auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงองค์กรชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความยั่งยืนของสังคม องค์กรชุมชนเกิดขึ้นโดยการที่คนในชุมชนมาประชุมปรึกษาหารือกันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนปรากฎตัวผู้นำตามธรรมชาติขึ้น มีการจัดการองค์กร มีการวิเคราะห์ปัญหา และตัดสินใจทางเลือกได้ถูกต้อง เมื่อองค์กรชุมชนเข้มแข็งจะเป็นการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมกันไป
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ องค์กรชุมชน ทางรอดของรัฐบาลและสังคมไทย มติชนรายวัน วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕ ด้วยจิตที่คิดถึงพระเจ้าอยู่หัว และใจที่อยากเห็นบ้านเมืองและประชาชนมีความสงบสุข ตามปรกติที่ผ่านมา ประชาชนจะเกลียดรัฐบาลภายใน ๑ ปี ไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาที่สำคัญ ๆ ได้ รัฐบาลจะถูกรุมด้วยปัญหาต่าง ๆ จนโงหัวไม่ขึ้น เพราะประเทศไทยปกครองด้วยการรวมศูนย์อำนาจ ขาดการกระจายอำนาจที่จะทำให้มีเวทีหลากหลายในระดับต่าง ๆ ที่จะเผชิญและแก้ปัญหา ปัญหาทุกประเภทจึงโถมเข้าใส่รัฐบาลกลางจนตั้งตัวไม่ติด ไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อประชาชนมีรัฐบาลที่แก้ปัญหาไม่ได้ ก็จะหันไปหาหรือเป็นช่องทางให้กองทัพเข้ามาบริหารประเทศ แต่ประเทศไทยก็ผ่านบทเรียนมาแล้ว ว่าเผด็จการทหารก็แก้ปัญหาไม่ได้ และอาจก่อให้เกิดความรุนแรงนองเลือดได้ แล้วจะทำอย่างไรกัน เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม ก็ไม่มีคำตอบ มีแต่กำลังรอให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟขึ้น เพราะ ๑ องค์กรชุมชน ฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างที่ทำอยู่ยิ่งเปียดคนจนให้ตกขอบมากขึ้น ทั้งทางกายภาพ ทางสังคม และทางจิตใจ ครอบครัว ชุมชน วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อมของเขามีสลายลง เป็นการถอนรากถอนโคนทางสังคม (so- cial uprooting) อย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงเกิดปัญหาเต็มไปหมดอย่างไม่ มีทางแก้ไข เช่น - ความแออัดยัดเยียดในเมือง - อาชญากรรม - ความทารุณโหดร้ายต่าง ๆ (เช่น เรื่องโสเภณี โสเภณีเด็ก ความ ทารุณโหดร้ายต่อเด็ก การฆ่ากันแม้แต่ฆ่าบนศาลากลางจังหวัด) - ปัญหาของตำรวจ และของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอื่น ๆ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ถักทอโยงใยกันเป็นเหมือนขมวดเชือกที่ยุ่งเหยิง และหา ปลายที่จะสาวออกไม่เจอ ต่อให้สิบชวน หรือสิบอานันท์ ก็สางไม่ออก เรื่อง กระจายรายได้ พูดกันมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่ไม่มีมาตรการ เพราะหลงประเด็น คำว่า "กระจายรายได้" สื่อให้นึกถึงมาตรการทาง เศรษฐกิจ แต่ที่จริงเป็นเรื่องทางสังคม ขุนเศรษฐกิจที่ว่าแน่ ๆ (ยกเว้นคนเดียว) ไม่เข้าใจสังคมไทย เพราะ ไปเรียนเศรษฐศาสตร์มาในประเทศตะวันตก ซึ่งสภาพสังคมแตกต่างจาก สังคมในประเทศโลกที่สาม ตอนนี้รัฐบาลโดยคำแนะนำของขุนเศรษฐกิจ กำลังคิดเอาง่าย ๆว่าการ อัดฉีดเข้าไปที่โครงสร้าง เช่น ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้ำ แล้วจะแก้ปัญหาของ ชนบทได้ เรื่องนี้ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาชนบททั่วโลกเขารู้มานานแล้ว ว่าแก้ปัญหาชนบทไม่ได้ ทฤษฎีของ John Meynard Keynes ไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหา สังคมในประเทศโลกที่สามดอก แม้แต่ในประเทศโลกที่หนึ่ง ขณะนี้ก็กำลัง ย่ำแย่กันอยู่ด้วยหรือมิใช่ ๒ องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ การเมืองไทยประสบปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกอย่างหนึ่งคือ เรื่องการซื้อ เสียงขายเสียงในชนบท แล้วกระทบการเมืองระดับชาติ เพราะรูปแบบการ พัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทยเหมือนแบ่งออกเป็น ๒ โลก หรือ ๒ ประเทศ ที่มาใช้ ระบบการเมืองเดียวกัน คือโลกของคนรวยในเมือง กับโลกของคนจนใน ชนบท คนในเมืองกับคนในชนบท เลือกผู้แทนไม่เหมือนกัน คนในชนบทยากจนและอยู่ในระบบอุปถัมภ์ ก็เลือกผู้แทนอย่างที่เขา เลือก คนในเมืองก็รู้สึกหงุดหงิดที่คนชนบทเลือกผู้แทนอย่างนั้น เพราะ ได้รับผลกระทบด้วย แสดงว่าเมืองกับชนบทนั้นผลประโยชน์เชื่อมโยงกัน แต่เราพัฒนา แบบทอดทิ้งหรือทำลายชนบท เมื่อวาน (๔ ธันวาคม) ก็เป็น วันสิ่งแวดล้อมไทย ปัญหาสิ่งแวดล้อม กำลังวิกฤติ และยังไม่มีคำตอบ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและสุนทรียภาพ เช่น รถติด อากาศเป็นพิษ แม่น้ำลำคลองเน่า พิษจากสารเคมี ทรรศนะ อุจาด (เช่น การสร้างตึกสูงข่มวัดวาอารามอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นจิต วิญญาณของสังคม) ส่วนสิ่งแวดล้อมในชนบท เช่น ที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ ทะเล ป่า ชาย เลน เป็นชีวิตและเศรษฐกิจของชาวบ้าน เมื่อพัฒนาแบบทำลาย สิ่งแวด ล้อมก็เท่ากับพิฆาตชีวิตของคนชนบท ทำให้สังคมชนบทล่มสลายลง และ ส่งผลกระทบถึงสังคมทั้งหมด ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรในชนบท กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อตัว ขึ้นเป็นพายุร้ายทางสังคม เรื่องของ ค.จ.ก. เรื่อง พระประจักษ์ คืออาการของความขัดแย้ง ซึ่ง ยังมีเรื่องอื่น ๆ รออีกมาก ๓ องค์กรชุมชน ฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ ลองถึงกับมีการจับพระนักอนุรักษ์เข้าคุกแล้ว มันเป็นสัญญาณบอกเหตุร้ายในสังคม บางคนทำถูกต้องแต่ผิดกฎหมาย ถ้าความถูกต้องกับความถูกกฎหมายเป็นคนละเรื่องเสียแล้ว อะไรจะบังเกิดขึ้น พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๖ ว่า " ... หมายความว่าทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุกบ้านเมือง ... " แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนแก้ไข เพราะทุกรัฐบาลตั้งรับปัญหาที่โถมเข้าใส่อย่างตั้งตัวไม่ติดดังกล่าวแล้วข้างต้น เรื่อง สภาตำบล และ เรื่องสภาเกษตร ที่กำลังถกเถียงกันวุ่น ๆ อยู่ก็เป็นตัวอย่างของความวุ่น เพราะการขาดความเข้าใจ ถ้าสภาตำบลเป็นเพียงส่วนยื่นของกระทรวงมหาดไทย ไม่มีทางที่จะสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นได้ในสังคมไทย ทั้งหมดดูมันยากและสลับซับซ้อนจนมองไม่เห็นทางออก แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ที่จริงง่ายนิดเดียว ถ้าเข้าใจ ถ้าเข้าใจเรื่องนี้แล้วง่ายนิดเดียว และแก้ปัญหาหมดทุกเรื่องพร้อมกันไปอย่างยั่งยืน กฎสำคัญ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับจักรวาลนั้น จะมีความง่าย แต่ครอบคลุมเรื่องทั้งหมด เรื่องทางสังคมก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นการที่จะทำได้ถูกต้องจะต้องค้นพบ และเข้าใจกฎทางสังคม เรื่องทางสังคมมีผู้พยายามศึกษากันมากทั่วโลก และมี นักปราชญ์ทางสังคม เกิดขึ้นด้วย ในโลกนี้จะมีแต่นักปราชญ์ทางเศรษฐกิจเท่านั้นก็หาไม่ ๔ องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ นักปราชญ์ทางสังคมค้นพบกฎทางสังคม เช่นเดียวกับที่นักวิทยา- ศาสตร์ค้นพบกฎทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับจักรวาล **กฎทางสังคมข้อ 1 : ในประเทศโลกที่สาม ความยั่งยืนของสังคมทั้งหมด ขึ้นกับความยั่งยืนของสังคมชนบท** ถ้าสังคมชนบทไม่ยั่งยืนหรือล่มสลายลง ย่อมส่งผลกระทบสังคม ทั้งหมด ลองย้อนไปพิจารณาปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น แม้ประเทศ โลกที่ ๑ อย่างอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ก็กำลังประสบปัญหาคนว่างงาน และปัญหาสังคมต่าง ๆ ซึ่งจะไม่มีทางออกด้วยระบบเศรษฐกิจอย่างใน ปัจจุบัน **กฎทางสังคมข้อ 2 : ความยั่งยืนของสังคมชนบท ขึ้นกับการมีองค์กร และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน** การพัฒนาชนบทมีองค์ประกอบ ๘ ประการ แต่ประการที่เป็นหัวใจ สำคัญคือที่ปรากฏในกฎข้อ ๒ ถึงจะทำเรื่องอื่นสักเท่าใด ๆ รวมทั้งเรื่อง โครงสร้าง ถ้าไม่ทำตามกฎข้อ ๒ ไม่มีทางสำเร็จ ทหารถ้าออกรบแบบตัวใครตัวมันโดยไม่มีองค์กร จะแพ้ทุกครั้ง ประชาชนคนยากจนเผชิญความเสี่ยงสูงสุดในสังคม ซึ่งเป็นความ ยากลำบากนานาประการ แต่ไม่มีองค์กร ภาคอื่น ๆ ของสังคมมีองค์กรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นราชการ ทหาร พล เรือนหรือภาคธุรกิจ ภาคธุรกิจมีองค์กรหรือสถาบันเพียบเลย ไม่ว่าจะในรูปของห้างหุ้น- ส่วนบริษัท ธนาคาร สภาหอการค้า สมาคม ฯลฯ การมีองค์กรทำให้มีพลังเพิ่มขึ้น และมีความต่อเนื่องยั่งยืน โดยเป็น กลไกของการจัดการและการเรียนรู้ร่วมกัน องค์กรชุมชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับความยั่งยืนของ สังคมชนบทและสังคมทั้งหมด ๕ องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ องค์กรชุมชนเป็นองค์กรที่ประชาชนในชุมชนรวมตัวกันสร้างขึ้นเอง และจัดการเองได้ ไม่ใช่องค์กรที่คนอื่นสร้างให้หรือยึดเยียดให้ หรือจัดการ โดยคนอื่น องค์กรชุมชนเกิดขึ้นโดยกระบวนการที่คนในชุมชนมาประชุม ปรึกษาหารือกันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนปรากฏตัวผู้นำตามธรรมชาติขึ้น มี การจัดการองค์กร มีการวิเคราะห์ปัญหา วินิจฉัยปัญหา วิเคราะห์ทาง เลือก และตัดสินใจทางเลือกได้ถูกต้อง นี้คือการมีองค์กรและกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว เป็นสากลว่าแก้ปัญหาได้จริง แต่มีความละเอียดอ่อนที่ต้องการความเข้าใจ เช่น ผู้นำตามธรรมชาติ คือผู้นำที่เป็นจริง เกิดจากการผ่านกระบวนการ ปฏิบัติร่วมกันมาก่อน ส่วนผู้นำโดยการแต่งตั้งมักไม่ใช่ของจริง แม้ผู้นำ โดยการเลือกตั้งโดยไม่ผ่านกระบวนการปฏิบัติร่วมกันมาก่อน ก็อาจไม่ใช่ ของจริง เพราะเลือกไม่ถูก เมื่อไม่ใช่ของจริงจึงไม่ได้ผล เงิน ที่เข้าไปสู่ชุมชนที่ยังไม่มีองค์กรจะเข้าไปทำลายการพัฒนา เพราะ คนแย่งกันวิ่งเข้าหาเงิน แทนที่จะวิ่งเข้าหากัน องค์กรชุมชนเกิดจากการ วิ่งเข้าหากัน แม้เมื่อมีองค์กรชุมชนแล้ว เงินที่จะเข้าไปก็ต้องมีขนาดเท่า ที่องค์กรนั้น ๆ จะบริหารจัดการได้ ถ้าเกินความสามารถองค์กรก็จะล่ม ฯลฯ เรื่องขององค์กรชุมชนจึงมีความละเอียดอ่อนที่ต้องการความเข้าใจ ไม่ใช่โดยการใช้อำนาจ ราชการจึงพัฒนาชุมชนไม่ค่อยได้ผล เพราะราช การใช้อำนาจ และมีแบบแผนการปฏิบัติอันแข็งกระด้างตายตัว เพราะเหตุ นี้จึงมีกฎข้อ ๓ ๖ องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ กฎทางสังคมข้อ 3 : องค์กรพัฒนาเอกชนเป็นเรื่องที่จะขาดเสียมิได้ ในการพัฒนาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGO (Non-Government Organization) เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ทำงานพัฒนา องค์กรพัฒนาเอกชนแม้ขนาดเล็กและไม่มีอำนาจ แต่สามารถเข้าถึงความละเอียดอ่อนของชุมชน และช่วยเชื่อมต่อกับภาครัฐบาล ภาควิชาการ และภาคธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วว่าเมื่อองค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน ข้าราชการ และนักวิชาการ และภาคธุรกิจร่วมมือกัน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประชาชนดีขึ้น เมื่อองค์กรชุมชนเข้มแข็ง จะเป็นการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ การเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกันไป นี้คือประชาธิปไตยระดับรากหญ้า ซึ่งจะค่อย ๆ มาปรับให้การเมืองการปกครองระดับบน มีความคลี่คลาย และมีคุณภาพขึ้นเป็นลำดับ **ข้อเสนอทางนโยบาย** ๑. ออกพระราชบัญญัติองค์กรชุมชน เพื่อรองรับความเป็นนิติบุคคลขององค์กรชุมชนขนาดต่าง ๆ เมื่อชาวบ้านในชุมชนรวมตัวกันกระทำกิจกรรม มีองค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แล้วมาขอจดทะเบียน ให้ทางราชการรับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อทำนิติกรรมได้ **หมายเหตุ**: ไม่ควรยึดรูปแบบเดียวแบบสภาตำบล เพราะในทางธุรกิจยังสามารถรับจดทะเบียนองค์กรได้อย่างหลากหลาย นี่ก็คือ “องค์กรธุรกิจ” ของชุมชน ซึ่งควรจะต้องหลากหลายได้เช่นเดียวกัน เท่าที่ ชาวบ้านจะสามารถจัดการได้เอง ๗ องค์กรชุมชน ฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ ๒. ส่งเสริมสนับสนุนบทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนให้เข้ามา ประสานงานกับทางราชการ เพราะงานตามพระราชบัญญัติในข้อ ๑ นั้น ราชการทำเองตาม ลำพังจะมีสู้ฉันด้นกัด ๓. ให้องค์กรชุมชนจัดการที่ดิน ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ซึ่งจะขจัดปัญหาความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ เรื่องการไม่มีที่ทำกิน และเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ เมื่อราษฎรแน่ใจในที่ทำกินถาวร ก็จะช่วยกันปลูกป่า เพราะได้รับ ประโยชน์จากป่าจึงเป็นผู้รักษาป่า ป่าจะเกิดเต็มประเทศ โดยรัฐไม่ต้องไป จ้างใครปลูก ซึ่งทำไม่ได้ โดยหลักการดังกล่าว ราษฎรจะมีที่อยู่ที่ทำกิน และได้พึ่งพิงอาศัย ป่าต้นน้ำลำธารก็จะกลับคืนมา เป็นการแก้ปัญหาความแห้งแล้งและขาด แคลนน้ำอย่างได้ผล บ้านเมืองจะร่มเย็น เพราะมนุษย์กับธรรมชาติกลับคืน สู่ดุลยภาพ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระ-แส ที่สำนักงานเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับ "ให้ประชาชน เป็นผู้ปลูกป่า เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากป่า และเป็นผู้รักษาป่า" อัน เป็น แนวความคิดเรื่องป่าชุมชน ทรงรับสั่งซ้ำ ๆ ถึง "ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง" ขอให้ไปค้นดู รัฐพึงแก้ไขกฎหมายเก่าและบัญญัติกฎหมายใหม่ เพื่อส่งเสริมป่า ชุมชน ตามความในข้อนี้ ๔. ตั้งกองทุนสนับสนุนกลไกไม่เป็นทางการทางสังคม เนื่องจากกลไกทางราชการและทางธุรกิจไม่เพียงพอต่อความริเริ่ม สร้างสรรค์ทางสังคม ถ้าประเทศยังขาดสติปัญญาทางสังคมจะนำไปสู่เหตุร้าย ควรมี ๘ องค์กรชุมชน ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ การตั้งกองทุนขนาดใหญ่ เพื่อใช้กลไกอันไม่เป็นทางการสนับสนุนสติปัญญาของสังคม เช่น - ความริเริ่มของชุมชน ขององค์กรพัฒนาเอกชน - นวัตกรรมทางการศึกษา - ความคิดริเริ่มของข้าราชการที่ดี ๆ ที่ทำไม่ได้ในระบบราชการ - งานของนักคิดอิสระ - การพัฒนาสื่อสารมวลชน ฯลฯ ถ้ามีเงินสนับสนุนโดยกลไกไม่เป็นทางการทำนองนี้ สังคมไทยจะเกิดพลังทางสติปัญญาขึ้นมาได้เต็มประเทศ เพื่อฟื้นฟูบูรณะบ้านเมืองและป้องกันความยุ่งยากสับสน เพราะภาวะ "ขาดสมอง" ของสังคมไทย รัฐบาลควรอนุมัติเงินงบประมาณประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตั้ง "มูลนิธิเพื่อสนับสนุนความริเริ่มสร้างสรรค์ทางสังคม" ภาคธุรกิจ และสถาบันทางศาสนา ก็ควรทำทำนองเดียวกันผมเคยเสนอให้คุณอานันท์ ปันยารชุน ตั้ง "มูลนิธิไทย" ก็ไม่ทราบว่าท่านจะทำหรือไม่ และเรื่องนี้ไม่ควรจำกัดอยู่ที่คุณอานันท์เท่านั้น คนอื่น ๆ ที่เห็นประโยชน์ก็อาจทำได้ ๕. ความร่วมมือของทุกฝ่าย ถ้าเข้าใจเรื่องความสำคัญขององค์กรชุมชน และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนแล้ว ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ กองทัพ มหาวิทยาลัย จะช่วยให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขโดยไม่มีใครเสียหน้า หรือเสียประโยชน์ ที่ผ่านมา ประเทศไทยเสมือนถูกแรงกระแทกให้แตกและเสียหายเป็นแรงกระแทกที่... ทำลายชนบท ๙ องค์กรชุมชนฯ ๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ ทำลายวัฒนธรรม ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายผู้หญิงและเด็กของเรา ทำความรักเพื่อนมนุษย์ และทำลายความรักระหว่างเรากันเอง ข้อเสนอนี้เป็นวิธีที่ง่าย ที่จะสมานประเทศไทยให้มนุษย์และ ธรรมชาติกลับคืนสู่สมดุล นำความรักกลับคืนมา และสามารถพัฒนาให้ ก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน ๑๐ PGET องค์กรชุมชนทางรอดของ รัฐบาลและสังคมไทย ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1992
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• องค์กรชุมชน
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1992
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้