auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ทำอย่างไร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาการศึกษา 4 ข้อ ได้แก่ 1. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือเครื่องมือยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ 2. สำรวจทรัพยากรคน (Human Mapping) 3. 10 จุดยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ 4. กระทรวงที่บริหารเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

ทำอย่างไร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี # ๑. ## กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ### คือเครื่องมือยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ ประเทศไทยติดอยู่ในสภาวะวิกฤตเรื้อรัง หาทางออกไม่ได้ การตั้งกระทรวงใหม่ คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องเป็นเครื่องมือของความสำเร็จ ไม่ใช่ ล้มเหลวอีกเช่นเคย ต้องมีบทเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ การบริหารโครงสร้างแบบระบบ ราชการจะทำให้ล้มเหลว เพราะเป็นโครงสร้างแห่งการควบคุม ไม่ใช่เพื่อความงอกงาม และ นวัตกรรม ### ต้องบริหารฟังค์ชั่นหรือพันธกิจ และบริหารเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ แก่นแกนหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือ การสร้าง ความเข้มแข็งทางปัญญา ในสมัยโลกาภิวัตน์ ถ้าประเทศอ่อนแอทางปัญญาต้องตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจของ ประเทศที่แข็งแรงกว่า เช่น ถ้าต่างชาติเป็นเจ้าของธนาคาร เป็นเจ้าของโรงแรม เป็นเจ้าของที่ดิน และกิจการต่างๆ เขาย่อมตักตวงผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไป โยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้เรากิน ติดกับ อยู่ในความยากจนเหลื่อมล้ำ จิกตีกันเหมือนไก่อยู่ในเข่ง เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งทางปัญญาของชาติจึงสำคัญยิ่ง และกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือเครื่องมือยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ ๒ # ๒. ## สำรวจทรัพยากรคน (Human Mapping) เครื่องมือของนักยุทธศาสตร์ คือ Mapping ต้องสำรวจทรัพยากรทั้งหมดที่จะใช้ในยุทธศาสตร์ทางปัญญา ซึ่งต้องไม่มองแต่ใน สถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่มีอย่างมโหฬารและหลากหลายในที่ต่างๆ เช่น ในชุมชนท้องถิ่น ใน ภาคธุรกิจเอกชน ในระบบราชการ ในกองทัพ ในภาคประชาสังคม ในองค์กรทางศาสนา ในองค์กร ทางการสื่อสาร ฯลฯ ควรจะทำการสำรวจคนไทยทั่วประเทศว่าใครเก่งเรื่องอะไรบ้าง และทำ ฐานข้อมูลอีเล็คทรอนิค ซึ่งสามารถเรียกดูได้ทันที ฐานข้อมูลของคนไทยทั้งประเทศจะมีประโยชน์ มาก เพราะจะทำให้คนไทยทุกคนภูมิใจในตนเอง ที่ความถนัดความรู้ความสามารถของตนเป็นที่ รับรู้ของคนทั้งชาติ ถ้าเราเคารพแต่ความรู้ในตำราหรือปริญญา คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีเกียรติ คนส่วนใหญ่จะ ไม่มีเกียรติ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติประเทศจะเข้มแข็งได้อย่างไร เมื่อข้อมูลความเก่ง ความถนัด ความชำนาญของแต่ละคนไปปรากฏในฐานข้อมูลของชาติ แต่ละคนก็อยากทำความดีให้ปรากฏแก่สาธารณะมากขึ้นๆ ข้อมูลความเก่งของคนไทยทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้มากมาย ใครอยากเรียนรู้อะไรก็ไปเรียนกับ คนที่เก่งในเรื่องนั้น การได้มีโอกาสเรียนกับคนที่เก่งจะสนุก และสร้างคนไทยที่เก่งๆ ได้มาก ใน ระบบการศึกษาที่เป็นทางการในปัจจุบัน ผู้เรียนโดยมากเรียนกับคนที่ทำไม่เป็น ไม่สนุก และสร้าง คนไม่เก่งขึ้นมาเต็มประเทศ ข้อมูลความเก่งของคนไทยยังมีประโยชน์อย่างมากทางเศรษฐกิจ เช่น ที่ใดมีคนทำอาหาร หรือขนมอร่อย หรือทำสินค้าหัตถกรรมที่สวยงามผู้คนก็อยากไปท่องเที่ยว หรือทางยุทธศาสตร์ อาจส่งเสริมให้คนเก่งในเรื่องเดียวกันรวมตัวกันเป็นสถาบันการผลิต หรือสถาบันการพัฒนาคน ๓ ฉะนั้นถ้าทำ Human Mapping ของคนไทยทั้งประเทศได้ จะเป็นเครื่องมือ ของยุทธศาสตร์ ทางปัญญา ๔ # ๓. ## ๑๐ จุดยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ ที่การศึกษาของเราอ่อนแอ เพราะเป็นการท่องวิชาไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะทำ เรื่องอะไรที่สำคัญให้สำเร็จ ยุทธศาสตร์ทางปัญญาต้องมีจุดยุทธศาสตร์ จุดยุทธศาสตร์ในการรบ หมายถึง ถ้าทำตรงนี้แล้วจะทำให้ชนะสงคราม ขอเสนอ ๑๐ จุดยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ ดังนี้ (๑.) **สำนักคิด** (Think Tank) การคิดต้องมาก่อนการวิจัย เพราะพลังความคิดนั้นกว้างไกลกว่า การวิจัย ซึ่งบางทีก็กระจัดกระจายสะเปะสะปะไม่มีพลัง มหาวิทยาลัยมีแต่นักสอนและ นักวิจัย แต่ไม่มีนักคิด จึงไม่มีพลังทางปัญญาเท่าที่ควร ๕ <figure> The image displays a circular diagram illustrating the process of selecting and appointing a Permanent Secretary (ยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ) in Thailand. The diagram is centered around the "สำนักคิด" (Think Tank) at its core. Surrounding this central think tank are six concentric rings, each representing a stage or aspect of the selection process. Starting from the innermost ring and moving outwards: 1. **สร้างความเข้มแข็งวิทยาศาสตร์พื้นฐาน** (Strengthen Basic Sciences): This ring is at the very center, closest to the "Think Tank" core. 2. **สร้างคนไทยที่มีคุณภาพสูง** (Create High-Quality Thai People): This ring is next, forming the outer boundary of the innermost circle. 3. **เศรษฐกิจมหภาค แข็งแรงและหนุนช่วยฐานราก** (Strong and Supportive National Economy): This ring is further out, encompassing the inner two rings. 4. **การวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ** (State-Specific Research): This ring is to the left of the central think tank, forming a half-circle around it. 5. **การสังเคราะห์นโยบายสาธารณะ** (Public Policy Formulation): This ring is to the right of the central think tank, forming a half-circle around it. 6. **ยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศไทย** (Thai National Communication Strategy): This ring is at the outermost layer, representing the broadest scope. The diagram visually represents a cyclical or multi-stage process for developing national policy and securing the nation's future, starting from strengthening foundational science, through creating high-quality people, building a strong economy, and leading to the formulation of public policies, all under the overarching guidance of a national communication strategy. </figure> ๑๐. จุดยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ กระทรวงใหม่ต้องรวบรวมนักคิดที่เก่งที่สุดจำนวนหนึ่ง มาเป็นสำนักคิดที่คิดเรื่องที่สำคัญๆ และกระตุ้นให้เกิดสำนักคิดในมหาวิทยาลัยต่างๆ และที่เป็นอิสระ ให้ประเทศมีพลังทางความคิด (๒.) **ความเข้มแข็งของฐานรากของประเทศ** ถ้าฐานของประเทศเข้มแข็งจะรองรับประเทศทั้งหมดให้มั่นคง และลดความเหลื่อมล้ำ ฐานของประเทศคือชุมชนท้องถิ่น ทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๘,๐๐๐ ตำบล ๗๖ จังหวัด ต้องทุ่มกำลังทั้งหมดและการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ให้ทุกพื้นที่มีความเข้มแข็งทางปัญญา สามารถจัดการการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งเศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย ความเข้มแข็งทางปัญญาของพื้นที่ในการพัฒนาอย่างบูรณาการ จะทำให้ประเทศมีปรกติสุข และยั่งยืน (๓.) **เศรษฐกิจมหภาคแข็งแรงและหนุนช่วยฐานรากของประเทศ** ถ้าเศรษฐกิจมหภาคของเราอ่อนแอ เศรษฐกิจต่างชาติก็จะรุกลึกราคาทำให้เราตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ และ <page_number>๖</page_number> ยากจนตลอดไป เพราะฉะนั้นต้องทุ่มเทช่วยให้เศรษฐกิจมหภาคแข็งแรง โดยต้องเชื่อมโยงให้ เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งด้วย ความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจชุมชน อย่างเกื้อกูลกัน จะทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าบนพื้นฐานที่สมดุล (๔.) การวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ สถานการณ์ของโลกและของประเทศซับซ้อนและแปรผัน ตลอดเวลา เราต้องมีการวิจัยให้รู้สถานการณ์ความเป็นจริงทุกด้าน เพื่อวาง position และ ทิศทางของประเทศให้เหมาะสม กระทรวงใหม่ควรเชื่อมโยงการวิจัยยุทธศาสตร์ ทั้งของ กองทัพและพลเรือน เป็นการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติที่เข้มแข็ง ทันกาล (๕.) การสังเคราะห์นโยบายสาธารณะ นโยบายสาธารณะมีผลกระทบต่อคนทั้งชาติ ทั้งทางบวก หรือทางลบ การสังเคราะห์นโยบายสาธารณะที่ดีเป็นเรื่องทำได้ยาก เพราะต้องการความ สุจริตใจ และสมรรถนะทางปัญญาอย่างสูง มหาวิทยาลัยควรทำหน้าที่นี้แต่ก็ไม่ สสส. เคย สนับสนุนแผนงานวิจัยนโยบายสาธารณะ ใช้งบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท เป็นเวลา ๑๐ ปี โดยแบ่งเป็น ๒ ช่วงๆ ละ ๕ ปี มีผู้จัดการแผนงานที่เป็นคนเก่ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมหาวิทยาลัยไม่มีฉันทะและสมรรถนะในเรื่องนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องบริหารเชิงยุทธศาสตร์ให้มีการ สังเคราะห์นโยบายสาธารณะที่ดีให้ได้ เพราะกระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดี คือ การ ยกระดับภูมิปัญญาชั้นยอดของสังคม อันนำไปสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ๗ (๖.) ปัญญาการจัดการเรื่องสำคัญของชาติให้สำเร็จ ประเทศไทยเป็นรัฐราชการ ระบบราชการ เน้นการควบคุม แต่สังคมสมัยใหม่เต็มไปด้วยปัญหาซับซ้อนและยาก ที่รัฐราชการไม่สามารถ บริหารจัดการไปสู่ความสำเร็จ ปัญหาจึงสะสมท่วมทับ ยกตัวอย่างปัญหาอุบัติเหตุจราจรที่คน ไทยตายปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน และบาดเจ็บอีกเกือบล้านคน ซึ่งถือว่าสูงสุดในโลก แต่ แก้ไขอะไรไม่ได้เลย การบริหารจัดการที่ไม่สัมฤทธิผล ขาดสัมฤทธิศาสตร์ ทำให้คนไทยและ ประเทศไทยต้องสูญเสียอย่างมหาศาล กระทรวงใหม่ในฐานะบริหารยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ ต้องเป็นที่รวมของนัก บริหารเชิงยุทธศาสตร์ และไปช่วยบริหารสัมฤทธิศาสตร์ให้เรื่องสำคัญๆ ของชาติเป็น ผลสำเร็จ กพร. เคยทุ่มเทไปมากในการสร้างนักบริหารยุทธศาสตร์ แต่เมื่อไปอยู่ในกระทรวงต่างๆ ก็ไม่สามารถฝ่าวัฒนธรรมองค์กร และ mindset เดิมได้ ฉะนั้นกระทรวงใหม่ต้องเป็นที่อยู่ ของนักบริหารยุทธศาสตร์ แล้วส่งไปช่วยบริหารสัมฤทธิ์ศาสตร์ในเรื่องต่างๆ (๗.) สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และการเรียนรู้ที่ดีของคนทั้งมวล คนไทยในประเทศไทยขาด วัฒนธรรมการเรียนรู้ เพราะชั่วกาลนานในอดีตเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ และมีภัยพิบัติทาง ธรรมชาติน้อยกว่าประเทศอื่นๆ จึงตั้งอยู่ในความสบายและความเฉื่อยทางปัญญา แต่บัดนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นอย่างใหม่แล้ว วัฒนธรรมเก่าเช่นนี้ไม่เข้ากันและก่อปัญหามาก ต้อง สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และการเรียนรู้ที่ดีสำหรับคนทั้งมวล นี้ก็เป็นจุดยุทธศาสตร์ทาง ปัญญาที่สำคัญยิ่งของชาติอย่างหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยขาดความสนใจและไม่ได้ทำอะไรจริงจัง (๘.) สร้างคนไทยที่มีคุณภาพสูง เรื่องความสำคัญของคุณภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว แม้มี การพูดกันมานาน แต่การทำงานตามระบบราชการก็ไม่สามารถสร้างคุณภาพเด็ก เยาวชน ที่ มีการพูดกันทางวิชาการและทางนโยบาย ต้องการการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ระบบ การศึกษาทั้งหมดก็ไม่สามารถสร้างคุณภาพคนไทยได้มากพอและเร็วพอ นอกจากคุณภาพสูง โดยทั่วไปแล้ว ประเทศต้องมีคนเก่งหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ ทุกเรื่อง ประเทศไทยใช้ งบประมาณการศึกษาสูงมาก ประมาณร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณแผ่นดิน คือ ปีละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ระบบการศึกษาก็ไม่สามารถสร้างคนไทยคุณภาพสูง และคนไทยเก่ง ในเรื่องต่างๆ ในปัจจุบันภาคธุรกิจมีคนเก่งๆ มากที่สุด ในการบริหารยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ ต้องเปิดพื้นที่ทางปัญญาและพื้นที่ทางสังคมอย่างกว้างขวาง และนำนักธุรกิจที่เชี่ยวชาญ การ บริหารเชิงยุทธศาสตร์เข้ามาช่วย ๘ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. (๙.) สร้างความเข้มแข็งวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ประเทศไทยทำงานทางเทคโนโลยียากๆ ไม่ได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ซึ่งราคาแพงมาก ทำให้ขาดดุลทางเทคโนโลยีเป็นแสนล้านต่อปี ทั้งนี้เพราะความอ่อนแอทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานได้ เพราะอาจารย์ทางวิทยาศาสตร์ต้องรับภาระหนักในการสอนวิชาเหล่านี้ ให้แก่ทุกคณะและสถาบันที่ต้องการเรียนวิชาเหล่านี้ "ต้องสอนประดุจโรงเรียนประชาบาล" (ตามคำของ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ให้นักฟิสิกส์ และนักคณิตศาสตร์ที่เก่งๆ สามารถทำการวิจัยและสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพสูง ให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (๑๐.) ยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศไทย การสื่อสารถ้าทำได้ดีและทั่วถึงจะเป็นเครื่องมือยกระดับทางปัญญาของคนทั้งประเทศโดยรวดเร็ว เรามีทั้งเทคโนโลยี ช่องทาง และเงิน แต่ขาดคนคิดและบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ในยุทธศาสตร์ทางปัญญาของชาติ จึงควรมียุทธศาสตร์การสื่อสารด้วย ซึ่งคิดถึงการสื่อทุกประเภท คือ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย และโดยศิลปะทุกแขนง ซึ่งรวมถึง วรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ละคร และภาพยนตร์ เช่น ถ้ามีการผลิตภาพยนตร์ดีๆ และฉายให้ดูกันทุกตำบล จะมีผลกระทบถึงคนทั้งประเทศ เป็นต้น ลองทบทวนดูว่าถ้าทำทั้ง ๑๐ จุดยุทธศาสตร์ทางปัญญา ดังกล่าวข้างต้น ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งทางปัญญาและผลสำเร็จสักเพียงใด ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้ากระทรวงใหม่บริหารแบบราชการเหมือนกระทรวงอื่นๆ ๑๐ # กระทรวงที่บริหารเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ การที่ประเทศพัฒนาได้ยากเพราะการบริหารแบบราชการที่เน้นการควบคุม ได้สร้างวัฒนธรรมองค์กร และ mindset ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเหนียวแน่นประดุจเป็นดีเอ็นเอของรัฐไทย ได้ถามกันมากว่าจะเปลี่ยน mindset กันได้อย่างไร แน่นอนว่าเปลี่ยนไม่ได้ด้วยการสั่งสอน หรือแม้การเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ mindset ก็ยังไม่เปลี่ยนเพราะสิ่งแวดล้อมยังเหมือนเคย สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกำหนดวัฒนธรรม ดังที่กลุ่มคนในภูมิประเทศต่างๆ มีวัฒนธรรมต่างกัน ที่เรียกว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม การบริหารเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์ที่มีการใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือ เป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ ที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรม และ mindset (mindset เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมธรรม) นโยบายต้องมีงบประมาณที่ไปด้วยกันเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป็นแต่วาทกรรมและคำพูดทางวิชาการ แต่งบประมาณเป็นอย่างอื่น อย่างนั้นไม่เรียกว่านโยบาย เป็น wishful thinking เพราะฉะนั้นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ที่จะเน้นการทำงานทางนโยบายและยุทธศาสตร์ ต้องมีการงบประมาณเป็นเครื่องมือด้วย ต้องมีส่วนงานที่เป็นอิสระซึ่งสามารถแสวงหานักบริหารยุทธศาสตร์เก่งๆ จำนวนมาก เพื่อบริหารยุทธศาสตร์ทางปัญญา รวมถึงสามารถไปช่วยงานเชิงกลยุทธศาสตร์ที่กระทรวงต่างๆ หรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการทำเรื่องสำคัญๆ ให้สำเร็จ โดยที่การบริหารเชิงยุทธศาสตร์จำเป็นต้องระดมคน วิชาการ งบประมาณ และแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จ งานยุทธศาสตร์ทางปัญญาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องการความเข้าใจและสนับสนุนโดยผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด คือ นายกรัฐมนตรี และแท้ที่จริงยุทธศาสตร์ทางปัญญาแห่งชาติก็เป็นเครื่องมือให้นายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ ๑๑ โดยที่กลไกของรัฐไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือที่เรียกว่าองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ เพราะคุ้นเคยกับการควบคุม จึงมักไม่สบายใจและเข้ามาสอดแทรกหรือแม้ทำลาย ความเข้าใจและเห็นคุณค่า โดยสังคมจะทำให้การบริหารเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์เติบโตขึ้นได้ในประเทศไทย และพาชาติออกจากวิกฤต --- ๑๒ PQET ทำอย่างไร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออก จากวิกฤต 1271 ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
36% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
27% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
25% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาการศึกษา

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้