 4 PQET ส.ค.ส. ๒๕๔๗ ความสุขฉับพลัน (Instant Happiness) ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

จิตใจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
27% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
17% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาประเทศ

• มนุษย์กับสังคม

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

จิตใจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้