auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

วาทกรรมทางการเมือง มิจฉาวาจาพาวิกฤต

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงสัมมาวาจา คือ การใช้ความจริง วาทกรรมทางการเมืองควรปรับเปลี่ยนจากมิจฉาวาจาไปสู่สัมมาวาจาให้มากขึ้น

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

๑ ๓ มิถุนายน ๒๕๓๗ วาทกรรมทางการเมือง มิจฉาวาจาพาวิกฤต คนไทยพูดไม่เป็น การพูดไม่เป็นทำให้ขัดข้อง ขัดแย้ง ที่ไม่ควรมีเรื่องก็กลายเป็นมีเรื่อง ที่มีเรื่องก็กลายเป็นรุนแรง สิ่งที่ควรแก้ปัญหาได้ก็แก้ไม่ได้ และสามารถก่อให้ เกิดความรุนแรงขึ้นมาได้ การพูดอย่างถูกต้องจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะพระพุทธองค์ ทรงบัญญัติ สัมมาวาจา เป็นองค์หนึ่งในมรรค ๘ ในพระไตรปิฎกมีพุทธพจน์ เป็นอันมากเกี่ยวกับสัมมาวาจา ซึ่งคัดมาให้ดูตอนหนึ่ง ดังต่อไปนี้ สัมมาวาจา พุทธพจน์ " ... ละมุสาวาท เป็นผู้เว้นขาดจากมุสาวาท เป็นผู้กล่าวคำจริง ดำรง อยู่ในคำสัตย์ เป็นหลักฐานเชื่อถือได้ ไม่พูดลวงโลก ๑ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ละวาจาส่อเสียดเป็นผู้เว้นขาดจากวาจาส่อเสียดได้ยินจากฝ่ายนี้แล้ว ไม่บอกฝ่ายโน้น เพื่อทำลายฝ่ายนี้ หรือได้ยินจากฝ่ายโน้นแล้ว ไม่บอก ฝ่ายนี้ เพื่อทำลายฝ่ายโน้น ทั้งนี้ เมื่อเขาแตกแยกกันแล้ว ก็สมานให้ดีกัน หรือเมื่อเขาดีกันอยู่ก็ส่งเสริม ชอบความพร้อมเพรียงกัน ยินดีในคนที่พร้อมเพรียงกัน ชื่นชม ในคนที่พร้อมเพรียงกัน เป็นผู้กล่าววาจาสมานสามัคคีกัน ละวาจาหยาบ เป็นผู้เว้นขาดจากวาจาหยาบ เป็นผู้กล่าววาจาซึ่ง ไม่มีโทษ เสนาะหู ชวนให้รักใคร่ จับใจ เป็นภาษาชาวเมือง อันคนส่วน มากปรารถนาและชอบใจ ละการเจรจาเพ้อเจ้ยเป็นผู้เว้นขาดจากการเจรจาเพ้อเจ้อกล่าวถูกกาล กล่าวตามเป็นจริง กล่าวอิงอรรถ กล่าวอิงธรรม กล่าวอิงวินัย เป็นผู้ กล่าววาจามีหลักฐาน มีที่อ้าง มีขอบเขต ประกอบด้วยประโยชน์ ตาม กาล ... " จะเห็นได้ว่าพระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงการพูดอย่างละเอียดลออมากโดย สรุป พูดความจริง ไม่หลอกลวง ไม่ส่อเสียด ไม่พูดให้ทำลายกัน พูดส่ง เสริมให้สมานกัน พูดให้เกิดความสามัคคี ไม่พูดหยาบ พูดเพราะ ไม่พูด เพ้อเจ้อ พูดมีหลักฐานอ้างอิงได้ พูดถูกกาล ประกอบด้วยประโยชน์ ลองอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ภาษาไทย ก็จะเห็นถ้อยคำเหล่านี้ "ตระบัดสัตย์" "เฮงชวย" *จากพระไตรปิฎก ภาษาไทย ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖ มัชฌิม นิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหสูตร หน้า ๑๖ (คัดลอกโดย นายแพทย์ประเวศ วะสีเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๗) ๒ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง "เยี่ยงโจร" "กลืนน้ำลายตัวเอง" "กากเดน รสช." "โหนรถด่วนเที่ยวสุดท้าย" "ผลักรัฐตกขบวน" "ชวนตอกฉลาด" "ฉลาดดีแลกหน้าชวน" ถล่ม จวก ฉะ หักหลัง ถีบส่ง ฯลฯ ภาษาเหล่านี้ล้วนเป็นการโหมเชื้อไฟให้ร้อนแรงใส่กันมากขึ้นมีทิฐิมาก ขึ้น สมานกันไม่ได้มากขึ้น แบ่งขั้วกันมากยิ่งขึ้น เป็นมิจฉาวาจาที่พาไปสู้วิกฤต มิจฉาวาจาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้พูด แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะวาท กรรมในการเสนอข่าว และเป็นวัฒนธรรมไทย เพราะข่าวอย่างเดียวกันถ้าอ่าน หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษกับภาษาไทยจะให้ความรู้สึกต่างกันข่าวภาษาไทยมี "รสชาติ" มากกว่ามาก แต่เพราะจะเอา "รสชาติ" นั่นแหละมันทอนกำลังสัง คมไทยลงไปจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว คนไทยชอบดูมวย และเอาการเมืองเป็นเวทีมวยมานานแล้วเสวงหาความมั่นใน "รสชาติ" ของมวยจึงมีวาทกรรมทางการเมืองอันตรงข้ามกับพุทธพจน์ในเรื่องสัมมาวาจา ดังที่ยกมาให้ดู ขืนยังเอาการเมืองเป็นเวทีมวยต่อไปอีก บ้านเมืองจะต้องวิกฤตแน่ ๆ ในเรื่องยากๆ ของบ้านเมืองต้องมีความสมานสามัคคีจึงจะทำได้สำเร็จ การพูดจาและรายงานข่าวแบบที่มักกันไปมา ทำให้แบ่งขั้วมากขึ้น ไม่มีทางแก้ ปัญหาสำเร็จ ๓ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง เรื่องฉลาดอดข้าวประท้วง พูดไปพูดมาแบ่งขั้วเป็นพวกเชียร์ฉลาด ทิ่มชวน กับพวกเชียร์ชวนที่มพวกฉลาด ทั้งๆ ที่สาระสำคัญของเรื่องนี้คือการพัฒนาการเมืองให้ดีขึ้นโดยคำนึงถึงศีลธรรมและประสิทธิภาพการที่จะพัฒนาการเมืองให้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่เรียกว่าปฏิรูปทางการเมืองนั้น ต้องการความสมานสามัคคีของทุกฝ่าย ซึ่งควรจะพูดจาแบบอดออมถนอมใจกัน ดึงมาเชื่อมโยงกัน จะได้แก้ปัญหาของบ้านเมืองได้จริงๆ ## ความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าความเห็นของกรรมาธิการชุดคุณประจวบ ความคิดของคุณมีชัย กรรมาธิการวิสามัญฯ ของสภาผู้แทน ความเห็นของประธานสภารา ความเห็นของรัฐบาล ความเห็นของพรรคพลังธรรมที่แตกต่างกัน มันจะต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน นั่นคือความคิดแบบแยกขั้ว หรือแบบทำให้กลายเป็นศัตรู (antagonism) ซึ่งไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ในความจริง ธรรมชาติมีความหลากหลายและเชื่อมโยงกัน จึงเกิดดุลยภาพ ## ความแตกต่างหรือความหลากหลายเป็นธรรมชาติธรรมดา ความรักความเมตตาต่อกันจะดึงความหลากหลายให้เข้ามาเชื่อมโยงและเกิดพลังสร้างสรรค์ การบังคับให้เกิดความเหมือนกันก็ดี หรือการเห็นสิ่งที่แตกต่างกันเป็นปฏิปักษ์กันก็ดี ล้วนนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง ประเด็นจึงไม่ใช่ไปทำให้เกิดความเหมือนต่อยู่ที่ความรักความเมตตาต่อกัน ร้อยความแตกต่างไปสู่ความสร้างสรรค์ ดอกไม้หลาก ๆ สี มีเชืกร้อยเป็นพวงมาลัยอันสวยงามบูชาพระ ต้องมีการร้อยความหลากหลาย นำไปสู่ความงามและคุณค่า ๔ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ## การร้อยคือการสังเคราะห์ ในโลกนี้มิได้มีแต่การวิเคราะห์การวิเคราะห์ควรเป็นไปเพื่อสังเคราะห์ หากวิเคราะห์โดยไม่มีเจตนาสังเคราะห์การวิเคราะห์ก็คือการทำให้แตกเป็นเสี่ยงๆ การจะสังเคราะห์ได้ต้องมีความรัก ความเมตตาด้วย การขาดความรักความเมตตา ทำให้มีมิจฉาวาจา ความรักความเมตตา ทำให้มีสัมมาวาจา ขอให้ทุกฝ่ายมีสัมมาวาจา ทั้งหัวหน้าพรรค ลูกพรรค นักวิชาการ ปัญญาชนตลอดจนสื่อมวลชนโรงเรียนควรจะนำเรื่องสัมมาวาจาไปตีความกันให้ดี และมีการฝึกฝนคนไทยให้พูดเป็น ## สังคมไทยใช้ความจริงน้อย แต่ใช้อารมณ์ความรู้สึกมาก อารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องของแต่ละคนจึงหาความเห็นพ้องในการตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกันได้ยาก ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเมื่อไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกันได้ ปัญหาก็จะสะสมไปสู่วิกฤต เช่น วิกฤตการจราจร อันควรเป็นเรื่องที่ควรตัดสินใจได้ตั้งแต่เมื่อ ๑๕-๒๐ ปีก่อน เรื่องวิกฤตการจราจรเป็นเรื่องรูปธรรมที่เห็นได้ง่ายสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่จริงมีวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรงกว่าปัญหาจราจรอีกมากมายนักในบ้านเมืองของเรา ต้องรู้ความจริงและใช้ความจริงจึงจะแก้ปัญหาได้การเอะอะมะเทิ่งโดยปราศจากความจริง แก้ปัญหาไม่ได้ สัมมาวาจาคือ การใช้ความจริง วาทกรรมทางการเมืองควรปรับเปลี่ยนจากมิจฉาวาจาไปสู่สัมมาวาจา ให้มากขึ้นขอฝากพุทธพจน์เกี่ยวกับสัมมาวาจาข้างต้นไว้เป็นเครื่องเตือนใจด้วย ๕ PQET วาทกรรมทางการเมือง มิจฉาวาจาพาวิกฤต ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1994

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
19% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
18% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
17% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ไทย -- การเมืองและการปกครอง

• พุทธศาสนากับการเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1994

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้