hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

โอกาสของพรรคการเมือง นโยบายบัตรทองทางการศึกษา

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนี้ผู้เขียนกล่าวถึงเรื่องโอกาสของพรรคการเมือง นโยบายบัตรทองทางการศึกษา ประกอบด้วยเนื้อหาดังนี้ 1) ระหว่าง Demand กับ Supply 2) หลักการเรื่องบัตรการศึกษา 3) ประโยชน์ของเรื่องบัตรทองทางการศึกษา 4) ที่มาของงบประมาณบัตรทองทางการศึกษาใช้หลักการ "การเงินการคลังเพื่อสังคม" และ 5) โอกาสของพรรคการเมือง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# โอกาสของพรรคการเมือง ## นโยบายบัตรทองทางการศึกษา ประเวศ วะสี (๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) ระบบการศึกษามีความซับซ้อนและยากอยู่ในตัว จนไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาได้ ลองเอาเรื่อง บัตรการศึกษามาร่วมคิดกันใหม่ ## ๑ ### ระหว่าง Demand กับ Supply เรื่องงบประมาณอุดหนุนการศึกษาเราได้เลือกอุดหนุนด้าน Supply คือสถานศึกษา ซึ่งก็ จำเป็นในระยะเริ่มต้นเพื่อจะให้ได้ผลเร็ว แต่เมื่อทำไปนานจนเกิดความเคยชิน บริการการศึกษาอาจไม่ ตรงตามความต้องการของผู้เรียน ซึ่งเปลี่ยนไปมากจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบสังคม เศรษฐกิจ และมีผู้ที่ตกหล่นเข้าไม่ถึงระบบการศึกษา จนกระทั่งต้องตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง การศึกษา (กสศ.) แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง ลองคิดปรับการอุดหนุนการศึกษามาเป็นอุดหนุนผู้เรียน (Demand side) ซึ่งน่าจะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทุกมิติโดยไม่รื้อของเก่า แต่เกิดสิ่งใหม่ที่ดีออกมาจากรากเหง้าเดิม ๑ # ๒ ## หลักการเรื่องบัตรการศึกษา คล้ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่คนไทยทุกคนมีบัตรทอง นั่นคือคนไทยทุกคนหรือทุกคนในวัยเรียนมีบัตรทองทางการศึกษา สามารถเลือกเข้าเรียนอะไรที่ไหนก็ได้ สถาบันการศึกษาได้รับเงินอุดหนุนตามที่ระบุไว้ในบัตรทองทางการศึกษา สถาบันการศึกษาใดมีบริการถูกใจผู้เรียนมีผู้ขอเข้าเรียนจำนวนมากก็จะได้รับเงินอุดหนุนมากเป็นแรงจูงใจให้ปรับตัวตาม Demand เงินอุดหนุนที่ได้ สถานศึกษาสามารถเอาไปจัดสรรเพิ่มรายได้ให้กับครูและบุคลากรอื่น เป็นแรงจูงใจให้ครูปรับการเรียน การสอนให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน และเป็นการแก้หนี้แก่จนแก่ครูไปด้วย ## ๓ ### ประโยชน์ของเรื่องบัตรทองทางการศึกษา ๑. คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาถ้วนหน้าอย่างเสมอภาค ๒. ผู้เรียนมีทางเลือกมากให้เหมาะกับสภาพและสถานการณ์ของตนๆ จะเลือกเรียนอะไร เท่าไหร่ เมื่อใด ที่ไหนก็ได้ ตามความเหมาะสม สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้ ที่เรียกว่า Work-Based Learning (WBL) หรือสหกิจศึกษา สามารถทำงานมีรายได้ ได้เรียนรู้จากการทำงาน และเลือกเรียนวิชาที่ตรงกับที่จะทำงานได้ดีขึ้น และมีรายได้มากขึ้น ๓. สถานศึกษาไปศึกษาลักษณะการทำงาน และสร้างหลักสูตรที่จะสนับสนุนให้ผู้เรียนทำงานได้ดีขึ้น โดยวิธีนี้สถานศึกษาก็จะมีรายได้มากขึ้น ครูก็จะเก่งขึ้นเพราะร่วมเรียนรู้ไปด้วย ๒ ๔. ควรศึกษาสำรวจคนไทย (Human Mapping) ทั้งประเทศ ว่ามีใครเชี่ยวชาญและเก่งเรื่องใด สนับสนุนให้ท่านเหล่านั้นเป็นแหล่งฝึกอบรม ที่ไหนก็ได้ และมีรายได้จากบัตรทองทางการศึกษา ที่ติดตัวผู้เรียนมา โดยวิธีนี้คนไทยจะมีโอกาสได้เรียนรู้จากคนเก่ง คนจะเก่งเพราะได้เรียนรู้จาก คนเก่ง ๕. ผู้ใช้แรงงานมีบัตรทองทางการศึกษา สามารถเลือกเข้าเรียนวิชาที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของ ตนๆ ก็จะเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งประเทศ อาจขยายการครอบคลุมถึงอาชีพอื่น เช่น นักข่าว หรือแม้ไม่ใช่อ่าชีพ เช่น พ่อแม่เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงลูก เพื่อยกระดับคุณภาพเด็กเยาวชน และครอบครัว ๖. โดยภาพรวมจะเห็นว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่ใหญ่ที่สุด โดยไม่รื้อของเก่า ไม่รบกวน สถานศึกษา ครู ผู้บริหารการศึกษา แต่สร้างแรงจูงใจให้มีการปรับหลักสูตรให้เหมาะกับลูกค้า หรือผู้เรียน ซึ่งมีความต้องการที่หลากหลาย เพราะผู้เรียนมีอำนาจต่อรอง คือ มีบัตรทองทาง การศึกษาอยู่ในมือ สถานศึกษาใดมี "ลูกค้า" มากก็มีรายได้มากจากบัตรทอง "พลังผู้บริโภค" เป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของฝ่าย Supply เป็นการพัฒนาครูและ สถานศึกษาไปในตัว ซึ่งไม่เคยทำได้สำเร็จทาง supply side ทาง demand side มีพลังมากกว่า * ทำให้เกิดการเรียนรู้ของคนทั้งมวล (Education for All) * เป็นการเอากำลังทั้งหมดในสังคมมาใช้เพื่อการศึกษา (All for Education) เช่น ผู้ชำนาญ ในทุกสาขาอาชีพกลายเป็นครู ผู้เรียนมีโอกาสการเลือกเรียนรู้กับใครก็ได้ ไม่จำเป็นว่า เฉพาะกับครูในโรงเรียน เป็นอันว่าทรัพยากรทั้งหมดของประเทศนำมาเป็นประโยชน์ต่อ การเรียนรู้อย่างหลากหลาย บัตรทองที่ติดตัวผู้เรียนไปกระจายรายได้ไปสู่ผู้ชำนาญการทุก ชนิดทั่วประเทศ * การศึกษารักษาทุกโรค (Education Cure All) เช่น ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสมรรถนะและคุณภาพของคนทุกช่วงวัย และสาขาอาชีพ เศรษฐกิจของประเทศจะ อยู่บนฐานที่มั่นคง เพราะคุณภาพของคนไทยทั้งประเทศ ๓ * สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ หรือสังคมอุดมปัญญา เพราะคนไทยทั้งประเทศเป็นผู้เรียนรู้ และเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลายเป็น Total Learning ซึ่งจะยกระดับคุณภาพของประเทศโดยรวม ๔ # ๔ ที่มาของงบประมาณบัตรทองทางการศึกษา ใช้หลักการ "การเงินการคลังเพื่อสังคม" นโยบายบัตรทองทางการศึกษาอาจคิดว่าเป็นภาระทางการเงินแก่รัฐบาลมาก ถ้าใช้แนวคิด "การเงินการคลังเพื่อสังคม" ก็ไม่เป็นภาระเลย รัฐบาลอาจมีกำไรด้วยซ้ำ ถ้ามีประโยชน์ทุกด้านตามที่ คาดไว้ ซึ่งรวมทั้งขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคนทั้งประเทศ ประชาชนจะเต็ม ใจให้มีภาษีการศึกษาก็ได้ แต่ควรเป็นแบบตามอัตราของรายได้ ซึ่งคนมีรายได้น้อยจะไม่เดือดร้อน ขอให้ศึกษาเรื่อง "การเงินการคลังเพื่อสังคม" ## ๕ โอกาสของพรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมืองใดขับเคลื่อนนโยบายที่มีประโยชน์ใหญ่ จะได้รับความนิยมมาก ดังกรณีบัตร ทองทางสุขภาพ คุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยได้รับความนิยมจากคนยากจนอย่างยั่งยืน ควรมีพรรคการเมืองที่ใช้แนวคิด "ทางสายกลาง" ยิ่งมากพรรคยิ่งดี "ทางสายกลาง" คือ ทางสายปัญญาแบบพุทธ คือใช้ความจริงตามธรรมชาติที่สรรพสิ่งล้วนเป็นกระแสของเหตุปัจจัย (อิ ทัปปัจจยตา) หรือความเป็นเหตุเป็นผล ไม่แยกส่วนตายตัว แบ่งข้างแบ่งขั้ว ที่เราไปเอาอย่างฝรั่งเขามา แล้วก็เล่นเกมอำนาจต่อสู้ระหว่างข้างระหว่างขั้ว โดยไม่ใช้ปัญญา ๕ วิกฤตโควิดแสดงให้เห็นแล้วว่า ในเรื่องที่ยากและซับซ้อน อำนาจ เกมการเมือง วาทกรรม โดย ปราศจากความรู้ในเนื้อหาแก้ปัญหาไม่ได้ พรรคการเมืองทางสายกลางจะไม่ทะเลาะ แต่ร่วมมือใช้ปัญญาทำเรื่องดีๆ เมื่อทำเรื่องดีๆ สำเร็จมากขึ้นๆ ก็จะได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้นๆ ทำให้เป็นการเมืองที่มีคุณภาพสูง และมี ความต่อเนื่องยาวนาน บ้านเมืองลงตัว การเมืองลงตัว การเมืองลงตัวไม่ได้ เพราะการคิดแบบแยกส่วน แบ่งข้างแบ่งขั้ว แต่วิธีคิด "ทางสายกลาง" แบบพุทธทำให้การเมืองลงตัวได้ ขอให้สังคมไทยสนใจวิธีคิดทางสายกลางแบบพุทธ แล้วจะพบทางออกจากวิกฤตเรื้อรัง "ความจริงมีชัยเหนือทุกสิ่ง" จารึกเสาพระเจ้าอโศก "ทางสายกลาง" หรือ สายปัญญา ทำให้เข้าถึงความจริง --- ๖ PQET # โอกาสของพรรคการเมือง นโยบายบัตรทองทางการศึกษา ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

2 February 2022

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
28% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
23% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
20% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สุขภาพ

• พรรคการเมือง

• ไทย -- การเมืองและการปกครอง

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

2 February 2022

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้